Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • จังหวัดเลย MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย 2566-2568

    จังหวัดเลย MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย 2566-2568

    วันที่ 30 สิงหาคม 2566 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย ได้ร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจังหวัดเลย การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย ระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยมีนายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยเป็นประธานในพิธี ณ ห้องศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย

    การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้าจังหวัดเลย ได้มีการดำเนินการลงนามบนทึกข้อตกลงร่วมมือกัน ตั้งแต่ ปี 2563 เป็นต้นมา มีการดำเนินงานในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลและชุมชน รวมไปถึงการขยายผลการดำเนินงาน จนเกิดการขับเคลื่อนในระดับ อปท. ซึ่งมีเทศบาลตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นพื้นทีแรกในการนำนโยบายจังหวัดไปขับเคลื่อนต่อยอด และจัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในระดับอำเภอ

    นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า

    ยินดีสนับสนุนการขับเคลื่อนตามข้อตกลงใน MOU ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมด้วยช่วยกันอย่างเข้มแข็ง

    วัตถุประสงค์เป็นความร่วมมือกันสนับสนุนและร่วมดำเนินการงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย ทั้ง 14 อำเภอ ดังนี้

    1.การบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    มาตรา 27 ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้

    (1) วัด (2) สถานที่ราชการ (3) สถานศึกษา (4) สวนสาธารณะ

    มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลดังต่อไปนี้

    (1) บุคคลซึ่ง อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (2) บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้

    มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้

    (1) วัด (2) สถานที่ราชการ (3) สถานศึกษา (4) สวนสาธารณะ

    2. งานบุญประเพณีปลอดเหล้าต่างๆ หรืองานประจำปีของจังหวัดเลย งานฌาปนกิจศพ และงานงดเหล้าเข้าพรรษา ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

    3.บุคลากรภาครัฐและท้องถิ่น รวมถึงผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

    ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัดเลย หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเลย จังหวัดเลยจึงได้ตกลงจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจังหวัดเลยการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, เครข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย

  • งดเหล้าอีสานล่าง สร้างคนแถวสาม สร้างลูกหลานY SDN

    งดเหล้าอีสานล่าง สร้างคนแถวสาม สร้างลูกหลานY SDN

      “ค่ายเยาวชน To Be NUMBER ONE  ยกระดับพัฒนาเยาวชน นักรณรงค์ สู้วิทยากรกระบวนกร”  เป็นการร่วมมือระหว่างประชาคมงดเหล้าจังหวัดอำนาจเจริญและองค์การบริหารส่วนตำบลนาจิก ผ่านการนำขบวนของนายบรรจง สุระวงศ์ กำนันตำบลนาจิก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ชวนกลุ่มเยาวชนในตำบลนาจิก ประมาณ 30 คน และผู้นำชุมชนทั้ง 8 หมู่บ้าน เข้าร่วมกระบวนการค่ายพัฒนาทักษะการเป็นกระบวนกร เมือวันที่19-20 สิงหาคม 2566 ณ หอประชุมผามออีแดง ตำบลเสาธง อำเภอกันลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายสมศักดิ์ โสภิพันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาจิก ให้เกียรเป็นประธานในการเปิดค่ายเยาวชน To Be NUMBER ONE  ยกระดับพัฒนาเยาวชน นักรณรงค์ สู้วิทยากรกระบวนกร และกล่าวถึงเป้าหมายในการพัฒนาคือ มุ่งเป้าการสร้างคนแถวสองในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า การพัฒนาเยาวชนจากนักรณรงค์ในชุมชนสู่คนจัดกระบวนกร และเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีให้กับแกนนำเยาวชนในตำบลนาจิก ผ่านหลักสูตรการพัฒนาแกนนำเยาวชนจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง

       มีกระบวนการในการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา สองวันหนึ่งคืน โดยให้แกนนำเยาวชนตำบลนาจิกได้รู้จักตนเอง ผ่านกิจกรรมดอกไม้ของฉัน กิจกรรมตารางชุมชนของฉันค้นหาปัญหาและแนวทางที่เยาวชนอยากทำในบ้านตนเอง ทักษะการสื่อสาร เสริมพลังให้แกนนำเยาวชนได้มีทักษะในการสื่อสาร กิจกรรมเหล่านี้เน้นการมองตนเองและชุมชนตนเอง เพื่อการหนุนเสริมผู้นำชุมชน ผ่านแนวคิด เด็กคิด เด็กทำ ผู้นำชุมชนหนุน กับบรรยากาศค่ายสองวันหนึ่งคืน

       กระบวนการสร้างคนแถวสาม สร้างลูกหลาน Y SDN จึงเกิดขึ้นที่ชุมชนตำบลนาจิก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านกำนันบรรจง สุระวงศ์ กำนันตำบลนาจิก กล่าวว่า “การพัฒนาคนต้องเริ่มตั้งแต่ยังเยาว์ เพราะเขาต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต” ที่จะสร้างบ้านสร้างเมืองในอนาคต เราจะสร้างลูกหลานให้รู้จักชุมชนตนเอง ช่วยกันแก้ปัญหาชุนชนด้วยมือของเขาเอง จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กระบวนการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นลูกหลานที่อยู่ในชุมชนคนสู้เหล้า ผู้ใหญ่ทำทางสร้างแนวคิดให้เด็กๆได้เดินตามรอยเท้า มุ่งสู่ชุมชนแห่งความสุข

  • เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ และภาคประชาสังคมรวมตัวจัดกิจกรรมไว้อาลัยการฆ่าตัวตายบนสะพานศรีสุราษฎร์ หลังพบมีความเสี่ยงที่ประชาชนจะใช้สะพานฆ่าตัวตัวตายมากขึ้น   เศร้าปีที่ผ่านมาในจังหวัดมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว 15 ราย  สุรา-ยาเสพติด เป็นปัจจัยกระตุ้น เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติ ซึมเศร้า โรคจิตเวช  รวมทั้งปัญหาหนี้สินและปัญหาความสัมพันธ์  พร้อมยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา

          วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ที่บริเวณใต้สะพานศรีสุราษฎร์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นักศึกษาจากโครงการค่ายอาสาพัฒนาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชุมชนท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กลุ่มประมงพื้นที่บ้านเพื่อการอนุรักษ์บึงขุนทะเล ชุมชนสันติพัฒนา เครือข่ายเยาวชน South Youth Ranger และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) กว่า 100 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ "เราจะข้ามผ่านสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อเดินทางก้าวข้ามปัญหา” หลังพบข้อมูลความเสี่ยงมีผู้ใช้สะพานนี้กระโดดน้ำฆ่าตัวตายมากขึ้น  ภายในงานมีการแสดงกิจกรรมละครเชิงสัญลักษณ์ กิจกรรมไว้อาลัยต่อผู้จากไป ตัวแทนเยาวชนอ่านแถลงการณ์ และยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัด โดยมีประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เขตพื้นที่ 11 ตำรวจน้ำ อาสากู้ภัย ผู้นำท้องถิ่น   
    นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า ทั่วโลกมีคนมากกว่า 7 แสนคนฆ่าตัวตายสำเร็จ โดยเฉลี่ยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในทุก 40 วินาทีสำหรับประเทศไทยอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 - 2563 สูงขึ้นทุกปีโดยตัวเลขล่าสุด ประเทศไทยมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 4,800 คนต่อปี ด้านข้อมูลจากคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจิตเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พบว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 2 สิงหาคม 2566 ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 15 ราย คิดเป็นอัตรา 7.90 ต่อประชากรแสนคน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ จำนวนมากถึง 71 ราย โดยมีสาเหตุสำคัญจากโรคซึมเศร้าร้อยละ 30 โรคจิตเวชร้อยละ 10  และส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบขาดสติหุนหันพลันแล่น โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ที่มีการใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วม 
        “จากการติดตามวิเคราะห์ข้อมูลและสังเกตการฆ่าตัวตายในคนไทยพบว่า การฆ่าตัวตายในบุคคลแต่ละครั้ง จะเกิดขึ้นเมื่อมีครบ 5 เงื่อนไขสําคัญ ได้แก่ 1.บุคคลนั้นต้องมีปัจจัยเสี่ยงที่โน้มนําให้ฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไป ประกอบด้วย การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ป่วยด้วยโรคจิตเวช ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองและติดสารเสพติด 2.มีสิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยกระตุ้นให้คิดและกระทําการฆ่าตัวตาย เช่น  ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และปัญหาเศรษฐกิจ 3.เข้าถึงวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ที่ใช้ฆ่าตัวตายได้ง่ายหรือด่านกั้นล้มเหลว 4.การเฝ้าระวังป้องกันล้มเหลว และ 5.บุคคลนั้นมีปัจจัยปกป้องที่อ่อนแอ  ดังนั้นการป้องกันหรือทำให้การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งเรื่องเหล้า ยาเสพติดซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญของปัญหานี้  การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน  รวมไปถึงการป้องกันในเชิงกายภาพเช่นแผงกั้น  มีกล้องวงจรปิด  การมีส่วนร่วมเฝ้าระวังจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ”
     ด้านนางสาวขนิษฐา จินุพงศ์ แกนนำกลุ่มลานเยาวชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าสะพานศรีสุราษฎร์เป็นพื้นที่เสี่ยงเชิงสัญลักษณ์ในการใช้หนีปัญหา จนมีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเพื่อเปลี่ยนมุมมองสะพานศรีสุราษฎร์ในการก้าวข้ามปัญหาและใช้เดินทางสัญจร ข้ามผ่านแม่น้ำตาปี ดั่งปณิธานเดิมของสะพานที่สูงและสวยที่สุดในภาคใต้  จึงเป็นเรื่องสำคัญ  ในวันนี้เราจึงมีข้อเสนอต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
         “พวกเรากลุ่มเยาวชน นักศึกษา ประชาชาชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และภาคีเครือข่าย ทราบดีว่าสภาพปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาภายในครอบครัว  การเป็นผู้ติดสุราและยาเสพติดนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า เป็นผู้ป่วยจิตเวช  สร้างผลกระทบสร้างความทุกข์ใจให้ทุกคนไม่น้อยไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่  ในกลุ่มเยาวชนนักเรียนนักศึกษาก็มีปัญหาทางสุขภาพจิตด้วยเช่นเดียวกัน   เราไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียกับใครอีก  สะพานแห่งนี้ต้องไม่ใช่ที่จบชีวิตของผู้ที่ทนทุกข์  ในวันนี้เราจึงไว้อาลัยต่อการจากไปของทุกชีวิตที่ต้องเสียไป ณ ที่แห่งนี้ และมีข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปดังนี้ คือ 1.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงสร้างแผงกันบนขอบสะพาน  ติดตั้งกล้องวงจรปิด และตั้งจุดเฝ้าระวัง พร้อมให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจการตลอดเวลา 2.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อำเภอ ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้คนโดยเพิ่มศูนย์บริการสำหรับดูแลสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง ให้มีระบบการคัดกรองความเสี่ยง และส่งต่อหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.ขอให้ทุกคนในสังคมเป็นพลังบวกซึ่งกันและกัน และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี  มีส่วนรว่มในการเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุ” 
  • 34 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ”MOU งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน”

    34 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ”MOU งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน”

    เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, สำนักงานสาธารณ์สุขจังหวัดขอนแก่น, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และชุมชนเครือข่ายขับเคลื่อนการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน” เขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 34 ชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนันในเขตเทศบาลนครขอนแก่น”

    วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมนครเป็งจาล นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ชุมชนคนสู้เหล้าเทศบาลนครขอนแก่น การขับเคลื่อนนโยบาย “งานศพปลอดเหล้า ปลอดเชื่อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปี 2566 ” โดยมี นายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรี, เลขานุการนายกเทศมนตรี (นายณัฐกร ศรีนวกุล, นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเรือง), นายวิรัช เหลาสะอาด ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรี, นางอารีย์ สุรารักษ์ รองปลัดเทศบาล, นางวทัญญุตา ธวัชโชติ ผู้อำนวยการส่วนสังคมสงเคราะห์, นายสังวาล เมืองโคตร ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาชุมชน, นายประชารัตน์ โนนทนวงษ์ รองผู้อำนวยโรงเรียนอนุบาลสาธิตโนนหนองวัด ร่วมพิธีในครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติ ดร.นิรุจน์ อุทธา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, นางมยุรี อึ้งตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น, นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น, นางสาวธัญนัทน์ หีดขุนทด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้แทนนางสาวกรรณิกา ตั้งวานิชกพงศ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, เทศบาลนครขอนแก่น และผู้นำชุมชน 34 ชุมชน ร่วมบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้

    สำหรับพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, สำนักงานสาธารณ์สุขจังหวัดขอนแก่น, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และชุมชนเครือข่ายขับเคลื่อนการรณรงค์”งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน” เขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 34 ชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนันในเขตเทศบาลนครขอนแก่น” โดยทุกฝ่ายจะร่วมมือกันสนับสนุนและร่วมดำเนินการอย่างยั่งยืน

    จึงมีการบันทึกความเข้าใจชุมชนคนสู้เหล้าเทศบาลนครขอนแก่น ในการขับเคลื่อนนโยบาย งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปี 2566 ดังนี้

    1.การบังคับใช้และการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรา 27ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด, สถานที่ราชการ, สถานศึกษา, สวนสาธารณะ และมาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน วัด, สถานที่ราชการ, สถานศึกษา, สวนสาธารณะ อย่างเคร่งครัด

    2.งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด

    3.บุคลากรทางภาครัฐและท้องถิ่นรวมไปถึงผู้นำชุมชน ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ในการปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

    เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหายาเสพติด ปัญหาการดื่มสุรา การเล่นการพนันในงานศพ ปัญหาครอบครัว สังคม และอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนการลดปัญหาการดื่มสุราและเล่นการพนันในงานศพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งและรักษาประเพณีอันดีงามในชุมชน

    ภาพ/ข่าว เทศบาลนครขอนแก่น กิจกรรมเทศบาล , เครือข่ายองค์กรงดหล้าภาคอีสานตอนบน

  • นายอำเภอบัวเชด ขับเคลื่อนเทศกาลสุขปลอดเหล้างดเหล้าเข้าพรรษาทั้งอำเภอ

    นายอำเภอบัวเชด ขับเคลื่อนเทศกาลสุขปลอดเหล้างดเหล้าเข้าพรรษาทั้งอำเภอ

    เทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2566 และวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2566 ทางกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงมหาดไทยด้วยวิธี “1 ลด 3 เพิ่ม” ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มเงินในกระเป๋า เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายและเพิ่มความสุขในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญเทศกาลสร้างสุขปลอดเหล้าของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ที่สนับสนุนโครงการอำเภอป้องกันนักดื่มหน้าใหม่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ได้มีกิจกรรม “เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้าตลอดเข้าพรรษา”  โดยประสานหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง และเชิญชวนประชาชนเข้าร่วม ลด ละ เลิกสุรา ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา

    นายสมชาย วงศ์จริยะเกษม นายอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการเชิญชวนประชาชนชาวบัวเชดเข้าสู่เทศกาลสุขปลอดเหล้า (Healthy Sobriety Season) ใช้เทศกาลเข้าพรรษาปีนี้เป็นโอกาสในการดูแลสุขภาพ  โดยเริ่มที่ตนเองและครอบครัว เพื่อสุขภาวะที่ดี ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสร้างสังคมที่ปลอดภัย ซึ่งได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบแนวทางการขับเคลื่อนงานโรงเรียนนำร่องภายใต้โรงเรียนคำพ่อสอน โดยมีโรงเรียนระดับประถมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาสมาเข้าร่วมทั้งหมด 13 โรงเรียน จัดกิจกรรมการ์ดน้อยร้อยรัก ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ซึ่งมีเด็กนักเรียนให้ความสนใจกับกิจกรรมและชักชวนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา

    ในโอกาสนี้นายอำเภอบัวเชดจึงได้เชิญชวน “หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งอำเภอ ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา” โดยลงนามในแบบฟอร์มผู้ร่วมปฏิญาณตน ซึ่งหลังจากนี้ โดยนายอำเภอร่วมกับโครงการอำเภอบัวเชดบูรณาการพลังเครือข่ายป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จะมีการติดตามเยี่ยมเสริมพลังตลอด 3 เดือน จัดเวทีการสรุปบทเรียน และมอบเกียรติบัตรให้กับคนหัวใจหิน/ หน่วยงานที่เป็นต้นแบบงดเหล้าได้ครบพรรษาต่อไป

    ภาพ – สำนักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
    ข่าว - ผู้ประสานงาน YSDN อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

  • สสส. จับมือเครือข่ายสื่อมวลชน ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ”

    สสส. จับมือเครือข่ายสื่อมวลชน ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ”

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยเครือข่ายสื่อมวลชน ลงพื้นที่ถ่ายทำเรื่องราว ชุมชนขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง ชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ชุมชนนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ชูแนวคิด “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี

    วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ชมรมคนหัวใจเพชร หนุ่มงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง ทำกิจกรรมตั้งแถวติดเข็มกลัดดอกกุหลาบสีม่วง ให้แก่ คณะสื่อมวลชน นำโดย นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมกล่าวต้อนรับ โดย นางอารี ขวัญศรีสุทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาข้าวเสีย นางไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดตรัง และร่วมแสดงความยินดีกับชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ที่เป็นชุมชนต้นแบบ ด้านการรณรงค์และขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง มีจิตสาธารณะ และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนในชุมชน

    กิจกรรมครั้งนี้ มี “ การแสดงรำมโนราห์ “ ของเยาวชน YSDN จังหวัดตรัง ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจ “ ประสบการณ์เลิกเหล้า ” จาก บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ถึงวิธีการช่วย ชม เชียร์ สร้างพลังบวกชวนคนในครอบครัวเลิกเหล้า พร้อมทั้งลงพื้นที่ ชมรมคนหัวใจเพชร ชมสาธิตการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ “ หลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น ” และ พบกับห้องเรียนวิชาชีพ ร่วมพูดคุยกับ อาจารย์ และนักเรียน จากวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ที่ยกระดับอาชีพช่างตัดผม “ ปลอดบุหรี่ ปลอดแอลกอฮอล์ ไร้ควัน ไร้กลิ่น สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ” ซึ่งจะมีการเก็บภาพ บทสัมภาษณ์ในกิจกรรมต่าง ๆ มาเข้ากระบวนการตัดต่อ และนำเสนอในรูปแบบสื่อต่าง ๆ ให้เห็นถึงศักยภาพของ “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ” ให้กับคนในชุมชน

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล