Category: งดเหล้า เข้าพรรษา

  • คนเขาค่ายจังหวัดชุมพรเคาะระฆังก่อนพรรษาชวนคนงดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งตำบล

    คนเขาค่ายจังหวัดชุมพรเคาะระฆังก่อนพรรษาชวนคนงดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งตำบล

    วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 แกนนำชมรมคนหัวใจเพชรร่วมกับ รพสต.เขาค่ายและ อบต.เขาค่ายจัดเวทีประชุมแกนนำชุมชนทั้ง ฝ่ายปกครองและสาธารณะสุข รวมคนแกนนำคนเลิกเหล้าที่ยกระดับเป็นวิทยากรคนหัวใจเพชร ร่วมออกแบบ การชวน-ช่วย-เชียร์ ให้คนตำบลเขาค่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงทั้งตำบล รวมถึงวิธีการสำรวจข้อมูลชวนและติดตามคนงดเหล้าที่ปีนี้จะมี 3 หน่วยงานทำร่วมกันนั้นคือ ทางปกครองซึ่งจะลงไปถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน / สาธารณะสุขที่จะลงไปถึงอสม. และสายเครือข่ายงดเหล้า ซึ่งวิธีการจะใช้การทำผ่านโทรศัพท์มือถือแบบออนไลน์จึงต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนพรรษา

    นส.แสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายงดเหล้าจ.ชุมพรกล่าวว่า

    กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาที่ปฏิบัติกันมาจนเป็นแนวปฏิบัติของคนตำลบเขาค่าย อ.สวีอยู่ที่ว่าปีไหนใครจะลุกขึ้นมานำ โดยปีนี้พี่ใหญ่ พี่คนแรกของงานงดเหล้าของเขาค่ายคือ ผู้ใหญ่สายทองแห่งบ้านประชาเสรี ชุมชนที่สร้างชื่อเสียงการทำงานงดเหล้ามาอย่างต่อเนื่อง  และมีนายภิญโญ วัฒนะ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค่ายที่เพิ่งเข้ามาร่วมกิจกรรมงดเหล้าได้กล่าวปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา และที่สำคัญท่านได้ชูธง นำคนเขาค่ายสุขภาพดีเริ่มที่งดเหล้าและปัจจัยเสี่ยงอื่นเริ่มต้นจากการเข้าพรรษากันอีกด้วย

    นายน้อย สวิงรัมย์แกนนำคนหัวใจเพชรและแกนนำชมรมอสม.ตำบลเขาค่ายค่าย อ.สวีจ.ชุมพรกล่าวเสริมว่า ทางตำบลเขาค่าย ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานงดเหล้ามาหลายปี จนทาง สสอ.สวี ได้นำเป็นต้นแบบและขยายไปสู่อีก 17 รพสต.ทั้งอำเภอสวี ทาง อสม.จึงเป็นกองกำลังสำคัญในการ ชวน – ช่วย – เชียร์และติดตาม ให้กลุ่มเป้าหมายงดเหล้าได้จริง ซึ่งในปี 2565 ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทำเลือกจังหวัดชุมชนในการให้นักศึกษามาเรียนรู้การจัดการสุขภาพชุมชน ซึ่งตำบลเขาค่ายจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้ของนักศึกษา การเคาะระฆังเพื่อส่งเสี่ยงให้คนเขาค่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงและทีม อสม.จะมีเครื่องมือ ติดตามและรายงานผลเพื่อเป็นรูปธรรมในการจัดการสุขภาพของคนเขาค่ายจึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกัน

  • จังหวัดอุบลราชธานี   นำสมาชิกชมรมจักรยาน “เสือแก้งลำซอม” กว่า 30 ชีวิต  ปั่นรณรงค์เชิญชวนงดเหล้าครบพรรษา

    จังหวัดอุบลราชธานี นำสมาชิกชมรมจักรยาน “เสือแก้งลำซอม” กว่า 30 ชีวิต ปั่นรณรงค์เชิญชวนงดเหล้าครบพรรษา

    วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2565 นายอำภรณ์ สิงห์คง กำนันตำบลแก้ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี นำสมาชิกชมรมจักรยาน “เสือแก้งลำซอม” กว่า 30 ชีวิต ปั่นรณรงค์เชิญชวนงดเหล้าครบพรรษา

    โดยมีการมอบธงสัญลักษณ์ “พรรษานี้ พี่เซาเหล้า” ให้กับผู้ใหญ่บ้านทั้ง 11 หมู่บ้าน เป็นการประกาศร่วมกันว่าชาวตำบลแก้ง ทั้ง 11 หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลแก้ง รพ.สต. และหน่วยงานในพื้นที่ จะร่วมกันรณรงค์งดเหล้าครบพรรษา ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย และกิจกรรมต่างๆในชุมชนที่ช่วยสร้างเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีสุขภาพที่ดี โดยปีนี้คาดว่าจะมีประชาชนที่สนใจปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ไม่น้อยกว่า 500 คน โดยจะมีการจัดกิจกรรมปฏิญาณตน ณ วัดบ้านแก้ง ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2565

    ​ในตำบลแก้ง ได้มีกิจกรรมเชิญชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษามาต่อเนื่องทุกปี และปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ได้มีกิจกรรมที่เข้มข้นมากขึ้น โดยมีการสำรวจข้อมูลคนร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา มีกิจกรรมติดตามให้กำลังใจระหว่างพรรษา และในช่วงออกพรรษามีกิจกรรมชื่นชมให้กำลังใจในวันออกพรรษา เชิญชวนให้งดดื่มต่อเนื่อง และงดตลอดชีวิต มีการจัดตั้ง “กองทุนชุมชนแก้งงดเหล้า” ที่จะช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมในพื้นที่มีความต่อเนื่องในอนาคต

  • LAKSI CITY RUN 2022 “วิ่งพักตับ พักยก ซิตี้รัน”ตับ…จะกลับมาดี เริ่มวันนี้งดเหล้าเข้าพรรษา

    LAKSI CITY RUN 2022 “วิ่งพักตับ พักยก ซิตี้รัน”ตับ…จะกลับมาดี เริ่มวันนี้งดเหล้าเข้าพรรษา

    เมื่อ​​วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฏาคม 2565 เวลา 16.00 น. สำนักงานเขตหลักสี่ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)กรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดเดิน/วิ่ง LAKSI CITY RUN 2022 “วิ่งพักตับ พักยก ซิตี้รัน” ตับ…จะกลับมาดี เริ่มวันนี้งดเหล้าเข้าพรรษา ณ สวนสาธารณะการเคหะทุ่งสองห้อง เส้นทางเริ่มต้นจากสวนสาธารณะเคหะทุ่งสองห้อง – ถนนสายหลัก – ถนนสายรอง ระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีด้วยการเดินวิ่งออกกำลังกาย ให้เป็นวิถีชีวิต ให้ตระหนักถึงโทษของพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ หันมามีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี

    เน้นการรักษาสุขภาพ ช่วงเข้าพรรษาระยะเวลา 3 เดือน ทำให้ผู้ที่ลดละเลิกมีสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น การที่ตับ หัวใจ สมอง จิตใจและสติสัมปัญชัญญะ ซึ่งเป็นการลดละเลิกอบายมุขโดยใช้โอกาสเข้าพรรษานี้ จะช่วยเหลือครอบครัว ในสภาวะที่สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี ครอบครัวมีรายได้น้อยลง มีหนี้สินมากขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะความเครียดมากขึ้น

    ดังนั้น ในภาวะนี้พลังของครอบครัวที่จะต้องให้กำลังใจกันและกัน และต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สามารถสู้วิกฤตในภาวะนี้ จึงได้มีโครงการรณรงค์ออกกำลังกายในช่วงเช้า/เย็น เพื่อพักร่างกายจากสารพิษแอลกอฮอล์ บุหรี่ ภายใต้โครงการ “วิ่งพักตับ” ขึ้น ซึ่งหากหยุดพักได้ต่อเนื่อง 3 เดือน ตับซึ่งเป็นอวัยวะพิเศษจะฟื้นฟูตัวเองได้ และ ควรหยุดได้ต่อไป

    เพื่อจะได้อยู่กับครอบครัวไปนานๆ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ 1) ครอบครัวมีความสุข สุขภาพดีขึ้น 2) ประชาชนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เข้าใจ และ เห็นความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกายในวิถีชีวิตคนเมือง และ เกิดแรงบันดาลใจในการลดพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ โดยออกมาเดินวิ่งในชีวิตประจำวัน การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ตระหนักถึงโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สร้างผลกระทบต่อสังคม 3) ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษามีกำลังใจในการงดพักตับในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนให้ครบพรรษา

    สำหรับโครงการวิ่งพักตับ ซิตี้รัน มีการดำเนินกิจกรรม 2 แบบ คือ

    1) เชิญชวนประชาชนทั่วไปและเพื่อนนักวิ่งในกรุงเทพฯ ซิตี้รันวิ่งชมเมือง กำหนดวิ่ง วันที่ 13 และ 14 กรกฎาคม 2565 (ได้ตลอดวัน) โดยวิ่งในสถานที่ตนเองสะดวก หรือร่วมวิ่งกับท่านผู้ว่าฯ เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถนนจะโล่ง รถจะน้อย สามารถออกมาวิ่งในเมืองได้สะดวกตามเส้นทางวิ่งชมเมืองของกรุงเทพมหานคร ถ่ายรูปสถานที่วิ่งผ่านและประทับใจ อย่างน้อย 3 ภาพ พร้อมข้อความแนะนำหรือเสนอปรับปรุงเส้นทางวิ่ง และข้อความให้กำลังใจ ให้ความหวังสำหรับตนเองหรือคนอื่นให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ยิ้มสู้ชีวิต โพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว และที่สำคัญติด Hashtag #วิ่งพักตับกรุงเทพ และ Cap หน้าจอส่งมายังเพจเฟสบุ๊ค“วิ่งพักตับทั่วไทย”รอลุ้นรับของรางวัลเสื้อวิ่งพักตับ จำนวน 300 ตัว (เลือกให้รางวัลจากที่ทำตามกติกาและสุ่มเลือก) โดยติดตามผลในเพจเฟสบุ๊ค ชื่อ“วิ่งพักตับทั่วไทย”

    2) กิจกรรมวิ่งซิตี้รันในชุมชนต้นแบบงดเหล้าเข้าพรรษา 3 แห่ง เป็นการจัดงานโดยชุมชนคนสู้เหล้าต้นแบบ 3 แห่ง ร่วมกับสำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนใจสามารถเข้าร่วมวิ่งได้ฟรี และเปิดกล่องรับบริจาคหน้างาน เพื่อระดมทุนเข้ากองทุนช่วยเหลือเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา โดยประสานงานที่ คุณอารีย์ เหมะธุลิน โทร 062-235-6294

  • ซาเล้ง ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา เข้าพรรษาชวนคนมาทำความดี”เข้าพรรษาปีนี้ ร่วมทำความดีเพื่อตนเองและครอบครัว ด้วยการงดเหล้าเข้าพรรษามหากุศล

    ซาเล้ง ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา เข้าพรรษาชวนคนมาทำความดี”เข้าพรรษาปีนี้ ร่วมทำความดีเพื่อตนเองและครอบครัว ด้วยการงดเหล้าเข้าพรรษามหากุศล

    เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2356 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับประชาคงดเหล้าจังหวัดพะเยา และ เทศบาลตำบลบ้านเหล่า โดยกองทุนสปสช.ทต.บ้านเหล่า/ **จัดรณรงค์ซาเล้ง ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา

    โดยชมรมคนหัวใจเพชร ต.บ้านเหล่า เข้าพรรษาชวนคนมาทำความดี”เข้าพรรษาปีนี้ ร่วมทำความดีเพื่อตนเองและครอบครัว ด้วยการงดเหล้าเข้าพรรษามหากุศล2565″ สำหรับกิจกรรมวันนี้ได้มีขบวนซา เล้ง รณรงค์ 14 หมู่บ้านที่ ตำบลบ้านเหล่า.ขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ร่วมทำความดีในวันนี้

  • รวมตัว 16 ชุมชนสู้เหล้าภาคใต้ตอนบนเตรียมความพร้อม ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาเชิงรุก

    รวมตัว 16 ชุมชนสู้เหล้าภาคใต้ตอนบนเตรียมความพร้อม ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาเชิงรุก

    วันที่ 7 กรกฏาคม 2565 ทางเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจัดประชุมแกนนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือชุมชนสู้เหล้า 16 ชุมชนจาก 7 จังหวัดร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัด โดยมีเป้าหมาย การสร้างความเข้าใจร่วมในการขับเคลื่อน ชวนคนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง แบบเข้มข้นตลอดพรรษาและ วางแผนการจัดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าตลอดทั้งปี

                    นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า

    ภายใต้สถานการณ์ เสรีนิยมทำให้สถานการณ์การดื่มของเยาวชนและผู้หญิงมากขึ้น อีกทั้ง มีกระแสค่านิยม การดื่มน้ำกระท่อมและสูบกัญชา อย่างเสรีทำให้งานงดเหล้า มองแค่เรื่องเหล้า-เบียร์ไม่ได้อีกแล้ว และภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวการทำงานงดเหล้าในปี 2565 จึงมีการร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทยที่ส่งผ่านไปทุกอำเภอ รวมถึงกระทรงสาธารณะสุขที่จะส่งผ่านไปถึง อสม.ซึ่งชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงทั้ง 16 แห่งจะต้องทำงานเชิงการบูรณาการกับภาครัฐอีกทั้ง ต้องเพิ่มความเข้มข้นด้านปัจจัยเสี่ยงอื่น โดยเฉพาะ กัญชาและนำกระท่อม4×100 ซึ่งจะมีการรายงานผลเชิงรูปธรรมกับทางอำเภอและสาธารณะสุขอำเภอในพื้นที่ชุมชนทับซ้อนจึงเป็นโอกาสของการทำงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ

                    กำนันอภินันท์ แสนเสนนา แกนนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช กล่าวเสริมว่า

    ครั้งนี้เป็นการประชุมที่ทำให้ได้มองเห็นภาพร่วมกันโดยใช้พื้นที่เป็นฐานในการทำงานปัจจัยเสี่ยง ซึ่งทางปกครองก็ทำอยู่แล้วและ สาธารณะสุขก็ทำอยู่แต่เมื่อมีการบูรณาการร่วมกันทำให้ เห็นโอกาสและแนวทางในการพูดและทำในทางเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นทางชุมชนมีกิจกรรมปฎิญาณตนชวนลงชื่องดเหล้าครบพรรษา และจะใช้เครื่องมือการลงชื่อในระบบ รวมถึงในพื้นที่จะมีการ ติดตาม ชวน-ช่วย-ชม และเชียร์ ตลอดพรรษาและที่สำคัญปีนี้จะเน้นการชวนงดเหล้านำกระท่อม และ หยุดเสรีกัญชาด้วย

  • เครือข่ายsouth youth ranger รุกตั้งคำถามนักศึกษา จะรับมืออย่างไรกับ ยุคยาเสพติดถูกกฎหมาย ภาคสาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฎจ.สุราษฎร์ธานี

    เครือข่ายsouth youth ranger รุกตั้งคำถามนักศึกษา จะรับมืออย่างไรกับ ยุคยาเสพติดถูกกฎหมาย ภาคสาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฎจ.สุราษฎร์ธานี

    วันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ทางเครือข่าย south youth ranger และเครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ขสย. ได้ร่วมจัดกิจกรรมกับสาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมีน้องนักศึกษาปี 1 เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 190 คน โดยมีรุ่นพี่ประจำสาขาปี2, ปี3 และปี 4 เป็นพี่เลี้ยงน้องๆ เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพี่และน้องภายในสาขา โดยใช้กระบวนการ ชวนคิดและตั้งคำถามกับ การเลือกเรียนสาขาวิชาพัฒนาชุมชนและแนวทางการ เป็นนักพัฒนายุคเสรีนิยม รวมถึงการรับมือกับ สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงของยาเสพติด 4 ประเภทที่ถูกกฎหมายคือ เหล้า-บุหรี่-นำกระท่อม-กัญชา และจะส่งผลกระทบกับเด็ก-เยาวชน-ชุมชนอย่างมาก ซึ่งสาขานักพัฒนาชุมชน เป็นภาควิชาสำคัญยิ่งในการ สร้างความรู้และแนวทางการ ทำงานเชิงรุกให้ทันกับสถานการณ์ความเสี่ยงดังกล่าว

    โดยแกนนำ south youth ranger ซึ่งเป็นเครือข่ายเยาวชนที่ขับเคลื่อนงานงดเหล้าในภาคใต้ตอนบนมาอย่างต่อเนื่องได้ทำกระบวนการ “สายธารชีวิต” เพื่อให้น้องได้ทบทวนเหตุการณ์ในชีวิตตั้งแต่ 1- 20 ปีที่ผ่านมา แล้วเล่าให้เพื่อนๆฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง มีตั้งคำถามกับน้องว่า “ทำไมถึง มาเรียนสาขาการพัฒนาชุมชน” เพื่อให้น้องได้วางเป้าหมายของตนเองและเห็นว่าเพื่อนมีเป้าหมายยังไง และสอดแทรกแนวคิดในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลังจากที่มีการเปิดเสรีให้กับ กระท่อมและกัญชาอีกด้วย

    นายพงษ์เทพ แก้วเสถียร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ทางมหาลัยไปเปิดเรียนปกติ และ มีนักศึกษาปี 1 ภาคสาขาวิชาพัฒนาชุมชนไม่ต่ำกว่า 200 คนเริ่มเข้าเรียนและมีกิจกรรมตามปกติ ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์กัญชาเสรี และกระท่อมเสรี เป็นค่านิยมใหม่ของเยาวชนอย่างมาก ซึ่งทางคณะได้ให้ความสำคัญอีกทั้งทางคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ได้ทำข้อตกลงร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบนในการร่วมพัฒนาและสร้างการเรียนรู้ให้นักศึกษากับเครือข่ายชุมชนสู้เหล้าจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้และทักษะรวมถึงการตั้งคำถามกับตัวเองในมิตินักพัฒนาชุมชนกับสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่จะมีผลกับชุมชนในอนาคต

              นางสาวศิริรัตน์ ศรีโรโรจน์ แกนนำเยาวชน south youth ranger กล่าวเสริมว่า ทางเครือข่ายขับเคลื่อนสร้างภูมิคุ้มกันกับเยาวชนให้เท่าทันปัญหาเหล้า-บุหรี่มาหลายปี แต่เมื่อสถานการณ์ เสรีที่เพิ่มน้ำกระท่อมและกัญชา ยิ่งสร้างปัญหาเนื่องจากค่านิยมของเยาวชนภาคใต้ นิยมตั้งวงดื่มน้ำกระท่อม 4×100 อยู่แล้ว เมื่อสูบกัญชาได้ยิ่งทำให้วงน้ำกระท่อมมีกัญชาด้วย แล้วอนาคตสุขภาพและผลกระทบที่จะตามมาอีกมากจึงร่วมกับ พี่ๆเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน , เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ขสย.และทางทีมอาจารย์รวมถึงน้องๆนักศึกษารุ่นพี่มาร่วม ทำกิจกรรมที่เน้นการมองหาปัญหาในสถานการณ์เสรีนิยมและการตั้งคำถามเพื่อค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาในฐานะนักพัฒนาชุมชนในอนาคตซึ่งน้องๆ สนใจและมีความกระตือรือร้นอย่างมากและเป็นความหวังในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคต