Author: SDN Thailand

  • เยาวชนเข้มแข็ง ชุมชนน่าอยู่  สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.กระนวน

    เยาวชนเข้มแข็ง ชุมชนน่าอยู่ สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.กระนวน

    เย็นวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 นายชัชวาล โนนใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองกระนวน นำทีมคณะผู้บริหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

    พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และแกนนำเยาวชน อำเภอบูรณาการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ (YSDN) ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน 6 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองกระนวนที่พร้อมใจกัน ร่วมแรงร่วมใจในการจัดเตรียมขบวนแห่บุญบั้งไฟ งานประจำปีของชาวอำเภอกระนวน และฝึกซ้อมการฟ้อนรำเซิ้งบั้งไฟ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชาวอีสานในประเพณีบุญเดือน 6 หลังจากที่ว่างเว้นจากช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในหลายปีที่ผ่านมา

    โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 28-29 พฤษภาคม 2565 ที่จะถึงนี้ โดยจัดให้มีการประกวดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ รอบเขตเทศบาลเมืองกระนวนและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้านนายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ในนามตัวแทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การจัดงานบุญเดือนหกหรือบุญบั้งไฟ ของอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ในปี 2565 นี้ สคล. และ สสส. ได้รับโอกาสจากคณะผู้บริหารทางเทศบาลรวมไปถึงท่านนายอำเภอ และที่สำคัญได้รับความเมตตาจากพี่น้องประชาชน 6 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองกระนวน มีมติในเวทีประชาคมในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ให้เข้ามามีส่วนร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ และเริ่มขับเคลื่อนการจัดงานเพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมการบริโภคการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญบั้งไฟ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รักษาไว้ซึ่งความงามของวัฒนธรรมอีสาน เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน ตลอดจนเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในการจัดงานและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยได้ให้การสนับสนุนชุมชนในการจัดเตรียมขบวนรณรงค์เสริมสร้างสุขภาพ

    จัดให้มีการประกวด และกิจกรรมรณรงค์ “บุญบั้งไฟวิถีใหม่ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” ภายในงาน ตลอดจนกิจกรรมการเก็บข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจของการจัดงานเพื่อพัฒนาแนวทางในการจัดงานในปีต่อไป ซึ่งตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาประชาชนในชุมชนรวมไปถึงเด็กและเยาวชนในชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมขบวนแห่แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นที่จะมาเที่ยวชมงานในวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ และในขณะเดียวกันภายในจังหวัดขอนแก่น ทาง สคล. ยังเตรียมความพร้อมในการเข้าไปมีส่วนร่วมรณรงค์ จัดกิจกรรมภายในงาน เพื่อขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆต่อไป

    ภาพ/ข่าว : แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนภาคอีสานตอนบน

  • อุดรธานีจัดเวทีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    อุดรธานีจัดเวทีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี จัดเวทีบันทึกข้อตกลงในพื้นที่ 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ ซึ่งได้แก่ อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี อำเภอหนองวัวซอ อำเภอสร้างคอม อำเภอกู่แก้ว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 6 แห่ง

    ได้ตกลงจัดทำบันทึกความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี มีนายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร้วมกับหน่วยงานต่างๆ

    โดยการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ใน 5 อำเภอนี้ ก็ได้มีการขับเคลื่อนเช่นเดียวกันกับอำเภอนำร่อง 5 อำเภอในปี 2563 ได้แก่ งานสงกรานต์ งานกาชาด งานลอยกระทง งานบุญบั้งไฟ งานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และงานประจำปีต่างๆ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑

    รวมไปถึงการจัดงานเลี้ยงหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ งานเกษียณอายุราชการ งานเลี้ยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน งานเลี้ยง อสม.

    นายภาคภูมิ ปุผมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า

    ในปีนี้ จะมีการขับเคลื่อนต่อ รวมกันเป็น 10 อำเภอเข้มข้น และจะมีการติดตามในระดับอำเภอต่อ เพื่อเก็บข้อมูลการดำเนินงาน และโอกาสต่อไปก็อยากทำให้ครบทั้งจังหวัด เพราะเชื่อว่า การผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่ดี นอกจากหน่วยงานจะได้ประสานความร่วมมือกันแล้ว ชุมชนยังได้เคลื่อนงานอีกด้วย

  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตราด ร่วมประชุมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดตราด ครั้งที่ 1/2565

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตราด ร่วมประชุมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดตราด ครั้งที่ 1/2565

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2565เวลา 13:30 น. สจ.เจมส์ จีรวัฒน์ แสงจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตราด ร่วมประชุมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดตราด ครั้งที่ 1/2565

    โดยมี นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งมอบป้าย ชุมชน ตำบล ปลอดบุหรี่ สุรา ตามกฎหมาย จำนวน 5 แห่ง 1.อบต.ท่าโสม 2.อบต.ช้างทูน 3.อบต.เกาะกูด 4.ชุมชนตำบลท่าพริก 5.หมู่บ้านหินดาษ

    มีวาระเพื่อพิจารณา 4 ข้อ

    1.จัดตั้งหน่วยปฎิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ

    2.งานทำบุญประเพณี เทศกาลปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    3.กิจกรรมเทศกาลเข้าพรรษา

    4.แนวทางการแก้ไขพื้นที่เสี่ยงสูง

    ณ ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด#โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล)#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดตราด

  • สวนสาธารณะปลอดสุรา และยาสูบ ตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

    สวนสาธารณะปลอดสุรา และยาสูบ ตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

    เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 บริเวณลานพ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน และประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา ได้มอบป้ายสวนสาธารณะปลอดสุราและยาสูบ ให้กับเทศบาลเมืองพะเยา

    โดยมี นางอัญชลี อุ่นเรือง รองนายกเทศบาลเมืองพะเยา และ ดร.อรีพร โกมลธง ผอ.กองสวัสดีการสังคม เป็นประธานรับมอบป้ายสวนสาธารณะปลอดสุรา และยาสูบ อีกทั้งมีเจ้าหน้าเทศกิจได้ออกตรวจ เตือน และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยให้จัดสถานที่ราชการและสวนสาธารณะที่อยู่ในกำกับดูแล เป็นสถานที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย

  • ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด”

    ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด”

    ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด” เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กเยาวชน เป็นตัวอย่างของงานบุญปลอดเหล้าระดับประเทศที่ทำได้สำเร็จ โดยความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานต่างๆ

    งานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านปลอดเหล้าปลอดภัยปลอดการพนัน ของเทศบาลตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2565 โดยมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์ขอนแก่นเทศบาลตำบลกุดหว้า และชุมชนผู้ไทชาวกุดหว้า  โดยไฮไลท์ของงานในปีนี้ภายใต้มาตรการควบคุมดูแลโควิด นอกจากการจุดบั้งไฟตะไล 10 ล้านแล้ว ยังมีเอกลักษณ์ของขบวนแห่ที่มีการรณรงค์สื่อสารประชาสัมพันธ์ค่านิยมปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนันโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอกุฉินารายณ์ พี่น้องสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 10,000 คน จากการสำรวจแบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงาน

    พบว่า ผู้มาร่วมงานร้อยละ 95.59 เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟแบบปลอดเหล้า ปลอดภัย และปลอดการพนัน ที่บ้านกุดหว้าทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 93.40 เห็นว่างานแบบปลอดเหล้าทำให้คนกุดหว้าสามารถรักษาประเพณีบุญบั้งไฟที่ดีงานไว้ได้ ซึ่งสอดคล้องกับผู้มาร่วมงานร้อยละ 96.52 ที่เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟแบบปลอดเหล้า ปลอดภัยและปลอดการพนันนี้ช่วยส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ร่วมงานร้อยละ 96.75 เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟปลอดเหล้าช่วยลดโอกาสที่ลูกหลานจะหัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงาน ร้อยละ 95.36 ยังเห็นว่าการจัดงานแบบปลอดเหล้าช่วยลดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 95.59 รู้สึกภาคภูมิใจที่งานบุญบั้งไฟตะไลล้านของชาวกุดหว้าเป็นต้นแบบการรณรงค์ปลอดเหล้า ปลอดภัยและปลอดการพนัน 

    ขณะที่คณะทำงานเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยเสี่ยงในงานบุญประเพณี สุ่มสำรวจพบว่ามีการดื่มในพื้นที่ร้อยละ 1 ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นที่ไม่ทราบธรรมเนียมปฏิบัติของคนพื้นที่ และบางส่วนเป็นกลุ่มเยาวชนนักดื่มขาโจ๋ในพื้นที่ ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมในอนาคต โดย สสส. และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจะร่วมกันกับเจ้าภาพในพื้นที่ หาวิธีปรับเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมในระยะยาว ด้วยการขยายไปยังงานบุญ อื่นๆ ทั้งงานเข้าพรรษา งานบุญงานศพ รวมทั้งเปิดพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชน และต่อยอดไปสู่งานท่องเที่ยวชุมชนปลอดภัย เพื่อสร้างจุดขายกระตุ้น ให้เกิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิธีวัฒนธรรมผู้ไทยในระยะยาว