Author: somkuan

  • อำเภอไชยปราการลงนามข้อตกลง (MOU) ความร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษา

    อำเภอไชยปราการลงนามข้อตกลง (MOU) ความร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษา

    เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ อำเภอสร้างสุขภาวะ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ลดปัจจัยเสี่ยงร่วมกับประชาคมสร้างความร่วมมือและยกระดับการดำเนินงานที่เป็นฐานทุนทางสังคมระดับจังหวัดให้เป็นการขับเคลื่อนระดับภาค ได้แก่ รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษางดเหล้าภาคเหนือตอนบน การสร้างกระแสสังคมระดับอำเภอ และประกาศเจตนารมณ์ หรือข้อตกลงร่วมกันในการงดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และอบายมุข

    วันที่ 10 สิงหาคม 2566  3 หน่วยงาน 4 ตำบล 44 หมู่ที่ ลงนามบ้นทักข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือรณรงค์ และขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษา ที่ว่าการอำเภอไชยปราการ ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ นายปธิกร  เอี่ยมสะอาด นายอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม “งดเหล้าเข้าพรรษา” ตามโครงการนายอำเภอนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงภาคเหนือตอนบน ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ระหว่าง  อำเภอไชยปราการ คณะสงฆ์อำเภอไชยปราการ เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนงาน

    วัตถุประสงค์ของการบันทึกร่วมมืองดเหล้าเข้าพรรษ ดังนี้

    1. รณรงค์งดการดื่มสุรา และรณรงค์เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า และเข้าสู่ระบบรักษา
    2. รณรงค์บำบัดทุกข์บำรุงสุข ลดปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ ทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งประชาชน    มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
    3. รณรงค์การทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส เป็นการลด ละ เลิก อบายมุข และรักษาศีลห้า
    4. รณรงค์กิจกรรมออกพรรษาลาเหล้า พักตับพักต่อ
  • วิ่งพักตับ ลด ละเลิกเหล้าเข้าพรรษา จังหวัดน่าน

    วิ่งพักตับ ลด ละเลิกเหล้าเข้าพรรษา จังหวัดน่าน

    เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 บริเวณ ข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่างองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน สมาคม อสม.จังหวัดน่าน ชมรมนักวิ่ง จัดกิจกรรมวิ่งพักตับ งดเหล้าเข้าพรรษา

    นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวขอบคุณ ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และขอบคุณหน่วยงานที่สนับสนุนกิจกรรมในวันนี้ และกล่าวเพิ่มเติมว่ากิจกรรมรณรงค์ ลด ละเลิกงดเหล้าเข้าพรรษา วิ่งพักตับในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนมารักสุขภาพ ประหยัดเงิน และลดอ้ตราการบริโภคเครื่องดื่มในช่วงนี้ จากคำกว่างรายงานจะเห็นได้ว่าจัดหงัดน่าน มีอัตราการดื่มสุราที่สูง ซึ่งเป็นที่ทราบก้นดีว่า ผลกระทบจากการดื่มสุรา ไม่ได้มีเพียงส่งผลต่อสุขภาพร่างการของผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยั้งส่งผลกระทบต่อรายได้ อาชีพ และคาวมเป็นอยู่ของผู้ที่ดื่ม ร่วมไปถึงผลกระทต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความรุ่นแงในครอบครัว อุบัติเหตุ การทะเลาวิทวาท การทำร้ายตนเอง และผู้อื่น อีกมากมาย ดังนี้ประชาชนจังหวัดน่าน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ต้องมาช่วยกันรณรงค์ลดการดื่มสุราลง ช่วยก้นลดนักดื่มหน้าใหม่ ช่วยกันให้คนที่ดื่มสุรา ลดปริมาณการดื่มลง จนสามารถ ละ เลิกเงินไปในที่สุด ที่สำคัญช่วยให้คนที่ติดสุรา ได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ให้หายขาดสามารถกับไปในชีวิตที่ดีต่อไป

    นายแพทย์วรินทร์เทพ เชื้อสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ตามที่ที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคเครือข่าย ได้เชิญชวนคนไทย งดเหล้าตลอดพรรษา “ลด ละเลิกสุรา และเข้าสู่ระบบบำบัดรักษา “ด้วยวิธี 1 ลด 3 เพิ่ม” ลดการดื่มแลอกอฮอล์ เพิ่มเงินในกระเป๋า เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย เพิ่มความสุขในครอบครัว

    สำหรับการจัดกิจกรรม รณรงค์ลดลเลิกสุราเข้าพรรษา วิ่งพักตับในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 600 คน และมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างกระแสการลดละเลิก การดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาในกลุ่มเยาวชน ประชาชน และบุคลากรในหน่วยงาน /องค์กร และรณรงค์ค้นหาผู้ติดเหล้า เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และติดตามให้การดูช่วยเหลือ ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนการดำเนินงานจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน สมาคม อสม.จังหวัดน่าน ชมรมนักวิ่ง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โรงพยาบาน่าน ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

  • เครือข่ายพระสงฆ์ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จ.ลำปาง ลงนาม MOU ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษาในฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เครือข่ายพระสงฆ์ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จ.ลำปาง ลงนาม MOU ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษาในฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    ชมรมคนลดละเลิกเหล้าจังหวัดลำปาง ร่วมกับอำเภอรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประกาศเตรียมพร้อมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ชวน ช่วยชมเชียร์ว่าที่คนหัวใจหิน สู่คนหัวใจเพชร โดยมีคณะสงฆ์จังหวัดลำปางทั้ง13 อำเภอ สนับสนุนภายใต้ ข้อตกลงความร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม

    “งดเหล้าเข้าพรรษา งานบุญประเพณีปลอดเหล้า งาน ลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน และหมู่บ้านรักษาศีล ๕”จังหวัดลำปาง

    วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่วัดบรรพตสถิต ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พระจินดารัตนภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม “งดเหล้าเข้าพรรษา งานบุญประเพณีปลอดเหล้า งานลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน และหมู่บ้านรักษาศีล ๕”  ตามโครงการสานพลังเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดลำปาง ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานองค์กรงดเหล้า ระหว่าง จังหวัดลำปาง คณะสงฆ์จังหวัดลำปาง  วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำปาง ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนดังนี้

    ๑. ขอให้วัดทุกวัด สนับสนุนจัดกิจกรรมรณรงค์วันงดดื่มสุราแห่งชาติ งดเหล้าเข้าพรรษา และร่วมมือขับเคลื่อนโครงการเชิญ ช่วยเชียร์ ลด ละ เลิกเหล้าฯ โดยร่วมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการ  ลงนามปฏิญาณตนผ่านระบบลงนามออนไลน์ ผ่านช่องทาง Link http://noalcohol.ddc.moph.go.thและร่วมติดป้ายรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาทุกแห่ง

    ๒. รณรงค์งดการดื่มสุรา การพนันในงานศพและรณรงค์เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า และเข้าสู่ระบบรักษา

    ๓. รณรงค์บำบัดทุกข์บำรุงสุข ลดปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ ทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

    ๔. รณรงค์การทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส เป็นการลด ละ เลิก อบายมุข และรักษาศีลห้า ๕. รณรงค์ลดค่าใจ้จ่ายที่ไม่จำเป็นในการจัดงานศพ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในชุมชน

    พระจินดารัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง กล่าวกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นสิ่งสำคัญของทุกภาคส่วน ทั้งพระสงฆ์ และรัฐบาล โดยเฉพาะคณสงฆ์ไทยมีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 โครงการบ้าน วัดประชารัฐสร้างสุข ที่อยากเห็นประชาชนทั้งหลายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น งดเหล้าเข้าพรรษาที่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ร่มเย็นเป็นสุข  สุราเป็นสิ่งที่มอมเมาและบั่นทอนคุณภาพชีวิต  การงดเหล้าเข้าพรรษาถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาแค่ 3 เดือน ถ้าทุกคนทำได้จะเป็นพลังอานิสงส์ ที่จะส่งผลต่อครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย สุขภาพจะดีขึ้นหากทำได้   ต่อจากนี้ไปเราจะขับเคลื่อนงานพร้อมๆ และขยายเครือข่ายภาคีร่วมกัน สำหรับพื้นที่ที่ดำเนินการไปแล้ว และเป็นที่ประจักษ์ ขออนุโมทนาสาธุร่วมกัน เพราะกิจกรรมงดเหล้าทำด้วยความสมัครใจไม่ได้บังคับ เพราะพุทธศาสนาเองก็เช่นกัน สอนให้เห็นโทษ เห็นภัย แล้วคุณประโยชน์จะขึ้นกับเราเอง

    พระครูโสภณจริยานุวัตร วัดนาปราบ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอสบปราบ และผู้ที่ริเริ่มงานศพปลอดเหล้า จนได้รับการยกย่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า เราทำงานเปรียบเสมือนการทำการเกษตร ต้องหมั่นปรวนดิน ใส่ปุ๋ย วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของคณะสงฆ์จังหวัดลำปางอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจะต้องมากระตุ้นและตอกย้ำให้เข็มแข็ง คำว่างดเหล้าเข้าพรรษาตามหลักมงคล 38 พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่าให้สำรวมในการดื่มน้ำเมา จากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ศึกษาข้อมูล พฤติกรรมของผู้ดื่ม จึงมาปรับใช้กับทำงานที่ผ่านมา จึงใช้หลักธรรมเมตตาธรรมโดยการชี้แจงเหตุ และผล โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ อยากให้เป็นแบบอย่างในชุมชน สังคมได้ ทุกหน่วยงานในพื้นที่จะต้องร่วมกัน งานจะสำเร็จได้ เจริญพร

    นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา ผู้ช่วยผู้ประสานงานโครงการจังหวัดลำปาง กล่ามว่าการดำเนินการงดการดื่มสุราในงานบุญประเพณีของเครือข่ายแสนผญา ตั้งแต่ปี 2550 มีการทำงานในพื้นที่จำนวน 10 อำเภอ เริ่มแรกได้เน้นการงดเหล้าในงานศพ จนทำให้อำเภอสบปราบ และอำเภองาวเป็นอำเภอปลอดการเลี้ยงเหล้าในงานศพและระดับตำบล จำนวน 10 ตำบล ขยายเป็นงดเหล้าในงานบุญประเพณี ที่คงการงดเหล้าได้ในงานศพ ส่วนงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ งานสลากภัต และงานบวชทำได้ในบางพื้นที่ โดยนำแกนนำแลกเปลี่ยนประสบการณ์แต่ละพื้นที่ ร่วมกันกำหนดแผนการพัฒนา และติดตามผล มีพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ ตำบลร่องเคาะ ตำบลบ้านหวด ตำบลนายาง ตำบลที่เป็นตำบลต้นแบบ 1 ตำบล คือ ตำบลร่องเคาะ เกิดจากการร่วมมือของภาคีเครือข่ายในตำบล ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล ชมรม กำนันผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน คณะทำงานในตำบล และคณะทำงานระดับจังหวัด ที่สำคัญ ชมรมคนเลิกเหล้าจังหวัดลำปาง จำนวน 10 ชมรม ชมรมที่เป็นต้นแบบจำนวน 3 ชมรม มีความเข้มแข็ง มีจิตอาสาและชมรมคนเลิกเหล้าสามารถดำเนินกิจกรรมได้เองในพื้นที่ต้นแบบในการงดเหล้าในงานบุญประเพณีตำบลร่องเคาะ

  • พะเยาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย

    พะเยาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย

    วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ดร.ธงชัย คำปวง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 เป็นประธานประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ จัดขึ้นโดยประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา ร่วมกับ คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอแม่ใจ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการตามโครงการลดปัจจัยการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยกลไก พชอ.จังหวัดพะเยายุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมลดนักดื่มหน้าใหม่ “เด็กแม่ใจวิถีพุทธ โพธิสัตว์น้อยชวนพ่อแม่เลิกเหล้า” วัตถุประสงค์ เพื่อเชิญชวนครู ผู้ปกครองและครอบครัว ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2566 กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ใจ จำนวน 18 แห่งและโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม รวมจำนวน 19 แห่ง

    ดร.ธงชัย  คำปวง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้กล่าวขอบคุณเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา  และคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแม่ใจ นายนรา สุยะเพี้ยง นายกสมาคมครูและผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอแม่ใจ ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 18 แห่ง และโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้ร่วมกับโครงการปลูกพลังฯ และเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและสื่อรณรงค์จากประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา และศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนคณะผู้บริหารโรงเรียน เชิญชวนครูผู้ปกครองเด็กสมัครเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้เคมเปญ “ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566”เพื่อสุขภาพและรักษาศีล 5 ตามข้อปฏิบัติของชาวพุทธ

    ด้าน นายนิธิศ ไชยปิน ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านป่าแฝกสามัคคี กล่าวว่า ครูจะเป็นพลังหนึ่งความคิด และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ผมในฐานะผู้อำนวยก็พยายามทำให้เด็กได้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางความคิด และเด็กก็จะมีโอกาสเข้าใจตนเอง โดยเริ่มจากการเรียน การสอนเชิงบวกการชื่นชม การรับฟัง การเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถ และส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดภัย ทั้งครูและนักเรียนเป็นการเรียนรู้ร่วมกันโดยมีทำกิจกรรมร่วมกัน แฝงความคิดเชิงบวก และสถานที่ศึกษาก็ส่งเสริมในการสร้างแรงบันดาลใจ และพลังบวกควบคู่กันไป

    นางสาวยิ่งพร เจียตระกูล ผอ.โรงเรียนบ้านแม่จว้า ตำบลแม่สุก อำเอแม่ใจ อีกหนึ่งโรงเรียนที่ได้ดำเนินการโรงเรียนโพธิสัตว์น้อย ชวนพ่อแม่เลิกเหล้า “ตามโครงการลดนักดื่ม หน้าใหม่”ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน จำนวน 48 คนให้รู้เท่าทันพิษภัยของสุรา ได้มีการทดลอง โดยการแช่ตับหมู ตับไก่ลงในน้ำเปล่า สุรา และเบียร์ในปริมาณเท่าๆ กัน จากนั้นให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตับ ซึ่งผลที่นักเรียนสังเกตได้คือ ตับที่แช่ในน้ำเปล่าจะมีสภาพคงเดิม แต่ตับที่แช่ในสุราและเบียร์จะเบี่อยยุ่ย ซึ่งสรุปผลการทดลองได้ว่า สุราและเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีกทธิ์ทำลายตับได้ หากดื่มจะเท่ากับการทำลายร่างกายตัวเราเอง อีกทั้งบูรณาการร่วมกับกิจกรรมอื่นๆอีกหลากหลาย ถือเป็นการสร้างความตระหนัก และสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้นักเรียนได้นำไปบอกต่อผู้ปกครองในครอบครัว ร่วมลดนักดื่มหน้าใหม่ และรณรงค์การลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในครอบครัวให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

                   ภารกิจสำคัญในการประชุมวันนี้อีกภารกิจ ได้แก่ มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลง เรื่อง “การขับเคลื่อนงานโครงการลดปัจจัยเสี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยกลไก พอช.จังหวัดพะเยา ประจำปีการศึกษา 2566”ระหว่าง ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา กับ สมาคมครูและผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอแม่ใจ และ บันทึกข้อตกลง เรื่อง“การขับเคลื่อนงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข” ประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 กับ กลุ่มแม่ใจ ซึ่งบันทึกข้อตกลงทั้งสองฉบับ จะมีการปฏิบัตินำสู่ให้เกิดนโยบาย และการจัดกิจกรรมต่างๆให้เกิดการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยปลอดเหล้าแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน องค์กร ชุมชนท้องถิ่นเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่อันจะส่งผลให้เยาวชนมีคุณภาพและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

    ข่าวโดย:ลออ มหาวรรณศรี

    ภาพโดย :Somkuan

  • อำเภอเวียงหนองล่อง ลำพูน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง

    อำเภอเวียงหนองล่อง ลำพูน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง

    วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ร่วมกับชุมชนเข้มแข็งสู้เหล้า 8 ชุมขน ในพื้นที่ อ.เวียงหนองล่องจัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ และได้มีการพัฒนากระบวนการการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ได้แก่ การพัฒนาจากชุมชนที่มีปัจจัย เกี่ยวกับปัญหาแอลกอฮอล์ และได้พัฒนากิจกรรมที่เป็นรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งให้ชมรมในการทำกิจกรรมเพื่อจัดให้มีกองทุนเพื่อจัดช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกและคนที่เดือดร้อน ปัจจุบันชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอเวียงหนองล่องได้ทำกิจกรรมหลายอย่างในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จิตอาสาในงานบุญต่างๆ ในชุมชน

    นายกำพล หมอกมุงเมือง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดลำพูน กล่าวว่า แนวคิดของการทำงานต่อไป 1) ขยายพื้นที่ จากเดิมที่มักมีการดำเนินงานในพื้นที่เป็นชุมชนหมู่บ้าน ให้ขยายการดำเนินงานเชิงพื้นที่เป็นระดับตำบลโดยทำครบทุกตำบล หรือทำเพิ่มอย่างน้อย 1 ตำบลหรือ 1 ชุมชนในอำเภอ   2) ขยายกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาคือกลุ่มผู้ดื่มทั่วไป ให้ขยายโอกาสบริการบำบัดรักษาสู่ผู้เสพและผู้ติดด้วย 3) ขยายเวลา เดิมช่วงระยะเวลาที่ดำเนินงานคือช่วงเข้าพรรษา ซึ่งเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังออกพรรษากิจกรรมต่าง ๆ จะหยุดลงด้วยเช่นกัน แนวคิดการดำเนินงาน 3 ขยาย จึงเพิ่มเติมเรื่องการขยายช่วงระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากกว่า 3 เดือน เพื่อสนับสนุนให้มีการลด ละ และหยุดดื่มที่ต่อเนื่องหลังออกพรรษา

  • การอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง

    การอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุมเอราวัณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโรงเรียนราชานุบาล จังหวัดน่านได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการครูปฐมวัยโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)สำหรับเด็กปฐมวัย ในการอบรมครั้งนี้คุณครูที่ให้ความสนใจ และเข้าร่วม 61 คนใน 5 อำเภอประกอบด้วย สะเมิง แม่แตง สันทราย แม่ริม พร้าวในการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้กระบวนการ Active Leaning เพื่อเป็นขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาปฐมวัย ส่งเสริมการลดพฤติกรรมเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ที่ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย และขับเคลื่อนการดำเนินงานของสถานศึกษาปลอดบุหรี่ และแอลกอฮอล์ในเด็กเยาวชน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ที่ชัดเจนตรงกัน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ด้าน ดร.ฐิตินันท์ นันทะศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต 2  กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนอย่างมาก โดยการมุ่งเน้นให้เด็กมีทักษะการเรียนรู้  และปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็ก ผ่านกิจกรรมและใช้สื่อชุดกิจกรรม และเน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติที่หลากหลาย การป้องกันเด็ก เยาวชนปฏิเสธปัจจัยเสี่ยง โดยคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมฯ จิตใจ  ด้านสังคม และด้านสติปัญญา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีในอนาคตต่อไป การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.)เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)สำหรับเด็กปฐมวัย 2.)เพื่อให้ครูปฐมวัยสามารถนำกิจกรรมการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัยไปบูรณาการจัดกิจกรรมในสถานศึกษาได้ 3.)เพื่อให้ครูปฐมวัยมีเจคติที่ดีต่อการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)สำหรับเด็กปฐมวัย

    นพ.พงศ์เทพ วัชรพงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสนับสนุนระบบสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา คนไข้ที่เกิดจากปัญหา สุรา ยาสูบ เราทำอะไรไม่เลย การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตอนเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก  ด้วยโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง จะสามารถป้องกันภูมิคุ้มกันในเป็นเด็ก สิ่งเหล่านี้เป็นจิตใต้สำนึกคุณครูปฐมวัยจะเป็นกลไกสำคัญที่จะให้เด็ก ได้รับรู้ถึงปัจจัยเสี่ยง โดยการเล่านิทาน และเสริมสร้างกิจกรรมดีๆ ที่จะสร้างอนาคตของตัวเด็ก ด้วยอุดมการณ์ของครูจะเป็นพลังบวก สิ่งที่อยากเห็นต่อไปคือ ผู้ปกครองร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างวินัย ทักษะชีวิต มีความอดทน รู้จัการรอคอย เหนือสิ่งอื่นใด คือชุมชน ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนนี้ได้อย่างไร ที่จะทำให้เด็กเจริญ เติบโต อย่างมีคุณภาพ โดยปราศจากปัจจัยต่างๆ และจะเป็นกำลังหลักในชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติต่อไป

    นางสาวจิดาภา ศรีสุข ครูโรงเรียนราชานุบาล จังหวัดน่าน และวิทยกรกระบวนการ กล่าวว่า  จุดเริ่มต้นการเป็นครูพลังบวก เพราะอยู่กับเด็กทุกวัน ที่จะต้องคอยแก้ไขพฤติกรรม พัฒนาการและติดต่อ สื่อสารกับผู้ปกครอง ในแต่ละวันที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย สิ่งสำคัญคือเราตัวต้องมองในแง่ดีๆ เพื่อให้เป็นพลังในการทำงาน อีกทั้งเป็นกำลังให้เด็ก ผู้ปกครอง ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ ทุกฝ่ายต้องการ ถึงจะประสบความสำเร็จได้ แรงบันดาลใจการทำงาน นอกจากกรอบภาระงานที่ทำประจำอยู่แล้ว ยังมีโครงการอีกมากมมายที่จะให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ แต่เราต้องเปิดใจให้กว้าง เพราะโครงการที่เราทำจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งตัวเอา ตัวเด็ก และผู้ปกครอง ที่จะส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กและส่งผลต่อครอบครัวเด็กต่อไป