Category: ภาคกลาง

  • YSDN ON TOUR กลางออกตก – รวมพลังสร้างสรรค์สังคม

    YSDN ON TOUR กลางออกตก – รวมพลังสร้างสรรค์สังคม

    พลังเยาวชนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำพาสังคมก้าวมุ่งไปสู่อนาคตที่ดี ใครที่เคยกล่าวว่า เด็กคืออนาคตของชาติ อาจจะไม่จริงอีกต่อไป เพราะในวันนี้ เด็กคือกำลังหลัง ที่พร้อมจะพัฒนาเพื่อเป็นฟันเฟืองนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น

    การพบปะแลกเปลี่ยนของแกนนำเยาวชนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์​ จังหวัดอยุธยา โอกาสแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ครั้งนี้ นำโดยเยาวชน YSDN ภาคกลาง สร้างความสนุกและความสุขทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำกิจกรรมในพื้นที่ สานพลังเครือข่าย YSDN กลาง ออก ตก อย่างเข้มแข็ง

    ” ราชธานีเก่า    อู่ข้าวอู่น้ำ    เลิศล้ำกานท์กวี   คนดีศรีอยุธยา

    คำขวัญประจำจังหวัดอยุธยา

    กิจกรรม YSDN จิตอาสาเพื่อสังคม เยี่ยมชมเมือง ทำดีเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมพลเยาวชนอาสา YSDN กลาง ออก ตก ร่วมเก็บขยะรอบเมืองพระนครศรีอยุธยา ปลูกฝังจิตสำนึกการมีจิตสาธารณะเพื่อส่วนรวม สร้างพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภาพลักษณ์ที่ดี

    เวทีเสวนาปุจฉาวิสัชนา “สุราก้าวหน้า” กับการวางแผนทิศทางงานลดนักดื่มหน้าใหม่ ในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เยาวชน YSDN On Tour ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ร่วมกับคุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยาเขต 1 พรรคก้าวไกล คุณสักรินทร์ ตรียุทธ วิศวะกรผู้ประกอบการคราฟท์เบียร์ที่มีแนวคิดการขายอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ชวนคิดชวนคุยโดย พี่หมอติ ภก.สันติ โฉมยงค์ เภสัชกรผู้เป็นครูของเด็กอยุธยา

    พร้อมนำเสนอแนวคิดและมุมมองพร้อมการรับมือกับการเกิดขึ้นของการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐในอนาคต ในฐานะของเยาวชนนักรณรงค์ เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดที่เข้มแข็ง และเป็นพื้นที่ให้เยาวชนใช้สิทธิ ใช้เสียงของตัวเองถ่ายทอดความคิดและทางเลือกของตัวเองได้อย่างอิสระ

  • พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    กรณี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ขึ้นป้าย “ห้ามแตรวง กลองยาว ดนตรีแจ๊ส นางรำ เข้าในลานโบสถ์” เนื่องจาก ทำให้พระอุปัชฌาย์ และคู่สวด พระสงฆ์ต้องมานั่งรอนาน ทำให้ญาติผู้ใหญ่ ที่จะมาบวชลูกหลาน ต้องได้รับความลำบากและคนที่อุ้มผ้าไตรและถือสิ่งของยืนรอนานมาก กว่าจะได้แต่ละรอบ พร้อมขอท่านผู้เจริญแล้ว โปรดรักษา กฎ กติกา อย่าสนุกรื่นเริง ในความทุกข์ของผู้อื่น ที่กำลังเป็นกระแสในสังคม

    ประเด็นนำเข้าในเวทีการประชุมของพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ภาคกลาง/ปริมณฑล ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 ณ วัดท่าหลวง จ.ลพบุรี โดยมีพระสงฆ์ในเครือข่าย โซนภาคกลาง/ปริมณฑล เข้าร่วมประชุม กว่า 20 วัด พร้อมผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กงงดเล้า (สคล.) มี พระครูภัทรธรรมคุณ,ดร. ประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง เป็นประธานในพิธี ได้พูดคุยกันในประเด็นของการจัดงานบวชที่มีปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

    จากการประชุมได้ยกกรณีศึกษา จากปัญหาที่เกิดขึ้นของวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ที่พระสงฆ์ และญาติผู้ใหญ่ที่ตั้งใจจะบวชลูกบวชหลาน ได้รับความเดือนร้อน จนเจ้าอาวาสต้องขึ้นป้าย ออกกฎระเบียบในการจัดงานบวชที่วัด

    โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม คณะกรรมการวัดเวฬุวัน ทราบว่า ป้ายข้อความนี้ เห็นมาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะทางวัดจะต้องมีกฎระเบียบ ถ้าให้แห่วนรอบโบสถ์แล้ว จะทำให้ผู้สูงอายุ ผู้อุ้มผ้าไตร อุ้มบาตร อัฐบริขารหลายๆ อย่าง จะไม่ไหว เพราะบางทีพวกนำหน้านาค ก็จะเมาแล้วมีเรื่องตีกัน จึงทำให้ต้องมีกฎระเบียบ โดยทางเจ้าอาวาสได้ขอให้ลูกศิษย์มาทำป้าย แม้กระทั่งกฎข้อห้ามที่ทางมหาเถรสมาคมสั่งให้ทุกวัดมีป้ายห้ามดื่มสุรา ของมึนเมาภายในวัด ก็มีการติดไว้เช่นกัน

    ที่ผ่านมาพระสงฆ์ในเครือข่ายเอง ก็ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดที่วัด ในเวทีครั้งนี้ได้มีโอกาสทบทวน ปัญหาของการทำงานที่มา ผลกระทบที่เกิดขึ้นของการจัดงานบวชที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง อาทิ การลงทุนอย่างมหาศาลในการจัดงานบวช มีการเลี้ยงฉลองน้ำเมา สร้างค่านิยมผิดๆเกิดขึ้นในสังคม กลับกลายเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา ของคนในสังคมที่มีความต้องการจะบวช แต่ถูกค่านิยมที่ทับถมว่า จะบวชต้องมีเงิน ต้องเลี้ยงแขก ต้องมีมหรสพ ทั้งที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่หลักใช่แก่นของงานบวชเลย

    พระสงฆ์เองได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีข้อจำกัด และอุปสรรคในหลายๆอย่าง เนื่องจากเรื่องนี้ มีอยู่หลายส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เจ้าภาพที่จะบวช กับพระสงฆ์ แต่มี สังคมที่เป็นผู้กำหนดค่านิยม มีคนวัด ไวยาวัจกร มรรคนายก ที่ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดรูปแบบของการจัดงานบวช ค่านิยมที่ฝังรากลึกมานาน เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องอาศัยความร่วมมือ จากหลายส่วนในสังคม มาช่วยกันแก้

    ในตอนท้าย นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ผจก.โครงการการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ได้กล่าวสรุปแนวทาง ในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ตามที่ในเวทีในเวทีได้มีการแลกเปลี่ยนกัน ดังนี้

    1. มีต้นแบบ พระ วัด แล้วขยายแนวคิด หาเจ้าภาพต้นแบบ ด้วยความสมัครใจ

    2. ไม่หักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยหาคนที่มีใจ คนใกล้วัด ใกล้ธรรม

    3. ชี้ประโยชน์ แนะนำหลักที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ตามหลักพุทธธรรม บวชสร้างสุข คืออะไร อย่างไร ต้องอธิบายให้ชัดเจน ให้เห็นประโยชน์ร่วม ด้วยความรัก

    4. มีกระบวนการทำความเข้าใจจากเจ้าอาวาส คนที่ชาวบ้านนับถือ หรือทีม คณะทำงาน ที่จะทำหน้าที่สื่อสาร แทนพระ และเป็นผู้นำตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น มัดทายก ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    5. ต้องมีการสื่อสารเชิงบวก ทำความเข้าใจ ไม่ตำหนิ ยกย่อง เชิดชู ผู้บวช เจ้าภาพ ให้เห็นประจักษ์ เป็นผู้หนักแน่นในธรรม มีศรัทธา มีปัญญา

    6. สร้าง กติกา วัด ชุมชน เพื่อเป็นกติกากลาง เป็นภูมิคุ้มกันระดับชุมชน ตำบล อำเภอ เชื่อมถึง พชอ.

    7. ประสานแนวคิดบูรณาการ กับ โครงการอื่นๆ ไม่ทำเดี่ยว เช่น วัดประชารัฐ พลัง บวร วัดส่งเสริมสุขภาพ

    ในเวทีครั้งนี้ ได้มีการสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบ ที่จะไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ในระดับพื้นที่ของโซนภาคกลาง/ปริมฑล ต่อไป โดยมี มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) คอยหนุนเสริม และมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้สนับสนุน


  • เครือข่ายพลัง บวร ภาคกลาง พัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ พร้อมผลักดันค่านิยมใหม่ บวชสร้างสุข

    เครือข่ายพลัง บวร ภาคกลาง พัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ พร้อมผลักดันค่านิยมใหม่ บวชสร้างสุข

    วันที่ 2 มีนาคม 2566 พระครูภัทรธรรมคุณ, ดร. เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ร่วมกับเครือข่ายพลัง บวร.(บ้าน วัด ราชการ) ภาคีหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดของภาคกลางตอนบน ปริมณฑล และ กทม. 6 จังหวัด (ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา และนนทบุรี) ประกอบด้วย คณะสงฆ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สำนักงานควบคุมโรคที่ 4 ศูนย์อนามัยที่ 4 และประชาคมสุขภาพจังหวัด ร่วมประชุมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ พัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ และขยายงาน “บวชสร้างสุข” โดยการสนับสนุนของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี

    สืบเนื่องจากเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม คือ กลุ่มพระสงฆ์นักพัฒนาทั่วทุกภูมิภาค กับเครือข่ายพลัง บวร ในพื้นที่ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสุขภาพพระสงฆ์ สุขภาพชุมชนและสังคม เพื่อสนองงานคณะสงฆ์และสนับสนุนนโยบายการพัฒนาของทางราชการ อาทิ มติมหาเถรสมาคม ที่ 191/256 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 เรื่องการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ (การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 มติ 7) และประกาศธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 ใช้เป็นกรอบการพัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ที่มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ 1) พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเอง 2) ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ตามหลักพระธรรมวินัย และ 3) บทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยยึดหลักการ “ใช้ทางธรรม นำทางโลก” ด้วยมาตรการ 5 ด้าน คือ ความรู้ ข้อมูล การพัฒนา การบริการสุขภาพ และการวิจัย  คณะสงฆ์ได้ดำเนินยุทธศาสตร์การปฏิรูปพระพุทธศาสนาทั้ง 6 ด้าน และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ได้สนับสนุนการสานพลังเครือข่ายเพื่อสนองงานคณะสงฆ์ ตามคำมั่นสัญญา “เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

    นอกจากการประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานแล้ว เพื่อให้เกิดการขยายงานให้มากขึ้น ในที่ประชุมจะได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วย การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะพัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ ภายใต้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พ.ศ. 2560 โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายพลัง บวร (บ้าน วัด ราชการ) ภาคกลาง ระหว่างคณะสงฆ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด สำนักงานควบคุมโรค ที่ 4 ศูนย์อนามัยที่ 4 ประชาคมสุขภาพจังหวัด ทุกจังหวัด เพื่อพัฒนาสุขภาวะพระสงฆ์ ภาคกลาง ให้บรรลุเป้าหมาย “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง” และขยายการดำเนินงานนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข เป็นงานบวช “เรียบง่าย งามสะอาด ประโยชน์สูง ประหยัดสุด เสมอภาคกัน” เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรม สืบสานพระศาสนา แก้ปัญหาวิกฤติ ลดหนี้ ปลอดโรค ปลอดภัย

    โดยภายในข้อตกลงจะมีการร่วมมือกันดำเนินงาน ดังนี้

    1. ร่วมกันส่งเสริมให้พระสงฆ์มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถปรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง อุปัชฌาย์อาจารย์ และเพื่อนสหธรรมิกได้อย่างเหมาะสม

    2. ชุมชนและสังคมร่วมกันเป็นธุระดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ตามหลักพระธรรมวินัย ทั้งในยามปกติ และยามอาพาธ          

    3. ส่งเสริมบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยสนับสนุนให้วัดและชุมชนปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง รวมถึงการสื่อสารสาธารณะถึงกิจกรรมเชิงพุทธ อาทิ วัดปลอดเหล้า บุหรี่ การพนัน งานบุญประเพณีปลอดเหล้า งานบวชสร้างสุข เป็นต้น โดยจะก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและสัมพันธภาพที่ดี ให้เกิดขึ้น ระหว่างวัดกับชุมชน ทำให้ “พระสงฆ์มีสุขภาพแข็งแรง วัดมีความมั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง” สืบไป

  • ปฏิญญาชอนสมบูรณ์ ภาพสะท้อนของพลังบวรลพบุรี สร้างสุขปลอดเหล้าปลอดโรคปลอดภัย

    ปฏิญญาชอนสมบูรณ์ ภาพสะท้อนของพลังบวรลพบุรี สร้างสุขปลอดเหล้าปลอดโรคปลอดภัย

    วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายพลัง บวร ประกอบด้วย ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชนคนสู้เหล้า แกนนำคนต้นแบบงดเหล้า (หัวใจหิน หัวใจเหล็ก หัวใจเพชร) อสม. แกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ห่างไกลแอลกอฮอล์ พระสงฆ์นักพัฒนาจากวัดในเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายอำเภอนักรณรงค์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมสถาบันนารายณ์เพื่อการพัฒนาจังหวัดลพบุรี เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง (สคล.) และสื่อมวลชน (สื่อสร้างสุข) ร่วมกันบำเพ็ญกุศลในงานบุญ100 วัน พระอาจารย์แต๋ม (พระครูใบฎีกาทรงพล ชยนนฺโท) อดีตที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง

    พร้อมกันนั้น ได้มีการเปิดเวทีเสวนา  “บุญ 100 วัน สืบสานต่อยอด สานต่อเครือข่าย ส่งเสริมความรู้ เชิดชูคนดี”  ณ ลานร่มโพธิ์-พิกุล วัดศรีรัตนาราม ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี  เป็นการ พูดถึงงานต่างๆ ที่พระอาจารย์ท่านได้เคยเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน ในเรื่องของการป้องกันและแก้ปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงประเด็นของการพัฒนาสุขภาวะของชุมชน สังคม ร่วมกันทบทวน เพื่อต่อยอดอุดมการณ์ความดี ให้ยังคงอยู่คู่สังคม

    ภาคีเครือข่าย เองได้ร่วมกันให้คำมั่นสัญญาที่แสดงถึงความสุจริตใจในการร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสืบสานต่อยอดอุดมการณ์สู่บรรลุเป้าหมายสังคมลพบุรีอยู่ดีมีสุขปลอดเหล้าปลอดโรคปลอดภัย ดังนี้

    1. ตระหนักในปัญหาและผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้ง​ด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม

    2 ส่งเสริมการใช้ข้อมูล ความรู้ เป็นฐานในการดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่พึงประสงค์

    3. สร้างพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับเด็กและเยาวชน ให้คิดดี ทำดี ห่างไกลแอลกอฮอล์

    4. ลดนักดื่มหน้าเก่า สร้างสัมมาชีพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่คุณภาพชีวิติที่ดี

    5. เสริมความเข้มแข็งของทุนทางสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม งานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    6. ดำเนินการอย่างเป็นองค์รวม ที่ต้องทำทุกเรื่องไปพร้อมกัน สำหรับคนทุกกลุ่ม

    7. เชื่อมร้อยและประสานพลังจากทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการดำเนินงานทุกขั้นตอน

    8. ร่วมผลักดันมาตรการชุมชน สู่นโยบายสาธารณะการสร้างเสริมสุขภาวะระดับท้องถิ่น

    ปฏิญญาที่เป็นคำมั่นสัญญาฉบับนี้ แสดงถึงเจตนารมณ์ของทุกภาคีเครือข่ายชุมชน องค์กร ทุกหน่วยของจังหวัดลพบุรี ที่จะร่วมมือกันดำเนินการ และเพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนี้ จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ลงนาม ณ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป


    อารีย์ เหมธุลิน ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า ภาคกลางและปริมณฑล