Author: Nadchada Jangpromma

  • แข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย ต.นาเลิง จ.ร้อยเอ็ด 2566

    แข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย ต.นาเลิง จ.ร้อยเอ็ด 2566

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    แข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิง จังหวัดร้อยเอ็ด

    ชาวบ้านผักกาดหญ้าและองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลิง ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน จัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวประจำปี 2566 “ปลอดเหล้า ปลอดภัย”

    ในวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณท่าน้ำวัดสุปัญญาราม(แม่น้ำชี) บ้านผักกาดหญ้า ตำบลนาเลิง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีการจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวท้องถิ่น ประเภท 40 ฝีพาย เป็นการจัดงานแบบ ปลอดเหล้า-เบียร์   โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ร่วมกับนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายงดเหล้า เครือข่ายเยาวชนงดเหล้าขบุหรี่จังหวัดร้อยเอ็ด  ตลอดจนประชาชนที่มาร่วมงาน 

    สนามแข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิงแห่งนี้ เป็นพื้นที่จัดงานแข่งเรือปลอดเหล้ามาแล้วร่วม 10 ปี ด้วยความร่วมมือของชาวชุมชน ผู้นำในชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต.นาเลิง) ที่เปิดพื้นที่จัดงานให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ด้วยการจัดงานปลอดเหล้า มีการควบคุมและขอความมือ ไม่ให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดภายในงาน มีป้ายประกาศและการประชาสัมพันธ์ชัดเจน ว่า “งานแข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย” มีการออกตรวจเตือนทั่งบริเวณงาน และการสื่อสารในชุมชนก่อนวันงาน การขอความร่วมมือจากร้านค้า และนักท่องเที่ยวที่มาชมงานด้วย

    ด้วยความที่พื้นที่จัดงานหลัก อยู่ในบริเวณวัดสุปัญญาราม เป็นพื้นที่ห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย การจัดงานปลอดเหล้า จึงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลายส่วน ทั้งผู้จัดงาน นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ชาวเรือเอง ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาตลอด

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด รวมไปถึงเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความร่วมมือการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ เพื่อให้เกิดงานประเพณีที่ปลอดภัยต่อชุมชนและนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ได้เข้ามามีส่วนร่วมทุกปี ในการรณรงค์กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนลดการดื่มในงาน รวมถึงการงดการดื่มในช่วงเข้าพรรษา เพราะการจัดงานแข่งเรือยังอยู่ในช่วงเข้าพรรษานั่นเอง การรณรงค์จึงมีความสำคัญ เพื่อให้คนที่มาเที่ยวงานได้ตระหนักถึงการงดดื่มในช่วงนี้และการงดการดื่มในพื้นที่จัดงาน

    สำหรับปีนี้ การดำเนินงานแข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิงผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้งานสงบเรียบร้อย ไม่มีคนเมา การทะเลาะวิวาทหรือแม้แต่อุบัติเหตุใดๆ



    ภาพ : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

    ข่าว : นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.แผนงานบุญประเพณี นโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร สคล.อีสานบน

  • เวทีเสริมกำลังใจชมรมคนหัวใจเพชร ต.หนองซน และบ้านดอนแดง ต.นาทม นครพนม บ้านต้นแบบงานบุญปลอดเหล้า

    เวทีเสริมกำลังใจชมรมคนหัวใจเพชร ต.หนองซน และบ้านดอนแดง ต.นาทม นครพนม บ้านต้นแบบงานบุญปลอดเหล้า

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม โดยนายชลกานต์ วงษ์เข็มมา ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม นำคณะกรรมการและสมาชิกชมรมคนหัวใจเพชรตำบลหนองซน ร่วมสืบสานประเพณีทอดเทียนรวม(โฮม)และต้นดอกเงิน ณ วัดโพธิ์ชัยดอนแดง ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม

    นายวิชัย โมธรรม ประธานชมรมคนหัวใจเพชรหนองซน กล่าวว่า

    “กิจกรรมครั้งนี้เป็นการทำบุญร่วมกันของคนหัวใจเพชรและผู้มีจิตศัทธาในตำบลหนองซน ร่วมกับบริจากจตุปัจจัย ไทยทาน มารวมกันเพื่อมาถวายพระ วันพระ 8 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ กับวัดหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้พระสงฆ์ เป็นค่าน้ำค่าไฟให้กับวัด ของใช้สำหรับการจำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา อีกในหนึ่งการทำบุญเช่นนี้เกิดความสมัคคีกันในชุนชนและเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องทำบุญร่วมกันหลังจากนั้นแห่รอบอุโบสถ พระสงฆ์ให้ศีลให้พร และถวายปัจจัย ไทยทานแด่พระสงฆ์”

    นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานลด ละเลิกสุรา 2 พื้นที่ นายชลกานต์ วงเข็มมา กล่าวว่า ตนเองเมื่อก่อนดื่มหนักเลิกเราะรักตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อนพี่น้องในชุมชน การจัดกิจกรรมวันนี้ จุดเด่น บ้านดอนแดง มีความรักสมัครกัน การขับเคลื่อนมานาน ไม่ว่าจะเป็นงานศพปลอดเหล้า จึงอยากให้บ้านดอนแดงชวนกันลด ละ เลิกสุรา และจัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชร จุดแข็ง ต.หนองซน ความเข้มแข้ง ชมรม อ.สคล. มีสมาชิก 82 คน และช่วยขับเคลื่อนการชวนคนลด ละเลิดสุรา จึงชวนคนหัวใจเพชรมาให้กำลังใจและขยายพื้นที่ในการตั้งชมรมฯที่บ้านดอนแดง

    บ้านดอนแดงเริ่มทำงานศพปลอดเหล้าตั้งแต่ปี 2557 สมัยเมื่อก่อนงานศพจะเสียค่าเหล้า หลายหมื่น บางงานเป็นแสน เวลาทำบุญหาคนตายไม่มีเงินที่จะทำบุญหา ปัจจุบันเจ้าภาพนำเงินช่วยค่าน้ำ ค่าไฟวัด และ บ้านไหนมีเหล้า จะไม่เงินค่าฌาปณกิจศพ เอาเงินไปส่วนกลางของชุมชนและยังขยายงานบุญอื่นๆเช่น งานบวช งานกฐิน งาบุญอุทิศส่วนกุศล จนถึงปัจจุบัน
    แนวทางการดำเนินงานชุมชนลด ละ เลิกสุราดังนี้

    1. การเลิกเหล้าจากคนหัวใจเพชรได้อะไรบ้าง คำตอบคือได้สุขภาพ ได้ครอบครัวอบอุ่น ได้ความสุข ได้มีเงินเหลือใช้แม้ไม่มากแต่พอเพียง
    2. การจัดงานบุญปลอดเหล้าลดค่าใช้จ่าย เจ้าภาพ ลดการทะเลาะวิวาท
      อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนการณรงค์ให้คนลด ละเลิกสุรา ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนที่เห็นปัญหา อยากมีส่วนช่วยแก้ไข และให้ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่นเข้ามีส่วนร่วมกันต่อไป

    ภาพ/ข่าว : นางสาวจันทรัช สารี แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารสุขภาวะหัวใจเพชรภาคอีสานตอนบน

  • ชาวโนนม่วงร่วมใจ ถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมเป็นกำลังใจชุมชนคนสู้เหล้าเข้าพรรษา

    ชาวโนนม่วงร่วมใจ ถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมเป็นกำลังใจชุมชนคนสู้เหล้าเข้าพรรษา

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยการนำของ นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานภาคอีสานตอนบน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ สคล.ขอนแก่น และพี่น้องประชาชน บ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร่วมใจกันจัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี ภายใต้โครงการกิจกรรม ในเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2566 ของจังหวัดขอนแก่น

    กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของชุมชนบ้าน วัด โรงเรียน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ให้กำลังใจ คนงดเหล้าเข้าพรรษา ระหว่างชุมชนต่อชุมชน (ชุมชนคนสู้เหล้า) ประกอบไปด้วย

    1. บ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
    2. บ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
    3. บ้านวังเพิ่ม ตำบลวังเพิ่ม อำเภอสีชมพูจังหวัดขอนแก่น
      โดยกำหนดจัดกิจกรรมดังนี้
    4. กิจกรรมค่ายอาสาของแกนนำสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น และ เยาวชน YSDN ณโรงเรียนบ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่นระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 25656
    5. กิจกรรมทอดเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี ณ วัดสักหลวง บ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข
    6. กิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ ณ วัดสีชมพู บ้านวังเพิ่ม ตำบลวังเพิ่ม
    7. กิจกรรมทำบุญ ณ วัดถ้ำแสงธรรม

    กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากคณะผู้นำโดยการนำของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอสีชมพู รองนายกเทศมนตรีตำบลวังเพิ่ม และผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกม่วง พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ


    ภาพ/ข่าว : ศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ ภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เสริมพลังขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกสุรายาสูบและปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพของคนไทย

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เสริมพลังขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกสุรายาสูบและปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพของคนไทย

    วันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับประชาคมงดเหล้า 11 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม จัดประชุมการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงเสี่ยงต่อสุขภาพ

    นายชัยณรงค์ คำแดง รองผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวถึงจุดยืนการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายงดเหล้า

    “เครือข่ายงดเหล้าเป็นภาคประชาสังคม ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี46 มีบทบาทในการประสานคน หน่วยงานต่างๆ ตื่นรู้ ที่เห็นผลกระทบจากปัญหากสุรา มาร่วมกันขับเคลื่อนการณรงค์ สร้างการตระหนักรู้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม ด้านพฤติกรรม ด้านสภาพแวดล้อม ด้านค่านิยม ให้คนลด ละ เลิกสุรา มีสุขภาพดี”

    การประชุมครั้งนี้มีกลุ่มคน 3 วัย คือ คนทำงานเครือข่ายมามากกว่า 7 ปี ขึ้นไป คนทำงานเครือข่าย 2-6 ปี และน้องๆเยาวชนที่มาทำงาน 1-2 ปี

    นอกจากนั้นร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงาน ลดนักดื่มหน้าเก่า ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อม ค่านิยมการดื่มสุราไม่ใช่เรื่องธรรมดา เชื่อมร้อยงานประเด็น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ลดผลกระทบจากสุรา ในชุมชน อำเภอ จังหวัด สังคม

    มีแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกันต่อใน 6 ข้อดังนี้

    1. เชื่อมคน เครือข่ายในพื้นที่

    2. ลดคนดื่มสุรา ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    3. ปรับสภาพแวดล้อม ค่านิยมทัศนคติต่อสุรา

    4.พัฒนาศักยภาพคนทำงาน

    5. ข้อมูล เชิงประมาณ เชิงคุณคุณภาพ สามารถวัดผลการเปลี่ยนแปลง

    6. การสื่อสารสร้างการเปลี่ยนแปลง การตื้นรู้ตะหนักรู้เรื่องสุรา

    สิ่งสำคัญการจะเคลื่อนงานลดปัญหาผลกระทบจากสุรา คนทำงานต้องดูแลสุขภาพกาย ใจ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ผันผวน ไม่มีความแน่นอน พร้อมที่จะปรับการการทำงานอยู่เสมอ

    ข่าว : นางสาวจันทรัช สารี เจ้าหน้าที่แผนงานชุมชน อำเภอและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารสุขภาวะหัวใจเพชร

    ภาพ : สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ภาคอีสานตอนบน

  • ตำบลพระลับ ขอนแก่น ถอดบทเรียนยกระดับงานบุญปลอดเหล้า

    ตำบลพระลับ ขอนแก่น ถอดบทเรียนยกระดับงานบุญปลอดเหล้า

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เทศบาลตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จัดเวทีถอดบทเรียนเพื่อยกระดับงานบุญประเพณีปลอดเหล้า สู่การขับเคลื่อนงานที่เข้มแข็ง

    วันที่ 28 กันยายน 2566 สำนักงานเทศบาลตำบลพระลับ สำนักงานเครือข่าองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จัดเวทีถอดบทเรียนงานบุญปลอดเหล้าร่วมกับผู้นำและตัวแทน อสม. จาก 19 ชุมชน ในเขตเทศบาลตำบลพระลับ ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    การถอดบทเรียนงานบุญปลอดเหล้าของเทศบาลตำบลพระลับในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่พื้นที่ได้มีการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง รณรงค์งดเหล้าในงานบุญประเพณีต่างๆ งานบวช งานศพ มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และช่วงนี้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการดำเนินงานในช่วงระหว่างพรรษา จึงได้เกิดเวทีพูดคุย ถอดบทเรียนเพื่อยกระดับงานบุญปลอดเหล้า ให้ไปสู่กระบวนการทำงานที่เข้มแข็ง มีส่วนร่วมหลายภาคส่วนและหลากหลายมิติของการดำเนินงาน โดยมีนางสาวจันทรัช สารี เจ้าหน้าที่แผนงานชุมชนคนสู้เหล้า และนางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา เจ้าหน้าที่แผนงานบุญประเพณีฯ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นกระบวนกรในเวที ช่วยในการถอดบทเรียน

    งานบุญประเพณีที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการดำเนินงานในชุมชน ได้แก่ งานศพปลอดเหล้า งานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา งานกฐินปลอดเหล้า งานแข่งเรือปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า(ทำได้บางเจ้าภาพ) งานบุญบั้งไฟปลอดเหล้า งานแข่งกลองยาว งานบุญประเพณีวันพระใหญ่ต่างๆ งานเหล่านี้ ล้วนเกิดจากการขยายผลความร่วมมือ ในระดับชุมชน ทุกชุมชน มีผู้นำ/ประธานชุมชนเป็นแกนหลัก และ อสม.ที่คอยขับเคลื่อนงานช่วยผู้นำ นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือในชุมชนด้วยกันเอง ทั้งสถานศึกษา วัด เยาวชน

    นางสุจิตรา อุทธา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขเทศบาลตำบลพระลับ กล่าวถึงการดำเนินงานว่า ตำบลพระลับเริ่มจากการทำงานง่ายๆ คือ งานศพปลอดเหล้า เริ่มจากมีเจ้าภาพเห็นประโยชน์จากงานปลอดเหล้า ว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ งานเป็นระเบียบเรียบร้อย จัดการน้อย และไม่มีความวุ่นวาย จึงมีเจ้าภาพอื่นๆ ทำตามด้วย บทบาทหนุนเสริมของเทศบาลตำบลพระลับ จึงมีการสนับสนุนเจ้าภาพจัดงานศพปลอดเหล้า คือ น้ำดื่ม(น้ำเปล่า) 15 แพ็ค และเหรียญโปรยทานอีก 2 ถาด

    การสมัครเข้าร่วมโครงการ ทุกชุมชนจะมีผู้นำ คอยประชาสัมพันธ์เชิญชวน และมี อสม. คอยติดตามชวนแต่ละบ้านอีกครั้ง หากเจ้าภาพใดสนใจ ก็จะแจ้งที่ผู้นำหรือ อสม. จากนั้น ก็ประสานงานต่อที่สำนักงานเทศบาลตำบลพระลับ เพื่อจะได้มีการสนับสนุนเจ้าภาพต่อไป รวมถึงบุคลากรที่ไปช่วยในงานทุกวันด้วย ก็จะมี อสม. เวียนกันไปช่วยงานทุกคน จนจบงาน

    ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีเจ้าภาพเข้าร่วมโครงการและได้รับการสนับสนุนงานศพปลอดเหล้า จำนวน 38 งาน ภาพรวมทั้งหมด ถือว่าทำได้กว่า 80 %

    งานบุญประเพณีอื่นๆ ในเทศบาลตำบลพระลับ จะใช้กระบวนการ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน โดยมีท้องถิ่นหนุนเสริม การรณรงค์ในงานบุญประเพณีต่างๆ เช่น บั้งไฟ ลอยกระทง แข่งเรือ ผู้นำจะมีส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากชุมชน ที่นี่จะยังไม่มีมาตรการในการบังคับใช้ แต่จะเป็นการขอความร่วมมือแทน และฟังมติส่วนรวม ในงานที่เป็นงานหลักของตำบล เยาวชนเองก็มีส่วนร่วมในการรณรงค์และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างพื้นที่การเรียนรู้และสืบทอดประเพณีของทางชุมชนด้วยเช่นกัน

    ปัญหาที่พบในปัจจุบัน ในเขตเทศบาลตำบลพระลับที่น่าเป็นห่วง ไม่ได้มีแค่เรื่องเหล้า ที่ต้องระวังสำหรับเยาวชนกับการเข้าถึงตั้งแต่อายุยังน้อย เพียงแค่วัย 14-15 ปี เท่านั้น ตอนนี้รวมไปถึง เครื่องดื่มสูตรผสมใหม่ๆ น้ำกระท่อม กัญชา และยาเสพติดอื่นๆด้วย จึงต้องให้ความสำคัญไปพร้อมๆกัน ในการปกป้องเยาวชนจากความเสี่ยงต่างๆ มีการประชุมและพูดคุย เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ

    ข้อสรุปในการขับเคลื่อนงานต่อ เพื่อยกระดับงานบุญประเพณีปลอดเหล้าของเทศบาลตำบลพระลับ ก็จะเน้นไปที่การปกป้องเยาวชน รวมถึง การสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และขยายผลการดำเนินงาน พื้นที่จัดงาน เจ้าภาพจัดงานมากขึ้นกว่าเดิม และการเตรียมการหนุนเสริมต่างๆ ตามความต้องการของชุมชนนั่นเอง

    ภาพ/ข่าว นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา แผนงานบุญประเพณีฯและสื่อสารองค์กร

  • “ส่วงเฮือ” อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์(ประเพณีแข่งขันเรือยาว) 2566

    “ส่วงเฮือ” อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์(ประเพณีแข่งขันเรือยาว) 2566

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    “ส่วงเฮือ” กมลาไสย

    “อำเภอกมลาไสย” เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำน้ำปาว วิถีชีวิตของชาวอำเภอกมลาไสย จึงผูกพันอยู่กับสายน้ำและมีประเพณีการแข่งขันเรือ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ส่วงเฮือ” มีมาช้านานเป็นเวลาเกือบร้อยปี เป็นประเพณีที่ชาวอำเภอกมลาไสย และพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง การแข่งขันเรือของชาวอำเภอกมลาไสย ได้รับการพัฒนาปรับเปลี่ยนมาตามกาลเวลา และมีสืบสานประเพณีที่มีมากกว่าร้อยปี กับประเพณีการแข่งเรือที่เรียกว่า ส่วงเฮือ ตามวิถีชีวิตของชาวอำเภอกมลาไสย

    ปี 2566 เทศบาลตำบลกมลไสย จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดกาฬสินธุ์ (ปลอดเหล้า-เบียร์) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามลำน้ำปาว อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมการแข่งขันเรือยาวของท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างเสริมเอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นการแข่งขันเรือยาวประเภท 10, 40 และ 55 ฝีพาย ระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน 2566 ณ สนามลำน้ำปาว อำเภอกมลาไสย

    วันที่ 22 กันยายน 2566 มีการแห่ถ้วยพระราชทานฯ และพิธีเปิด มีนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีร่วมเปิดงานแข่งขันเรือยาวประเพณี

    แข่งเรือปลอดเหล้า-เบียร์

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับเทศบาลกมลาไสย ร่วมรณรงค์การแข่งขันเรือยาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ปลอดเหล้า-เบียร์ ซึ่งพื้นที่กมลาไสย เป็นสนมแข่งเรือที่มีการจัดเป็นงานแข่งเรือปลอดเหล้า-เบียร์ มาอย่งต่อเนื่องหลายปี มีกิจกรรมเดินรณรงค์ในขบวนแห่ของเยาวชน กิจกรรมรณรงค์แจกน้ำดื่มทางเลือก และการรณรงค์เฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยความร่วมมือกับภาคส่วนาชการในพื้นที่ ทั้งกรมการปกครองกมลาไสย โรงพยาบาลกมลาไสย สาธารณสุขกมลาไสย กองการสาธารณสุขเทศบาลกมลาไสย และ สภ.กาฬสินธุ์ ในการให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ตรวจเตือนด้านกฎหมาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแลกอฮอล์ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง และเพื่อความเรียบร้อยของการจัดงาน โดยเน้นไปที่ความปลอดภัยของประชาชนและคนที่มาเที่ยงานเป็นหลักสำคัญ

    นางกัลยา เลิศล้ำ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการดำเนินการในหลายมิติ ผ่านการประสานการทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลกมลาไสย หน่วยงานในพื้นที่ เครือข่ายเยาวชน และชุมชนคนสู้เหล้า เพื่อสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานแข่งขันเรือยาวกมลาไสย ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการมาเที่ยวงาน เพราะงานแข่งขันเรือยาวประเพณีของอำเภอกมลาไสย เป็นงานบุญประเพณีหลักและขึ้นชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มีเรือมาแข่งจากหลากหลายพื้นที่ และคนต่างพื้นที่มาเที่ยวจำนวนมาก การได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนในพื้นที่จึงเป็นเรื่องที่ดี ในการสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดเหล้า ปลอดภัยต่อไป

    ภาพ/ข่าว จากเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์/เทศบาลตำบลกมลาไสย อ.กมลาไสย

    https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan/