Author: Nadchada Jangpromma

  • ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    วันที่ 16-18 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุน จากสำนักงานกองทุนสนุบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า หรือเรียกว่า อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบน ณ หอประชุมธรรมาภิบาลเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

    โดยมีเจ้าอธิการแดง ปญฺญาวโร เจ้าคณะตำบลบึงวิชัย (เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคอีสาน) อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวสร้างพลังใจประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนและคนหัวใจเพชร

    “สิ่งที่ทำเป็นการช่วยเหลือให้คนมีสุขภาพดี คนที่สามารถเลิกเหล้าได้ถือว่าเป็นคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง สวยงามจากข้างในเพราะเป็นคนที่มีใจความปรารถนาที่จะทำสิ่งดี ก็ขอให้รักษาสิ่งดีงามข้างในนี้ไว้”

    เวทีครั้งนี้มีชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรมคือ ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลดงบัง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลกู่สันตรัตน์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองไผ่, ชมรมอสม.ตำบลหนองกุง, ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา, ชมรมคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิตตำบลโพนสูง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)บ้านหัวฝาย, ชมรมอ.สคล(คนหัวใจเพชร)บ้านโคกเครือ, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองภัยศูนย์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหนองซน,ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลบึงโขงหลงและชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลนาดี มีเสริมพลังใจความภาคภูมิใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในชมรมฯและการชวนคน ลด ละ เลิกเหล้า การถอดบทเรียนการขับเคลื่อน ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของแต่ละชมรม 5 ส่วน คือ 1.แรงบันดาลใจการจัดตั้งชมรม 2.บทบาทและภารกิจ 3.การจัดสภาพแวดล้อม 4.ผลงานที่สำคัญของชมรม 5.การเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 12 ชมรม ทำให้ชมรมคน อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบนมีการขับแนวทางในการเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล การส่งเสริมอาชีพคนเลิกเหล้า และจะยกระดับให้มีจัดตั้งกองทุนชมรม อ.สคล. (คนหัวใจเพชร) เพื่อดูแลสมาชิกและช่วยเหลือคนในชุมชน

    นอกจากนั้นชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับความกรุณาพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เจ้าคณะยางตลาด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีโคกศรี เป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวตอนรับชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรม ภาคอีสานตอนบน ในการศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ เป็นการทำงานร่วมกัน บ้าน วัด เยาวชน ในการขับเคลื่อนงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยสโลแกนจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์

    “คนโคกเครือห้ามตายก่อนอายุ 80 ปี”

    โดยทางชุมชนมีฐานเรียนรู้ 4 ฐาน คือ 1.ฐานคุณธรรม จริยธรรม 2.ฐานงานบุญปลอดเหล้า 3.ธนาคารความดี 4.เศรษฐกิจพอเพียง

    นายอภิสิทธิ์ ภูชัยแสง ผู้ใหญ่บ้านโคกเครือ กล่าวว่า “ชุมชนบ้านโคกเครือเริ่มต้นจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เห็นปัญหาเวลาจัดงานศพจึงมีการขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า และขยายเป็นงานบุญกฐินปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า และการชวนคนลด ละเลิกเหล้า โดยใช้โอกาสงดเหล้าเข้าพรรษาเชื่อมกับการออมเงินค่าเหล้าฝากผ่าน “ธนาคารความดี” และส่งเสริมอาชีพให้กับคนเลิกเหล้า จัดตั้งเป็นกองทุน ช่วยเหลือกันในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย บ้าน วัด หน่วยงาน ชมรม อ.สคล.และเยาวชนในตำบลอุ่มเม่าเพื่อการให้เกิดพื้นที่รูปธรรม”

    นายสมพงษ์ บุญตาท้าว คนหัวใจเพชรตำบลหนองซน ตัวแทนจากชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร 12 ชมรม ได้แต่งบทกลอนจากเรียนรู้ครั้งนี้ กล่าวว่า

    “ ขอบพระคุณทีมงานบ้านโคกเครือ

    ที่เอื้อเฟื้อแหล่งเรียนรู้มุ่งมีฝัน

    พาทีมงาน อ.สคล.ช่วยแบ่งปัน

    ร่วมสร้างฝันคุณค่า พาทำงาน

    มีหลวงพ่อท่านพระครูเจ้าคณะ

    พาลด ละ เลิกสุรา พาประสาน

    ท่านนายก ผู้นำทางการทำงาน

    ใหญ่อภิสิทธิ์ผู้ประสานทุกงานไป

    ทั้งสี่ฐานสุดยอดงานเป็นต้นแบบ

    ตามติดแนบปฏิบัติธรรมนำสมัย

    ลดเลิกเหล้าทำงานบุญร่วมบวชใจ

    นำพาสู่อาชีพความพอเพียง

    เยาวชนคนเก่งเร่งปลูกสร้าง

    ชี้นำทางปลูกไว้ ช่วยส่งเสียง

    ปลูกความรัก ความผูกพัน ไม่ลำเอียง

    ความพอเพียง เป็นแบบอย่างสร้างชุมชน

    ขอขอบคุณอย่างจริงใจให้อีกครั้ง

    ขอปรบมือดังๆทุกแห่งหน

    เชิญทุกท่านปรบมือทุกๆคน

    ให้ชุมชนต้นแบบบ้านโคกเครือ”

    จาก 12 ชมรม ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนการทำงานในการให้คนในชุมชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้มาเรียนรู้ในชุมชนคนสู้เหล้าพื้นที่จริง ทำให้ชมรมได้ทบทวนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในชมรมและชุมชนคนสู้เหล้าต่อไป

  • ตำบลทุ่งกุลา บูรณาการความร่วมมือคน 3 วัย ลดปัจจัยเสี่ยง

    ตำบลทุ่งกุลา บูรณาการความร่วมมือคน 3 วัย ลดปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายอนุภาส มังสระคู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทุ่งกุลา เป็นประธานการหารือแนวทางการลดปัจจัยเสี่ยงเของคนตำบลทุ่งกุลา มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมหารือ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด สาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ เทศบาลตำบลทุ่งกุลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจานเตย โรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์และชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา

    นางวรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ช่วยผู้ประสานงานสำนักงานเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า

    “ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องช่วยกันทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ตำบลทุ่งกุลา ชมรมคนหัวใจเพชรร่วมกับ รพ.สต.จานเตยชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษาอยู่แล้ว เป็นโอกาสดีที่จะชวนทุกภาคส่วนต่อยอดขยายกิจกรรมงานบุญประเพณี งานกีฬา ให้เป็นงานที่ปลอดภัย เชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ เป็นพื้นที่ต้นแบบในงานกีฬาปลอดเหล้า ปลอดภัย”

    นายอนุภาส มังสระคู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทุ่งกุลา กล่าวว่า

    “ทางเทศบาลมีการจัดกีฬาเยาวชนต้านยาเสพติด เห็นด้วยในการที่จะสนับสนุนให้เด็กเล่นกีฬาด้วยใจรัก พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการป้องกันเยาวชนจากน้ำเมา และต้องมีสื่อสารผ่านทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารไปผู้ปกครองไม่ใช้เด็กไปซื้อเหล้าเบียร์หรือผู้ปกครองบางคนให้เด็กลองดื่ม ส่วนงานกีฬาก็ต้องประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ปกครองไม่สนับสนุหล้าเบียร์ให้กับทีมนักกีฬา”

    การประชุมครั้งนี้มีแนวทางการส่งเสริมด้านงานกีฬาทั้งในเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่ ให้ตระหนักปฏิบัติตามกฎหมายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ และมีการประกวดขบวนรณรงค์เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และการการวิ่งเก็บระยะเพื่อให้คนในชุมชนไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ตำบลทุ่งกุลาหันมาออกกำลังกายดูแลสุขภาพมากขึ้น

  • มหาสารคามพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN

    มหาสารคามพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN

    เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม  2565 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน  อำเภอเมืองมหาสารคาม  จังหวัดมหาสารคาม

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ในนามคณะทำงานจัดอบรม “พัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN จังหวัดมหาสารคาม” เปิดเผยว่า เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.  ได้กำหนดการพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก และเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม

    โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

    1. พัฒนาแกนนำเยาวชนให้มีทักษะในการสร้างเครือข่ายเยาวชนวัยใสไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ หรือ YSDN

    2.เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของแกนนำเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายต่างๆภายในจังหวัดให้เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย YSDN จังหวัดมหาสารคาม

    3.เพื่อเพิ่มทักษะความเป็นกระบวนกร ผ่านแนวคิด กระบวนการกลุ่ม การฟัง การจับประเด็น การออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเชื่อมโยงเป็น VISUAL NOTE ให้สามารถนำทักษะการเป็นกระบวนกร ทักษะการเขียน VISUAL NOTE ไปฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    4.เพื่อเป็นกลไกสื่อสารงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงกับสังคมอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่มเป้าหมายที่ร่วมพัฒนาประกอบด้วยแกนนำเยาวชนจากเครือข่ายและสถาบันการศึกษาต่างๆในจังหวัดมหาสารคาม เช่น สภาเด็กและเยาวชน แกนนำจากวิทยาลัยพยาบาล/วิทยาลัยการอาชีพจังหวัดมหาสารคามและแกนนำจากโรงเรียนต่างๆ จำนวน 32  คน กิจกรรมประกอบด้วย การฝึกการฟัง การคิดเชิงประเด็น ฝึกการพูดเพื่อสร้างแรงจูงใจ การเขียนและบันทึกส่วนสาระสำคัญ ผ่านกระบวนการกลุ่ม การเล่นและสันทนาการ โดยวิทยากรจากภาคประชาสังคม สำนักงานเครือข่ายงดเหล้าหรือ สคล.โดยคาดหวังว่าผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำทักษะจากการฝึกอบรมครั้งนี้ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นแกนนำต้นแบบที่ดี เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนในสถาบันการศึกษาของตนเอง และสังคม ต่อไป

    ดร.กมล ตราชู รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ประธานในพิธีเปิดการอบรม กล่าวว่า

    “เยาวชนเป็นพลังหลักของประเทศชาติ ที่จะต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆทั้งสิ่งเสพติด การรู้ทันต่อเหตุการณ์สังสังที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งการรู้จักใช้โอกาสและความสามารถของตนเองเพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่ ซึ่งหลังจากผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แกนนำเหล่านนี้จะได้นำความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ดีๆ ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และสังคม”

    ภาพ/ข่าว แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ ภาคอีสานตอนบน

  • หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 จังหวัดอุดรธานี ร่วมปฏิบัติการดำเนินมาตรการออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง งานกาชาดจังหวัดอุดรธานี วันนี้นำทีมโดยป้องกันจังหวัดอุดรธานี โดยมีหน่วยงานหลักร่วมกันดังนี้ สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สรรพสมิตพื้นที่อุดรธานี พมจ.อุดรธานี ปกครองจังหวัด แรงงานจังหวัด กองบัญชาการรักษาดินแดน เครือข่ายงดเหล้าอุดรธานี

    โดยงานทุ่งศรีเมือง (กาชาดอุดรธานี) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งการดำเนินงานมาตรการออกตรวจนี้ ได้มีกระบวนการทำงานทุกปี โดยคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกตรวจตรา เฝ้าระวังความเรียบร้อยภายในงาน ยึดตามกฎหมายห้ามดื่ม ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณงานโดยเด็ดขาด

    ทั้งนี้ การออกตรวจในงานทุ่งศรีเมือง จะมีการรวมตัวกัน ณ กองอำนวยการร่วมฯ คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้างศาลหลักเมืองในเวลา 20.00 น. และมีการออกตรวจ 2 ช่วงเวลา คือ

    • รอบแรก เริ่ม 20.30 น.
    • รอบสอง เริ่ม 22.30 น. ในช่วงเวลาที่สองนี้ จะเน้นไปทีเวทีคอนเสิร์ตที่มีศิลปินมาทำการแสดง

    การออกตรวจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม/กลุ่มละประมาน 15-20 คน ออกตรวจทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 จนเสร็จสิ้นงาน ค่อยจะมีการประชุมสรุปงานกันอีกครั้ง

    การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง วันที่ 4 ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เพราะมีการคมเข้มด้านการจัดงาน มีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกมุมของงาน ด้วยนโยบายที่เข้มแข็ง จึงทำให้อุดรธานี สามารถจัดงานใหญ่ได้ด้วยความเรียบร้อยทุกๆปีนั่นเอง

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    วันที่ 4 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองคาย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพผู้นำคนหัวใจเพชร ณ ศาลาวัดจันทรังษีวราราม ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

    นายกังวาล ครองยุติ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังวัดหนองคาย กล่าว ยินดีต้อนรับและขอบคุณคนหัวใจเพชรจากชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน 4 อำเภอ ที่มาร่วมกัน หวังว่าเวทีนี้แต่ละพื้นที่รู้จักเพื่อนต่างอำเภอมากขึ้น การทำงานเรื่องเหล้าเป็นอาสาเสียสละเวลา เป็นการทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนให้มีสุขภาพดี และขอให้เก็บเกี่ยวความรู้เพื่อนำขับเคลื่อนรณรงค์ให้คน ลด ละ เลิกเหล้าเบียร์ในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

    พระครูพิพัฒน์จันทรังษี เจ้าคณะอำเภอเฝ้าไร่ ประธานมอบเกียรติบัตรคนหัวใจเพชรผ่านการอบรมในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า “คนหัวใจเพชรเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีก็ได้รับเกียรติได้มอบเกียรติบัตรเป็นสิ่งที่ดี เป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทำชีวิตเป็นแบบอย่างรักษาศีลข้อ 5 สุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อเรารู้จักพอก็จะสามารถลด ละ และเลิกได้ ฝากสิ่งดีงาม มูลค่าสัญลักษณ์ความดีก็ว่ายาก แต่ยากยิ่งกว่าคือการรักษาความดีได้นานกว่า จึงต้องมีสติ รู้ตนเองอยู่ รักษาความดีเป็นบุคคลต้นแบบอย่างกับผู้อื่น”

    นางนวนจัน ออระศรี ตัวแทนคนหัวใจเพชร เล่าว่า “ตนเองเริ่มดื่มอายุประมาณ 40 ปี เวลามีงานต่างๆก็มักจะดื่มหลังจากนั้นก็ดื่มมาเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาติดเหล้า รู้ตัวก็ที่ตนเองดื่มมากๆ ดื่มทุกวัน วันไหนที่ไม่กินมีจะสั่น ดื่มเหล้าขาว 1 วันจะดื่มประมาณ 1ขวดเล็กหรือ1ขวดใหญ่ ก็ดื่มคนเดียวหมด จำได้ว่าเมื่อก่อนซื้อมาก็จำเอาไปซ้อนไว้ที่ต่างๆ กลัวสามีเห็น จนวันหนึ่งสามีเกิดอุบัติเหตุ ไม่ดีดใส่ตาทำให้ตาบอด 1 ข้าง ต้องรักษา ตนเองต้องกลายเป็นเสาหลักให้ครอบครัวจึงตัดสินใจเลิก วิธีการโดยการหักดิบ ช่วงแรกต่อสู้มาก หนาวสั่น หูแว่วเหมือนมีคนมาเรียกเดินไปเรื่อยๆ สามีและลูกได้ออกตามหา จนตนเองสามารถเลิกได้ สุขภาพแข็งแรง เงินหามาได้ไม่หมดไปกับค่าเหล้า ปัจจุบันเป็นสามชิกคนหัวใจเพชรตำบลนาดี และวันนี้ดีใจได้มาอบรมครั้งนี้ กลับไปก็จะไปชวนสามีตนเองให้ลด ละ เลิกเหล้า”

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    วันที่ 2 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับอำเภอหนองหานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจากนายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน ซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษา

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจบุคคลงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งที่ครบพรรษา และคนที่พร้อมใจจะงดต่อตลอดชีวิต

    “ผมขอเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจ ทั้งการดำเนินงานในชุมชน การเชิญชวนคนอื่น เปลี่ยนแปลงตนเอง และยังเป็นต้นแบบของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นผู้นำในแบบอย่างที่ดี ขอให้ทำความนี้แบบนี้เรื่อยไป และชวนคนอื่นๆ เข้ามาร่วม มาตระหนักถึงข้อดีของการงดเหล้าเหมือนกับพวกเราที่มารับมอบเกียรติบัตรในวันนี้ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี คนที่ทำได้ 1 พรรษา แล้ว อยากงดต่อ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ทำต่อไปให้ได้”

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “การดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษา ในอำเภอหนองหานนั้น มีการทำกิจกรรม ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา คือการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา การทำงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยการใช้เวทีประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำเดือน ในการเผยแพร่และเชิญชวน จากนั้น ก็ให้ชุมชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิญานตน และเก็บข้อมูล รวมถึงการลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งนี้ มีผู้นำ และชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมและสามารถงดเหล้าจนครบพรรษาทั้งหมด จำนวน 142 คน ซึ่งได้มีการมอบเกียรติบัตรในวันนี้ โดยท่านนายอำเภอหนองหาน”

    นายอภิชาติ ชาวสวน กล่าวต่ออีกว่า ในพื้นที่อำเภอหนองหาน นอกจากจะมีการดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษาแล้ว ยังมีประเพณีอื่นๆด้วย เช่น งานบุญ งานศพ ปลอดเหล้า และงานมรดกโลกบ้านเชียงปลอดเหล้า นอกจากนี้ อำเภอหนองหาน ยังเป็นอำเภอนำร่องในการลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญปลอดเหล้า 5 อำเภอแรก ของจังหวัดอุดรธานีอีกด้วย และมีการติดงานการดำเนินงาน รายงานผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระดับจังหวัดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน