Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงานการพัฒนากลไกขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการทำงานรวม 35 พื้นที่ ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาค

    วันที่ 22 – 24 มิถุนายน 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีกำหนดการ จัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ณ วิสาหกิจชุมชนเพ็ชรคีรีโฮมสเตย์ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค ที่มีชุมชนการท่องเที่ยวให้ความสนใจ ทั้งจากภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมชนวัฒนธรรมเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี (นครศรีฯ) ชุมชนตำบลเวียงสระ (สุราษฎร์ฯ) และ ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ชุมชนนาข้าวเสีย (ตรัง) ชุมชนตำบลคลอขุด (สตูล) ชุมชนโคกเมือง (สงขลา) และ ชุมชนวัดคูเต่า (สงขลา) โดยมี ชุมชนคีรีวง (นครศรีฯ) ทำหน้าที่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนะเคล็ดลับความสำเร็จ ทำอย่างไรให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ” . . . เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” มีการมุ่งเน้นในเรื่องของการรื้อฟื้นวิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นในระดับชุมชน มีการใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในการขับเคลื่อนงาน วันนี้เราได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีชุมชนคนสู้เหล้า ที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ พร้อม ๆ กับการทำท่องเที่ยวชุมชน ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางการทำงานที่ผ่านมา ทำอย่างไรถึงสำเร็จ และ ทำอย่างไรจึงจะยั่งยืน อยากให้ทุกชุมชนได้ร่วมพูดคุยกันในวันนี้ค่ะ . . . “

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการแผนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ” . . . ชุมชนคีรีวงนั้น เริ่มต้นทำการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ ปี 39 ปัจจุบัน รวมแล้ว 26 ปี
    หัวใจสำคัญของการทำท่องเที่ยวชุมชน ที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง
    มีจุดยืนที่แน่วแน่ มีความยืดหยุ่นในการทำงาน พร้อมรับฟังความคิดเห็นข้อดี ข้อเสีย
    จากชุมชนเองและนักท่องเที่ยว เราใส่ใจการบริการ ความปลอดภัยต้องมาเป็นลำดับแรก
    โจรขโมยของ คนเมาทะเลาะวิวาท ส่งเสียงดัง ปัจจุบันมีน้อย เพราะผู้คนในชุมชน
    ช่วยกันดูแล เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ชุมชนและที่สำคัญ อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    ให้เหมือนคนอื่น เราต้องเป็นตัวเรา เขาถึงมา นั้นแหละถึงจะเกิดความยั่งยืน . . . “

    นางสาวอาจินต์ เพ็ชรวงศ์ วิสาหกิจเพ็ชรคีรี โฮมสเตย์ บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนของภาคใต้ตอนบน และ ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ที่บางชุมชน สามารถยกระดับตัวเอง สู่ชุมชนท่องเที่ยวที่นำเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิต มาเป็นกลไกขับเคลื่อนงานควบคู่ไปกับการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จะมีศูนย์ประสานงานภาคคอยหนุนเสริม สนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เพื่อสร้างความต่อเนื่อง

    อีกทั้ง ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การจัดการ การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมของชุมชน ทำให้ทางพื้นที่ได้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวขึ้นเพื่อ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนเกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงการรื้อฟื้นวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะถ่ายทอดสู่กลุ่มคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนมากขึ้น

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 อำเภอบึงโขงหลง ร่วมกับโรงเรียนบึงโขงวิทยาคม ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลบึงโขงหลง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบึงโขงหลง เทศบาลตำบลบึงโขงหลง ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน อำเภอบึงโขงหลง เยาวชน YSDN บึงโขงหลง และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566

    ภายในงานประกอบด้วย การให้ความรู้โทษพิษภัยของยาเสพติด พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และการเสวนา “รวมพลังเยาวชนวัยใส ปลอดเหล้า ปลอดภัย” และสร้างความตระหนักรู้ “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    มีหน่วยงานภาครัฐที่ได้ให้ความสำคัญ เกียวกับการให้ความรู้โทษพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และเขาร่วมกิจกรรม โดยมี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม สาธารณสุขอำเภอบึงโขงหลง ชมรมทูบีนัมเบอร์วันอำเภอบึงโขงหลง เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ

    นายศัตรูพ่าย คราช ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมเป็นวิทยากรสร้างความตระหนักรู้ เพื่อป้องกันนักสูบ นักดื่ม นักเสพหน้าใหม่ และบูรณาการแผนงานโครงการร่วมกับภาคีเครือข่ายสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งในชุมชนและสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้อง กับแผน พชอ. ลดปัญหา และป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติด เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ ตามกรอบแนวคิดการทำงาน “บึงโขงหลงปลอดยาเสพติด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    ท้ายสุดของกิจกรรม ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้อ่านสาร “ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก และประกาศเจตนารมณ์ “รวมพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด”

    ภาพจาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม (สคล.อีสานบน) https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan

    ภาพ/่ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ

  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    26 มิถุนายน 2566 นายอำเภอกัลยาณิวัฒนานำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนถึงผู้มาร่วมกิจกรรมร่วมเดินขบวนรณรงค์ ณ บริเวณสามแยกบ้านใหม่พัฒนาไปยังสนามกีฬาศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน ประจำปี 2566 ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้นายวรศักดิ์ พานทอง และผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกาศนโยบายอำเภอลดปัจจัยเสี่ยงการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

    1.ส่งเสริมให้สมากชิกในหมู่บ้านมีการจัดงานศพงดเหล้า งดเบียร์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2.ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนลดการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อย่างจริงจัง

    3. ส่งเสริมการลดสถิตินักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

    4. ประชาชนในพื้นที่ปฎิบัติตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    โดยมีผู้เข้าร่วมรณรงค์ จำนวน 1,000 คน และมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกวดวาดภาพเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566 ณ สนามศูนย์ราชการอำเภอกัยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    ที่มา : วรศักดิ์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

  • เทศบาลเมืองเลย ร่วมกับสสส.ปลูกพลังบวก ลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ 

    เทศบาลเมืองเลย ร่วมกับสสส.ปลูกพลังบวก ลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ 

    เทศบาลเมืองเลย ได้จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย ให้กับคุณครูของสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดเทศบาลเมืองเลย จำนวน 36 คน การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้พัฒนาทักษะชีวิต พัฒนาครูให้ครูมีประสบการณ์ในการปลูกลังบวก ผู้บริหารสถานศึกษาได้วางแผนในการลดปัจจัยเสี่ยงสิ่งเสพติด บุหรี่ เหล้าและอบายมุขพร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็ก

    นายฉัตรชัย ลีกระจ่าง นายกเทศบาลเมืองเลย กล่าวว่า ในชีวิตจริงของตนเองนั้น เคยดื่มแอลกอฮอล์จนสุขภาพแย่ความดันสูงและมีโรคไขมันพอกตับ คุณหมอแนะนำว่า ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตนปฏิบัติตามหยุดดื่มเป็นเวลา 2 เดือนสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความดันเลือด กลับมาเป็นปกติแล้ว จะเห็นได้ว่าพิษของเหล้าทำร้ายรางกาย ตอนนี้งานวิจัยบอกว่าเด็กเริ่มดื่มที่อายุ 7 ขวบ ทางฝ่ายสาธารณสุขมานำเสนอว่า ควรมีการอบรมครูปฐมวัยให้รู้จักการสื่อสารให้เด็กเล็กมีความรู้ด้านปัจจัยเสี่ยง เรื่องโทษและพิษภัยของเหล้า บุหรี่ ยาเสพติดและอบายมุข ให้เด็กมีทักษะชีวิต รู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะ สิ่งที่ดีและไม่ดี เชื่อมั่นในการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดีได้ ตนในฐานะผู้บริหารเทศบาลก็หวังว่าเด็ก ๆ และประชาชน ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าว 

    ผศ.ดร.วัชรีย์ ร่วมคิด อาจารย์ประจำสาขาวิชาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย วิทยากร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมบูรณาการทักษะชีวิตและวินัยเชิงบวกที่สอดคล้องสมวัย เด็กเล็กมีพัฒนาการตามยุกในโลกสมัยใหม่ ยุคดิจิทัลทำให้เหมือนเร่งความเร็วในพัฒนาการเด็กเร็วขึ้นเช่นกัน โลกปัจจุบันต้องมีการบูรณาการในทุก ๆ ศาสตร์ ความรู้เชิงเดี่ยวจะดำรงอยู่ได้ยากในยุคปัจจุบัน ในทางการสอนนำทักษะชีวิต วินัยเชิงบวกบูรณาการเป็นกิจกรรมที่พัฒนาเด็กแบบองค์รวม หลากหลาย เมื่อเราจะทำให้เด็กเข้าใจรู้ถึงโทษและพิษภัยเหล้า บุหรี่ ต้องมีการออกแบบกิจกรรมเป็นสื่อนำสู่ความสำเร็จ สนุกสนาน ทำใจให้เบิกบาน สร้างงานและความสามัคคี สร้างความเชื่อมั่นให้เด็ก

    การดำเนินงานของเทศบาลเมืองเลย เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 8 สถานศึกษา ได้แก่ อนุบาลมณีรัตน์ อนุบาลเก่งกล้าพัฒนา เทศบาล 3 ศรีสว่าง เทศบาล4 บ้านบ่อบิด เทศบาล 2 ศรีบุญเรือง อนุบาลพระศรีสงคราม อนุบาลเลย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีวิชัยวนาราม การอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการให้ความรู้คุณครูเป็นนักสื่อสารสู่เด็กเป็นการสร้างทักษะชีวิตและวินัยเชิงบวกให้เด็ก เด็กสื่อสารสู่ผู้ปกครองและสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน

  • เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ ผลักดันนโยบายอย่างจริงใจ  เน้นปกป้อง ลดผลกระทบ หวัง เยาวชนรู้เท่าทันสื่อโฆษณา ไม่ตกเป็นเหยื่อ ก่อปัญหาสังคมจากภัยน้ำเมา

    วันที่ 25 มิถุนายน 2566 นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี 2566 สำหรับภาคีเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด(เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน) เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดนโยบายการป้องกันปัญหาจากและผลกระทบเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จำนวน 16 รางวัล ได้แก่

    • พระวรสุตเขต เจ้าอาวาสวัดสันทราย อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
    • นางเฟื่องเดือน ชัยรัตนศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
    • นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
    • นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
    • นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
    • ร.ต.ชัย วงศ์ตระกูล คณะทำงานองค์กรงดเหล้าจังหวัดลำปาง
    • นางปิยะนาฏ ใหม่นา อสม. บ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
    • นายศุภรชีพ สิริวงศ์ใจ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา
    • ดร.สุรสิทธิ์ ใจเย็น รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดแพร่
    • นายอนันต์ กันจะนะ อดีตผู้อำนวยการ รพสต.ตำบลหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่
    • นายสง่า อินยา รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดน่าน
    • นางสาวชารี ชัยชะนะ เลขานุการสมาคมผู้สื่อมวลชน จังหวัดน่าน
    • นายกิตติพันธ์ เจ้าภักดี เจ้าหน้าที่พลศึกษาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นายเสกสรรค์ เย็นสุหัส อาจารย์โรเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นางกัลยา สังวาลย์ทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
    • นางยุพดี สุทธนู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลพาน จังหวัดเชียงราย

    ทั้งนี้ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ได้มอบโล่เกียรติคุณให้กับ นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญชวนให้ประชาชนปฏิญาณงดเหล้าเข้าพรรษา ตลอด 10 ปี ยังเป็นอดีตนายอำเภอนักรณรงค์ 2 ปี ซ้อน ในกิจกรรมมีเวทีแลกเปลี่ยนการเสวนาสุขภาวะล้านนาเรื่อง “ผลกระทบและการปรับตัวจากสถานการณ์ปัญหาสุราในเขตภาคเหนือตอนบน”  ซึ่งจัดขึ้น  ณ ห้างแจ่มฟ้า พลาซ่าลำพูน

    นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวในเวทีครั้งนี้ว่า ขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ให้เกียรติมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะ และขอแสดงความยินดีกับ 16 ท่านที่ได้รับโล่รางวัลฯ และขอบคุณ 8 หน่วยงานที่มีจิตใจสาธารณะและให้การสนับสนุนการทำงานขับเคลื่อนงานรณรงค์เกิดเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม  ในฐานะของการเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองในจังหวัดลำพูน ด้วยมีความตั้งใจและพร้อมให้ความร่วมมือ รณรงค์สร้างให้เกิดความตระหนัก เกิดเป็นความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างๆ ออกมาร่วมกันสร้างสรรค์สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องเยาวชน ให้ออกห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

                จากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา โดยอาจารย์กนิษฐา ไทยกล้า นักสถิติเชี่ยวชาญ นำเสนอว่า แนวโน้มปริมาณที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีนักดื่มหน้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้น เมื่อพิจารณารายภาคพบว่า ภาคเหนือเป็นภาคที่มีคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าภาคอื่นๆ  ทั้งมีนักดื่มหน้าใหม่ และมีนักดื่มหนัก ประเด็นที่น่าเป็นห่วงของภาคเหนือคือมีการดื่มสุราเถื่อน เหล้าต้ม เหล้าชุมชนและเหล้าที่ไม่เสียภาษีจำนวนมาก และแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะสูงขึ้น ทั้งจากนโยบายสุราเสรี และการทำการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสชาดหลากหลาย และมีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบให้เลือกมากขึ้น นอกจากนี้จะมีการขยายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะ social media ต่างๆ ความง่ายในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่าน social media จะทำให้มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

    อาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าเด็กเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอายุที่น้อยลงอายุเฉลี่ย 10 -12 ปี ซึ่งเยาวชนมีการรวมกลุ่มกันตามความชอบ กินดื่มกันอย่างสนุกสนาน จนอาจทำให้ขาดการยั้งคิด ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่ง เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายของบ้านเรายังไม่เต็มที่ ไม่ค่อยเด็ดขาดมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา เช่น ทะเลาะวิวาท หรืออุบัติเหตุ ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ง่าย

    นางสาววีรญา ร้องคำ เครือข่ายเด็กและเยาวชนเชียงราย กล่าวว่า เยาวชนเป็นช่วงชีวิตที่อ่อนไหวง่าย ส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูที่ทำให้เยาวชนรู้สึกหว้าเหว่ ซึ่งทำให้เยาวชนเล่น Social Media มากขึ้น ส่งผลต่อการใช้เวลาว่างที่ไม่เกิดประโยชน์รวมถึงการขาดทักษะชีวิต การหาที่พึงทางใจที่ทำให้เยาวชนถูกหลอกและหลงทางได้ง่าย เด็ก ๆ มีแนวโน้มถูกหลอก รวมถึงเชื่อและซื้อเครื่งดื่มแอลกอฮอล์ทาง Online ได้ง่ายขึ้น ซึ่งควรให้ความรู้แก่เด็ก ๆ และเฝ้าระวังการหลอกลวงเด็ก ๆ รวมถึงเข้าใจและทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ จึงขอร้องให้หน่วยงานและผู้มีอำนาจ หรือกลุ่มทุนต่าง ๆ ใส่ใจ ห่วงใยเยาวชน

    สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอาจารย์ประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้นำจุดเด่นด้านวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการทำงานรณรงค์ให้เกิดการลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับว่าได้ผล วิถีทางวัฒนธรรมทางการดื่มก็ต่างกันด้วย เราได้มีความพยายามนำนำจุดดีจุดอ่อนออกมาแก้ไข แยกเป็นแต่ละเผ่าพันธุ์  ชาติพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ต่อมาเราได้นำการทำงานเรื่องพื้นที่สร้างสรรค์มาช่วยในการทำงานรณณงค์ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี กีฬา และอื่นๆตามความชอบสำหรับเยาวชน ซึ่งจังหวัดต่างๆในพื้นที่การทำงานภาคหนือก็นำมาใช้เพื่อส่งเสริม สนับสนุนเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    อาจารย์นพพร นิลณรงค์ นักวิชาการอิสระ นำเสนอว่าภาครัฐควรมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเช่นการส่งเสริมให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจนำมาซึ่งผลกระทบทางสังคมอื่นๆ ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะครอบครัวที่ควรให้ความรู้เรื่องกาละ เทศะ และสถานการณ์ในการดื่มที่เหมาะสมเช่น ควรดื่มเท่าไร  และดื่มแล้วไม่ควรขับเป็นต้น 

    การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานวิชาการ การรวมพลังภาคีเครือข่ายในภาคเหนือตอนบน และเชิดชูเกรียตินักรณรงค์สร้างเสริมสุขภาวะล้านนา

    รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี พ.ศ.2566 จำนวน 16 รางวัล

    • เกณฑ์รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา
    • เป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 3 ปี ขึ้นไป
    • เป็นบุคคลที่เป็นต้นแบบ หรือตัวอย่างที่ดีต่อสังคม
    • มีจิตใจสาธารณะ และทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
    • มีผลงานเกี่ยวกับเรื่อง ชุมชนคนสู้เหล้า บุญประเพณีปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มาตราการบังคับใช้กฎหมายหรือพรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นโยบายสาธารณะแอลกอฮอล์ หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

    ข่าวโดย : คุณกนิษฐา นักสื่อสารองค์กรสุขภาวะ

    ภาพ โดย : นายสมควร ทะนะ

  • ชุมชนบ้านไทรทอง เตรียมเปิดพื้นที่เด็ก-เยาวชนศึกษานกเงือก

    ชุมชนบ้านไทรทอง เตรียมเปิดพื้นที่เด็ก-เยาวชนศึกษานกเงือก

               เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2566 ทางชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านไทรทอง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติศรีพังงา สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลบางวัน และกลุ่มเยาวชนเขาเงือกทอง  ได้จัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง  ณ ศูนย์ท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง (ฝายไทรทอง) ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 

    โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเด็กเยาวชนที่สนใจธรรมชาติ ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ “นกเงือก” หรือ “Hornbills” เป็นนกขนาดใหญ่ มีปากและโหนกที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในชุมชนบ้านไทรทองมีนกเงือกอาศัยอยู่ถึง 7 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิด ในประเทศไทย นกเงือกจึงเป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าในชุมชนได้เป็นอย่างดี และให้กลุ่มเด็กเยาวชนทำกิจกรรมวาดภาพนกเงือกที่ตัวเองได้สำรวจในพื้นที่ นอกจากนี้ทางชุมชนได้พัฒนาปรับปรุงศูนย์ท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง(ฝายไทรทอง) ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 40 คน

    ในประเทศไทยเรามีนกเงือกให้จดจำกันถึง 13 ชนิด ดังนี้
    1. นกกก หรือนกกาฮัง (Great Hornbill)
    2. นกเงือกหัวแรด (Rhinoceros Hornbill)
    3. นกชนหิน (Helmeted Hornbill)
    4. นกแก๊ก (Oriental pied Hornbill)
    5. นกเงือกกรามช้าง (Wreathed Hornbill)
    6. นกเงือกกรามช้างปากเรียบ (Plain-pouched Hornbill)
    7. นกเงือกคอแดง (Rufous-necked Hornbill)
    8. นกเงือกดำ (Black Hornbill)
    9. นกเงือกปากดำ (Bushy-crested Hornbill)
    10. นกเงือกปากย่น (Wrinkled Hornbill)
    11. นกเงือกสีน้ำตาล (Tickell’s brown hornbill)
    12. นกเงือกสีน้ำตาลคอขาว (White-throated Brown Hornbill)
    13. นกเงือกหัวหงอก (White-crowned Hornbill)

    นางหทัยรัตน์ คงจันทร์ หรือ ผู้ใหญ่แขก แกนนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า ชุมชนมีกระบวนการรณรงค์ลดเลิกเหล้ามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการตั้งกลุ่มเยาวชนเรียนรู้และอนุรักนกเงือกซึ่งมีชุกชมในชุมชนเพราะ มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงใช้กิจกรรมกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการให้เยาวชนได้เรียนรู้ และ อนุรักษ์นกเงือก ในขณะที่ พัฒนาพื้นที่หน้าฝ่ายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัยปลอดเหล้าและเป็นแหล่งเรียนรู้ในอนาคต

     ขอบคุณภาพนกเงือกทั้ง 13 ชนิด จาก https://www.facebook.com/environman.th/photos/a.1745027465625693/5599660750162326/