Category: ภาคอีสานตอนบน

  • ภาคส่วนต่างๆ ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

    ภาคส่วนต่างๆ ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

    ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดร้อยเอ็ดหน่วยงานใน จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดเวทีเสวนาข้อห่วงใยต่อเด็กและเยาวชน กับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดร้อยเอ็ด

    ในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุม ลีลาวดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด โดยมีผู้แทนเด็กและเยาวชนจังหวัด ร้อยเอ็ด เครือข่ายส่วนราชการ ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมเวทีเสวนา กว่า 60 คนในเวทีเสวนาครั้งนี้ เครือข่ายเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ เพื่อยื่นข้อเสนอให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อช่วยผลักดันข้อเสนอ เป็นนโยบายผ่านระบบ รัฐสภา 1 ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนต่อการมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอกฎหมาย ตลอดจนร่วมออก บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องภายได้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลไทยได้รับฟังเสียงเด็กเยาวชนเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ด้วยนโยบายกฎหมายที่เข็มแข็งจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งมีข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ใน 5 เรื่องสำคัญ

    ได้แก่

    1. ยืนหยัดและควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งกำหนดข้อกฎหมายที่มีการบังคับใช้อย่างจริงจังให้มากขึ้น

    2. มีนโยบายส่งเสริมด้านสุขภาพจิตในเด็กเยาวชนที่ชัดเจน เพื่อลดผลกระทบจากการใช้ชีวิต การเลี้ยง ดู ระบบการศึกษา ค่านิยมสังคม ฯลฯ จนเกิดปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

    3. ควรส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดและ พนันออนไลน์

    4. กำหนดให้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ปลอดภัยจาก ปัจจัยเสี่ยง โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

    5. เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ให้ เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้มีตัวแทนจากเยาวชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดด้วย

    ทั้งนี้ นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เราต้อง ร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชน ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เขา โดยเฉพาะการ ควบคุม และป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีการร่วมมือกันเพื่อลดพื้นที่เสี่ยงที่เอื้อให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่ ทุกอำเภอ และในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงงานบุญประเพณีเทศกาลต่างๆ ในจังหวัด ร้อยเอ็ดด้วย ในนามองค์กรที่มีการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดร้อยเอ็ด และผลักดันให้เกิดความร่วมมือและหนุนเสริมกิจกรรม อยากเห็นจังหวัดร้อยเอ็ด มีนโยบายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เด็กของเราเติบโตอย่างมี คุณภาพ ทำงานในเชิงรุกซึ่งจะมีการทำงานที่หลากหลาย สำรวจปัญหา ร่วมกันออกแบบมาตรการแก้ไขและ ร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มข้นต่อไป

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน,เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

  • อำเภอหนองเรือ ขอนแก่น MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    อำเภอหนองเรือ ขอนแก่น MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ)

    วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เทศบาลตำบลหนองแก ร่วมกับอำเภอหนองเรือ และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จัดเวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดขอนแก่น ปี 2567 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) ณ หอประชุมเทศบาลตำบลหนองแก อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

    โดย  มีนายเกียงศักดิ์  วิริยอาชา  นายกเทศมนตรีตำบลหนองแก ตัวแทนคณะผู้ดำเนินงาน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดขอนแก่น ปี 2567 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ต่อ นายทวิช  พิมพะ  นายอำเภอหนองเรือ ในเวทีประกอบไปด้วย 2 กิจกรรม คือ

    1. เวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัด มอบเกียรติบัตรให้กับคน “คนหัวใจหิน” งดเหล้าครบพรรษา และร้านค้าต้นแบบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และหน่วยงาน อปท. ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในอำเภอหนองเรือ

    2. พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง  “ว่าด้วยการสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) งานเข้าพรรษา งานบุญประเพณี ปลอดเหล้า-บุหรี่ ลดปัจจัยเสี่ยง เพิ่มกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับเด็กเยาวชน และครอบครัว” 

    นายทวิช  พิมพะ  นายอำเภอหนองเรือ กล่าวว่า

    “ปัจจุบันนี้มีการดื่มเพิ่มขึ้นมากจริงๆ ตามสถิติที่มีากรรายงานของหน่วยงานต่างๆ และอำเภอหนองเรือเอง จากข้อมูลเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่อำเภอหนองเรือ ทั้งถนนเส้นหลักและเส้นรอง พบว่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงมาก ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ นับรวม 10 ราย และส่วนมากมาจากเมา/ดื่มแล้วขับ ผมอยากให้ทุกหน่วยงาน ผู้นำ ขยายผลการดำเนินงานในชุมชน ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น จริงจัง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในส่วนของคนที่ตั้งใจลด ละ เลิก แม้มันจะยาก แต่เชื่อว่าหากมีใจที่เข้มแข็งทำได้แน่นอน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและได้ออกมาร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อชุมชน เป็นคนต้นแบบ แบบอย่างที่ดีของชุมชน ขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมดีๆ แบบนี้”


    ภาพ/ข่าว ; เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • หนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    หนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    เสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    เครือข่ายงดเหล้าหนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นและเสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเด็กเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู

    วันที่ 17 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมกาบแก้วบัวบาน โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบหมายให้นายประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นและเสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเด็กเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้ร่วมเวทีเสวนาประกอบด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด มีนายสุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

    เวทีเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นโดย ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าหนองบัวลำภู มีการพูดคุยและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดระเบียบสังคมเพื่อควบคุมการเข้าถึงเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเสพติดของเด็กและเยาวชนในสถานบันเทิง สถานประกอบการ ปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษา แนวทางการดำเนินงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง สถานการณ์การคุมประพฤติผู้กระทำผิดกฎหมายที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ แนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ในจังหวัดหนองบัวลำภู ตระหนักถึงโทษภัยของเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด มีนักเรียนแกนนำเข้าร่วมรับฟังและแสดงข้อคิดเห็น

    ดร.ประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า

    การป้องกันความเสี่ยงจาก เหล้า บุหรี่ มีการปฏิบัติงานมายาวนา เป็นเรื่อง ที่มีดำเนินการเพื่อให้ลด ละ เลิก แต่การทำต่อเนื่องอาจจะยังไม่มากพอให้เกิดแรงกระเพื่อม แต่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามสภาพสังคม ปัญหาต่างๆ นี้เป็นปัญหาหลัก ในพื้นที่หนองบัวลำภู และสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของปัญหาความรุนแรงของสังคม  เช่น ดื่มสุรามึนเมาทำร่ายร่างกายคนในบ้าน คนเสพยา ทำร้าย ฆ่าพ่อแม่ เป็นปัญหาสังคมที่หนักจริงๆ จะทำยังไงให้เกิดภาพการแก้ไของค์รวมของจังหวัด เพื่อลดการเกิดเหตุ และการก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ด้วย

    ในส่วนของจังหวัด มีการรณรงค์ อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ สถิติที่เกิดเหตุ อันดับ 1 สาเหตุมาจากการดื่มสุรา เป็นปัญหา ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และสังคมโดยรวม ยิ่งถ้าเด็กใช้มันเร็ว ในวัยเยาวชน มันก็จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว แต่จะเกิดผลเร็วขึ้น

    ศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า

    ”ควรคำนึงถึงการให้ความรู้ การพัฒนา มากกว่าการเพิ่มจำนวน ยิ่งบุหรี่ไฟฟ้า และเหล้า สำหรับเยาวชน เป็นปัญหาหลักที่มีเยอะมาก ถ้าหากจะมีการเปิดเสรี คิดดูดีๆ ท่านมีอำนาจเซนต์ แต่ผลกระทบจะตกอยู่ที่ใคร”


    โอกาสเดียวกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือ “เสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนายประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้แทนรับมอบ และยื่นหนังสือฯ ต่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนางโอปอ หัตถสงเคราะห์ ผู้แทนนายสยาม หัตถสงเคราะห์ สส.หนองบัวลำภู เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณา พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ปี พ.ศ. 2567 ต่อไป


    ภาพ ; ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู

    ข่าว ; ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู,เครือข่ายงดเหล้าหนองบัวลำภู

  • งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร พื้นที่สร้างสรรค์ และปลอดภัยสำหรับทุกคน

    งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร พื้นที่สร้างสรรค์ และปลอดภัยสำหรับทุกคน

    งานประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งออกพรรษา จ.สกลนคร

    วันที่ 11-18 ตุลาคม 2567 จังหวัดสกลนคร จัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาว และแห่ปราสาทผึ้ง ประจำปี 2567 ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง )สกลนคร และสนามหน้าศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร โดยมีการจัดงานแข่งขันเรือยาวในวันที่ 12-13 ตุลาคม และงานแห่ปราสาทผึ้่ง ในวันที่ 12-18 ตุลาคม

    นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร หน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดงาน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสกลนคร มีการดำเนินงานภายใต้แผนสืบสานงานประเพณีที่ดีงามของจังหวัดสกลนคร ในขณะเดียวกันก็มีแผนการป้องกันความเสี่ยงต่าง ไม่ให้เกิดขึ้นในระหว่างการจัดงาน ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท การจมน้ำ รวมถึงการละเมิดกฎหมายต่างๆ ด้วย

    ในงานแข่งขันเรือยาว ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 17.00.น. นายเทอดศักดิ์ จุลนีย์ สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ออกปฏิบัติงาน รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ในงานประเพณีแข่งขันเรือยาว “ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2567 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง) “ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดบุหรี่ ปลอดการพนัน” โดยการติดป้ายประชาสัมพันธ์ รอบบริเวณงาน และประชาสัมพันธ์ผ่านโฆษกประชาสัมพันธ์งานและนักพากษ์เรือยาวตลอดทั้งวัน

    หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ประกอบไปด้วย ผอ.ปภ.เขต 7 สกลนคร นายอำเภอเมืองสกลนคร/ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร/ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร ภาคีเครือข่ายจาก ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองสกลนคร/โรงพยาบาลสกลนคร/สถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร/เทศบาลนครสกลนคร/วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร/สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร/อสม.ชุมชนเมืองเทศบาลนครสกลนคร เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอบน(สคล) และประชาคมงดเหล้าจังหวัดสกลนคร ดำเนินกิจกรรม

    1. รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เฝ้าระวัง ป้องกัน และบังคับใช้กฏหมายตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560
    2. การรณรงค์การป้องกันการจมน้ำ
    3. การเก็บข้อมูล แบบสอบถามความคิดเห็นฯ สำหรับประชาชนทั่วไป 200 ชุด เยาวชน 100 ชุด เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน 50 ชุด และ ผู้ประกอบการร้านค้า 50 ชุด รวมทั้งมด 50 ชุด รวมทั้งสิ้น 400 ชุด

    สกลนคร เป็นเมืองแห่งประเพณีวัฒนธรรม ที่ผสมผสานความเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกกลุ่มวัยจริงๆ ไม่ว่าจะกิจกรรมช่วงงานแข่งเรือตอนกลางวัน หรือกิจกรรมในพื้นที่งานปราสาทผึ้งตอนกลางคืน เช่น

    1. บูธตัดผมและทำผมฟรีในสวนฯ ภายในงานแข่งเรือ
    2. การแสดงดนตรีพื้นเมือง จากสถานศึกษาต่างๆ
    3. การออกบูธให้ทดลองทำดอกผึ้ง และติดดอกผึ้ง
    4. กิจกรรมศิลปะ วาดภาพ ระบายสี และเขียนข้อความอธิษฐาน
    5. บูธแสดงสินค้าและลานอาหารปลอดภัย
    6. มุมถ่ายรูปประดับไฟสวยงาม ทั่วบริเวณงาน

    นอกจากนี้ยังเน้นความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งเรื่องของการป้องกันภัยต่างๆ และจุดปฐมพยาบาลเกือบ 4-5 จุด ทั่วบริเวณงาน มีความเป็นพหุวัฒนธรรม ความเป็นเอกลักษณ์ สินค้า ของดี ความสามารถ ความร่วมมือจากส่วนต่างๆ ทั้ง ชุมชน วัด หน่วยงาน สถานศึกษา ของกลุ่มต่างๆ มารวมกันอยู่ในงานๆเดียวได้ อย่างลงตัว


    ภาพ/ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • 30 หน่วยงาน ร่วมแสดงข้อคิดเห็น-ยื่นหนังสือความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย ต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ผวจ.เลย

    30 หน่วยงาน ร่วมแสดงข้อคิดเห็น-ยื่นหนังสือความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย ต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ผวจ.เลย

    ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดเลย เสนอแนวทางร่วมกันส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ในเวทีรับฟังความคิดเห็น และความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก นักเรียน และเยาวชนจังหวัดเลย

    วันที่ พุธ ที่ 9 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ศาลากลางจังหวัดเลย 30 หน่วยงานในจังหวัดเลย ประกอบด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ปกครองจังหวัดเลย ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย สรรพสามิตพื้นที่เลย เทศบาลเมืองเลย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย-หนองบัวลำภู  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ร่วมจัดเวทีฟังความคิดเห็น และแสดงความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก นักเรียน และ เยาวชน จังหวัดเลย

    จากการสำรวจพื้นที่เสี่ยง พื้นที่สร้างสรรค์ ในจังหวัดเลย เพื่อให้เห็นสถานการณ์ โดยนำรอง 5 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน อำเภอด่านซ้าย อำเภอวังสะพุง อำเภอเอราวัณ   ข้อค้นพบที่สำคัญคือ

               สถานที่ที่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ส่วนใหญ่คือ สวนสาธารณะหรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ หอสมุด พิพิธภัณฑ์ สถานที่ออกกำลังกายต่างๆ  วัด วิสาหกิจชุมชนต่างๆ รวมถึงโรงเรียนและสถานที่ราชการ

               สถานที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่คือ  สถานที่ที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น ผับ บาร์ ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำสาธารณะ ถนนโดยเฉพาะแยกต่างๆ แหล่งมั่วสุมต่างๆ เช่นสถานที่รกร้าง ใต้สะพาน ร้านเกมส์ ร้านสนุ๊กเกอร์ รีสอร์ท

               พบว่า สถานที่เสี่ยงต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด มีค่อนข้างมากในพื้นที่ ซึ่งรวมกันอยู่พื้นที่ชีวิตประจำวันทั่วไป ในการชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปตัวอย่าง สถานที่ที่เป็นทั้งพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่สร้างสรรค์ เช่น สวนสาธารณะ กลางวันเป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อน แต่กลางคืน กลับเป็นแหล่งมั่วสุม พบปะของกลุ่มวัยรุ่น ในจุดที่มืด หรือจุดลับตา รวมกลุ่มกันทำอะไรบางอย่างหรือ สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งดื่มแอลกอฮอล์ สถานบันเทิงบางที่ แม้จะเปิดถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่กระทำตามกฎหมาย ด้วยการอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการได้ ไม่มีการตรวจบัตรประชาชน ส่วนในสถานศึกษา ก็ยังเป็นพื้นที่เสี่ยง โดยการที่นักเรียนแอบนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสูบในโรงเรียน จนโรงเรียนต้องมีมาตรการต่างๆ ในการดำเนินการ ทั้งป้องกัน และยับยั้ง

    ข้อห่วงใยจากสถานการณ์ดังกล่าว คือ  

    • ครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อมในชุมชน สื่อโซลเชียล มีผลต่อการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง
    • อยากให้มีส่วนร่วม ของนโยบาย ที่ร่วมมือกันในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ จากหน่วยงาน องค์กร ภาคีในจังหวัดเลย  
    • กลไกการซื้อ-ขาย จะทำยังไง ให้หาซื้อได้ยาก
    • ไม่อยากให้ผลิตสุราแบบเสรี ฝากให้พิจารรามาตรการอีกครั้ง เพราะหากเปิดเสรี อาจจะมีปัญหามากขึ้นแน่นอน

    ข้อเสนอแนะ

    • ยังไงให้มีกิจกรรมดีๆ พื้นที่ดีๆ จนไม่มีเวลาไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด
    • การใช้โซเชียล การสร้างการตระหนักรู้
    • การมีมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนกลุ่มใหม่อย่างเข้มข้นไม่ให้เข้ามาในวังวนปัจจัยเสี่ยง หน่วยงานช่วยกวดขัน ไม่ให้นักเรียนเข้าถึงง่าย
    • อยากให้ฝ่ายปกครองให้ความช่วยเหลือ ในการออกตรวจปัสสาวะในโรงเรียน อย่างน้อยเทอมละ 2 ครั้ง

    จากการสรุปภาพรวมการร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีครั้งนี้ จะนำไปสู่การประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงาน เชื่อมกับนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเลย ที่ได้มีการ MOU และมีการดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ ปี 2563 และมีการ MOU เพิ่มเติมอีกครั้ง ในปี 2566 ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้มีการดำเนินการใน 14 อำเภอ ขับเคลื่อนงานเพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในงานบุญประเพณีต่างๆ เช่น งานกาชาดและดอกฝ้ายบาน งานแข่งเรืออำเภอเชียงคาน งานลอยกระทงอำเภอเมืองเลย งานสงกรานต์อำเภอเชียงคาน งานบุญบั้งไฟอำเภอเอราวัณ เป็นต้น

    ในส่วนของน้องๆ เยาวชนตัวแทนจาก 6 สถานศึกษา ได้มีการยื่นหนังสือข้อเสนอความห่วงใยต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ เพื่อที่จะส่งต่อข้อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะพิจารณามาตรการอย่างเข้มงวด ในการออกกฎหมาย การมีมาตรการปกป้องและดูแลสิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย และทั่วประเทศ

    และยื่นหนังสืออีกฉบับ ต่อ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในเวทีเดียวกัน เพื่อให้มีนโยบายที่เข้มงวด ในการดูแลเด็ก และเยาวชนในจังหวัดเลย ให้เติบโตภายใต้ภุมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

    ทั้งนี้ นางฐิติพันธ์ วงษ์คำจันทร์  ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย กล่าวว่า เมื่ออัตราการเกิดของเด็กมีน้อย เราต้องร่วมมือกันปกป้องเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เขา โดยเฉพาะการควบคุม และป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีการร่วมมือกันเพื่อลดพื้นที่เสี่ยงที่เอื้อให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่ 14 อำเภอ ในเขตเทศบาลเมืองเลย แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงงานบุญประเพณีเทศกาลต่างๆ ในจังหวัดเลย ร่วมมือกันเพื่อเพิ่มพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ในนามองค์กรที่มีการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดเลย และผลักดันให้เกิดความร่วมมือและหนุนเสริมกิจกรรม อยากเห็นจังหวัดเลยมีนโยบายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เด็กของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทำงานในเชิงรุกซึ่งจะมีการทำงานที่หลากหลายมาก โดยอาจรวมถึงมาตรการป้องกันเหตุที่เกิดจากรถโรงเรียน หรือรถที่ใช้ในการทัศนศึกษาของนักเรียนเป็นต้น ดังนั้น “การส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีประเด็นที่ต้องดำเนินการที่หลากหลายมาก อาทิเช่น ผลการเรียน สังคมในโรงเรียนที่มีความรุนแรงมากขึ้น ยาเสพติดและความเสี่ยงต่างๆ ทั้งการท้องในวัยเรียน บุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังระบาดในเยาวชน และเด็กบางส่วนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เป็นต้น  เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนให้จังหวัดเลย มีคณะทำงานที่จะมาร่วมกันทำงานในเชิงรุก สำรวจปัญหา ร่วมกันออกแบบมาตรการแก้ไขและร่วมกันดำเนินงาน”


    ภาพ ; เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย

    ข่าว ; นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.ประสานงานแผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • 7 สถานศึกษา 5 อำเภอ นครพนม ยื่นหนังสือแสดงความห่วงใย ต่อเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด

    7 สถานศึกษา 5 อำเภอ นครพนม ยื่นหนังสือแสดงความห่วงใย ต่อเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด

    3 ตุลาคม 2567 นครพนมจัดเวทีเสวนาแสดงความห่วงใย และแสดงข้อคิดเห็นต่อการปกป้องเด็กและเยาวชน จากปัจจัยเสี่ยงเฟล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด จังหวัดนครพนม

    โดยมีตัวแทนแกนนำนักเรียน ผู้อำนวยการสถานศึกษา 7 สถานศึกษา จาก 6 อำเภอ ได้แก่ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม อำเภอเมืองนครพนมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม อำเภอนาหว้าโรงเรียนสหราษรังสฤษฏ์ อำเภอศรีสงคราม โรงเรียนนาทมวิทยา อำเภอนาทม โรงเรียนบ้านแพงพิทยาคม อำเภอบ้านแพง โรงเรียนท่าอุเทนพัฒนา อำเภอท่าอุเทน โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย อำเภอเมืองนครพนม นำเสนอพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ ที่แกนนำนักเรียนและครู ได้เก็บข้อมูล และมีเวทีวิเคราะห์สรุปผลการเก็บข้อมูลในวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานในระดับจังหวัด และร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีเสวนา

    ในส่วนของเวทีเสวนาแสดงความห่วงใน มีตัวแทนจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม  สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครพนม บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม ตัวแทนเยาวชนจาก 2 สถาบันการศึกษา ใน 2 อำเภอ ครูพี่เลี้ยงในการเก็บสำรวจข้อมูลพื้นที่เสี่ยง/พื้นที่สร้างสรรค์ และตัวแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา ร่วมเสวนาและแสดงเห็น เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันว่า ภาคส่วนต่างๆ จะมีวิธีการร่วมกันปกป้องเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างไร โดยมีข้อเสนอร่วมกัน ดังนี้

    1. คุมการใช้ยาเสพติดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็กเยาวชน และประชาชน ควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติดต่างๆ โดยเฉพาะ

                  1.1 การกวดขันการจำหน่ายสิ่งเหล่านี้ในร้านค้าต่างๆ และในโซเชียลมีเดียต่างๆ

                  1.2 เข้มงวดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ พื้นที่สาธารณะและงานประเพณี

                  1.3 บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับสถานบันเทิงที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ พร้อมเพิ่มบทลงโทษเจ้าของและธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้ามาสนับสนุน

                  1.4 ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนและประชาชน

    2. ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในจังหวัดนครพนมเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน การร่วมมือกันแก้ไขสถานที่เสี่ยงต่างๆ ร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชน

    3. ส่งเสริมให้เกิดคณะทำงานในจังหวัดนครพนมเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ที่สามารถเป็นแกนกลางที่จะสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และสามารถออกแบบการทำงานในเชิงรุกและสอดคล้องกับความต้องการของเด็กเยาวชน เช่น มีการดำเนินงานในเรื่องป้องกันพนันออนไลน์ การส่งเสริมสุขภาพจิต เป็นต้น

    4. ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เช่น ให้มีผู้แทนของเยาวชนเป็นคณะทำงานของจังหวัด มีช่องทางที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนในการรายงานสถานการณ์จุดเสี่ยงต่างๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีความร่วมมือเพื่อให้เยาวชนเขียนโครงการที่จะดำเนินงานลดพื้นที่เสี่ยงและเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ในพื้นที่ของตนเอง

    ข้อเสนอจากนักเรียนตัวแทนแกนนำนักเรียนทั้ง 7 โรงเรียน

    1. บริเวณพื้นที่ใกล้บ้าน มีพื้นที่เสี่ยง อยากให้มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแล เข้ามาดูแลพื้นที่ ให้เกิดความเสี่ยงน้อยลง มีไฟฟ้าสว่าง มีความปลอดภัยมากขึ้น
    2. แกนนำพวกเราต้องช่วยโรงเรียนเป็นหูเป็นตา ในการช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดต่อนักเรียนในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
    3. อยากให้มีการตรวจตราพื้นที่ในโรงเรียนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงมีพื้นที่ในการรวมตัวกัน
    4. ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ใช้เด็กไปซื้อเหล้าบุหรี่ รวมถึงการคบเพื่อน พวกเราต้องเลือกที่จะคบเพื่อนที่ไม่พาไปในลู่ทางที่เข้าสู่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
    5. จุดเสี่ยงในโรงเรียนที่พบมาก คือ ห้องน้ำ และมุมลับตา ตอนกลางคืนก็มีการมามั่วสุม ตรวจมากขึ้น

    การยื่นหนังสือข้อห่วงใยจากเด็กและเยาวชน ได้มีการยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ ส.ส. นครพนม พรรคภูมิใจไทย โดยมีหน่วยงานรับรองและเป็นสักขีกพยานในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม สรรพสามิตพื้นที่นครพนม บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครพนมเขต 1และ 2 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนคร นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครพนม และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม



    ภาพ/ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.ประสานงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน