Category: งดเหล้า เข้าพรรษา

  • พชอ.ไทยเจริญ ร่วมมือกับชุมชนพร้อม งดเหล้าครบพรรษา

    พชอ.ไทยเจริญ ร่วมมือกับชุมชนพร้อม งดเหล้าครบพรรษา

    วันที่ 17 กรกรฎาคม 2566 พชอ.ไทยเจริญ พร้อมขับเคลื่อนงานงดเหล้าครบพรรษาทั้งอำเภอ โดย นายประเวช แสนทวีสุข นายอำเภอไทยเจริญ พร้อมกับคณะทำงานพัฒนาคุนภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และประชาคมงดเหล้าจังหวัดยโสธร เข้าร่วมประชุมภูกอย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ภายใต้วาระ 4 ดีเจริญ ได้แก่ ประเด็น เจริญตา เจริญวัย เจริญใจ เจริญสุข ในส่วนของประเด็นเจริญสุข (บุหรี่ สุรา ยาเสพติดและอุบัติเหตุ) ชาวไทยเจริญพร้อมใจกำหนดให้วาระเข้าพรรษา เป็นประเด็นการขับเคลื่อนที่สำคัญระดับอำเภอ ผ่านแนวคิด “Healthy Season” โดยมีการเตรียมรับสมัครคนบวชใจงดเหล้าครบพรรษา การทำพินัยกรรมความดี และการพัฒนากองทุน พชอ.ไทยเจริญ เป็นกองทุนในการจัดตั้ง “กองทุนพินัยกรรมความดี มรกดกบุญระดับตำบล”

    ในส่วนของการขับเคลื่อนงานป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชน มีการอบรมให้ความรู้แก่เยาวชนในสถานศึกษา สร้างต้นแบบเยาวชน TO BE NUMBER ONE ในโรงเรียนคำเตยวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับอำเภอ ในช่วงเข้าพรรษานี้พชอ.ไทยเจริญ จะจัดมหกรรมสุขภาวะดีที่ไทยเจริญ ซึ่งเป็นการเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) การเสวนา งานบุญ งานเศร้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย 2) กิจกรรมประกวดเขียนจดหมายชวนพ่อเลิกเหล้า ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา 3) กิจกรรมการแสดงของกลุ่ม 3 วัย ได้แก่ ชมรม TO BE NUMBER ONE ชมรม อสม. และชมรมผู้สูงอายุ 4) มีกิจกรรมเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบเลิกเหล้า และ 5) กิจกรรมวิ่งพักตับ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงานมหกรรมสุขภาวะดีที่ไทยเจริญ เดือนสิงหาคมนี้

    ในส่วนของการบำบัดผู้ติด / ผู้เสพสุราด้วยสติบำบัดและการติดตามหลังการบำบัด พชอ.ไทยเจริญได้ดำเนินการบำบัดผู้ติดสุรามาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วาระเข้าพรรษานี้ เริ่มกระบวนการ ด้วยการรับสมัครผู้ดื่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงสูงให้เข้าร่วมรับการบำบัด เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มจนสามสารถเลิกเหล้าได้

  • อำเภอเวียงหนองล่อง ลำพูน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง

    อำเภอเวียงหนองล่อง ลำพูน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง

    วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ร่วมกับชุมชนเข้มแข็งสู้เหล้า 8 ชุมขน ในพื้นที่ อ.เวียงหนองล่องจัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ และได้มีการพัฒนากระบวนการการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ได้แก่ การพัฒนาจากชุมชนที่มีปัจจัย เกี่ยวกับปัญหาแอลกอฮอล์ และได้พัฒนากิจกรรมที่เป็นรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งให้ชมรมในการทำกิจกรรมเพื่อจัดให้มีกองทุนเพื่อจัดช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกและคนที่เดือดร้อน ปัจจุบันชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอเวียงหนองล่องได้ทำกิจกรรมหลายอย่างในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จิตอาสาในงานบุญต่างๆ ในชุมชน

    นายกำพล หมอกมุงเมือง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดลำพูน กล่าวว่า แนวคิดของการทำงานต่อไป 1) ขยายพื้นที่ จากเดิมที่มักมีการดำเนินงานในพื้นที่เป็นชุมชนหมู่บ้าน ให้ขยายการดำเนินงานเชิงพื้นที่เป็นระดับตำบลโดยทำครบทุกตำบล หรือทำเพิ่มอย่างน้อย 1 ตำบลหรือ 1 ชุมชนในอำเภอ   2) ขยายกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาคือกลุ่มผู้ดื่มทั่วไป ให้ขยายโอกาสบริการบำบัดรักษาสู่ผู้เสพและผู้ติดด้วย 3) ขยายเวลา เดิมช่วงระยะเวลาที่ดำเนินงานคือช่วงเข้าพรรษา ซึ่งเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังออกพรรษากิจกรรมต่าง ๆ จะหยุดลงด้วยเช่นกัน แนวคิดการดำเนินงาน 3 ขยาย จึงเพิ่มเติมเรื่องการขยายช่วงระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากกว่า 3 เดือน เพื่อสนับสนุนให้มีการลด ละ และหยุดดื่มที่ต่อเนื่องหลังออกพรรษา

  • อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดเวทีสาธารณะ

    อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดเวทีสาธารณะ

    วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่นโยบายสาธารณะของอ.ลี้จ.ลำพูน ในการนี้หน่วยงานที่ร่วมแลกเปลี่ยนประกอบด้วย 1.ท่านนายอำเภอลี้ 2.ท่านนายกเทศบาลต.ลี้ 3.ท่านผู้ช่วยสสธารณสุข 4.คุณหมออ้อยนักจิตเวชจาก รพ.ลี้ 5.จนท.สาธารณะสุข 6.ตัวแทนชุมชนทั้ง 9 หมู่บ้าน ทำให้เห็นต้นทุนการดำเนินงาน ต้นทุน ที่สำคัญมีแผนการขับเคลื่อนงานร่วมกัน

    ด้วยความมุ่งมั่นในการป้องกันแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัดลำพูน เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน จึงได้พัฒนา “โครงการลำพูน  เมืองบุญ  ปลอดเหล้า” โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญได้แก่  1) การเปลี่ยนแปลงค่านิยมการดื่มเหล้าในงานบุญประเพณี ไปสู่การ ลด ละ เลิก  2) การเฝ้าระวังบังคับใช้กฎหมายและสนับสนุนข้อมูลแก่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 3) การพัฒนาชุมชนคนสู้เหล้า  4) การสร้างกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้โดยการลงมือกระทำเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 5) การพัฒนาเครือข่ายประชาคมงดเหล้าและภาคีให้เกิดความเข้มแข็ง  ทั้งนี้เพื่อให้จังหวัดลำพูนเกิดเป็น เมืองบุญ  ปลอดเหล้า อย่างแท้จริงต่อไป

  • คนค้นคน ช่วยคนเลิกเหล้า ในสถานประกอบการ

    คนค้นคน ช่วยคนเลิกเหล้า ในสถานประกอบการ

    เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมประชุมประชาสัมพันธ์ เชิญชวนพนักงานโรงงานในสถานประกอบการ เพื่อร่วมลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2566

    ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุม เครือสหพัฒน์ จังหวัดปราจีนบุรี ประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดปราจีนบุรี ในนาม “ทีมนางฟ้า” สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี และเครือสหพัฒน์ ร่วมปรึกษาหารือการขับเคลื่อนงานช่วยพนักงานโรงงานงดเหล้าเข้าพรรษา ไปจนถึงเลิกเหล้าตลอดชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตคนโรงงานที่ดียิ่งขึ้น

    ในการดำเนินกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 10 โรงงาน และ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมดำเนินงาน ชวนพนักงานในโรงงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ ทั้งในระยะเริ่มต้น 3 เดือน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกาย ใจ ร่วมไปถึงคุณภาพชีวิต และการเงินภายในครอบครัวที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งผลถึง การต่อยอดไปสู่การเป็นบุคคลเลิกเหล้าตลอดชีวิต เพื่อเป็นต้นแบบคนโรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต สู้คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

  • ภาคีขับเคลื่อน จังหวัดฉะเชิงเทราปลอดภัย ด้วยนโยบายแอลกอฮอล์

    ภาคีขับเคลื่อน จังหวัดฉะเชิงเทราปลอดภัย ด้วยนโยบายแอลกอฮอล์

    จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ฉะเชิงเทรา ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และจังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการฯ เพื่อสนับสนุนจังหวัดให้มีความเข้มแข็งในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกัน เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 พ.ศ.2565 – 2570

    นายแพทย์ศรีศักดิ์ ตั้งจิตธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางจังหวัดฉะเชิงเทราในฐานะจังหวัดนำร่อง “จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ. 2566 – 2570” ซึ่งการดำเนินงานจะเน้นให้จังหวัดออกแบบการดำเนินงานด้วยตนเองด้วยการพัฒนากลไกของจังหวัด ซี่งคาดหวังจะมี good practice ของรูปแบบการจัดการตนเอง และรูปธรรมของการดำเนินงาน นอกจากนี้คาดหวังการบูรณาการการดำเนินงานของจังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด

    โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทั้ง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน และภาคีเครือข่ายในจังหวัดฉะเชิงเทราทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านระบบ Application ZOOM

    เป็นการสร้างความร่วมมือย่างเข้มแข็ง ของภาครัฐและภาคประชาสังคม และภาคเอกชนเพื่อดำเนินงานในระยะยาาว โดยมีแผนดำเนินการเบืื้องต้นระยะ 3 ปี คือ (1) ลดนักดื่มหน้าใหม่ (2) บูรณาการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างเข้มข้น(มาตรการชุมชน คู่มาตรการรัฐ) และ (3) ลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผลักดัน ประเด็นการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน และนอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานหลักของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ที่มีการทำงานเน้นสร้างคนและสร้างพื้นที่ มีการดำเนินงานเช่น งานบุญประเพณีปลอดเหล้า เทศกาลอาหารปลอดเหล้า มีการทำงานกับชุมชนโดยมีต้นแบบชุมชนคนสู้เหล้าซึ่งทำร่วมกับกองทุนหมู่บ้าน

  • สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี นายสุทธิพงศ์  พุทธจันทรา นายอำเภอปากท่อ  เป็นประธานแถลงข่าว วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม  จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และเครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมบวชใจตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาได้สำเร็จ     

    โดยนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งรอบสวน ชวนพักตับ ปอดขยับ ตับพักผ่อน” ครั้งนี้ เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และยังเป็นการร่วมส่งกำลังใจให้กับคนบวชใจที่กำลังต่อสู้กับการงดเหล้า(พักตับ) มาร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ให้สถาบันครอบครัวและชุมชน  ได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย กิจกรรมครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณและแสดงออกถึงพลังความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีด้วยการเดิน-วิ่ง ออกกำลังกาย ให้เป็นวิถีชีวิต โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอีกด้วย 

     และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค ทำให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 22,000 คนต่อปี ข้อมูลจากการศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยเสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข ปี 2557 ระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการสูญเสียปีสุขภาวะจากการบกพร่องทางสุขภาพในเพศชาย และเป็นอันดับที่ 12 ในเพศหญิง ขณะเดียวกัน ได้มีการคำนวณความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 1 : 2 คือ รัฐได้ภาษี 1 บาท แต่รัฐต้องจ่ายค่ารักษาสุขภาพและผลกระทบที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 บาท 

      นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ  ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาและหาแนวทางการลดผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีรวมทั้งการสื่อสารสาธารณะกับสังคมให้ร่วมตื่นรู้ และนำความรู้ไปขับเคลื่อนสังคมต่อไป ซึ่งโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นแคมเปญรณรงค์แรกที่ สสส. เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี 2546 และทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาทั้งสิ้นร้อยละ 67.5 คิดเป็น 14.2 ล้านคน สำหรับกิจกรรม “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ” ในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา 2566 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ชวน ช่วย เชียร์ประชาชนในพื้นที่ให้ตั้งใจลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสเข้าพรรษาปีนี้ ได้มากยิ่งขึ้น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเลิกดื่มตลอดชีวิต

    นางสาวอุบลวรรณ  คงสว่าง ผู้ประสานงาน เครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก กล่าวว่า  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตกเป็นกลไกการเอื้ออำนวย หนุนเสริมให้ เครือข่ายประชาคมลดปัจจัยเสี่ยงแต่ละจังหวัด ทั้ง 8 จังหวัด มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของภาคีเครือข่าย เพื่อลดจำนวนการดื่มหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลดปัญหาจากแอลกอฮอล์ เปลี่ยนค่านิยมการดื่ม และสนับสนุนภาครัฐให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง   

    โดยการทำงานในเชิงรณรงค์ ป้องกัน การสร้างความเข้าใจ และการเชื่อมประสานกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เน้นการทำงานให้ชุมชนจัดการตนเองได้ ร่วมกันในการวางกติกาในชุมชน หนุนเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแกนนำเลิกเหล้า เพื่อชวนเหลือแนะนำในพื้นที่  อีกทั้งทำงานในกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย โดยลดการจัดงานบุญประเพณีไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ตลอดจนกลุ่มเยาวชนแกนนำที่มีความเข้มแข็งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า

    โครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566 มีแนวคิด “รวมพลังเครือข่าย ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าครบพรรษา” สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายเยาวชน SDN ชมรมคนหัวใจเพชร และภาคีเครือข่ายได้ร่วมจัดเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้คนบวชใจได้มีกำลังใจจากคนรอบข้างงดเหล้าต่อครบพรรษาตลอด 3 เดือน     ชื่อตอนว่า “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม” ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี หากท่านที่สนใจจะร่วมวิ่งให้กำลังใจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่  Facebook Page เครือข่ายงดเหล้า”