Category: ภาคอีสานตอนล่าง

  • ยโสธร MOU สร้างค่านิยมงานบวชใหม่ ลดปัญหาความรุนแรงในวัด และชุมชน เน้นเรียบง่าย ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

    ยโสธร MOU สร้างค่านิยมงานบวชใหม่ ลดปัญหาความรุนแรงในวัด และชุมชน เน้นเรียบง่าย ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

    วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 นายวิรุธ วิชัยบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำหัวหน้าส่วนราชการประกอบด้วยสำนักงานวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนา อำเภอเมืองยโสธร สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร ร่วมกับ ผู้แทนจากเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาฯ อีสานล่างที่ร่วมขับเคลื่อน (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  ลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU หนุนเสริมบทบาทพระสงฆ์ที่ได้ขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ปรับค่านิยมสังคมวิถีใหม่ บวชสร้างสุข เน้นพิธีกรรมที่เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  

    โดยในพิธีการครั้งนี้ มี พระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ณ วัดบูรพา ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร

    ก่อนลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอข้อมูลสถานการณืงานบวช ที่เป็นปัญหา คือ

    จากการที่ค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ได้เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน หลายงานก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีมหรสพขนาดใหญ่ ดนตรีฉลอง มีรถแห่เสียงดัง กระตุ้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เต้นยั่วยุ ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ความรุ่นแรงฆ่ากันตายในงานบวช  สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชน และสังคม  มีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ด้วยค่านิยมเชื่อว่าแสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ เกิดหนี้สิน ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อเจ้าภาพที่จัดงานแบบเรียบง่าย  ประหยัด ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยกลับถูกมองว่ายากจน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของการบวชในสังคมไทย

    เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานองค์กรในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ในการร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยหนุนเสริมให้เกิดขึ้นเป็นสังคมสุขภาวะ และเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกหลานชาวพุทธได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นตามแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จัดงานบวชสร้างสุขแบบ  “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ ประหยัด เรียบง่าย และปลอดภัย” เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการบวชอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ให้เกิดขึ้น คือ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ศึกษาพระธรรมวินัยและนำไปปฏิบัติ ให้ถึงปฏิเวธ  เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดาและหากลาสิกขาออกมาแล้วสามารถนำหลักธรรมมาดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

  • อุทยานแห่งชาติตาดโตนประกาศคุมเข้มมาตรการท่องเที่ยวปลอดภัย ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเข้าเขตอุทยานฯ

    อุทยานแห่งชาติตาดโตนประกาศคุมเข้มมาตรการท่องเที่ยวปลอดภัย ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเข้าเขตอุทยานฯ

    วันที่ 4 เมษายน 2566 นางบุศรา ศรีชัย ประชาคมงดเหล้าจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศักดิ์ชาย เพ็ชรตรา นักวิชาการ สคล.อีสานตอนล่าง และแกนนำจังหวัด เข้าพบ นายนพวงค์ พฤกษชาติ หัวหน้า อช.ตาดโตน มอบของที่ระลึกชื่นชมที่มีการเฝ้าระวังและมีมาตรการให้ อช.ตาดโตนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัย

    ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 นี้ทางอุทยานแห่งชาติตาดโตน ยังเน้นย้ำ 12 มาตรการ โดยข้อกำหนดห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าเขตอุทยาน และมีแนวทางที่เข้มข้น คือ

    1. มีป้ายประชาสัมพันธ์ประกาศและข้อห้ามตั้งแต่ทางเข้าอุทยานและรอบๆบริเวณอุทยาน
    2. ประชุมแกนนำชุมชนรอบอุทยานเพื่อให้ทราบความเข้าใจ บอกต่อลูกหลานและประชาชนที่จะเข้ามาท่องเที่ยวเล่นน้ำในเขตอุทยาน
    3. จัดและเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตั้งแต่วันที่ 10-16 เมษายน 2566
    4. งานประชาสัมพันธ์จะมีการใช้โทรโข่งสื่อสารและบอกกล่าวข้อกำหนดที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดเทศกาล
    5. หากพบนักท่องเที่ยวนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในเขตอุทยานจะยึดและทำลายทันที ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำพักผ่อนในเขตอุทยานมากกว่าวันปกติ 3-5 เท่าตัวเลยทีเดียวการมีมาตรการที่เข้มข้นจะทำให้รถภาระเจ้าหน้าที่และสำคัญที่สุดคือทำให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่มีความสุขสนุกและปลอดภัย

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดชัยภูมิมีการรณรงค์และขับเคลื่อนสงกรานต์ปี 2566 ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า 21 ชุมชนภายใต้แนวคิด 4 รีเทิร์นคือมีคุณค่ามีความสุขมีความสนุกและมีความปลอดภัย นอกจากนั้นจะมีการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์บรรยากาศการเล่นน้ำที่เป็นพื้นที่เล่นน้ำของคนจังหวัดชัยภูมิคืออุทยานแห่งชาติตาดโตน อ่างเก็บน้ำช่อระกา เขื่อนลำปะทาวและน้ำผุดทัพลาวฯลฯ

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง

  • พระสงฆ์อีสานล่าง มีมติผลักดันงานบวชสร้างสุขสู่นโยบายสาธารณะ หวังสร้างการมีส่วนร่วม ในการสร้างค่านิยมการบวชแบบเรียบง่าย ยึดหลักพระธรรมวินัย

    พระสงฆ์อีสานล่าง มีมติผลักดันงานบวชสร้างสุขสู่นโยบายสาธารณะ หวังสร้างการมีส่วนร่วม ในการสร้างค่านิยมการบวชแบบเรียบง่าย ยึดหลักพระธรรมวินัย

    ค่านิยมการจัดงานบวชในสังคมอีสาน เป็นค่านิยมที่ฝังรากลึกมานาน ที่เมื่อมีการจัดงานบวชลูกบวชหลาน พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ผู้เป็นเจ้าภาพมักเต็มที่ และทุ่มทุนไปกับการจัดงานอย่างเต็มกำลัง โดยมีความเชื่อว่าเป็นบุญใหญ่ หากมีผู้มาร่วมอนุโมทนาบุญด้วยเยอะๆ มีการจัดเลี้ยงแขก ผู้มาร่วมงาน ล้มหมูล้มวัวเป็นตัว บางงานถึงขั้นมีเครื่องดื่มแแอลกอฮอล์ประกอบด้วย ทำต่อๆกันมาเรื่อยๆ กลายเป็นค่านิยมที่ปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา ของผู้ที่มีรายได้น้อยหรือมีกำลังไม่มากพอ อีกทั้งบางงานกลายเป็นปัญหาสังคม ที่มักจะพบเห็นบ่อยๆ ในการนำเสนอข่าว ของสำนักข่าวต่างๆ อาทิ งานบวชเลือด เมาทะเลาะวิวาทกันกลางงานบวช ยิงกันกลางงานบวช เป็นต้น การจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากในสังคมอีสาน

    26 มีนาคม 2566 เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคอีสานล่าง โดยการประสานของ เจ้าอธิการโสภณ ปิยธมฺโม, ดร. เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จ.อำนาจเจริญ ได้ประชุมแลกเปลี่ยนบทเรียนการขับเคลื่อนโครงการ การขยายผลนโยบายสาธารณะ งานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ ภาคอีสานล่าง 4 จังหวัด ประกอบไปด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธร ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการเมื่อต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

    การดำเนินงานที่ผ่านมาแต่ละวัดได้มีการขับเคลื่อนและมีการบูรณาการกับโครงการที่ทางวัด ดำเนินการกันอยู่ก่อนหน้านั้น อาทิ ชุมชนคุณธรรม วัดส่งเสริมหมู่บ้านรักษาศีลห้า เป็นต้น เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัน ที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์มีการสื่อสารในเวทีต่างๆ ที่ผู้ประสานได้มีโอกาสเข้าร่วม อาทิ เวทีประชุมกับชุมชน กับหน่วยงานราชการ เป็นการสร้างการรับรู้ในแนวคิดของโครงการ ชาวบ้านหลายคนให้ความสนใจ และเข้าร่วมโครงการบวชสร้างสุข จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ยึดหลักพระธรรมวินัย แต่เมื่อเทียบกับสังคมในวงกว้าง ก็ยังคงมีการจัดงานที่ยึดตามหลักค่านิยมเดิมอยู่ และนี่เป็นสิ่งที่เครือข่ายพระสงฆ์ต้องคิดต่อ

    พระครูปริยัติพลากร เจ้าอาวาสวัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ ได้กล่าวว่า การจะเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ให้เกิดผลอย่างวงกว้างเป็นรูปธรรมในสังคม การที่เราจะทำอยู่แค่เรากลุ่มเล็กๆ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ยาก เราจะต้องอาศัยเครือข่ายที่หลากหลายและกว้างออกไป ไม่ว่าจะเป็น ส่วนราชการ ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่นท้องที่ คณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง ให้มามีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นเป็นนโยบายสาธาณะ เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันในสังคม ให้จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ลดปัญหาสังคม

    ในที่ประชุมเห็นด้วย และได้มีมติ ผลักดันนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ไปสู่นโยบายระดับจังหวัดระดับภาค โดยกำหนดไว้ในช่วงกลางเดือน พฤษภาคม 2566 นี้ ที่จังหวัดยโสธร มีแผนในการดึงส่วนราชการ และคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประกาศนโยบายครั้งนี้


  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง จัดเวทีอบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า ณ โรงแรมจันทร์กระจ่างฟ้า อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

    มีแกนนำคนหัวใจเพชรนักรณรงค์ จากทั้ง พิมาย หนองบุญมาก ปักธงชัย หินดาด(ห้วยแถลง) และโชคชัย เข้าร่วมเวทีอบรมเสริมพลัง และแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงานร่วมกัน

    นางระเบียบ ขาวฉอ้อน หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด รพ.โชคชัย เล่าว่า

    8 ปี เต็มที่เริ่มทำงานกับ สคล.( เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง) ได้มีโอกาสทำงานกับเครือข่ายในหลายๆจังหวัด และในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา จริงๆที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ปัญหาในงานที่รับผิดชอบ คือ ปัญหายาเสพติดและปัญหาสุขภาพจิต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หลายๆคนบริโภคเกินความพอดีส่งผลกระทบมากมาย ต่อสุขภาพตนเอง ครอบครัว และส่งผลกระทบต่อสังคม ซึ่งจริงๆแล้ว มีคนที่รู้จักและญาติพี่น้องมากมายที่ยังดื่ม และในวัยเด็ก มาเรื่อย ๆ

    การดื่มเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของความสุข การทำงานตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกไม่ดีกับคนดื่ม ยังเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อน ได้ตามปกติ เพียงเป็นการสื่อสารว่าดื่มอย่างระมัดระวัง ไม่ทำผิดกฎหมาย และไม่สร้างความเดือดให้คนอื่น

    ตลอด 8 ปี จึงทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีผู้ร่วมรณรงค์ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนไม่น้อย และวันนี้ก็เป็นการรวม บุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้า ลดการดื่มเหล้า และหลายคนที่ช่วยเป็นแกนนำ รณรงค์ จากทั้ง พิมาย หนองบุญมาก ปักธงชัย หินดาด(ห้วยแถลง) และโชคชัย ที่สำคัญ กลุ่มคนหัวใจเพชร ที่สามารถเลิกเหล้าได้ ตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป และยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผู้ประสบปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สามารถ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า

    ” เลิก 1 คน สุขหลายคน…”

    การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นหนึ่งในการเสริมสร้างพลัง เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เพื่อสร้างความสุขของสังคม ที่เริ่มจากครอบครัวต่อไป

    #คนหัวใจเพช #ปชคโคราชลดปัจจัยเสี่ยง #สคลอีสานตอนล่าง #กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดโชคชัย

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง

  • ตำบลโคกมั่งงอย ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้ากับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม

    ตำบลโคกมั่งงอย ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้ากับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม

    ตำบลโคกมั่งงอย อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ชุมชนคนสู้เหล้าและชุมชนท้องถิ่นจัดการสุขภาวะแบบองค์รวม ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้าตำบลโคกมั่งงอย กับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม ชื่นชมทุกๆภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 โดยการดำเนินงาน มีทั้งการเก็บข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นของชุมชน การประชาคม การประชาพิจารณ์ จนเกิดเป็นนโยบายสาธารณะตำบล มีทีมสอดส่องติดตาม คืนข้อมูลและเชิดชูเกียรติ จนสามารถยกระดับจากงานศพปลอดเหล้า ปลอดน้ำอัดลม ชุมชนปลอดบุหรี่ ขยับสู่การชวนคนดื่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิกจนเป็นคนต้นแบบ

    เกิดการเห็นผลเชิงประจักษ์ก่อนและหลัง Ncds มีผู้ป่วยรายใหม่ ลดจาก 10 คนเหลือ 3 คน/ปี อุบัติเหตุจากมีคนเสียชีวิต ปีละ 1-2 คน ลดลง ตายปีเว้นปี และมีงานศพปลอดเหล้า 892 งานๆละ 20,000 บาท ประหยัดเงินได้ 17,840,000 บาท

    หลังจากนี้ ตำบลโคกมั่งงอย โดย อปท. รพสต.และทีมสอดส่อง จะยกระดับชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษาทั้งตำบล และจะเชื่อมกับเด็กและเยาวชน เพื่อรับฟังเสียงสู่การป้องกันเด็ก เยาวนคนรุ่นใหม่ลด ละ เลิกบุหรี่ สุรา ยาเสพติดและปัจจัยเสี่ยงต่อไป

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง

  • ชุมชนคนสู้เหล้าตำบลหินดาด ประสานพลังกลไกบูรณาสู่พลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกสุรา

    ชุมชนคนสู้เหล้าตำบลหินดาด ประสานพลังกลไกบูรณาสู่พลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกสุรา

    กว่า 6 ปี ตั้งแต่กรณีไลพ์สด 4 ศพ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ที่พื้นที่อำเภอพิมาย เครือข่ายงดเหล้ารุกเข้าไปเยี่ยมเสริมพลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต สอบถามข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ซึ่งพบว่ามีครอบครัวมีภาวะยากลำบากซ้ำซ้อน (พรบ.รถยนต์หมดอายุ , โฉนดอยู่กับนายทุนเพราะคนในครอบครัวเอาไปค้ำประกันเพื่อไปทำงานต่างประเทศ , ยังมีภาระหนี้สิน , รถยนต์คันเกิดเหตุยังค้างผ่อนชำระ , ผู้เสียชีวิตมีลูกทารกที่อายุไม่ถึง 5 ขวบ , บริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ติดตามทวงค่างวดแบบไร้มนุษยธรรมจนภรรยากลายเป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ

    ซึ่งได้มีการประสานและส่งต่อเพื่อรับการช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาภาวะยากลำบากได้ในระดับหนึ่ง

    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เป็นโอกาสในการเข้าประสานอปท. ,ท้องที่ , รพสต.ในพื้นที่ เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวร่วมกันและปักหมุดหมายเป็นพื้นที่รูปธรรมชุมชนคนสู้เหล้ามาอย่างต่อเนื่อง จนปี 2565 เกิดคนต้นแบบและพัฒนาเป็นชมรมคนหัวใจเพชรตำบลหินดาด

    ในขณะเดียวกัน กระบวนการพัฒนาชุมชนในมิติอื่นๆก็ขยับควบคู่กันไปผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่และพัฒนายกระดับเป็นนโยบายท้องถิ่นผ่านกระบวนการธรรมนูญตำบลและมีการทบทวนสาระสำคัญ มีการลงนามบันทึกความร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญ (ครั้งที่ 2) ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 โดยมีนายเดชฤทธิ์ ถิตย์ฉาย นายอำเภอห้วยแถลงร่วมเป็นสักขีพยานและรวมขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า ซึ่งประเด็นการลดผลกระทบจากบุหรี่ สุรา และอบายมุข เป็นหนึ่งในเจ็ดหมวดในการขับเคลื่อนงานร่วมกันของทุกภาคส่วน

    เดือนมีนาคม 2566 คนหัวใจเพชรและแกนนำชุมชนคนสู้เหล้า แจ้งคณะกรรมการพัฒนาตำบลหินดาด นำทีมโดยนายพิบูลย์ แสงสุระ นายกอบต.หินดาด ว่าครอบครัวในหมู่ที่ 7 ที่มีภรรยาดื่มประจำ และสามีดื่มแบบแอลกอฮอล์ลิซึ่ม และมีบุตรชาย 2 คนที่เรียนหนังสือไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพราะไม่ได้รับความใส่ใจจากครอบครัว อดมื้อกินมื้อและใช้ชีวิตแบบไร้เป้าหมาย เบื้องต้นแกนนำตำบลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงเยี่ยมบ้าน (2 ครั้ง) เพื่อสอบถาม เห็นสภาพความเป็นอยู่จริง รวมถึงสร้างความสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจพูดคุยเสริมพลังใจ ชี้ให้สามีภรรยาทราบว่าหากยังดื่มหนักแบบเดิมครอบครัว โดยเฉพาะลูกชายทั้งสองคุณภาพชีวิตจะถดถอยอย่างไร จึงชวนสามีภรรยาให้ลด ละ เลิกการดื่มสุรา

    ครั้งที่ 3 ประสานและประชุมกลไกลบูรณาการที่ประกอบด้วย พมจ. , ปลัดอำเภอ , นายกอบต. , ทีมบริหาร อบต. ,กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน , รพสต. , อสม. และคนหัวใจเพชร เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือคือการติดตามเยี่ยมเสริมพลังใจสามีภรรยาให้สามารถลด ละ เลิกการดื่มสุรา และการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบบ้านเพื่อให้พื้นที่ปลุกผักสวนครัวรั้วกินได้เพื่อลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ โดยนายพิบูลย์ แสงสุระ นายกอบต.หินดาดใช้งบประมาณส่วนตัว สร้างห้องน้ำให้จำนวน 1 ห้อง

    สำหรับแนวทางจัดการบุตรชาย 2 คน เบื้องต้นแนะนำการใช้ชีวิตประจำวันแปรงฟันที่ถูกวิธี-การดูแลอนามัยในช่องปาก เพราะเด็กฟันผุ นอกจาก พูดคุยให้เห็นความต้องการของเด็ก ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาและการอบรมอาชีพ โดยทางหัวหน้าสำนักปลัด อบต.และปลัดอาวุโส ได้ช่วยเหลือเกี่ยวการจัดทำบัตรประชาชน และเอกสารที่เกี่ยวข้องในการส่งต้อเด็กให้ได้เรียนหนังสือต่อที รร.นครราชสีมาปัญญานุกูล ในขณะที่พมจ.นครราชสีมา จะขอทุนช่วยเหลือครอบครัว และขอทุนให้เด็กชายเรียนหนังสือต่อจนจบปริญญาตรี

    ผลลัพธ์สำคัญจากดำเนินงานในระยะสิ้น 3 สัปดาห์ คือ

    1)รอยยิ้มพิมพ์ใจของบุตรชายทั้งสอง การแต่งตัวที่สะอาดสะอ้าน การได้ทานอาหารครบทุกมื้อ

    2) ภรรยาไม่ดื่มสุราตั้งแต่วันแรกที่มีการเยี่ยมเสริมพลังใจ ชวน ช่วย ชม เชียร์

    3) สามีลดระดับปริมาณการดื่มลง

    4) บุตรชาย 2 คนมีบัตรประชาชนตามสิทธิความเป็นพลเมือง และมีที่เรียนต่อจนปริญญาตรี

    5) ในระยะยาวมีแนวทางการสร้างเสริมอาชีพเพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ที่ทำคู่ขนานไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในตำบล และครอบครัวนี้สามารถอยู่ในชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นที่ยอมรับของชุมชน

    6) ความมั่นใจและความภาคภูมิใจในการโค้ช (การจัดการกลุ่มเปราะบาง คนดื่มของคนหัวใจเพชร)

    #สุราไม่ใช่สินค้าธรรมดา

    #สุรากับดักของความเหลื่อมทางสังคม#ชุมชนคนสู้เหล้าประสานพลังกลไกบูรณาสู่พลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกสุรา

    #ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา

    Cr.ภาพและข้อมูล คุณทรรศวรรณ ทาวงษ์ หัวหน้าสำนักปลัดอบต.หินดาด / เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง