Author: SDN Thailand

  • อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดค่ายอบรมอนุชนฯ จัดหลักสูตรนำร่องอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชน

    อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดค่ายอบรมอนุชนฯ จัดหลักสูตรนำร่องอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชน

    เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำโดยนายรอน ใจกันทาง จัดค่ายอบรมอนุชนฯ จัดหลักสูตรนำร่องอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชน

    โดยทีมวิทยากรศูนย์การเรียนรู้กีฬา นันทนาการและวิทยาศาสตร์การกีฬาอำเภอปายแม่ฮ่องสอน   เพื่อให้ผู้ฝึกสอนพัฒนานักกีฬาฟุตซอลเยาวชนให้มีความรู้ด้านทักษะกีฬาที่ถูกต้อง ส่งเสริมการมีทักษะชีวิตและมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งเครื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสิ่งเสพติด ซึ่งอยู่ภายใต้กิจกรรมการแข่งขัน

    นายรอน ใจกันทา ประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า

    วันนี้ว่าด้วยเรื่องทักษะ ว่าด้วยเรื่องกีฬา ว่าด้วยเรื่องทีม ว่าด้วยเรื่องการจัดการทีม การโค้ช และแทคติกการเล่น กีฬาเป็นได้หลายเรื่อง ตั้งแต่ความสนุก การสร้างสุขภาพ อาชีพ การสร้างชาติ และมองว่ากีฬาเป็นมากกว่านั้นเพราะกีฬาเป็นได้ทั้งยารักษาโรคและเครื่องมือรักษาคน ขอขอบคุณทีมงานพ่อหลวงอาร์ท ช่างวี น้องนก ในการนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ต้อมกีฬาปาย อาจารย์ต้อมศูนย์พัฒนากีฬา พ่อหลวงโจ้ บ้านใหม่ฯ…ค่ายเรายังไม่จบพบกันอีกครั้ง30เมษาและ1พฤษภา ณ สนามกีฬาแม่นาเติงสปอร์ตซิติ้

  • ชื่นชม 26 นักรณรงค์รางวัลสัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5 ภาคเหนือตอนล่าง

    ชื่นชม 26 นักรณรงค์รางวัลสัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5 ภาคเหนือตอนล่าง

    วันที่ 25 เมษายน 2565 เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 ที่่ผ่านมา นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดเวทีสานพลังเครือข่ายฯ และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ สัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุมอุทัยธานี ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

    โดยศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง (สคล นล.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง

    นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า

    การจัดเวที สัปปายะ อวอร์ด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มีเป้าหมายในการเชิดชูเกียรติองค์กรและเครือข่ายที่สนับสนุนการดำเนินงาน ลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ชัยนาท ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร อุทัยธานี ซึ่งรางวัลมีทั้งหมด 10 สาขา ได้แก่

    1. นายอำเภอนักรณรงค์

    2. นายอำเภอนักรณรงค์ยอดเยี่ยม

    3. ชุมชนแหล่งเรียนรู้สู้เหล้ายอดเยี่ยม

    4. ชมรมคนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม

    5. เจ้าภาพผู้สนับสนุนเทศกาล งานบุญประเพณีปลอดเหล้ายอดเยี่ยม

    6. เครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN

    7. เครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสร้างภูมิคุ้มกันปลอดเหล้าปลอดภัยยอดเยี่ยม

    8. เครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฏหมาย

    9. กลุ่มแกนนำเยาวชน SDN ยอดเยี่ยม

    10. ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ายอดเยี่ยม โดยในปีนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 26 รางวัล เป็นที่น่ายกย่อง เชิดชู เกียรติ มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์จากการดำเนินงานในพื้นที่ ได้แก่

    1) นายจิรชาติ นาคสวัสดิ์ นายอำเภอสวรรคโลก ประเภทรางวัลนายอำเภอนักรณรงค์

    2) นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ ประเภทรางวัลนายอำเภอนักรณรงค์

    3) นายสุรพล ระลอก นายอำเภอบึงสามัคคี ประเภทรางวัลนายอำเภอนักรณรงค์

    4) นายบุญเหลือ บารมี ปลัดจังหวัดพิษณุโลก ประเภทรางวัลนายอำเภอนักรณรงค์

    5) นายประเดิม เดชายนต์บัญชา นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ประเภทรางวัลนายอำเภอณรงค์ ยอดเยี่ยม

    6) นางสายปิ่น แก้วเกตุ ชุมชนบ้านริมธารา หมู่ 2 อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ประเภทรางวัลชุมชนแหล่งเรียนรู้สู้เหล้า ยอดเยี่ยม

    7) นายมเนศ จันดา ชุมชนบ้านไร่ หมู่ 1 อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเภทรางวัลชุมชนแหล่งเรียนรู้สู้เหล้า ยอดเยี่ยม 8)นายวันชัย ถึงทุ่ง ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลบ้านป้อม ประเภทรางวัลชมรมคนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม

    9) นายบรรณกร เสือสิงห์ ชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอเขาค้อ ประเภทรางวัลชมรมคนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม

    10) นายประเชิญ สายทอง ชมรมคนหัวใจเพชรจังหวัดตาก ประเภทรางวัลชมรมขนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม

    11) นายวิชัย ทองหลัง ชมรมคนหัวใจเพชรจังหวัดพิษณุโลก ประเภทชมรมขนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม

    12) เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ประเภทรางวัลเจ้าภาพผู้สนับสนุนเทศกาลงานบุญประเพณีปลอดเหล้ายอดเยี่ยม

    13) นางภัทริยา ตาคำ ครู กศน. ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN ยอดเยี่ยม

    14) นางสาวประกาย บัลลัง ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN ยอดเยี่ยม

    15) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN ยอดเยี่ยม

    16) นางจุฑาวัลย์ บัวกลิ่น สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดตาก ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN ยอดเยี่ยม

    17) นักงานสาธารณสุขอำเภอบึงสามัคคี ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN ยอดเยี่ยม

    18) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดท่าโรง ประเภทรางวัลเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสร้างภูมิคุ้มกันต่อเหล้าปลอดภัยยอดเยี่ยม 19) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองกล้วย รางวัลเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสร้างภูมิคุ้มกันปลอดเหล้าปลอดภัยยอดเยี่ยม

    20) นายรัชกร คำถาเครือ สาธารณสุขอำเภอสวรรคโลก ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย 21) นายอรรถกร แก้วไพรศาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอหล่มสัก รางวัลเครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

    22) นายมนัส ตณะชุมภู สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองตาก เทศน์รางวัลเครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

    23) นายเสถียร ทองโต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ประเภทรางวัลเครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

    24) อาจารย์พิเชษฐ์ เกตุแก้ว โรงเรียนวังโป่งศึกษา ไข่ดาวกระจายไร้ควัน ประเทศกลางวันกลุ่มแกนนำเยาวชน SDN ยอดเยี่ยม

    25) นางสาวรัชนีกร สอนวงษ์ เครือข่ายเยาวชน SDN ตาก

    26) ผศ.ดร.พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดคลองกระจง ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ประเภทรางวัลผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ายอดเยี่ยม

  • สรุปบทเรียนแกนนำเยาวชนสร้างสุข SDN ขอนแก่น

    สรุปบทเรียนแกนนำเยาวชนสร้างสุข SDN ขอนแก่น

    24 เมษายน 2565 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่นร่วมกับเครือข่ายเยาวชน Y-SDN จังหวัดขอนแก่น จัดเวทีสรุปบทเรียนแกนนำเยาวชนสร้างสุข ณ ชุดาปาร์ครีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ หัวหน้าโครงการประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่นและผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานในการประชุมสรุปบทเรียนแกนนำเยาวชนสร้างสุข โดยมีเครือข่ายเยาวชนที่ร่วมดำเนินกิจกรรมในปี 2564 เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานและสรุปบทเรียน

    1. กลุ่มสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่นนำเสนอการดำเนินกิจกรรมในภาพรวมปีที่ผ่านมาและการจัดค่ายพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนในศตวรรษที่ 21

    2. กลุ่ม Y-SDN อำเภอกระนวนจังหวัดขอนแก่นนำเสนอภาพรวมการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการอำเภอบูรณาการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    3. กลุ่มแกนนำนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตอีสาน จังหวัดขอนแก่น นำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความเป็นครู “ครูดูไม่มีอบายมุข”

    4. กลุ่มเยาวชนเทศบาลนครขอนแก่น นำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมสงกรานต์บ้านฉันวัฒนธรรมสร้างสุข

    5. กลุ่มเยาวชนอำเภอภูเวียง นำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมอาสาช่วยภัยโควิดและกิจกรรมสงกรานต์บ้านฉัน วัฒนธรรมสร้างสุข โดยมีการนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรม ความสำเร็จจากการดำเนินกิจกรรม ความภาคภูมิใจในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และแนวทางการดำเนินงานในปีต่อไป

    ทั้งนี้มีแกนนำเยาวชนและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการเข้าร่วมประชุมกว่า 30 คน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19

  • จัดทำแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับจังหวัด โดยมีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมกว่า ๔๐ คน จาก ๒๕ ชุมชนเข้าร่วมเวทีและจัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชน

    จัดทำแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับจังหวัด โดยมีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมกว่า ๔๐ คน จาก ๒๕ ชุมชนเข้าร่วมเวทีและจัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชน

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขาพ(สสส.) โดยแผนงานเสริมพลังเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัยระดับจังหวัด ได้จัดประชุมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดพัทลุง

    เพื่อเตรียมฟื้นฟูและจัดทำแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับจังหวัด สู่การท่องเที่ยวปลอดภัยวิถีใหม่ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและปรึกษาหารือ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดพัทลุง และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

    ทางแผนงานเสริมพลังเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัยระดับจังหวัดได้มอบหมายให้ นายเกียรติคุณ รอดตัว ตำแหน่งผู้ประสานงานภาค เป็นผู้ดำเนินการในการจัดประชุมและจัดทำแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับจังหวัด โดยมีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมกว่า ๔๐ คน จาก ๒๕ ชุมชนเข้าร่วมเวทีและจัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน

  • เครือข่ายงดเหล้า 15 จังหวัด ประกาศเจตนารมณ์ภูสักธาร วางทิศทาง 10 ปี เน้น “พื้นที่ คน ข้อมูล และสื่อสาร” ปรับตัวและยืดหยุ่นในท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังพลิกผัน

    เครือข่ายงดเหล้า 15 จังหวัด ประกาศเจตนารมณ์ภูสักธาร วางทิศทาง 10 ปี เน้น “พื้นที่ คน ข้อมูล และสื่อสาร” ปรับตัวและยืดหยุ่นในท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังพลิกผัน

    23-25 พค.2565 เครือข่ายงดเหล้าได้จัด workshop ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาคมงดเหล้าจังหวัด ทิศทาง10ปี (2565- 2574) โดยมี 15 จังหวัดรุ่นที่ 1 เข้าร่วม ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย มหาสารคาม อำนาจเจริญ สิงห์บุรี จันทบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช ตรัง และปัตตานี สถานที่โรงแรมภูสักธาร นครนายก

    การจัด work shop ครั้งนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์โลกที่กำลังพลิกผันมีการเปลี่ยนแปลงในบริบทสังคม วัฒนธรรม การเมือง เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สงคราม ระบบการเงินโลก ความเหลื่อมล้ำ และความแตกต่างระหว่าง generation กระทบมาสู่ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่มีความซับซ้อนซ้อนทับกัน เช่น การแพร่ระบาดโควิดที่สงผลกระทบไปทุกมิติในเวลานี้ หรือ การเรียกร้องนโยบายกระท่อม กัญชา สุราเสรี ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นทั้งภัยคุกคามและเป็นโอกาสที่จะปรับตัว โดยตลอด 3 วันนี้ ประชาคมงดเหล้าจังหวัด จะได้ทบทวน mind set และบทบาทหน้าที่ในฐานะการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมหนึ่ง ที่เป็นกลไกฟันเฟืองปะทะสังสรรค์กับกลไกภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งในภาคประชาชนที่มีความเห็นและจุดเน้นที่แตกต่าง รวมทั้งจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกำหนดทิศทางอนาคตร่วมกัน

    “ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ประชาคมงดเหล้าจังหวัด ได้ริเริ่มบุกเบิก สร้างความร่วมมือ สนับสนุนนโยบายด้านควบคุมแอลกอฮอล์ จนสามารถปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เช่น งานประเพณีเทศกาล การท่องเที่ยว ชุมชนคนสู้เหล้า พื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์เด็กเยาวชน รวมทั้งการประสานเชื่อมโยงเครือข่ายภาคีความร่วมมืออย่างกว้างขวาง หลายจังหวัดมีนโยบายสาธารณะในการควบคุมแอลกอฮอล์ระดับพื้นที่ ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้ เป็นต้นทุนที่จะมองไปยังอนาคตข้างหน้าในสถานการณ์บริบทที่แตกต่างไป รวมทั้ง เกิดแกนนำคนรุ่นใหม่ที่มาเป็นทีมงานในจังหวัดที่กำลังเติบโตและเข้ามาร่วมรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่มากขึ้น”

     ซึ่งจากต้นทุนดังกล่าว ได้มีการวางทิศทางในอนาคตว่า 10 ปีจากนี้ ในภาพความสำเร็จ คือ ความสำเร็จของพื้นที่แบบบูรณาการ ได้แก่ ต้นน้ำ คือ สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเยาวชน กลางน้ำ คือ การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี และปลายน้ำ คือ กระบวนการชวนช่วยเชียร์ และการพัฒนาไปสู่การพึ่งตนเอง ซึ่งคำว่าพื้นที่ หมายถึง กลุ่ม หมู่บ้าน ตำบล ฯลฯ โดยมีพื้นที่อำเภอเป็นพื้นที่วัดผลการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาวะการลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพสังคมในบริบทที่พลิกผันที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด

    นอกจากนั้น ยังได้มีข้อสรุปในด้านความเข้มแข็งของประชาคมงดเหล้าจังหวัด ในบทบาทที่ “ไม่มีเราไม่ได้” อย่างน้อย 6 ด้าน ได้แก่

    • ประสาน ผลักดัน ขับเคลื่อนนโยบาย มาตรการในระดับต่างๆ
    • หนุนเสริม เติมเต็ม ขยายวง ขยายเครือข่าย
    • พัฒนาต้นแบบ ตัวอย่าง บทเรียน
    • กระตุ้น ขับเคลื่อน ให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย และ การบังคับใช้กฎหมาย
    • ทำข้อมูล ใช้ข้อมูล และสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนสังคม
    • ส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างภูมิคุ้มกัน ให้โอกาสเด็กเยาวชน

    ที่ประชุมได้แสดงถึงพลังของประชาคมงดเหล้าจังหวัด คือ พลังของความร่วมมือ ประสาน เชื่อมโยง และกระตุ้น หนุนเสริม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดในสังคมไทย เป็นช่องว่างของการแก้ปัญหาที่ยากๆ ซึ่งประชาคมงดเหล้าจังหวัดได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว โดยในการจัดครั้งนี้มีการเล่นเกมส์เป็ดเจ้าปัญหา สะท้อนว่า บทบาทของประชาคมงดเหล้าจังหวัด คือ การมองเห็นช่องว่างก่อนที่จะเกิดปัญหา แล้วสามารถไปอุดช่องว่างนั้นได้ทันท่วงทีหรือไม่ หรือ การเล่นกิจกรรมบทบาทสมมุติความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ซึ่งประชาคมงดเหล้าจังหวัด เป็นผู้ที่สร้างพื้นที่อำนาจร่วม สลายอำนาจเหนือ เอ็มพาวเวอร์คนเล็กคนน้อย ทำให้เกิดความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน เป็นคุณสมบัติหรือดีเอ็นเอของคนในภาคประชาสังคม และเกมส์โยนลูกบอล สะท้อนว่า ไม่ว่าจะมีอะไรเข้ามากระทบ การตั้งหลัก การมีต้นทุน การรู้เท่าทัน เราพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์ได้

    ส่วนในด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามจังหวัด ได้แบ่งกลุ่ม 5 กลุ่มๆ ละ 3 จังหวัด แชร์ประสบการณ์และทิศทางไปข้างหน้า เช่น จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เรียนรู้จากจังหวัดตาก เรื่องบทบาทประชาคมที่สวมหมวกการเป็นหอการค้าจังหวัดมาร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดระนอง ได้เรียนรู้จังหวัดกำแพงเพชรเรื่องการให้โอกาสน้องนักศึกษามาฝึกงานในสำนักงานและต่อยอดพัฒนาน้องได้มาร่วมงานได้ จังหวัดจันทบุรี ได้เรียนรู้รูปแบบการประสานสร้างเครือข่ายครอบคลุมจากปัตตานีและมหาสารคาม หรือการได้แลกเปลี่ยนวิธีการสร้างคนแถวสองทั้งเยาวชนแถวสอง แกนนำชุมชนแถวสอง เป็นต้น

    เจตนารมณ์ในรุ่นที่ 1 นี้ นอกจากทุกจังหวัดจะได้ทิศทางของเครือข่ายงดหล้าแล้ว ยังได้ตกลงใน 3 ปีจากนี้เราจะกลับมาแลกเปลี่ยนยกระดับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ในสถานการณ์ที่พลิกผันนี้ และในระหว่างทางนี้ จะเกิดการสนับสนุนหนุนเสริมให้พี่ๆ น้องๆ ประชาคมงดเหล้า ได้มีพลังให้บรรลุความตั้งใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเอื้ออำนวยได้ และเร็วๆ นี้ จะมีการจัดกระบวนการในรุ่นต่อไป  

  • “พิษณุโลก คว้า 3 รางวัล สัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5”

    “พิษณุโลก คว้า 3 รางวัล สัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5”

    วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดเวทีสานพลังเครือข่ายฯ และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ สัปปายะ อวอร์ด ครั้งที่ 5 โดยศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่างและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง ฯลฯ ณ ห้องประชุมอุทัยธานี โรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

    นายประดับ สุริยะ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับ นายวราวุฒิ สายเปลี่ยน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า “ปีนี้เครือข่ายองค์กรงดเหล้า – บุหรี่ (สคล.พล.) ได้เสนอรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการคัดเลือกตามเกณฑ์รางวัล สัปปายะ อวอร์ด 3 รางวัล ผลปรากฎว่าผ่านการคัดเลือกรับรางวัลทั้ง 3 รางวัล คือ

    1. รางวัลนายอำเภอนักรณรงค์ ได้แก่ นายบุญเหลือ บารมี ปลัดจังหวัดพิษณุโลก (ผลงานจากการรณรงค์ขณะเป็นนายอำเภอวังทอง)
    2. รางวัลเครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ นายเสถียร ทองโต นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ (ผู้รับผิดชอบงานสุรา-ยาสูบ)
    3. รางวัลชมรมคนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม ได้แก่ นายวิชัย ทองหลัง  ประธานชมรมคนหัวใจเพชรพิษณุโลก (เป็นตัวแทนรับรางวัลของชมรม)

    ซึ่งทั้ง 3 รางวัล เกิดจากการทำงานบูรณาการร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า – บุหรี่ จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงที่ผ่านมาอย่างเข้มแข็งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เหมาะสมที่จะได้รับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้”

    นายสอน ขำปอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า “การจัดเวที สัปปายะ อวอร์ด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มีเป้าหมายในการเชิดชูเกียรติองค์กรและเครือข่ายที่สนับสนุนการดำเนินงาน ลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ชัยนาท ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร อุทัยธานี  ซึ่งรางวัลมีทั้งหมด 10 สาขา  ได้แก่

    1. นายอำเภอนักรณรงค์        
    2. นายอำเภอนักรณรงค์ยอดเยี่ยม        
    3. ชุมชนแหล่งเรียนรู้สู้เหล้ายอดเยี่ยม
    4. ชมรมคนหัวใจเพชรยอดเยี่ยม
    5. เจ้าภาพผู้สนับสนุนเทศกาล งานบุญประเพณีปลอดเหล้ายอดเยี่ยม                          
    6. เครือข่ายผู้สนับสนุนงาน SDN
    7. เครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสร้างภูมิคุ้มกันปลอดเหล้าปลอดภัยยอดเยี่ยม
    8. เครือข่ายผู้ร่วมเฝ้าระวังและสนับสนุนการบังคับใช้กฏหมาย
    9. กลุ่มแกนนำเยาวชน SDN ยอดเยี่ยม
    10. ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ายอดเยี่ยม

    โดยในปีนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 26 รางวัล  เป็นที่น่ายกย่อง เชิดชู เกียรติ มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์จากการดำเนินงานในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

    ภาพ/ข่าว สคล. พล.สร้างสุข