Author: เหรียญเอง

  • ภปค.จังหวัดสงขลา ยื่นหนังสือต่อ สส.พรรคประชาธิปัตย์แสดงความห่วงใยต่อการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภปค.จังหวัดสงขลา ยื่นหนังสือต่อ สส.พรรคประชาธิปัตย์แสดงความห่วงใยต่อการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


    ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสงขลา (ภปค.) นำโดย นายชาญวิทูร สุขสว่างไกร ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายเข้าพบ นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดสงขลา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือปิดผนึก ขอให้สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เสนอโดย นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 92,978 คน ซึ่งมีเนื้อหาและเหตุผลในการแก้ไขให้มีมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุม เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จ.สงขลา ที่ผ่านมา

    การยื่นหนังสื่อปิดผนึกครั้งนี้ เป็นการแสดงความห่วงใยต่อข้อเสนอของรัฐบาลต่อการแก้ไขกฏหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนรับหนังสือ พร้อมร่วมสนทนาต่อสถานการณ์ที่้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งทางเครือข่ายภาคีป้องกันและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสงขลา (ภปค.) คาดหวังเป็นอย่างยิ่งในการเป็นกระบอกเสียงของประชาชนในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ของภาคประชาชน ที่รณรงค์ป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ชาญวิทูร สุขสว่างไกร

  • ภปค.จังหวัดตรัง ยื่นหนังสือต่อ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ คัดค้านการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวั่นเอื้อนายทุน เพิ่มผลกระทบเชิงลบในสังคม

    ภปค.จังหวัดตรัง ยื่นหนังสือต่อ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ คัดค้านการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวั่นเอื้อนายทุน เพิ่มผลกระทบเชิงลบในสังคม


    ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดตรัง (ภปค.) โดย คุณไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดตรัง มอบหมายให้ คุณปิยะนุช สุตตะโท เลขานุการฯ เป็นตัวแทนเข้าพบ ท่านถนอมพงศ์ หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ ตรังเขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อยื่นหนังสือปิดผนึก ขอให้สนับสนุน ร่างพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เสนอโดย นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 92,978 คน ซึ่งมีเนื้อหาและเหตุผลในการแก้ไขให้มีมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุม เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

    การยื่นหนังสื่อครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านการประสานงานจาก คุณกาญจนา หนูอุไร ผอ.กองการศึกษาเทศบาลนครตรัง เพื่อเข้าพบและรวมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ทั้งนี้ ท่านถนอมพงศ์ หลีกภัย ได้แสดงความห่วงใยต่อปัญหาต่าง ๆ ในสังคม หากมีการจำหน่ายสุราอย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งทาง เครือข่ายภาคีป้องกันและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดตรัง (ภปค.) โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชน ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดร่าง พ.ร.บ. ที่เอื้อต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ปิยะนุช สุตตะโท

  • 21 ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ายื่นหนังสือเลขาธิการพรรคประชาชาติ หนุน ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    21 ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ายื่นหนังสือเลขาธิการพรรคประชาชาติ หนุน ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


    ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) โดย นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ ผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคใต้ตอนล่าง (ภปค.) ได้นำภาคีครือข่าย 21 องค์กรในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เข้าพบกับนายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติและในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ เพื่อยื่นหนังสือเพื่อยื่นหนังสือปิดผนึก ขอให้สนับสนุน ร่างพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เสนอโดย นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 92,978 คน ซึ่งมีเนื้อหาและเหตุผลในการแก้ไขให้มีมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุม เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 ณ ที่ทำการพรรคประชาชาติ บ้านศรียะลา อ.เมือง จ.ยะลา

    โดย นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้ยื่นขอแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 ซึ่งประกาศใช้มายาวนาน 16 ปี โดยผู้ยื่นแก้ไขให้เหตุผลว่า กฎหมายฉบับนี้ล้าหลังไม่ทันยุคสมัย และเป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางเครือข่ายฯ ในฐานะคนทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบในพื้นที่ มีความห่วงใย หากกฎหมายถูกแก้ไขทำให้อ่อนแอลงและเอื้อต่อกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ จะส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน สังคมส่วนรวม จึงจัดให้มีการประชุมและพัฒนาศักยภาพคณะทำงานเฝ้าระวังระดับภาค “ประเด็นให้ข้อมูลสถานการณ์การแก้ไข พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อเครือข่ายและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” (สส.) ขึ้น

    โดย นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ
    ผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคใต้ตอนล่าง (ภปค.)

    นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ ระบุด้วยว่า เนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 12 มีนาคม 2567 มีมติส่ง ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับของรัฐบาล ไปยังวิปรัฐบาลเพื่อนำเข้าพิจารณาตามขั้นตอนของสภาผู้แหนราษฎร์ โดยมีความเห็น 8 ประเด็นต่อการปรับแก้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีนัดหมายในการบรรจุวาระการประชุมเพื่อรับหลักการวาระที่ 1 ร่างพ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวหร้อมกับร่างพ.ร.บ.ฉบับอื่นๆในวันที่ 27 มีนาคม2567 นั้น ภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) ในฐานะภาคประชาชนที่รณรงค์เพื่อหาทางป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความห่วงใยต่อข้อเสนอ 8 ข้อของรัฐบาลต่อการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการเพิ่มเวลาขาย เพิ่มสถานที่ขาย/ดื่ม เพิ่มการโฆษณาเพิ่มการส่งเสริมการขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการทำให้มาตรการต่างๆอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการเพิ่มความสูญเสียต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และชีวิตประชาชน ที่สำคัญน่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตแอลกอฮอล์รายใหญ่และธุรกิจรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นการเพิ่มการผูกขาดและเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม

    ที่สำคัญที่สุด ภาคีเครีอข่ายฯ เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องมีหลักการ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ต้องไม่เอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ 2.ต้องคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3.ต้องไม่เพิ่มการบริโภค 4.ต้องไม่เพิ่มผลกระทบ และ 5. ต้องเพิ่มการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์
    ภาพ : สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์ / พรรคประชาชาติ Prachachat Party

  • เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา 9 ภาค ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาและระดมทุนกองบุญ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา 9 ภาค ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาและระดมทุนกองบุญ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข

    โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขสู่สุขภาวะของชุมชน และสังคมด้วยหลักพุทธธรรม มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา 9 ภาค ยกระดับการขยายเครือข่ายและระดมทุนกองบุญประจำปี 2566 ณ วัดห้วยยอด จังหวัดตรัง และวัดลานแซะ จังหวัดพัทลุง ระหว่างวันที่ 19 – 21 มีนาคม 2567

    มีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียน และผลงานของเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา 9 ภาค สู่การพัฒนา และขยายเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ระดมทุนสนับสนุนกองบุญ สวัสดิการสังฆะเพื่อสังคม

    กิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย นิทรรศการผลงานของวัดห้วยยอด เช่น สังฆะศาลา ศูนย์พักฟื้นสงฆ์อาพาธ ชุมชนกรุณาห้วยยอดโมเดล เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประเด็นต่างๆ เช่น การจัดการตนเองของพระสงฆ์ กองบุญ วัดปลอดบุหรี่ และบวชสร้างสุข ระดมทุนกองบุญสวัสดิการสังฆะเพื่อสังคม

    เวทีถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาจากเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา เกิดการขยายเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา ได้รับเงินทุนสนับสนุนกองบุญสวัสดิการสังฆะเพื่อสังคม โดยประเด็นสำคัญ คือ เน้นการบวชแบบสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดหลักพระธรรมวินัย พัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ให้เป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม สนับสนุนกองทุน/บุญระดับจังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย พระสงฆ์นักพัฒนาจาก 9 ภาค หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยคาดหวังให้เกิดการขยายเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา พัฒนางานด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม ส่งเสริมการบวชแบบสร้างสุข

    พระครูสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร เจ้าอาวาสวัดห้วยยอด กล่าวว่า ที่วัดห้วยยอดเองก็ทำเรื่องการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อยู่แล้ว และการดูแลสุขภาพของญาติโยม จึงเล็งเห็นว่าโครงการงานบวชสร้างสุข จะส่งผลดีต่อคนในพื้นที่ จึงนำโครงการเหล่านี้เข้ามาพัฒนาต่อ เพื่อให้คนในชุมชนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งโครงการที่ได้ดำเนินการภายในวัดห้วยยอดมี โครงการบวชสร้างสุข สามเณรสร้างสุข ชุมชนกรุณา สังฆะศาลา และศูนย์พักฟื้นสงฆ์อาพาธ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี

    คุณชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือขายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า โครงการงานบวชสร้างสุข ส่งเสริมให้ชาวพุทธจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ลดการทะเลาะวิวาท โดยเริ่มจัดทำเป็นโมเดลทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2562 จนถึง 2564 มีการสำรวจข้อมูลตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2561 จากเฟส 1 เฟส 2 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีผู้ที่เข้าร่วมโครงการ 514 งาน จนเริ่มขยายโครงการ จาก 2564 ไปจนถึง 2568 เพื่อส่งต่อแนวคิด ให้ชาวพุทธได้จัดงานบวชแบบสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ลดการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ถูกต้องตามพระธรรมวินัย รวมถึงการขยายเครือข่ายให้มากขึ้น สร้างบุญ สร้างกุศลอย่างแท้จริง

    นางไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง กล่าวเสริมว่า หลังจากที่เรามีโครงการบวชสร้างสุขเข้ามา วัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ก็มองเห็นความสำคัญ เรามาเรียนรู้ การสร้างความดี หากอยู่ในผ้าเหลืองอาจสร้างความดีได้มากกว่าประชาชนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งวัดห้วยยอดเป็นพื้นที่ต้นแบบ 1 ใน 15 จังหวัด งานบวชสร้างสุข โดยท่านเจ้าอาวาส พระครูสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร ถือว่าเป็นพระรุ่นใหม่ ที่มีอุดมการณ์ และมีกิจกรรมมากมายที่ทำร่วมกับชุมชน ทั้ง สังฆะศาลา งานบวชสามเณรสร้างสุข ที่มีกลไกขับเคลื่อนที่ชัดเจน ซึ่งได้รับการสนับสนุนและยอมรับจากเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน จึงเป็นพื้นที่หนึ่งที่คิดว่า เป็นพระที่มีอุดมการณ์ เป็นพื้นที่ต้นแบบงานบวชสร้างสุข พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดตรัง


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : ธนิตา เขียวหอม / ธนบดี เจริญผล
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • ภาคประชาชนจังหวัดตรัง จัดเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม

    ภาคประชาชนจังหวัดตรัง จัดเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง เปิดเวทีเสวนา ค้าน พ.ร.บ.เปิดขายสุราเสรี 24 ชั่วโมง

    “ผลประโยชน์ได้ใคร นายทุนหรือประชาชน หวั่นกฎหมายไทยบทลงโทษบังคับใช้ไม่จริงจัง
    ในขณะที่ครอบครัวเหยื่อผู้สูญเสียจากสุรา ไม่เคยได้รับการเยียวยาและการดูแล

    ต้องทนทุกข์ระทม กับบาดแผลในใจจนถึงทุกวันนี้”

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ณ ณ โรงแรมวัฒนา พาร์ค ถนน ห้วยยอด 19 ตำบล นาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง โดย นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง ร่วมกับเครือข่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการจังหวัดตรัง ร่วมกิจกรรมเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน

    ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้และร่วมมือกันปกป้อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพื่อรับฟังข้อเสนอ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวนโยบายในการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่อง พรบ.ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ในกิจกรรมมีเวทีการเสวนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีเสวนาคือ นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดตรัง นายชัยยา วีระกุล สาธารณสุขอำเภอนาโยงจังหวัดตรัง นางสาวฤทัย ก้งเส้ง เจ้าหน้าที่ปภ.จังหวัดตรัง นางสาวอมรรัตน์ ขาวปาน บริษัทยอดข้าวสุราทิพย์ ตัวแทนผู้ประกอบการ และนายสหศวรรษ หนูแม่น บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยทางถนนจังหวัดตรัง

    โดยในเวทีสาธารณะ พูดถึงประเด็นที่สุราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น และประเด็นที่ทางรัฐบาลแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ความสำคัญกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรณีในการแก้ไขขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก และทางสาธารณสุขเสนอแนะในการปลดล็อคด้านสื่อโฆษณาแอลกอฮอล์เนื่องจากเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้เพิ่มมากขึ้น และประเด็นการควบคุมสถานที่ วัด , โรงเรียน ฯลฯ เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ , การเชื่อมโยงการทำงานกับทุกภาคส่วนในการร่วมกันลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ , สะท้อนให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น , การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรมีการกำหนดโทษมาตรการที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเข้มแข็ง, สะท้อนให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงผลเสีย/ผลกระทบจากการใช้แอลกอฮอล์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อทบทวนการดำเนินการดังกล่าว และช่วยทบทวนว่ากลุ่มใดที่ได้ผลประโยชน์ ตลอดจนเริ่มต้นจากการดูแลสื่อสารภายในสถาบันครอบครัว

    นายสหศวรรษ หนูแม่น บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยทางถนนจังหวัดตรั เปิดเผยว่าปัจจุบัน พบสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดตรังมีมากขึ้น โดยสาเหตุหลักอันดับแรก เกิดจากเมาแล้วขับถึง 85% อันดับที่ 2 ไม่สวมหมวกกันน็อคและอันดับที่ 3 ขับรถเร็ว ซึ่งพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำครอบครัว 60 % โดยเกิดเหตุกับผู้ที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มากที่สุด ทั้งนี้ หากพ.ร.บ.เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุดังกล่าว ทุกคนต้องรณรงค์ชี้ให้เห็นว่า “อันตรายเมาแล้วตาย” นำเสนอสถานการณ์จริงให้มวลชนได้รับรู้

    นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง แสดงความเห็นว่า เวทีเสวนาวันนี้ จากการที่เราพูดคุยกันนั้น ไม่ได้เห็นด้วยกับการเพิ่มเวลาขาย ซึ่งเวลาเดิมมันก็น่าจะพอสมควรอยู่แล้ว เนื่องจากพอจังหวัดที่เป็นต้นแบบที่มาเพิ่ม ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องจะรู้สึกว่าเกิดปัญหา ซึ่งพบว่ามีประเด็นปัญหาเนื่องจากคนเมาสุราเยอะ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนชาวจังหวัดตรัง จึงอยากให้ทางรัฐบาลทบทวน พ.ร.บ. ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเอาสุรา มาเป็นประเด็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงไหม ผลลัพธ์กับผลเสียที่มันได้ที่เกิดกับ ประชาชนจริง ๆ มันใช่หรือเปล่า หรือผลประโยชน์ที่มันเกิดที่เขาต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ มันอยู่กับผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ของที่เป็นสส.ที่เขาเป็นที่ปรึกษา เพราะฉะนั้นเราคิดว่านักการเมืองที่ประชาชนเลือกไป ถ้าคิดว่าประชาธิปไตยมันมีจริง ลองมาฟังเสียงข้างล่างดูบ้าง ว่าแต่ละพื้นที่เขารู้สึกอย่างไร ซึ่งเขาไม่มีโอกาสพูดแต่เขาเลือกคุณไปเป็นตัวแทน แต่ที่เลือกมาเป็นตัวแทนเพื่อที่จะให้นำเสนอสิ่งดี ๆ แต่มา ณ วันนี้เราจะเปลี่ยน พ.ร.บ.ใหม่ ซึ่งในฐานะที่เรามองภาพรวม ของระดับประเทศว่ามันเป็นปัญหา และมันสร้างรอยร้าวให้กับในใจ เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับนางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น ที่สูญเสียสามีไปกับเหตุการณ์ที่ คนเมาขับรถมาชนสามีของนางรัชฐิรัชฎ์จนเสียชีวิต แต่ยังโชคดีที่สามีของเขา ทำอาชีพราชการ แต่ในขณะที่อีก 4 ครอบครัว ไม่ได้รับความเยียวยา ไม่ได้รับความเป็นธรรม คนที่ชนคนตาย 5 ชีวิต รับโทษแค่ปีกว่าๆก็ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกแล้ว แต่คนที่สูญเสียครอบครัว เขาจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง นี่คือประเด็นที่อยากให้ทางรัฐบาลเอากลับไปแก้ไขทบทวน ว่าสิ่งที่คุณทำมันสุขและกระตุ้นจริงไหม แล้วกระตุ้นนั้นไปกระตุ้นกลุ่มไหน เราอยากให้มาช่วยในเรื่องของการช่วยเหลือสินค้าชุมชน เล่นเรื่องความสุขของประชาชน ที่จะสามารถช่วยเหลือชุมชนได้จริง ๆ ดีกว่าไหม นี่คือเสียงสะท้อนในเวทีการเสวนาในวันนี้ ซึ่งวันนี้พอมาได้ยินปริมาณการสูญเสียก็รู้สึกตกใจ ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ถือเป็นการจุดประกายที่จะเปล่งเสียงไปให้ทางผู้แทนหรือผู้บริหารประเทศหันกลับมามองประชาชน ขอฝากประเด็นนี้ ซึ่งคิดว่าถ้ามีการขยายเวลา จะทำให้เกิดปัญหาทั่วประเทศได้ ซึ่งตนเองในฐานะที่เป็นนักรณรงค์ไม่เห็นด้วย ขอให้รัฐบาลเอากลับไปทบทวนดูใหม่

    ในขณะที่ นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น อายุ 48 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.ตรังและยังเป็นครอบครัวเหยื่อ ที่ถูกคนเมาแล้วขับรถชนสามีของตนเองเสียชีวิต ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันนี้ได้เงินเดือนจากแฟน แค่สบายกายไม่ได้สบายใจ ในฐานะที่เป็นครอบครัวเหยื่อแล้วก็เป็นเคสที่โดนกระทบโดยตรงก็อยากจะฝากถึงในส่วนของ เราทั่วไปที่อยู่บนท้องถนน ถ้าให้พูดถึงว่าดื่มแล้วไม่ขับนั้นมันคงเป็นเพียงคำพูด แต่ถ้าคุณดื่มแล้วอยากให้คุณมีวุฒิภาวะ หรือจิตสำนึกที่จะ รับผิดชอบตัวเองรับผิดชอบสังคม อย่าคิดแต่ว่าเราจะกลับให้ถึงบ้านเพราะว่าเคส ของตนเองนั้น ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุเมาแล้ววัดแอลกอฮอล์ได้ประมาณ 170 คือขับไปและชนไม่ได้สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น และเกิดขึ้นแล้วซึ่งความรับผิดชอบของคน ก็ไม่มีเลยส่งผลให้ครอบครัว 5 ครอบครัว แต่ว่าอีก 5 ครอบครัวที่เหลืออยู่ก็ตายทั้งเป็น มันจะมีแผลมีผลกระทบในส่วนจิตใจและก็รายได้ ในส่วนเศรษฐกิจทุก ๆ อย่างมีผลกระทบต่อเนื่องหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราป้องกันได้คือดื่มไม่ขับจะดีที่สุด แต่ถ้าขับก็ต้องรู้ปริมาณในการที่จะประคองตัวเอง รับผิดชอบสังคมได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 ถ้าเข้าปีนี้ก็ระยะเวลามา 7 ปีแล้ว ผ่านมา 7 ปีแล้ว ในส่วนของความรับผิดชอบของผู้ที่กระทำคือรับโทษเฉพาะจ่ายค่าปรับ 3,400 บาท และจำคุก 4 ปีแต่จำคุกจริง ๆ ไม่ถึงก็ออกมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว และสังคมก็ลืมไปแล้ว แต่ครอบครัวที่โดนกระทำ เขายังต้องเผชิญอยู่กับความจริงการใช้ชีวิตการที่ต้องดิ้นรนและต้องต่อสู้ ในการที่จะมีชีวิตอยู่ ซึ่งตอนนี้ตัวเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา 7 ปีแล้ว ซึ่งตนเองมีลูกสาว 2 คนแล้ว เรียนจบมีงานทำกันหมดแล้ว ซึ่งครอบครัวเราก็ไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่สลึงเดียว ในส่วนของสภาพจิตใจตนเองไม่เคยลืมเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งปกติครอบครัวของเราจะประกอบไปด้วยพ่อแม่ลูก ซึ่งเมื่อลูกเติบโตแล้วก็ไปใช้ชีวิตของตนเอง เราเคยวางแผนไว้ว่าตนเองจะใช้ชีวิตอยู่กับสามีด้วยกันสองคน แต่ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแต่ก็ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน ทุกวันนี้ยังมีท้อแล้วก็คิดถึงสามีตนเอง อยู่ตลอด เหมือนคนที่กระทำจะไม่รู้หรอก แต่บาปตรงนี้จะต้องติดตัวเขาไปตลอดชีวิต และจากการที่มาเข้าร่วมการเสวนาในวันนี้ที่ทางรัฐบาลจะเปิดการขายสุราเสรี 24 ชั่วโมงนั้น เพื่ออ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ตนเองรู้สึกว่า แต่ในส่วนของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเขาไม่ได้มอง เพราะที่ผ่านมาถึงใช้พ.ร.บเดิมผลกระทบก็เยอะอยู่แล้ว แล้วการเยียวยาหรือว่าในส่วนของความรับผิดชอบก็ไม่ได้เต็มที่ ทุกคนก็ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเยียวยาจะต้องรับผิดชอบให้แต่ละครอบครัว ซึ่งเคส 5 ศพ ยังไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่ครอบครัวเดียวในขณะที่ทางรัฐบาลไม่ได้เข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ซึ่งทุกอย่างมันก็สิ้นสุดไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะออกพ.ร.บ.มาเพิ่มหรือว่าเหมือนเดิมยังไง แต่ถ้ากฎหมายมีการเข้มงวดและใช้แบบจริงจัง คือ ปรับๆจริงจำคุกๆจริง โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ควรที่จะลดโทษให้คุณได้กึ่งนึง แม้คุณจะรับสารภาพผิดก็ตาม เพราะความผิดของคุณคุณตั้งใจที่จะกระทำ อยากให้บังคับกฎหมายให้เข้ม แบบที่จับจริง ๆ และปรับจริง ๆ ไม่มีการลดโทษ

    ซึ่งเวทีสาธารณะครั้งนี้ จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยนำความคิดเห็น ข้อสรุปในเวทีเสวนา นำไปยื่นให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต จังหวัดตรังที่มี 3 ท่าน สำหรับการพิจารณา และเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความหวัง ความห่วงใยของพี่น้อง ประชาชน ในประเด็น พ.ร.บ.เปิดขายสุราเสรี 24 ชั่วโมง

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : NBT CONNEXT / ข่าวเด่นประเด็นดัง baan baan TV 73
    ภาพ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

  • งดเหล้ายะลา จับมือ สสจ.ยะลา และภาคีขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ร่วมจัดกิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้าร่วมโครงการรอมฏอน ปลอดบุหรี่ ประจำปี 2567

    งดเหล้ายะลา จับมือ สสจ.ยะลา และภาคีขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ร่วมจัดกิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้าร่วมโครงการรอมฏอน ปลอดบุหรี่ ประจำปี 2567

    กิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่ 2567
    (ปฏิบัติการชุมชนคนสู้บุหรี่ภายใต้กิจกรรม ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ชง)

    โดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา ร่วมกับ สาธารณะสุขจังหวัดยะลา และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะในพื้นที่ ได้แก่ สาธารณะสุขอำเภอรามัน โรงพยาบาลรามัน แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลศูนย์ยะลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ ฝ่ายปกครอง ตำบลเกะรอ ร้อยทพ.ที่ 4116 กู้ชีพอิควะห์รามัน ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ทีมอสม.ตำบลเกะรอ และชาวบ้านในพื้นที่ จัดกิจกรรมเวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่ 2567 (ปฏิบัติการชุมชนคนสู้บุหรี่ภายใต้กิจกรรม ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ชง) ณ มัสยิดอัดดีนูลอิสลาม หมู่ที่ 3 บ้านตาเนาะปูโย๊ะ ตำบลเกะรอ อำเเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา

    นายปริญญา มะรียา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ และขั้นตอนของการดำเนินการมัสยิดปลอดบุหรี่ ปลอดปัจจัยเสี่ยง โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ อนันตะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิญานตน ตามโครงการลด ละ เลิกบุหรี่ รอมฎอนปลอดบุหรี่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 52 ราย

    โดยมีวัตถุประสงค์ คือการบวชใจ (มัดใจ) ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเริ่มที่เดือนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะเดินไปด้วยกันในการหยุดสูบบุหรี่ตั้งแต่เดือนรอมฎอน และตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้ตระหนักในเรื่องของสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวเพราะคนที่สูบบุหรี่ไม่ได้มีอันตรายเฉพาะตัวเองแต่คนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวมีความเสี่ยงอย่างมาก

    พิธีปฏิญาณตนของเข้ารวมปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่โดยท่านบาบอ อับโดเลาะ แวดอเลาะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้นำกล่าวคำปฏิญาณตนและดุอาขอพรให้แก่ผู้บวชใจลด ละ เลิกบุหรี่

    ภายในกิจกรรม มีกระบวนการชวนคิด ชวนคุย โดยมีวงเสวนา พูดคุย ให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ เรื่อง แรงบันดาลใจของการเลิกบุหรี่ และบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป โดย นายจักรกฤษณ์ เรือนทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นผู้ดำเนินรายการ และผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่

    1.ท่านบาบอ อับโดเลาะ แวดอเลาะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา
    2.นางเซาเดาะ มะแดเฮาะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการรับผิดชอบงานปัจจัยเสี่ยงโรงพยาบาลรามัน
    3.อาจารย์เพาซี บาเกาะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านยาสูบสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา
    4.นายมูฮัมหมัดซอฟี ซาจิ เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยโรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมให้ความรู้และให้กำลังใจเกี่ยวกับการลดละเลิกบุหรี่และการปฏิบัติตนในช่วงเดือนรอมฎอนมีความเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับอาการอยากบุหรี่ โดย นายมูฮัมหมัดซอฟี ซาจิ เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมให้ความรู้ด้านการกดจุดเพื่อลดความอยากบุหรี่และการนวดคลายเส้นเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายเมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ โดย นักกายภาพบำบัดแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการนวดกดจุดเพื่อลดความอยากของการสูบบุหรี่ โดยทีมงานแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลศูนย์ยะลา


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ปริญญา มะรียา