Category: ภาคใต้ตอนบน

  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียน ประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียน ประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่

         เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จัดประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ร่วมกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน/คุณครู ประชาคมจังหวัด และนักศึกษาฝึกงานสาขาการพัฒนาชุมชน ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี  หวังลดนักดื่มหน้าใหม่ซึ่งเป็นเยาวชน ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง สอดคล้องกับเป้าหมายเมืองใต้ ปลอดเหล้า ปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ภาคใต้ตอนบน) จัดเวทีประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ ณ โรงแรมแก้วสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน เผยข้อมูลสถิติของนักดื่มหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น/ลดลงในของแต่ละจังหวัด จากการทำงานขับเคลื่อนของ สคล.ภาคใต้ตอนบน ตลอดระยะเวลา 10 ปีซึ่งนำไปสู่การออกแบบการจัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เหมาะสมและปลอดภัย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงผลสำรวจที่ได้จากการเข้าไปสำรวจของนักศึกษา ร่วมออกแบบและกำหนดวันทำกิจกรรมของนักศึกษาฝึกงานที่จะเข้าไปทำกิจกรรมภายใน 6 โรงเรียน คือ

    1. โรงเรียนทุ่งคาโตนด ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร
    2. โรงเรียนบ้านในเหมือง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    3. โรงเรียนเวียงสระ ต.เวียงสระ ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
    4. โรงเรียนวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
    5. โรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง
    6. โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่
        โดยนักศึกษาฝึกงานได้นำเสนอโครงการ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากเข้าไปสำรวจเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ในการเขียนโครงการเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมและออกแบบกระบวนการร่วมกัน และมีพื้นที่ที่นักศึกษาฝึกงานเข้าไปสำรวจและทำกิจกรรมทั้งหมด 4 พื้นที่ คือ 
    1. โรงเรียนทุ่งคาโตนด ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร
    2. โรงเรียนบ้านในเหมือง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    3. โรงเรียนเวียงสระ ต.เวียงสระ ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
    4. โรงเรียนวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
        ทั้งนี้เป้าหมายของการขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ คือ สร้างเกราะ สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน เพื่อปกป้องเด็กเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ สุราหรือบุหรี่ แต่รวมไปถึงกระท่อม กัญชาและยาเสพติดด้วย
    
  • ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

    ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

        เมื่อวันที่ 27-29 มกราคม 2566 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เวียงสระ ได้จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” ขึ้น เพื่อนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยงทางประวัตศาสตร์มีชีวิต

    ในวันที่ 27 มกราคม 2566 ได้นำนักเรียน/นักศึกษา และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์/วิถีชีวิต/ระบบนิเวศ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เส้นทางประวัตศาสตร์นี้ โดยมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ 3 เส้นทาง คือ 1.คลองพรง บ้านนาสาร 2.คลองอิปัน พระแสง และ 3.คลองตาปี เมืองเวียงสระ

        ในวันที่ 28 มกราคม 2566 ได้มีการกล่าวต้อนรับ โดย นายโกศล สุขเกษม กำนันตำบลเวียงสระ และนายจงจิตร อภิชาตกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมูที่ 7 บ้านเวียงสระ ก่อนที่เริ่มกิจกรรมภายในงาน โดยมี นางสาวรัตนา ชูแสง บอกเล่าเป้าหมายจัดเวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองโบราณเวียงสระ ซึ่งบอกเล่าการทำงานที่ผ่านมาของกลุ่มเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครูภูมิปัญญารุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเราได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำงานวิจัยเล็กๆ ในชุมชนนเพื่อที่จะนําเรื่องราวในอดีตขึ้นมาสู่การเรียนรู้ในปัจจุบัน โดยใช้เส้นสายน้ำคลองอีปัน คลองพรง คลองตา และอีกหลายหลายคลองที่พยายามที่จะเข้าไปสืบค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์และร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีต โดยเริ่มกิจกรรมกันตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มีการสร้างแกนนําเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการอนุรักษ์สายน้ำและมีการสํารวจสายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ลงมาจนถึงแม่น้ำตาปีด้านหลังวัดเวียงสระ
    และมีการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี” ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้สรุปได้ว่า การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ควรที่จะเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว แล้วค่อยขยายสู่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง อีกอย่างถ้าจะให้เกิดการท่องเที่ยวนั้นควรให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีการสร้างเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ และมีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น
    หลังจากนั้นจะมีลานเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชน โดยเครือข่ายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีลานวัฒนธรรม โดยมีการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นการว่าบทมโนราห์แบบโบราณ และมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z-two
        ในวันที่ 29 มกราคม 2566 มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “การทำอารตี” คือการบูชาองค์เทพด้วยไฟ ซึ่งการทำอารตีถือเป็นการบูชาและแสดงความเคารพองค์เทพอย่างสูงสุดเหนือกว่าการสวดมนต์บูชาและถวายของสังเวยใดๆทั้งปวง โดยการทำอารตีตามแบบพิธีกรรมฮินดูโบราณ โดยการทำอารตี มีขั้นตอนในการทำพิธีกรรมดังนี้
                        1.) ถวายเครื่องสังเวย
                        2.) สวดมนต์ตราบูชาองค์พระพิฆเนศ
                        3.) อธิษฐานขอพร
                        4.) ทำการอารตี (หลังจากอธิษฐานเสร็จ)
                วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมสำหรับทำพิธี
                         1.) ถาดอลูมิเนียมหรือสแตนเลส
                         2.) ถางประทีป (ถ้าไม่มีจริงๆ สามารถใช้ เทียนไข แทนได้)
                         3.) ดอกดาวเรือง 2-3 ดอก จากนั้นฉีกเอาเฉพาะกลีบดอก
                         4.) กำยานรูปกรวย 1 ชิ้น
                วิธีจัดถาดอารตี
                         1.) โรยกลีบดอกดาวเรืองให้ทั่วทั้งถาด
                         2.) วางถางประทีปไว้กลางถาด
                         3.) วางกำยานไว้ด้านใดด้านหนึ่งใกล้ๆถางประทีป
           วิธีการอารตี
                         1.) จุดไฟที่กำยานและถางประทีป
                         2.) ร้องเพลงอารตีขององค์พระพิฆเนศ หรือ เปิดเพลงบทอารตีให้ท่านก็ได้
                         3.) ทำการเวียนถาดตามเข็มนาฬิกา โดยระดับของถาดไล่ไปตามระดับเริ่มจากระดับพระบาท (เท้า) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระอุระ (หน้าอก) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระเศียร (ศรีษะ) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ และสุดท้ายให้หมุนวันถาดตามเข็มนาฬิกา โดยให้หมุนเป็นวงกว้างครอบทั้ง องค์เทวรูปหรือโต๊ะบูชา
    ** ในขั้นตอนนี้หากมีผู้ร่วมอารตีกับเรา สามารถให้ท่านอื่นหมุนวนถาดไปจนกว่าจบบทสวด(จนเพลงจบ)
                        4.) นำถาดอารตีวางไว้หน้าแท่นบูชาองค์เทพ พร้อมกับนำมือกอบควันไฟ เข้าหาตัว เข้าหาหน้าของเรา แล้วภาวนาว่า..."โอม" ขณะกล่าวคำว่าโอมให้ลากเสียงยาวๆ โดยทำ 3 ครั้ง (อาจจะไม่ตรงกับแบบฉบับอื่นๆ )
                        5.) กรุณาเฝ้าถาดที่มีไฟอยู่ ให้ไฟดับเสียก่อน เพราะไฟไหม้อาจไหมได้ ถ้าไม่มีคนนั่งเฝ้า ถ้าไม่สะดวกให้ดับถางประทีปที่จุดไฟ (เฉพาะถางประทีปอย่าดับกำยาน) ด้วยน้ำ หรือลม...ตรงจุดนี้องค์เทพท่านเข้าใจว่าเป็นการอารตีส่วนบุคคล ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่
        นายรัตตพล สุวรรณโชติ แกนนำคนหัวใจเพชรและครูภูมิปัญญาชุมชนประวัติศาสตร์เมืองเวียงกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการบูรณการร่วมกันของภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง รวมถึงเพื่อนำเสนอสินค้า ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้กับสารธารณะได้รับรู้ อีกทั้งเด็ก-เยาวชน ที่เป็นแกนนำเยาวชนในพื้นที่ก็มีความหวงแหนและเป็นเจ้าของพื้นที่ ในขณะที่ต้องขับเคลื่อนตนเองให้เท่าทัน เรื่องเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้วย
  • ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

    ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

      งานวันเด็กแห่งชาติปี 2566 เด็กๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 14 มกราคม 2566 ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
      วันที่ 13 มกราคม 2566 นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน, สาขารัฐศาสตร์ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีและ แกนนำเยาวชน South Youth Ranger รวมถึงประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจ.สุราษฎร์ธานี  ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายอาสาและกิจกรรมวันเด็กให้กับน้องๆชุมชนสันติพัฒนา และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆน้องๆและผู้ใหญ่ในชุมชนสันติพัฒนา ซึ่งกิจกรรมภายในวันนี้จะมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z – two ที่เป็นแกนนำนักศึกษากลุ่ม เยาวชนพลเมืองคิดต่าง
    และมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “เรื่องราวอุดมการณ์ชาวสันติพัฒนาสู่คนรุ่นใหม่” โดยเป็นการเล่าถึงประวัติการต่อสู้ด้านที่ดินและการต่อสู้หลายด้านๆของชาวสันติพัฒนาสู่การส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน 
    ส่วนชาวบ้านมีการทำข้าวหลาม ปลายอก(เป็นการนำปลามาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผัดเผ็ดและเครื่องปรุงอีกเล็กน้อย แล้วนำใส่กระบอกไม้ไผ่ เพื่อย่างไฟให้สุกระหว่างที่ย่างอยู่นั้นก็ใช้ไม่จิ้มลงไปในกระบอกไม้ไผ่ เพื่อให้ก้างของปลาแยกชั้นไปอยู่ก้นกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นกรรมวิธีทำอาหารของชาวบ้านในสมัยเดินป่าและเข้ามาอยู่ในพื้นที่ธุระกันดารในอดีต)  กล้วยปิ้ง ไข่ปิ้ง และขนมจากให้ได้รับประทานระหว่างทำกิจกรรม
    หลังจากนั้นก็มีการฉายหนังกางแปลง เรื่อง THE SEA BEAST ให้กับเด็กๆได้ดูก่อนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน

    และวันที่ 14 มกราคม 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันเด็ก และ เล่าว่า นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชนและสาขารัฐศาสตร์ เป็นนักศึกษาที่ทำงานร่วมกับชุมชนมาก่อน จึงสนับสนุนให้นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนและร่วมกันรณรงค์สร้างการเท่าทันปัญหาปัจัยยเสี่ยงกับชุมชนและเด็ก-เยาวชนอีกด้วย

    ด้าน นายจักราวุธ  ธุวรัฐคีรี ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ชุมชนสันติพัฒนาเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา และได้ดำเนินงานรณรงค์งดเหล้ามาหลายปี แต่ในชุมชนยังขาดแคลน เครื่องอำนวยความสะดวกแบบชุมชนทั่วไป เนื่องจากเป็นชุมชนใหม่ที่เป็นการต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินทำกินโดยคนในพื้นที่ เช่นไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา จึงได้ถือโอกาสในวันเด็ก ชวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แกนนำเยาวชน South Youth Ranger (SYS) และบุคคลที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ร่วม อีกทั้งอยากให้การจัดงานวันเด็กในครั้งนี้เป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถทำกิจกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ ปลอดปัจจัยเสี่ยง

    กิจกรรมในวันนี้เน้นในเรื่องของการสร้างความสามัคคี การทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยให้เด็กทำกิจกรรมตามฐานเพื่อรับของรางวัล มีการแข่งกีฬาพื้นบ้าน และมีการแข่งฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับชาวบ้านในชุมชน

    ทั้งนี้เด็กๆและผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมต่างมีความสุข สนุกสนาน และได้รับของรางวัลกลับบ้านกันทุกคน  
  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนร่วม จัดกิจกรรมวันเด็กปี 2566 สร้างความสุขทั้งครอบครัว

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนร่วม จัดกิจกรรมวันเด็กปี 2566 สร้างความสุขทั้งครอบครัว

     เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้บน) ได้ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 เพื่อสร้างความรักความอบอุ่นและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ของแจก ขนมเพียบ ทำให้เด็กๆ มีความสุขเป็นอย่างมาก หลังจากไม่ได้มีกิจกรรมวันเด็กมาหลายปีแล้ว ในส่วนของ สคล.ภาคใต้ ตอนบนมีพื้นที่จัดกิจกรรมดังนี้
    • จังหวัดกระบี่ ได้จัดกิจกรรมวันเด็กร่วมกับหน่วยฯ50(5)​ และ อสม.ต.พรุเตียว สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กในพื้นที่ อำเภอเขาพนม​
    • จังหวัดพังงา จัดกิจกรรมร่วมกับเทศบาลตำบลคุระบุรี ภายบูธกิจกรรมจะมีเกมส์โยนบอลทดสอบความแม่นยำของเด็ก พร้อมทั้งมีของรางวัลให้กับเด็กๆมากมาย
    จังหวัดพังงา
    • จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดห้องทำงานของผู้ว่าที่บริเวณชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชต้อนรับผู้ว่าตัวน้อย ให้ได้นั่งเก้าอี้พร้อมทั้งทดลองนอกจากนี้ บริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีกิจกรรมเล่นเกมส์รับรางวัล ของเล่น และขนมให้กับเด็กๆ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ
    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • จังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมวันเด็กในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลเขาค่าย ตำบลนาขา และตำบลหาดยายเพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงให้กับเด็กๆและผู้ที่มาร่วมกิจกรรม
    จังหวัดชุมพร
    จังหวัดชุมพร
    • จังหวัดระนอง จัดกิจกรรมวันเด็กร่วมกับศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง และศูนย์สังคมพัฒนา มูลนิธิคาทอลิก สุราษฎร์ธานี (DISEC) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ภายในบูทมีการเล่นเกมส์ชิงรางวัล แจกขนม ข้าว น้ำผลไม้ เครื่องเขียน กระบอกน้ำ กระปุกออมสิน ฯลฯ  และเชิญชวนให้ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกออล์ โดยมีน้องๆเยาวชนอุ่นไอรักษ์เขาฝาชีและเยาวชนชาวเมียนมาร์มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
    จังหวัดระนอง
    • จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีเด็กๆและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 250 คน
    จังหวัดสุราษฎร์ธานี
       โดยปีนี้ถือเป็นวันปีใหม่ของเด็กๆ และครอบครัว สร้างความอบอุ่น สนุกสนานให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาร่วมงาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยห่างไกลปัจจัยเสี่ยงอีกด้วย
  • นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

    นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

            กิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น เป็นกิจกรรมส่งท้ายปีใหม่ของชาวชุมชนตำบลบ้านเกาะ นำโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สคล.นครศรีธรรมราช องค์กรหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดงานวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระเจ้าตากสินมหาราช วัดเขาขุนพนม การที่ชุมชนต้นแบบศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ตอนบน ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาและขยับสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการยกระดับสร้างความเข้มแข็งชุมชน ในการจัดงานวิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น ซึ่งได้จัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2565 โดยมีนักวิ่งผู้รักสุขภาพและศรัทธาในพระเจ้าตากสินจำนวนกว่า 600 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
           ก่อนเริ่มต้นกิจกรรมวิ่งดังกล่าว ได้มีการทำพิธีสักการะพระเจ้าตากสิน เพื่ออำนวยอวยชัยให้นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้อนรับปีใหม่ 2566 และมีการ warm up อุ่นร่างกาย เตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง หลังจากนั้นประธานในพิธี นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวเปิดกิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น และทำการปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งมีระยะทางในการวิ่ง 4 กม. โดยเส้นทางวิ่งจะเป็นการวิ่งรอบเขาขุนพนม และเดินขึ้นบันได 245 ขั้น พิชิตถ้ำตากฟ้า

    โดยนายอภินันท์ แสนเสนา (กำนัน และ หัวหน้าศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ) ได้ให้ข้อมูลว่า วัดเขาขุนพนม เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และการสันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้ถูกประหารชีวิต แต่ได้สับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัสนากรรมกรรมฐาน ซึ่งชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือกันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ ประทับขณะผนวชอยู่ ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรม และความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยในสมัยเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ ทั้งในเพศบรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชน จากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนม อยู่เสมอเพื่อตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราชและจะมีการบวงสรวงพระเจ้าตากสินทุกวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี

            สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน และรายได้ที่ได้รับ หลังหักค่าใช้จ่าย จะส่งมอบแก่ ศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง ตำบลบ้านเกาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา  
  • นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

    นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

               เมื่อวันที่ 24 - 25 ธันวาคม 2565 ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยเชิญชวนคนในพื้นที่และบุคคลที่รักสุขภาพที่สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่
    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ
                 โดยนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ หรือว่า “พี่สาว” ได้เล่าว่า พื้นที่ที่จัดงานนี้เรียกว่า “บ้านในเหมือง” หรือ “เหมืองในหูด” ซึ่งมีประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่มานานกว่า 109 ปี และเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาทำเหมืองแร่ จนถึงปีพศ. 2538 แร่ได้หมดลง ชาวบ้านจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเป็นคนงานในเหมืองแร่สู่การเป็นเกษตรกร เมื่อวันเวลาผ่านไปชาวบ้านในพื้นที่กลัวว่า เด็กรุ่นหลังจะไม่ทราบประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง และไม่เกิดสำนึกรักถิ่นบ้านเกิด ทางชุมชนเห็นร่วมกันว่าอยากให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง โดยการฟื้นประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกครั้งผ่านการทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ โดยให้เห็นวิถีชีวิตของคนรุ่นปู่ย่า ตายาย สมัยยังมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นี้อยู่ จึงมีการจัดงาน “วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” เพื่อระดมทุนในการสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ชุมชน การสร้างสุขภาพชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด
    
                 ซึ่งในวันที่ 24 ธันวาคม 2565 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประทานในพิธีเปิดงาน“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” ซึ่งภายในงานจะมีบูธประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ มีการสาธิตการ "ร่อนแร่"

    มีการสาธิตการ “ร่อนแร่”

    มีการแสดงล่องแม่ปิงและวอนลมฝากรัก จากชาวบ้านและนักศึกษาฝึกงานจาก ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร

    มีการแสดงจากนักศึกษาฝึกงานจาก ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    

    และกิจกรรมสร้างสรรค์จากเด็กและเยาวชนในพื้นที่

    นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
              และเมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2565 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่ง กิจกรรม“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 โดยมีนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน
              โดยการจัดงานครั้งนี้ช่วยให้คนในพื้นตื่นตัวและส่งต่อประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ให้กับเด็กๆรุ่นหลัง การสร้างสุขภาพที่ดีผ่านกิจกรรมวิ่ง การสร้างงานสร้างอาชีพ และเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ในอนาคต และทำให้ชุมชนสู้เหล้า หรือศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงเป็นที่รู้จักมากขึ้น