Category: Event

จัดกิจกรรมรณรงค์

  • สังฆะเพื่อสังคม ห่วงวิกฤต “ทุกข์ซ้ำซ้อน” ชวนชาวไทยสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี รับปี 2569

    สังฆะเพื่อสังคม ห่วงวิกฤต “ทุกข์ซ้ำซ้อน” ชวนชาวไทยสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี รับปี 2569

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมทั่วประเทศ ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง ชี้วิกฤต “ภัยสงครามชายแดน” ที่ทับซ้อนกับ “นโยบายขยายเวลาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ของรัฐบาล อาจสร้างทุกข์ซ้ำซ้อนให้คนไทยในช่วงส่งท้ายปีเก่า รณรงค์เปิดวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และส่งพลังจิตภาวนาหนุนช่วยผู้ประสบภัยชายแดน

    เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ วัดพัฒนาธรรมราม จังหวัดลพบุรี มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคมได้จัดการประชุมเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “วัดสุขภาวะ” โดยได้รับเมตตาจาก พระวัชรสิงหบุราจารย์ (คว้าง กลฺยาณรโต) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ และรักษาการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนคณะสงฆ์นักพัฒนาจากพื้นที่วิกฤตทั่วประเทศร่วมแถลงการณ์

    ที่ประชุมได้หยิบยกสถานการณ์สะเทือนใจคนไทย คือ การสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งนำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งทั่วแผ่นดิน ในขณะที่สถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะในเขตอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และบุรีรัมย์ กำลังเผชิญกับการสู้รบหนักจนประชาชนต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐาน

    พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ประธานมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ได้กล่าวแสดงความห่วงใยว่า “ในช่วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยกำลังอยู่ในความโศกเศร้า และพี่น้องตามแนวชายแดนต้องเผชิญกับภัยสงคราม อาตมามองว่าเรากำลังตกอยู่ในสภาวะ ‘ทุกข์ซ้ำซ้อน’ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด เราไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงใดๆ ด้วยอบายมุข แต่ควรใช้สติและความเมตตาเป็นเครื่องคุ้มครองใจ เพื่อประคับประคองสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความสงบสุข”

    ด้าน พระครูกิตติปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัดหนองคู อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เปิดเผยข้อเท็จจริงเสริมจากพื้นที่ว่า “อาตมาในฐานะพระพื้นที่ยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้หนักมาก ทั้งพระและโยมต่างต้องอยู่อย่างลำบากท่ามกลางเสียงปืนและระเบิด ล่าสุดอพยพไปที่ปลอดภัยมาแล้วถึง 2 ครั้ง เราจึงหวังอย่างยิ่งว่าเสียงสวดมนต์จะเข้ามาแทนที่เสียงปืน เพื่อชำระล้างจิตใจที่บอบช้ำให้กลับมาเป็นสุข”

    วางรากฐานทางปัญญา ใช้ “สติ” นำทางก้าวผ่านวิกฤต

    พระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ วัดโพธิการาม จ.ร้อยเอ็ด ได้เน้นย้ำถึงการใช้หลักพุทธธรรมเป็นเกราะคุ้มกันสังคมว่า “ในรอยต่อของปีที่เป็นวิกฤตทับซ้อนเช่นนี้ พุทธศาสนิกชนยิ่งต้องใช้ ‘สติ’ ในการดำเนินชีวิตเป็นที่ตั้ง การสวดมนต์ข้ามปีคือการเริ่มต้นศักราชใหม่ที่สร้างสรรค์ที่สุด เป้าหมายสำคัญของเราคือการผลักดันให้วัดและชุมชนกลายเป็นพื้นที่สุขภาวะที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนในสังคมอย่างยั่งยืน การปฏิบัติศาสนกิจนี้จะช่วยให้ทุกคนประสบความสุข และมีพลังในการสู้กับวิกฤตต่อไป”

    วิตกนโยบาย “เหล้าเสรี” ซ้ำเติมสถิติการตาย

    เครือข่ายคณะสงฆ์ฯ ได้แสดงความเป็นห่วงต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างรุนแรง โดย พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา เจ้าคณะตำบลคลองกระจง จ.สุโขทัย ได้ระบุถึงที่มาของความเสี่ยงว่า

    ท่ามกลางบรรยากาศที่คนไทยยังตกอยู่ในความโศกเศร้า และความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน สิ่งที่อาตมาภาพกังวลใจที่สุดในขณะนี้ คือการซ้ำเติมวิกฤตด้วยอบายมุข โดยเฉพาะ เมื่อรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้วยการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการปลดล็อกให้ขายได้ในช่วงเวลา 14.00–17.00 น. รวมถึงการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงไปจนถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่นำร่อง

    ซึ่งมาตรการเหล่านี้อาตมามองว่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้การดื่มและการเข้าถึงสุราทำได้ง่ายและยาวนานขึ้น และเมื่อหากเราย้อนดูข้อมูลสถิติช่วง 10 วันอันตรายในช่วงปีใหม่ 2568 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว เราพบความสูญเสียที่น่าตกใจว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นถึง 2,467 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2,376 คน และต้องเสียชีวิตสูงถึง 436 ราย นี่คือตัวเลขความจริงที่เกิดขึ้นในสภาวะปกติ แต่ในปี 2569 นี้ ท่ามกลางนโยบายที่เปิดโอกาสให้ดื่มกินได้มากขึ้น อาตมาเกรงเหลือเกินว่าตัวเลขความสูญเสียจะพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม กลายเป็น “ทุกข์ซ้ำซ้อน” ให้กับสังคมไทยที่กำลังเปราะบาง และยากจะเยียวยา จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลทบทวนมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มข้น และขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ให้ใช้โอกาสนี้ “เปลี่ยนหยดสุรา เป็นบทสวดมนต์” มาร่วมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและแผ่นดิน ใช้ “สติ” เป็นเกราะคุ้มครองชีวิต เพื่อให้ปีใหม่นี้ไม่ต้องมีครอบครัวใดต้องสูญเสียอีกต่อไป

    พลิกวัดเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์” คุ้มครองเยาวชน

    พระมหาอนุวัต ฐิตเมโธ เจ้าอาวาสวัดหนองปลาขอ จ.ลำพูน กล่าวเสริมว่า “พื้นที่ปลอดภัย” คือคำตอบสำคัญของสังคมในขณะนี้ ในปีนี้ วัดควรเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานเราไม่ให้ไหลไปตามกระแสอบายมุขและนโยบายขยายเวลาดื่มที่กำลังเป็นความเสี่ยงอยู่รอบตัว ขอเชิญชวนเยาวชน และคนหนุ่มสาว มาร่วมใช้พื้นที่วัดเป็นจุดเริ่มต้นของปีใหม่ แทนการออกไปเผชิญความเสี่ยงบนท้องถนน มาร่วมกัน “เปลี่ยนพื้นที่วัด ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์” เพื่อปลูกฝังการมีสติและก้าวข้ามวิกฤตความทุกข์ซ้ำซ้อนนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

    4 แนวทางขับเคลื่อน “เริ่มต้นดี ชีวิตดี ที่ตัวเรา”

    เพื่อให้สังคมไทยก้าวข้ามวิกฤต เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาฯ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันดังนี้

    1. สวดมนต์ข้ามปีด้วยสติ : เชิญชวนพุทธศาสนิกชนและเยาวชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดใกล้บ้าน ภายใต้แนวคิด เริ่มต้นดี ชีวิตดี เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา”
    2. ถวายเป็นพระราชกุศล : น้อมถวายพระราชกุศลจากการสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมลำรึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย
    3. จิตภาวนาหนุนชายแดน : ตั้งจิตส่งกำลังใจให้พี่น้องคนไทยและทหารหาญตามแนวชายแดนให้พ้นวิกฤตการสู้รบโดยเร็ว
    4. 173 วัดนำร่องเขตสุขภาวะ : ขอเมตตาเจ้าอาวาสเครือข่าย 173 วัดทั่วประเทศ เปิดพื้นที่วัดแทนพื้นที่วงเหล้า จัดกิจกรรมสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนเพื่อลดความสูญเสีย

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ขอวิงวอนให้รัฐบาลทบทวนมาตรการความปลอดภัยและขอเชิญชวนคนไทยทุกคน “เปลี่ยนหยดสุรา เป็นบทสวดมนต์” เพื่อสร้างศักราชใหม่แห่งความสงบสุขให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยสืบไป

  • งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร พื้นที่สร้างสรรค์ และปลอดภัยสำหรับทุกคน

    งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร พื้นที่สร้างสรรค์ และปลอดภัยสำหรับทุกคน

    งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร

    วันที่ 11-18 ตุลาคม 2567 จังหวัดสกลนคร จัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาว และแห่ปราสาทผึ้ง ประจำปี 2567 ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง )สกลนคร และสนามหน้าศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร โดยมีการจัดงานแข่งขันเรือยาวในวันที่ 12-13 ตุลาคม และงานแห่ปราสาทผึ้่ง ในวันที่ 12-18 ตุลาคม

    นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร หน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดงาน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสกลนคร มีการดำเนินงานภายใต้แผนสืบสานงานประเพณีที่ดีงามของจังหวัดสกลนคร ในขณะเดียวกันก็มีแผนการป้องกันความเสี่ยงต่าง ไม่ให้เกิดขึ้นในระหว่างการจัดงาน ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท การจมน้ำ รวมถึงการละเมิดกฎหมายต่างๆ ด้วย

    ในงานแข่งขันเรือยาว ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 17.00.น. นายเทอดศักดิ์ จุลนีย์ สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ออกปฏิบัติงาน รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ในงานประเพณีแข่งขันเรือยาว “ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2567 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง) “ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดบุหรี่ ปลอดการพนัน” โดยการติดป้ายประชาสัมพันธ์ รอบบริเวณงาน และประชาสัมพันธ์ผ่านโฆษกประชาสัมพันธ์งานและนักพากษ์เรือยาวตลอดทั้งวัน

    หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ประกอบไปด้วย ผอ.ปภ.เขต 7 สกลนคร นายอำเภอเมืองสกลนคร/ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร/ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร ภาคีเครือข่ายจาก ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองสกลนคร/โรงพยาบาลสกลนคร/สถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร/เทศบาลนครสกลนคร/วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร/สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร/อสม.ชุมชนเมืองเทศบาลนครสกลนคร เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอบน(สคล) และประชาคมงดเหล้าจังหวัดสกลนคร ดำเนินกิจกรรม

    1. รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เฝ้าระวัง ป้องกัน และบังคับใช้กฏหมายตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560
    2. การรณรงค์การป้องกันการจมน้ำ
    3. การเก็บข้อมูล แบบสอบถามความคิดเห็นฯ สำหรับประชาชนทั่วไป 200 ชุด เยาวชน 100 ชุด เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน 50 ชุด และ ผู้ประกอบการร้านค้า 50 ชุด รวมทั้งมด 50 ชุด รวมทั้งสิ้น 400 ชุด

    สกลนคร เป็นเมืองแห่งประเพณีวัฒนธรรม ที่ผสมผสานความเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกกลุ่มวัยจริงๆ ไม่ว่าจะกิจกรรมช่วงงานแข่งเรือตอนกลางวัน หรือกิจกรรมในพื้นที่งานปราสาทผึ้งตอนกลางคืน เช่น

    1. บูธตัดผมและทำผมฟรีในสวนฯ ภายในงานแข่งเรือ
    2. การแสดงดนตรีพื้นเมือง จากสถานศึกษาต่างๆ
    3. การออกบูธให้ทดลองทำดอกผึ้ง และติดดอกผึ้ง
    4. กิจกรรมศิลปะ วาดภาพ ระบายสี และเขียนข้อความอธิษฐาน
    5. บูธแสดงสินค้าและลานอาหารปลอดภัย
    6. มุมถ่ายรูปประดับไฟสวยงาม ทั่วบริเวณงาน

    นอกจากนี้ยังเน้นความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งเรื่องของการป้องกันภัยต่างๆ และจุดปฐมพยาบาลเกือบ 4-5 จุด ทั่วบริเวณงาน มีความเป็นพหุวัฒนธรรม ความเป็นเอกลักษณ์ สินค้า ของดี ความสามารถ ความร่วมมือจากส่วนต่างๆ ทั้ง ชุมชน วัด หน่วยงาน สถานศึกษา ของกลุ่มต่างๆ มารวมกันอยู่ในงานๆเดียวได้ อย่างลงตัว


    ภาพ/ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ประชาคมงดเหล้าจ.ระนอง สร้างจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรุ่นใหม่ รู้ทันภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง

    ประชาคมงดเหล้าจ.ระนอง สร้างจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรุ่นใหม่ รู้ทันภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง

    จากสถานการณ์การสํารวจปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆในโรงเรียน พบว่า เด็กเยาวชนมีปัจจัยเสี่ยงในหลายๆด้านเพิ่มขึ้น และมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างมากและหนักขึ้นเป็นทวีคูณ เพื่อเป็นป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ทางเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง จึงจัดกิจกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ รู้ทันภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง ในวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนละอุ่นวิทยคาร อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เพื่อให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน ให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนในโรงเรียนให้เป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของประเทศ และอาศัยกระบวนการการสร้างความรู้ควบคู่ความสนุกสนาน เพื่อสร้างความสนใจให้กับน้องๆ เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีสร้างความรู้ความเข้าใจผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ คือฐานที่ 1 โทษและปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฐานที่ 2 โทษละปัญหาจากบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ฐานที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและกระท่อม และฐานที่ 4 เรื่องการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เพื่อให้เยาวชนตระหนักและมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • สมัชชาสุขภาพและลานดนตรี.SDN MUSIC @RANONG สู่นโยบายสาธารณะจังหวัดระนอง

    สมัชชาสุขภาพและลานดนตรี.SDN MUSIC @RANONG สู่นโยบายสาธารณะจังหวัดระนอง

    วันที่ 25 สิงหาคม 2567 ณ วิทยาลัยเทคนิคระนอง ตำบลบางนอน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ทางเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ร่วมกับ สำนักงานสาธารณนสุขจังหวัดระนอง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เครือข่ายสมัชชาสุขภาพระนอง วิทยาลัยเทคนิคระนอง และภาคเครือข่าย จัดงาน“สมัชชาสุขภาพและลานดนตรี.SDN MUSIC @ RANONG เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์สู่นโยบายสาธารณะจังหวัดระนอง”

    โดยมีประเด็นการขับเคลื่อนงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด ในด้านการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ และมีมติขอเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพจังหวัดระนอง ดังนี้

    1.ประกาศให้การควบคุมปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่เป็นวาระและวาระแห่งท้องถิ่น พร้อมทั้งคณะกรรมการฯ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดต่อไป

    2.เสริมสร้างความเข้มแข็งและกลไกการควบคุมปัญหาจากบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ของจังหวัดระนอง
    1)ดำเนินการให้มีกระบวนการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ นโยบายแอลกอฮอล์และบุหรี่ระดับจังหวัด โดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปีและมาเสนอเพื่อการรับรองในการประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดในปี 2567 แผนนโยบายแห่งชาตินี้จะต้องอยู่บนฐานความรู้ทางวิชาการและสอดคล้องกับวัฒนธรรมและศีลธรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ
    2)สนับสนุนกลไกการสร้างความร่วมมือของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนามาตรการ นโยบายใดๆ ที่มีหรืออาจจะมีผลกระทบต่อปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าจะต้องเป็นไปเพื่อควบคุมปัญหา หรือไม่ เป็นเงื่อนไขหรืออุปสรรคต่อการควบคุมปัญหาจากบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

    3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป้นแกนหลักในการสนับสนุนให้เกิดกลไกความร่วมมือภาคส่วน และพัฒนานโยบายในการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ระดับท้องถิ่น เครือข่ายทางด้านความรู้ พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สื่อรณรงค์ งบประมาณสื่อสารสาธารณะ และส่งเสริมให้พื้นที่เกิดความเข้าใจ ตระหนัก ตื่นตัวและเป้นเจ้าของปัญหาโดยสามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง

    4.ภาคการเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทเป็นผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ระดับตำบล ทั้งด้านการกำหนดเป็นนโยบายระดับพื้นที่ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ สนับสนุนงบประมาณดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนัก การจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกำหนดกติกาการสร้างแรงจูงใจและการบังคับใช้กฎหมาย

    5.นักสื่อสารสาธารณะ สื่อมวลชนทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง มีบทบาทในการนำเสนอกระบวนการการทำงาน ผลการดำเนินงาน กรณีศึกษาต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง รวมทั้งเป้นการหนุนให้เกิดกระแสความสนใจต่อประเด็นปัญหาในพื้นที่

    6.ภาคธุรกิจ ผู้ปะกอบการเพื่อสังคม มีบทบาทเสริมศักยภาพเครือข่ายด้านสุขภาพ ทั้งด้านความรู้ การสร้างแคมเปญรณรงค์ การสร้างพื้นที่แบบอย่างที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเฝ้าระวังปละกระตุ้นกลไกด้านการบังคับใช้กฎหมาย

    และมีกิจกรรมการแสดงดนตรีเด็กเยาวชนจังหวัดระนอง วง Pass Half Five โรงเรียนปากจั่นวิทยา จ.ระนอง วง Set Zero โรงเรียนกะเปอวิทยา จ.ระนอง และวง Me Skill โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร จ.ระนอง รวมถึงมีเวทีการเสวนา “การขับเคลื่อนงานปัจจัยเสี่ยงแบบบูรณาการ สู่การยกระดับนโยบายสาธารณะ” และมีการรับความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายสารธารณะจังหวัดระนอง เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ชุมชนประชาอุดม เปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้”

    ชุมชนประชาอุดม เปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้”

    ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดภูเก็ตและแกนนำชุมชนประชาอุดม ได้จัดกิจกรรมเปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้” ณ ชุมชนประชาอุดม ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นมาจาการการเชิญชวนคนในชุมชนร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือน และมีสมาชิกที่สนใจจำนวน 10 คน และนายชัยชนะ ชัยภักดี คนเลิกเหล้าเปลี่ยนชีวิต จ.ภูเก็ต ได้สนับสนุนพื้นที่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมเพาะถั่วงอกร่วมกันของสมาชิก รวมถึงใช้เป็นพื้นที่การเรียนรู้และส่งเสริมการสร้างรายได้ในครอบครัว และเมื่อจำหน่ายผลผลิตก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากจากคนในพื้นที่อีกด้วย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • PORSCHE PHONE จ.ชุมพร คว้าตั๋วโซนภาคใต้ เข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ การแข่งขันวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 5

    PORSCHE PHONE จ.ชุมพร คว้าตั๋วโซนภาคใต้ เข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ การแข่งขันวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 5

    วันที่ 10-11 สิงหาคม 2567 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), มูลนิธิพลังสังคม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), เทศบาลนครภูเก็ต, สถานีโทรทัศน์ Thai PBS, กรมพลศึกษา, กลุ่ม Simon Cabaret ภูเก็ต และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน (ชิงแชมป์ภาคใต้) “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 5 ณ โรงยิมเนเซี่ยม 4000 ที่นั่ง สะพานหิน เทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดย นายศุภโชค ละอองเพชร รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานพิธีฯ เพื่อส่งเสริมพื้นที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ของกลุ่ม LGBTQ และส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการบูรณาการการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน สถานศึกษา ชุมชน เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายนักกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อส่งเสริมให้เกิดพื้นที่กิจกรรมต้นแบบ ขยายผลสู่งานกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด

    จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน (ชิงแชมป์ภาคใต้) “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 5 มีกำหนดจัดแข่งขันทั้งหมด 5 สนาม แยกเป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือก 4 สนาม ได้แก่ โซนภาคเหนือ โซนภาคอีสาน โซนภาคกลาง โซนภาคใต้ และสนามที่ 5 จะเป็นสนามชิงแชมป์ประเทศไทย สำหรับโซนภาคใต้มีทีมเข้าร่วมการเข่งขันทั้งสิ้น 7 ทีม
    1. ทีม PORSCHE PHONE จังหวัดชุมพร        2. ทีม KHUMBAN-JUNIOR-VCจังหวัดภูเก็ต
    3. ทีม DYNASTY BANGKOK จังหวัดภูเก็ต      4. ทีมนางพญา VC จังหวัดกระบี่
    5. ทีมสาวบ้านแบ้ VC จังหวัดตรัง                6. ทีมหลานก๋ง จังหวัดภูเก็ต
    7. ทีมTNSU จ.กระบี่ 

    ผลจากการแข่งขันในระดับโซนภาคใต้ ทีม PORSCHE PHONE จังหวัดชุมพร คว้าแชมป์โซนภาคใต้ ตามมาด้วยทีมนางพญา VC จังหวัดกระบี่ ได้รองชนะเลิศ อันดับ 1 ทีม DYNASTY BANGKOK จังหวัดภูเก็ต ได้รองชนะเลิศอันดับ 2 และ ทีม KHUMBAN-JUNIOR-VC จังหวัดภูเก็ต ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 โดยได้รับเกียรติจากนายสุทธิพันธ์ สกุลเทพ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ประธานในพิธีปิดฯ และนายนิติ เพชรประดับสกุล เลขานุการนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมมอบรางวัลให้แก่นักกีฬาทั้ง 4 ทีมที่ได้รับรางวัลดังกล่าว และทีมที่ได้แชมป์ภาคใต้และรองแชมป์ภาคใต้ จะเป็นตัวแทนโซนภาคใต้ เข้าชิงแชมป์ประเทศ ในแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 5 ณ จังหวัดนครปฐม ต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า