Category: ภาคอีสานตอนบน

  • ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    เมื่อวันที่22 -23 และวันที่26-27 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.)ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอนาทม ปกครองอำเภอนาทม สถานีตำรวจภูธรนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข 14 หมู่บ้าน จัดอบรมให้ความรู้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแลกอฮอล์และบุหรี่ จำนวน 69 ร้าน ในพื้นที่ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    โดยลงพื้นที่เยี่ยมร้านค้าทุกร้าน พร้อมติดสติ๊กเกอร์ข้อปฏิบัติ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายและมีการทำพันธสัญญาว่าด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสนับสนุนโครงการนาทมชุมชนสู้เหล้า

    นายชลกานต์ วงค์เข็มมา รองสาธารณสุขอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “อำเภอนาทมมีการขับเคลื่อนลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยคณะกรรมการคุณภาพชีวิต ในการลดคนดื่มและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า เจ้าภาพไหนจัดงานศพลดค่าใช้จ่ายเจ้าภาพงานละ20,000-30,000บาท แต่ยังไม่100% จึงอยากให้ผู้นำชุมชน อสม.ตำบลหนองซนช่วยกันสนับสนุนประชาสัมพันธ์คุยกับเจ้าภาพไม่เลี้ยงเหล้าในงานบุญ และการให้ความรู้ผู้ประกอบร้านค้าในปีนี้เริ่มต้นที่ตำบลหนองซนเป็นพื้นที่นำร่อง และปีต่อไปก็จะขยายไปอีก2ตำบล”

    พ.ต.ต. ภูมิภัทร บุญนำ สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรนาทม กล่าวว่า

    “การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้รู้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เวลาไหน วันไหน ขายได้ ขายไม่ได้ อายุเท่าไหร่ถึงขายได้ และยังมีพรบ.ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พรบ.คุ้มครองเด็ก พรบ.ขนส่งทางบก พรบ.สรรพสามิต ดังนั้นเมื่อร้านค้ารู้แล้วก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะหากมีการตรวจพบกระทำผิดก็จะมีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ”

    นายวรสุทธิ์ สุกทน ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ลงพื้นที่มาพบปะผู้นำชุมชน อสม.และผู้ประกอบการร้านค้า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ฝากให้ช่วยกันสอดส่องดูแลหากมีการดื่มเหล้าก็อย่าขับรถออกจากบ้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยเป้าหมายปีนี้ให้เป็นศูนย์”

    นายวิชัย โมธรรม กำนันตำบลหนองซน กล่าวว่า

    “อยากให้พี่น้องชาวตำบลหนองซนทำตามกฏหมาย และอยากให้ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพตัวเราเอง เป็นแบบอย่างให้กับเด็กเยาวชน อยากให้พ่อแม่พี่น้องช่วยกันให้ชุมชนเราปลอดภัย”

    นอกจากนี้ยังมีการติดตามหลังจากที่แนะนำร้านค้าแล้ว โดยจะให้อสม.แต่ละหมู่บ้านติดตามร้านค้าทุกร้าน ในหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบเดือนละ1ครั้ง แล้วบันทึกในแบบฟอร์มให้ผู้ใหญ่บ้านรับรอง แล้วให้ประธานอสม.หรือผู้ใหญาบ้านแต่ละหมู่บ้าน นำส่งให้กำนันเพื่อรายงานประชุมประจำเดือนของอำเภอทุกเดือนเพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนตำบลหนองซนต่อไป

    ภาพ/ข่าว :ภาคีเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม

  • ตำบลพระลับ “ฉลองชัยคนหัวใจหิน ชื่นชมคนหัวใจเหล็ก เชิดชูเกียรติคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต”

    ตำบลพระลับ “ฉลองชัยคนหัวใจหิน ชื่นชมคนหัวใจเหล็ก เชิดชูเกียรติคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต”

    เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลพระลับอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระธรรมดิลก ปธ.9,ดร. ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ธ. เป็นประธานในพิธีมอบเกลียรติบัตร คนหัวใจหินงดเหล้าได้ครบพรรษาประจำปี 2565 คนหัวใจเหล็ก งดเหล้าต่อเนื่อง 1-3 ปี และคนหัวใจเพชร งดเหล้าตลอดชีวิต ซึ่งจัดขึ้นโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลพระลับ ร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 50 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 19 หมู่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลพระลับ ขณะเดียวกันจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียนในการขับเคลื่อนงานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในชุมชนทั้งตำบล ซึ่งมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องโดยงบประมาณกองทุนสุขภาพตำบล

    นางสุจิตรา อุทธา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทต.พระลับ และที่ปรึกษาเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า

    “ตำบลพระลับ คือ 1 ใน 4 ตำบล ของจังหวัดขอนแก่น ขับเคลื่อนงานเข้าพรรษา ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และเราดำเนินโครงการงานศพ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า มาหลายปีต่อเนื่อง เปลี่ยนแปลงค่านิยมคนในชุมชนในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆและเห็นความร่วมมือของร้านค้าที่พร้อมปฎิบัติตามกฏหมายไม่ขายเหล้าให้กับเด็กเยาวชน ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีแกนนำชุมชนที่เข้มแข็งมีอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า อ.สคล. เป็นตัวแทนในชุมชนช่วยเหลือสมาชิกคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี”

    ภาพ/ข่าว : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

  • เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    จากการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมของดี คนดี และ วิเคราะห์ ทดลอง ระดมความคิดเพื่อเชื่อมโยงของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนเราก็พบว่า ของดี คือ จุดเชื่อมโยง ของ คนทุกวัย ทุกชาติได้ หากจัดการอย่างเหมาะสม อยู่ในจุด อยู่ในทางสายกลาง

    ในพื้นที่เชียงคาน ที่กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า ที่มีส่วนร่วมในการสร้างถนนคนเดินเชียงคาน ซึ่งเป็นคนลูกหลานชาวเชียงคาน ที่สร้างความเข้มแข็งกันมาอย่างยาวนานหลายปี จนทำให้ชุมชนต่างๆรอบๆถนนคนเดินได้เข้ามาร่วมมาทำงานร่วมกัน สร้างรายได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปีให้กับกลุ่มวิสาหกิจ ไม่นับรวม รายได้ที่เกิดกับชุมชนร้านค้าต่างๆทั่วเชียงคาน

    ด้วยในนามของทีมเครือข่ายงดเหล้า มูลนิธิทองทศฯ และทีมงาน Voluntist ได้ใช้เวลากว่า 1 ปีในการวิเคราะห์จนได้พบว่าพื้นที่ที่จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้กับทุกภาคส่วนในพื้นที่เชียงคานนี้คือคำว่า “พื้นที่สร้างสรรค์ของคนสามวัย” ที่จะต้องเชื่อมโยงกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

    เมื่อปีที่แล้วเราได้จัดการทดลองเส้นทางท่องเที่ยวโดยนำผู้ทำงานด้านสังคมต่างๆ มาดูงานและพูดคุยจนได้ข้อสรุปว่า กิจกรรมที่น่าจะเป็นเรือธงที่ดีของเชียงคานในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า คือการทำผาสาดลอยเคราะห์ เพราะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยและทุกความเชื่อสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีข้อจำกัดมากนัก

    ในครั้งนี้ทางโครงการจึงได้ลองทดสอบในรูปแบบใหม่ โดยเสนอให้ชุมชน ลองนำเสนอให้ชาวต่างชาติโดยเน้นผาสาดลอยเคราะห์ และพ่วงกับการทำจิตอาสาฝึกภาษาอังกฤษในโรงเรียน เพื่อจะเป็นสภาในการเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้าด้วยกัน

    โดยได้นัดทำกิจกรรมกันในวันที่ 14 ธันวาคมตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เพื่อเป็นตัวอย่างกิจกรรม 1 วันที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการขายและการขยายผลต่อไปยังคน 3 วัยได้

    มีรายละเอียดดังนี้

    10:00 น เริ่มทำผาสาดลอยเคราะห์กันที่ศาลาชุมชน

    พร้อมทั้งการนุ่งซิ่นเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับนานาชาติและคนไทยรุ่นใหม่

    12:00 น เมื่อทำผาสาดลอยเคราะห์เสร็จแล้วก็เดินทางไปรับประทานอาหารของกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ซอยเชียงคาน 1

    13:00 น เริ่มกิจกรรมจิตอาสาสอนภาษาอังกฤษร่วมกับเด็กมัธยมตอนปลายจำนวนกว่า 200 คนที่โรงเรียนเชียงคานโดยเน้นการให้นักเรียนมัธยมเหล่านั้นนำเสนอสิ่งดีของเชียงคานออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

    16:00 น เดินทางไปที่ศาลาชุมชนเพื่อรอยผาสาดลอยเคราะห์ที่ทำเสร็จแล้วลงไปในแม่น้ำโขง

    17:00 น เดินทางล่องแม่น้ำโขงเพื่อชม วิถีชีวิตรอบริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้งฝั่งประเทศไทยและประเทศลาว

    19:00 น พาชาวต่างชาติอาสาสมัครทั้งหลายกลับมาเดินถนนคนเดินเชียงคาน

    เมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จทางทีมงานนำโดยนายสุริยัน แก้วกัญญา. ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้าเชียงคาน ประธานกลุ่มจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนวัดป่าใต้ นางไพรินทร์ แก้วกัญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน ผู้ประสานงานเครือข่ายท่องเที่ยวเชียงคาน และ ทีมบริหารโครงการของเครือข่าย คือ นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมม และนายวิญญู ศรีศุภโชค ตัวแทนมูลนิธิทองทศฯ และ Voluntist ได้นัดประชุมสรุปงานกันในเช้าวันที่ 15 ธันวาคมและมีความเห็นตรงกันว่าวิธีการนี้น่าจะสามารถเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้ามาร่วมงานทำงานกันได้เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดทั้งในส่วนของคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ ได้รับรู้ถึงทุน คุณทางวัฒนธรรมของเชียงคานมากนัก และคนรุ่นเก่าที่ไม่ถนัดการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่

    และเนื่องจากหากต้องการเชื่อมโยงกับตลาดของคนหัวเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯการเดินทางจึงเป็นปัญหามากในการไปสู่เชียงคานถ้าเราสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวโดยรถสาธารณะเช่นรถไฟหรือรถยนต์ได้จะทำให้การเดินทางที่นี่มีโอกาสเชื่อมโยงไปสู่คำว่าการท่องเที่ยว low Carbon

    และในครั้งถัดไปทางโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขและท่องเที่ยวปลอดภัยจะจัดการทำทดลองเที่ยวกึ่งเชิงธุรกิจขายจริงและประชาสัมพันธ์จริงโดยเน้นการใช้รถสาธารณะและกิจกรรมจิตอาสาเป็นองค์ประกอบ

    โดยจะมีประเด็นหลักใหญ่คือการดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมกันสร้างพื้นที่สร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมของเชียงคาน ผ่านการทำกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ต่อไป #สสส#สคล#วัฒนธรรมสร้างสุข#ท่องเที่ยวปลอดภัย#voluntist

  • ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    วันที่ 16-18 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุน จากสำนักงานกองทุนสนุบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า หรือเรียกว่า อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบน ณ หอประชุมธรรมาภิบาลเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

    โดยมีเจ้าอธิการแดง ปญฺญาวโร เจ้าคณะตำบลบึงวิชัย (เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคอีสาน) อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวสร้างพลังใจประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนและคนหัวใจเพชร

    “สิ่งที่ทำเป็นการช่วยเหลือให้คนมีสุขภาพดี คนที่สามารถเลิกเหล้าได้ถือว่าเป็นคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง สวยงามจากข้างในเพราะเป็นคนที่มีใจความปรารถนาที่จะทำสิ่งดี ก็ขอให้รักษาสิ่งดีงามข้างในนี้ไว้”

    เวทีครั้งนี้มีชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรมคือ ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลดงบัง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลกู่สันตรัตน์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองไผ่, ชมรมอสม.ตำบลหนองกุง, ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา, ชมรมคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิตตำบลโพนสูง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)บ้านหัวฝาย, ชมรมอ.สคล(คนหัวใจเพชร)บ้านโคกเครือ, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองภัยศูนย์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหนองซน,ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลบึงโขงหลงและชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลนาดี มีเสริมพลังใจความภาคภูมิใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในชมรมฯและการชวนคน ลด ละ เลิกเหล้า การถอดบทเรียนการขับเคลื่อน ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของแต่ละชมรม 5 ส่วน คือ 1.แรงบันดาลใจการจัดตั้งชมรม 2.บทบาทและภารกิจ 3.การจัดสภาพแวดล้อม 4.ผลงานที่สำคัญของชมรม 5.การเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 12 ชมรม ทำให้ชมรมคน อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบนมีการขับแนวทางในการเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล การส่งเสริมอาชีพคนเลิกเหล้า และจะยกระดับให้มีจัดตั้งกองทุนชมรม อ.สคล. (คนหัวใจเพชร) เพื่อดูแลสมาชิกและช่วยเหลือคนในชุมชน

    นอกจากนั้นชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับความกรุณาพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เจ้าคณะยางตลาด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีโคกศรี เป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวตอนรับชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรม ภาคอีสานตอนบน ในการศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ เป็นการทำงานร่วมกัน บ้าน วัด เยาวชน ในการขับเคลื่อนงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยสโลแกนจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์

    “คนโคกเครือห้ามตายก่อนอายุ 80 ปี”

    โดยทางชุมชนมีฐานเรียนรู้ 4 ฐาน คือ 1.ฐานคุณธรรม จริยธรรม 2.ฐานงานบุญปลอดเหล้า 3.ธนาคารความดี 4.เศรษฐกิจพอเพียง

    นายอภิสิทธิ์ ภูชัยแสง ผู้ใหญ่บ้านโคกเครือ กล่าวว่า “ชุมชนบ้านโคกเครือเริ่มต้นจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เห็นปัญหาเวลาจัดงานศพจึงมีการขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า และขยายเป็นงานบุญกฐินปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า และการชวนคนลด ละเลิกเหล้า โดยใช้โอกาสงดเหล้าเข้าพรรษาเชื่อมกับการออมเงินค่าเหล้าฝากผ่าน “ธนาคารความดี” และส่งเสริมอาชีพให้กับคนเลิกเหล้า จัดตั้งเป็นกองทุน ช่วยเหลือกันในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย บ้าน วัด หน่วยงาน ชมรม อ.สคล.และเยาวชนในตำบลอุ่มเม่าเพื่อการให้เกิดพื้นที่รูปธรรม”

    นายสมพงษ์ บุญตาท้าว คนหัวใจเพชรตำบลหนองซน ตัวแทนจากชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร 12 ชมรม ได้แต่งบทกลอนจากเรียนรู้ครั้งนี้ กล่าวว่า

    “ ขอบพระคุณทีมงานบ้านโคกเครือ

    ที่เอื้อเฟื้อแหล่งเรียนรู้มุ่งมีฝัน

    พาทีมงาน อ.สคล.ช่วยแบ่งปัน

    ร่วมสร้างฝันคุณค่า พาทำงาน

    มีหลวงพ่อท่านพระครูเจ้าคณะ

    พาลด ละ เลิกสุรา พาประสาน

    ท่านนายก ผู้นำทางการทำงาน

    ใหญ่อภิสิทธิ์ผู้ประสานทุกงานไป

    ทั้งสี่ฐานสุดยอดงานเป็นต้นแบบ

    ตามติดแนบปฏิบัติธรรมนำสมัย

    ลดเลิกเหล้าทำงานบุญร่วมบวชใจ

    นำพาสู่อาชีพความพอเพียง

    เยาวชนคนเก่งเร่งปลูกสร้าง

    ชี้นำทางปลูกไว้ ช่วยส่งเสียง

    ปลูกความรัก ความผูกพัน ไม่ลำเอียง

    ความพอเพียง เป็นแบบอย่างสร้างชุมชน

    ขอขอบคุณอย่างจริงใจให้อีกครั้ง

    ขอปรบมือดังๆทุกแห่งหน

    เชิญทุกท่านปรบมือทุกๆคน

    ให้ชุมชนต้นแบบบ้านโคกเครือ”

    จาก 12 ชมรม ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนการทำงานในการให้คนในชุมชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้มาเรียนรู้ในชุมชนคนสู้เหล้าพื้นที่จริง ทำให้ชมรมได้ทบทวนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในชมรมและชุมชนคนสู้เหล้าต่อไป

  • ตำบลทุ่งกุลา บูรณาการความร่วมมือคน 3 วัย ลดปัจจัยเสี่ยง

    ตำบลทุ่งกุลา บูรณาการความร่วมมือคน 3 วัย ลดปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายอนุภาส มังสระคู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทุ่งกุลา เป็นประธานการหารือแนวทางการลดปัจจัยเสี่ยงเของคนตำบลทุ่งกุลา มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมหารือ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด สาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ เทศบาลตำบลทุ่งกุลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจานเตย โรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์และชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา

    นางวรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ช่วยผู้ประสานงานสำนักงานเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า

    “ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องช่วยกันทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ตำบลทุ่งกุลา ชมรมคนหัวใจเพชรร่วมกับ รพ.สต.จานเตยชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษาอยู่แล้ว เป็นโอกาสดีที่จะชวนทุกภาคส่วนต่อยอดขยายกิจกรรมงานบุญประเพณี งานกีฬา ให้เป็นงานที่ปลอดภัย เชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ เป็นพื้นที่ต้นแบบในงานกีฬาปลอดเหล้า ปลอดภัย”

    นายอนุภาส มังสระคู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทุ่งกุลา กล่าวว่า

    “ทางเทศบาลมีการจัดกีฬาเยาวชนต้านยาเสพติด เห็นด้วยในการที่จะสนับสนุนให้เด็กเล่นกีฬาด้วยใจรัก พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการป้องกันเยาวชนจากน้ำเมา และต้องมีสื่อสารผ่านทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารไปผู้ปกครองไม่ใช้เด็กไปซื้อเหล้าเบียร์หรือผู้ปกครองบางคนให้เด็กลองดื่ม ส่วนงานกีฬาก็ต้องประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ปกครองไม่สนับสนุหล้าเบียร์ให้กับทีมนักกีฬา”

    การประชุมครั้งนี้มีแนวทางการส่งเสริมด้านงานกีฬาทั้งในเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่ ให้ตระหนักปฏิบัติตามกฎหมายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ และมีการประกวดขบวนรณรงค์เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และการการวิ่งเก็บระยะเพื่อให้คนในชุมชนไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ตำบลทุ่งกุลาหันมาออกกำลังกายดูแลสุขภาพมากขึ้น

  • มหาสารคามพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN

    มหาสารคามพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN

    เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม  2565 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน  อำเภอเมืองมหาสารคาม  จังหวัดมหาสารคาม

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ในนามคณะทำงานจัดอบรม “พัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก เยาวชน YSDN จังหวัดมหาสารคาม” เปิดเผยว่า เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.  ได้กำหนดการพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็ก และเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม

    โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

    1. พัฒนาแกนนำเยาวชนให้มีทักษะในการสร้างเครือข่ายเยาวชนวัยใสไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ หรือ YSDN

    2.เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของแกนนำเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายต่างๆภายในจังหวัดให้เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย YSDN จังหวัดมหาสารคาม

    3.เพื่อเพิ่มทักษะความเป็นกระบวนกร ผ่านแนวคิด กระบวนการกลุ่ม การฟัง การจับประเด็น การออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเชื่อมโยงเป็น VISUAL NOTE ให้สามารถนำทักษะการเป็นกระบวนกร ทักษะการเขียน VISUAL NOTE ไปฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    4.เพื่อเป็นกลไกสื่อสารงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงกับสังคมอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่มเป้าหมายที่ร่วมพัฒนาประกอบด้วยแกนนำเยาวชนจากเครือข่ายและสถาบันการศึกษาต่างๆในจังหวัดมหาสารคาม เช่น สภาเด็กและเยาวชน แกนนำจากวิทยาลัยพยาบาล/วิทยาลัยการอาชีพจังหวัดมหาสารคามและแกนนำจากโรงเรียนต่างๆ จำนวน 32  คน กิจกรรมประกอบด้วย การฝึกการฟัง การคิดเชิงประเด็น ฝึกการพูดเพื่อสร้างแรงจูงใจ การเขียนและบันทึกส่วนสาระสำคัญ ผ่านกระบวนการกลุ่ม การเล่นและสันทนาการ โดยวิทยากรจากภาคประชาสังคม สำนักงานเครือข่ายงดเหล้าหรือ สคล.โดยคาดหวังว่าผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำทักษะจากการฝึกอบรมครั้งนี้ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นแกนนำต้นแบบที่ดี เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนในสถาบันการศึกษาของตนเอง และสังคม ต่อไป

    ดร.กมล ตราชู รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ประธานในพิธีเปิดการอบรม กล่าวว่า

    “เยาวชนเป็นพลังหลักของประเทศชาติ ที่จะต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆทั้งสิ่งเสพติด การรู้ทันต่อเหตุการณ์สังสังที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งการรู้จักใช้โอกาสและความสามารถของตนเองเพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่ ซึ่งหลังจากผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แกนนำเหล่านนี้จะได้นำความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ดีๆ ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และสังคม”

    ภาพ/ข่าว แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ ภาคอีสานตอนบน