Category: เวที แลกแปลี่ยน เรียนรู้

  • เวทีประชุม “ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง สู่การขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชน ต้นแบบภาคใต้ตอนบน”

    เวทีประชุม “ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง สู่การขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชน ต้นแบบภาคใต้ตอนบน”

    เมื่อวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2566 ทางศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. เขต 11 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) จัดเวทีประชุม “ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง สู่การขับเคลื่อน ธรรมนูญชุมชน ต้นแบบภาคใต้ตอนบน” ณ โรงแรมปุระนคร จ.นครศรีธรรมราช โดยนำชุมชนทั้งหมด 26 ชุมชน ร่วมกับประชาคม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงทั้ง 26 ชุมชนและประชาคมจังหวัดร่วมทำแผนในการทำงานช่วงเข้าพรรษาและแนวทางเก็บเกี่ยวผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม รายชุมชนร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัด

    โดยนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 16 ชุมชน/ชุมชนขยาย 10 ชุมชน และประชาคมจังหวัดร่วมถอดบทเรียนชุมชนธรรมนูญงดเหล้า พร้อมทั้งทำแผนในการทำงานช่วงเข้าพรรษาและแนวทางเก็บเกี่ยวผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมรายชุมชนร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัด พร้อมทั้งอัพเดทสถานการณ์ และแลกเปลี่ยน กรณี “สุราก้าวหน้า” กับแนวทางการลดทุนผูกขาดสุราต้องลดปัญหาสุขภาพ โดยทีมขบวนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน ( ขสช. ) และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.)

    และมีช่วงของการเสวนาแลกเปลี่ยน “ท่ามกลางกระแสสุราเสรี การขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงสำคัญอย่างไร” โดยมีผู้ร่วมเสวนาที่เป็นตัวแทนชุมชนขับเคลื่อนธรรมนูญงดเหล้านำร่อง และผู้แทนหน่วยงานหนุนเสริม พร้อมทั้งมอบป้ายให้ 8 ชุมชน นำร่องในการขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนสู้เหล้าลดปัจจัยเสี่ยงให้กับทางชุมชน

    ดังนั้นประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมและวางแผนในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการดำเนินงานเป็นไปตามบริบทพื้นที่และสอดคล้องกับแผนการหนุนเสริมจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพนั่นเอง

  • สคล.ใต้บน ยกทีมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามภาค ระหว่าง สคล.ตะวันตก และ อีสานล่าง

    สคล.ใต้บน ยกทีมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามภาค ระหว่าง สคล.ตะวันตก และ อีสานล่าง

    
    
    
    
    
            ทีมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ได้เดินทางไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังจังหวัดราชบุรี และสุรินทร์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานภายในองค์กรระหว่างทีมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานล่าง 
    
    
    
    
    
          โดย นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ได้นำทีมเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก ในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ณ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี โดยมีโจทย์การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ คือ     
                        •ระบบการเบิกเงิน / บริหารจัดการ 
                        •ธุระการ / สายงานหลัก
                        •การเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ / ระบบการจัดเก็บข้อมูล
         และในวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานล่าง ณ โรงแรมมาติน่า จังหวัดสุรินทร์ โดยแลกเปลี่ยนด้านระบบการเงิน ซึ่งทางทีม สคล.ตะวันตก และ สคล.อีสานล่าง ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเพื่อน พี่น้อง และคนในครอบครัว
    
    
    
    
    
            การเดินทางในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานข้ามภาคของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เติมเต็มจุดบกพร่องและจุดอ่อนของทีมใต้ตอนบนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถเสริมพลังในขับเคลื่อนงานต่อไป
    
    
    
    
    
    
    
    
    
    
  • “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ” แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ” แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    วันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเชียงราย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาคีเครือข่ายจังหวัดเชียงราย “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ” โดย นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เป็นประธานเปิดการประชุม และมีนายฤทธิรงค์ หน่อแหวน ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมธรรมปัญญา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

    ในการประชุมครั้งนี้ มีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ภาคีเครือข่ายและเยาวชน YSDN ดีเด่น รวมถึงกิจกรรมอีกมากมาย เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “เยาวชนกับการขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ” พื้นที่จังหวัดเชียงราย การแสดงจากเครือข่ายเยาวชน YSDN การฟ้อนเจิง ดาบ 12 เล่ม การร้องเพลงอาข่า การเต้น Cover dance เวทีเสวนาการขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดปัจจัยเสี่ยง กิจกรรมเปิดข่วงการเรียนรู้การขับเคลื่อนงาน การแสดงซอ “เยาวชน YSDN ไม่ดื่ม ไม่สูบ” และปิดท้ายด้วย การสรุปกิจกรรมพร้อมทั้งมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมประชุม

    ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเชียงราย ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย “ลด ละ เลิก” การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยใช้กระบวนการ “ชวน ช่วย เชียร์” ผ่านกลุ่มคนและเครือข่ายชมรมคนหัวใจเพชร ซึ่งมีพื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงชัย อำเภอพาน อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน และอำเภอเทิง มีการสนับสนุนการดำเนินงานในระดับชุมชน และการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์แก่เครือข่ายเยาวชน YSDN จังหวัดเชียงราย

    กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี และหวังว่าผู้ใหญ่จะสนับสนุนเด็กๆในโอกาสต่อไป

    ภาพโดย : นายสมควร ทะนะ

    ข่าวโดย : นายฤทธิรงค์ หน่อแหวน

  • บ้านดง ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง จัดเวทีแลกเปลี่ยนต้นแบบงดเหล้า

    บ้านดง ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง จัดเวทีแลกเปลี่ยนต้นแบบงดเหล้า

    “การลด ละ เลิก ที่ดีที่สุด” คือมาจาก “ใจเราเอง” หากเราตัดใจไม่ใด้ ก็ลด ละ เลิก ไม่ไใด้ ชีวิตวิถีใหม่ หรือ  ที่เรียกว่า “New Normar” ที่ทุกคนต้องตระหนักถึงการร่วมกันป้องกันโรคโควิด-19 อาจไม่จำเป็นต้องมี “บุหรี่เหล้า” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะ “แค่ดื่มเหล้า” ก็เท่ากับเอาตัวเองเข้าไปเป็นกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ยังทำให้ร่างกายมีอายุที่สั้นลง เพราะหากดื่มเป็นประจำ ผลเสีย คือ ภูมิคุ้มกันในร่างกายลด เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อในร่างกายได้ไม่เต็มที่

    เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำปาง และสถานบันแสนผญ๋า  ได้ร่วมกันจัดเวทีแลกเปลี่ยนหมู่บ้านต้นแบบงดเหล้า ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน ใน ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้แก่ บ้านกาด หมู่ 1, บ้านตง หมู่ 2, บ้านนาปราบ หมู่ 3 และบ้านไร่ หมู่ 8 ปลอดเหล้ามานานแล้ว หลายร้อยคนตั้งใจลด ละ เลิก ไม่ยุ่งเกี่ยว หรือดื่มเหล้าตลอดชีวิต อีก ทั้งยังลดรายจ่ายตนเอง และครอบครัว ด้วยการไม่เอาเงินไปลงกับเหล้าและบุหรี่

    สิ่งที่ยืนยันถึงความตั้งใจจริงและความร่วมมือของชาวบ้าน โดยไม่ได้หวังพึ่งพิงแหล่งทุนนั้น ก็คือ การสละที่ดินของชุมชนสร้างเป็นร้านค้าขนาดเล็กในชุมชน มีคณะกรรมการช่วยกันบริหารภายใต้ความ ร่วมมือของชุมชนทุกหลังคาเรือนที่จะมีสมุดสมาชิกสำหรับปันทึกการซื้อของที่ร้านค้า เพื่อการแปงปัน ผลตอบแทนรายปีแก่สมาชิก

  • อบต.ทรายขาว อ.พาน “ประชุมพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย”

    อบต.ทรายขาว อ.พาน “ประชุมพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย”

    การดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนน ในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนน โดยเน้น ที่ปัจจัยเสี่ยง 5 ประการ และปัญหาที่ส คัญ 2 ด้าน ได้แก่ การเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทาง ถนน สำ หรับการปรับปรุงในระยะยาว ให้มีการจัดการแบบครอบคลุมที่เกี่ยวข้อง กับหลายภาคส่วน โดยให้พิจารณาทั้งยานพาหนะ ผู้ใช้ ถนน และสภาพถนน ส่วนในระยะสั้นการเปลี่ยนแปลง บางประการสามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ด้วยวิธีการ ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน เช่น การออกกฎหมายความ ปลอดภัยทางถนนที่ครอบคลุม การบังคับใช้กฎหมาย และการรณรงค์เพื่อเพิ่มความตระหนัก

    เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ณ อบต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ได้มีการประชุมโครงการสานพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย ประกอบด้วยหลายหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ตำรวจจราจรเชียงราย คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว เบื้องต้นให้เลือกจากจุดที่มีคนในชุมชน หรือชุมชนใกล้เคียง ใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญซึ่งเป็นที่รวมกลุ่มของคนในชุมชน เช่น โรงเรียน  วัด ตลาด และเป็นจุดซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และหรือมีความสูญเสียจากอุบัติเหตุสูง อาจเป็นได้ทั้งทางแยก ทางตรง ทางโค้ง ทางแคบ จุดกลับรถ  หรือแม้แต่ทางข้าม และบริเวณสภาพถนนที่มีความความบกพร่อง โดยใช้ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ

    นายจีรพงษ์ ใจวงค์ นายกองค์การบริหาส่วนตำบลทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย กล่าวว่าจากแนวคิดสู่นโยบาย ว่าจะทำอย่างไรในพื้นที่ อบต.มีความปลอดภัยทางการใช้ถนน จึงได้นำเสนอทาง สสส.เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในชีวิติประจำวัน การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าสถานการณ์สู่กาจัดการความาปลอดภัยทางถนน ว่ามีพฤติความเสี่ยงเช่นการดื่มสุรา คิดเป็น 63% รองลองมาการสวมหมวดนิรภัยในเวลาขับขี่ จึงสท้อนให้เห็นความอุบัติและการสูญเสีย  “โครงการสานพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย” เป็นอีกแนวทางหนึ่งจะสร้างจิตสำนึก และสร้างตระหนัก ของผู้ขับขี่ รถยนต์ พฤติกรรมในการขับขี่ การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

  • ภาคเหนือตอนบน จัดประชุมขับเคลื่อนชุมชนสร้างสุขภาวะ ลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภาคเหนือตอนบน จัดประชุมขับเคลื่อนชุมชนสร้างสุขภาวะ ลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เป็นกลไกขับเคลื่อนงานระดับภูมิภาค โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินโครงการสนับสนุนประชาคมเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะชุมชนล้านนา ลดปัญญาหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงภาคเหนือตอนบน โดยมีภารกิจในการกำกับทิศทางการทำงาน ติดตามหนุนเสริมกระบวนการทำงานของพื้นที่ ร่วมกันผลักดันให้เกิดกลไกในชุมชน/ตำบล/อำเภอ/จังหวัด ในแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์ ตลอดการจัดการความรู้ หนุนเสริมศักยภาพประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อให้การประสานการทำงานของโครงการให้เกิดผลสัมฤทธิ์

    เมื่อวันที่ 24-25 ธันวาคม 2565 ณ โรงแรมพะเยาเกทเวย์ อ.เมือง จ.พะเยา ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าฯ จึงได้จัดการประชุมคณะทำงานประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อวางแผนงานการขึ้นโครงการภาคและจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางการทำงานรวมถึงตัวชี้วัดของ สสส.ต่อไป

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่าแต่เดิมทางโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา งานศพและงานประเพณีปลอดเหล้า วัดปลอดเหล้า จากโครงการระดับประเทศ และกระจายเข้าสู่ระดับพื้นที่ที่ต้องการดำเนินงาน ซึ่งเป็นลักษณะโครงการร่ม ใหญ่ โดยเป็นการทำเอาโครงการเป็นตัวตั้งและหาคนดำเนินการ และ สสส. ให้มีคน ประสานงานระดับจังหวัด คือ “ประชาคมงดเหล้าจังหวัด” และจะมีโครงการเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดตัวบุคคลในพื้นที่ในการดำเนินงาน โดยมีการคาดหวังให้ประชาคมงดเหล้า เข้าเป็นตัวแทนไปอยู่ใน กรรมการควบคุมงดเหล้าระดับจังหวัด ที่สุดแล้วในการแก้ปัญหาเรื่องเหล้าต้องใช้กลไกภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ในระดับหนึ่ง และประชาคมควรเข้าไปอยู่ในกลไกนั้น ด้วยเหตุนี้จึงเกิดโครงสร้างประชาคมงดเหล้าใน 77 จังหวัด ซึ่งประชาคมงดเหล้าสามารถมาจากคนในชุมชน พระสงฆ์ ส่วนราชการ หรือบุคลากรที่มาจากหลากหลาย ซึ่งอาจมี ภารกิจของตัวเอง และสามารถเข้ามาด าเนินงานในภาคประชาคมได้ ซึ่งโครงการออกแบบมาให้มีการท างานอย่าง ต่อเนื่อง และมีการทบทวนจุดยืน