Category: ความเคลื่อนไหว

  • เวทีพัฒนาประชาคมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงภาคเหนือตอนบน

    เวทีพัฒนาประชาคมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงภาคเหนือตอนบน

    วันที่ 17 -18 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน (สคล.) ร่วมกับผู้ประเมินภายนอกจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาบทบาทภาคประชาคมและติดตามประเมินผลความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์แบบมีส่วนร่วมของประชาคมจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 31 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สคล. ภาคเหนือตอนบน ตัวแทนภาคประชาคม 8 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน น่าน แพร่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน

    จัดประชุมมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลผลัพธ์ของประชาคมจังหวัด และเพื่อเตรียมความพร้อมของประชาคมจังหวัดด้านประเมินภายใน-ภายนอก รวมถึงเพื่อวางแผนการพัฒนาและเพิ่มคุณภาพข้อเสนอโครงการ มีกิจกรรมประกอบด้วย 1.กระบวนการพัฒนาคุณภาพของข้อเสนอโครงการของประชาคมจังหวัดภาคเหนือตอนบน วัตถุประสงค์ทั้งหมดของโครงการ ระบุผลที่คาดว่าจะได้รับ อาจเป็นผลผลิต/ผลลัพธ์/ผลกระทบ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดการดำเนินงานของโครงการ และระบุแนวทางการนำผลที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์/การขยายผล เป็นต้น

    อาจารย์เพชรมณี วิริยะสืบพงศ์ กล่าวว่าการประเมิน เป็นกระบวนการที่สำคัญในการตรวจสอบและวัดผลการดำเนินงานโดยทั่วไปแล้วการประเมินนี้จะมุ่งเน้นไปที่หลายด้าน เช่น การบริหารจัดการกระบวนการทำงาน การพัฒนากลยุทธ์ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพโครงการการเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะเนื้อหาและวัตถุประสงค์ จะนำวัตถุประสงค์ ว่าทำอะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร ต่อมาในเรื่องความเป็นมาของสถานการณ์ปัญหา ส่วนใหญ่เขียนในระดับชาติไม่ได้บอกสถานการณ์จังหวัดหรือพื้นที่ตนเอง ต้องระบุให้ชัดว่าสถานการณ์ในจังหวัดเป็นอย่างไร ทำไมถึงเลือกลุ่มเป้าหมายนี้ ส่วนเป้าประสงค์คือ A ใน CoO และอย่างน้อย 1 วัตถุประสงค์ต้องได้ 2-3 ตัวชี้วัด และต้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัดจะบอกความสำเร็จของวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดอยู่ที่ B หรือ C ของ CoO”

    โดย นางสาวเพ็ญพิศ ชงักรัมย์

  • เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    วันที่ 18 มิถุนายน 2567  เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ ร่วมกับ ภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพรและสื่อมวลชน ร่วมประชุมหารือถึงข้อห่วงใยต่อการแก้ไข พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลกระทบต่อเด็ก-เยาวชนประชาชนมากขึ้น ดังนี้

    1. ต้องไม่ทำให้ปัญหาผลกระทบ จำนวนนักดื่มเพิ่ม และเยาวชนหน้าใหม่ ซึ่งจะไปสร้างปัญหาสังคมและสุขภาพ
    2. ต้องทลายทุนผูกขาด ไม่เอื้อประโยชน์ทุนรายใหญ่ โดยอ้างรายย่อย เพราะเป็นเสมือนการเปิดทางรายใหญ่ที่ย่อยผูกขาดยิ่งขึ้นไปอีก
    3. ต้องให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบความเสียหายอันตราย โดยเฉพาะมาตรา 33 นอกจากจะดูแลผู้คิดสุราแล้ว ให้เพิ่มผู้ได้รับผลกระทบที่ธุรกิจจะต้องมารับผิดชอบด้วย
    4. เสนอการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการควบคุมจังหวัด และท้องถิ่นในการพิจารณาการจัดการการอนุญาตหรือไม่อนุญาต และแก้ปัญหาผลกระทบและเอาผิดผู้ประกอบการ รวมทั้งงบประมาณดำเนินการที่เพียงพอ
    5. เสนอให้ลดโทษทางปกครองเป็นปรับเป็นพินัยจากเดิมเป็นโทษทางอาญา สำหรับความผิดของประชาชนในสถานที่ดื่มต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อประขาชน แต่ต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการรายใหญ่
    6. เครือข่ายไม่ยอมรับการผ่อนปรนมาตรการ เช่น การขยายเวลาขาย  หรือ การโฆษณาที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการโดยไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ ตามที่มีการประชุมข้อเสนอจากฝั่งผู้ประกอบการ

    โดยนางปราณี ภูมิรินทร์  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ และ ประธาน อสม.ระดับจังหวัด กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคมด้านสุขภาพและกลุ่มผู้หญิงในจังหวัดชุมพร ที่มีข้อกังวลต่อการปรับแก้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะมีความเสรีและจะส่งผลกระทบต่อเด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปมากขึ้น ซึ่งทราบว่าขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการจึงร่วมกันระดมข้อเสนอและส่งต่อถึงประธานกรรมาธิการฯในรูปแบบจดหมาย ดังนี้

    1. ขอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. …. พิจารณาดำเนินการให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างครอบคลุมรอบด้าน สร้างการมีส่วนร่วมที่สมดุลมากกว่าการเปิดพื้นที่รับฟังจากกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  
    2. ขอให้กรรมาธิการ ปรับปรุงแก้ไขร่าง พรบ. โดยยึดหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น  สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  
      ท้องถิ่นควรมีสิทธิในการออกมาตรการ  การป้องกันแก้ไขปัญหา  บัดฟื้นฟู  รวมไปถึงการออกแบบงานเทศกาล (Festival) ที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุมชน (Soft Power)
    3. ขอให้กรรมาธิการพิจารณาไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  เข้ามาเป็นกรรมการในทุกระดับ
    4. กรรมาธิการควรเพิ่มโทษกรณีที่มีการขายให้กับเด็ก เยาวชน  การขายให้คนเมาครองสติไม่ได้  รวมถึงขยายความรับผิดของผู้ประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้น
    5. กรรมาธิการควรพิจารณาให้มีกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีที่มาจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    6. กรรมาธิการควรเพิ่มข้อเสนอเนื้อหาที่บรรจุภัณฑ์ด้าน ปริมาณการดื่มที่มีผลกระทบต่อการเกิดอันตรายร่างกายและสังคม

    ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ ขอเสนอแนะให้ทบทวนการพิจารณาดังกล่าว เพราะหากแก้ไขแล้วอาจส่งผลกระทบและเกิดปัญหาทางสังคม ที่สำคัญไม่ควรเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรคุ้มครองและปกป้องเด็กเยาวชน เพิ่มความรับผิดชอบต่อผู้ขาย ไม่เพิ่มปัญหา ไม่เพิ่มคนดื่ม และผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา นางปราณี กล่าวทิ้งท้าย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    วันที่ 12-13 ก.พ. 2567 ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง นำทีมชุมชนที่ขับเคลื่อนงานงดเหล้าภายในพื้นที่ชุมชนบ้านปากแพรก และชุมชนพรุตาโรย ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการสร้างพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวปลอดเหล้า-บุหรี่ในชุมชน ชมวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนในเรื่องของการจัดงานวิ่งวัดเขาขุนพนม (วิ่งตามรอยพระเจ้าตากสิน พิชิต 245 ขั้น) ซึ่งเป็นงานประจำปีที่ได้รับความนิยมในหมู่นักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดงานวิ่งในพื้นที่ในปีถัดไป พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประเด็นการขับเคลื่อนงานงดเหล้าในพื้นที่ การทำข้อมูลที่เป็นรูปธรรม และเดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้สวนจันทร์ศรี เพื่อแลกเปลี่ยนด้านการสร้างเสริมอาชีพและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนหัวใจเพชร เช่น การทำผ้ามัดย้อมจากธรรมชาติ กล้วยอบน้ำผึ้ง รวมถึงการจัดการขยะในชุมชน โดยจะไม่มีถังขยะตั้งหน้าบ้าน ชาวบ้านต้องจะแยกขยะเอง ไม่มีรถเก็บขยะ เมื่อแยกขยะเสร็จแล้ว จะนำไปยังธนาคารขยะของชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งของอื่นๆ ทางชุมชนที่เข้าร่วมศึกษาดูงาน จะนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานชุมชนในพื้นที่จังหวัดระนอง

    โดย กำนันอภินันท์ แสนเสนา ประธานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ได้เริ่มทำงานงดเหล้าเข้าพรรษา โดยเล็งเห็นว่าผู้นำชุมชนมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จึงชักชวนผู้นำชุมชนมาร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่าย อสม. รร. และอำเภอ ซึ่้งปรากฎว่าผู้นำชุมชนสามารถเลิกดื่มได้ และขยายผลสู่คนในพื้นที่ จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการงดเหล้า ลดปัจจัยเสียง

    ด้านนางณัฐชานันทน์ ลิป่วน 1 ในชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจังหวัดระนอง กล่าวว่า จะนำแนวทางการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ กลับไปดำเนินงานในพื้นชุมชนของตนเอง แต่ตลาดสะอาดมาก กำนันก็อธิบายว่าที่มีมีกฎกติกาชุมชนเรื่องขยะ ชาวบ้านต้องจัดการขยะเอง โดยเฉพาะเรื่องกติกาในการดื่มเหล้าในงานบุญประเพณี ผู้นำต้นแบบ ร้านค้าต้นแบบไม่ขายเหล้า-บุหรี่ในชุมชน การสร้างสภาพแวดล้อมปลอดเหล้า รวมถึงการจัดการขยะของชุมชนให้เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางทะเล ช่วงปีใหม่

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางทะเล ช่วงปีใหม่

    เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมปล่อยขบวนรถเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงปีใหม่ เพิ่มความเข้มข้นทุกมาตรการ ลดความสูญเสียให้น้อยลง

            วันที่ 27 ธันวาคม 2566 ที่บริเวณหมวดการทาง ระนอง(บางนอน) ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน ปลัดจังหวัดระนอง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ร่วมกันปล่อยขบวนรถเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงความเสียหายจากอุบัติภัย ไม่ประมาทสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

            โดยว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ  รอดดอน ปลัดจังหวัดระนอง ได้อ่านสารของนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสูญเสียจากอุบัติภัย และให้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะเชิญชวนรณรงค์ให้ประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ส่งเสริมให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ จากภัยพิบัติทั้งภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เตรียมความพร้อมของชุมชนในการพร้อมรับภัยพิบัติ บูรณาการ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้กำหนดช่วงควบคุมเข้ม 7 วันอันตราย  เพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บให้น้อยลง และมีการตั้งด่าน จุดตรวจ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่สิ่งที่น่าห่วงคือการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถไม่สวมหมวกนิรภัย เหล่านี้เป็นต้น จึงฝากเน้นย้ำให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ประมาท ใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติ
  • ประชุมยกระดับการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงชุมชนสู่การท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัย

    ประชุมยกระดับการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงชุมชนสู่การท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัย

          เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ จัดประชุมคณะทำงานและทีมงานขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชนของตำบลบ้านเกาะ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช
          ด้านกำนันอภินันท์ แสนเสนา ประธานศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ กล่าวว่า ในปีนี้จะมีการปรับคณะทำงานชุดใหม่ให้ครอบคลุม 4 กลุ่มหลักในชุมชน คือ ทีมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน แกนนำอสม. อบต.และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ในการดำเนินงานผลักดันการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชนสู่ชุมชนการท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัย สร้างแรงกระตุ้นในการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทุกรูปแบบ และเสนอข้อมูลให้นายอำเภอพรหมคีรีทำการแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์การเรียนรู้ฯ โดยจะมีการอัพเดทข้อมูลคนหัวใจเพชร และการจัดสภาพแวดล้อมชุมชนปลอดเหล้า แหล่งท่องเที่ยวปลอดเหล้า และแนวทางการเปิดโอกาสให้เยาวชนในชุมชนที่มีความสนใจพัฒนาศักยภาพของด้านมัคคุเทศก์น้อยเข้าร่วมกิจกรรม การส่งเสริมกลุ่มอาชีพชุมชนในการแลกเปลี่ยน/จำหน่ายสินค้ากับเครือข่ายทั่วประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมการจัดงานวิ่งตามรอยพระเจ้าตากสิน พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ธันวาคม 2566 นี้
  • บูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี

    บูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี

    วันที่ 25 กันยายน 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี จัดเวทีลงนามบันทึกข้อตกลง MOU

    ว่าด้วยการบูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ 21 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมตากสิน ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี โดยมี นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัด

    ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดื่มแอลกอฮออล์ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัด และสังคมต่อไป