Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • เสริมสร้างทักษะการจัดการด่านชุมชน และด่านครอบครัว จ.น่าน

    เสริมสร้างทักษะการจัดการด่านชุมชน และด่านครอบครัว จ.น่าน

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการด่านชุมชนและด่านครอบครัว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มุ่งเน้นการอบรมทักษะด้านการวิเคราะห์ปัญหา การสื่อสารเชิงบวก การส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย และแนวทางการนำระบบ Behavior Based Safety (BBS) มาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ในระดับชุมชน ใน 4 อำเภอนำร่อง คือ 1.อำเภอเชียงกลาง

    วันที่ 9 มิถุนายน 2568 2.อำเภอเวียงผา วันที่ 11 มิถุนายน 2568 3. อำเภอเมืองน่าน วันที่ 13 มิถุนายน 2568 และ 4.อำเภอปัว วันที่ 17 มิถุนายน 2568  โดยมีกลุ่มป้าหมายเป็นกลุ่มผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อปพร. และประชาชนในท้องถิ่น พื้นที่อำเภอละ 100 คน และมีวิทยากรจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพจากโรงพยาบาลน่าน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน YSDN จังหวัดน่าน และประชาคมจังหวัดน่าน

              โดยสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดน่าน พบว่าแนวโน้มอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2567 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นถึง 7,053 ครั้ง ผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (Admit) 1,541 คน และมีผู้เสียชีวิต 120 ราย ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 50 ราย โดยเป้าหมายในปี 2570 ต้องไม่เกิน 41 ราย หรือ 12 คนต่อประชากรแสนคน และพบว่า ยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ โดยผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน พฤติกรรมเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย รวมถึงการใช้รถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงหรือไม่มีความปลอดภัย ซึ่งถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดคือถนนในหมู่บ้าน

       ในการประชุมฯ ดังกล่าว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน YSDN จังหวัดน่าน และประชาคมจังหวัดน่าน ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของชุมชนเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน” โดยเน้นย้ำถึงความรุนแรงของปัญหา โดยเฉพาะพฤติกรรมดื่มแล้วขับ จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2564 จังหวัดน่านมีสัดส่วนของผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงที่สุดในประเทศ โดยอยู่ที่ร้อยละ 43.30เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัด นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของพฤติกรรมการดื่มแล้วขับในกลุ่มผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งบ่งชี้ว่าจังหวัดน่านมีแนวโน้มจะพบกรณีการดื่มแล้วขับเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบที่เกี่ยวเนื่อง เช่น จำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งพบว่ากลุ่มอายุตั้งแต่ 45–49 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด รวมทั้งสิ้นจำนวน 15 ราย ในเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นเดือนที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด รองลงมาคือเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับเทศกาลปีใหม่ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 ราย และช่วงงานแข่งเรือ จำนวน 9 ราย           รวมทั้งได้นำเสนอแนวคิด “นิเวศสิ่งแวดล้อม” เพื่ออธิบายปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการขับขี่ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับนโยบาย พร้อมเสนอแนวทางที่ผสมผสานทั้งการสร้างความตระหนักรู้ กำหนดกติกาชุมชน และบังคับใช้กฎหมาย

    โดย น.ส.เพ็ญพิศ ชงักรัมย์

  • ค่ายเยาวชนคุณธรรม พี่สอนน้อง สคล.สารคาม รุ่นที่ 10

    ค่ายเยาวชนคุณธรรม พี่สอนน้อง สคล.สารคาม รุ่นที่ 10

    วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุม โรงเรียนนาภูพิทยาคม ต.นาภู อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม พันจ่าโท สราวุฒิ สมศรี ปลัดอำเภอ รักษาการนายอำเภอยางสีสุราช เป็นประธานในพิธีเปิดฯ โดยมี นายเสกสรรค์ เศรษฐกิจ สาธารณสุขอำเภอยางสีสุราช กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การอบรมค่ายเยาวชนคุณธรรม พี่สอนน้อง รุ่นที่ 10 ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม โรงพยาบาลยางสีสุราช และโรงเรียนนาภูพิทยาคม

    นายเสกสรรค์ เศรษฐกิจ สาธารณสุขอำเภอยางสีสุราช กล่าว “สืบเนื่องจากปัจจุบันผลจากการสำรวจอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของคนไทย เพิ่มขึ้นจาก5ปีที่แล้วที่มีการใช้ ร้อยละ 12 เป็น ร้อยละ 75 และพบมีการใช้ในเยาวชนอายุต่ำกว่า10ปีมากขึ้น เป็นเพราะเยาวชนยังไม่รู้ถึงพิษภัยของสิ่งเสพติดชนิดนี้”

    กิจกรรมค่ายเยาวชนคุณธรรม พี่สอนน้อง จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1.ปกป้องเยาวชนไทย ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด โดยใช้ทักษะของรุ่นพี่เพื่อจูงใจน้องๆให้สนในสุขภาพตนเอง

    2.ชวนน้องๆให้ละเว้นจากสิ่งเสพติดทั้งปวง เสริมทักษะการปฏิเสธ

    3.เป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี โดยเฉพาะสถานศึกษา

    4.เป็นการสนับสนุน และแนะแนวทางการศึกษาต่อเนื่องสำหรับเยาวชนที่ต้องไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี โดยมีพี่เป็นแบบอย่าง

    5.การเสริมความรู้ด้านสิ่งเสพติด เหล้า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคามหรือ สคล. ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีโรงเรียนนาภูพิทยาคม ให้การสนับสนุนด้านสถานที่ และเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม

    ลักษณะกิจกรรม จัดเป็นแบบฐานเรียนรู้ การค้นหาตนเองจากเกมการละเล่น การฝึกคิด และกระบวนการกลุ่ม การแลกเปลี่ยนระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง เพื่อสร้างเป้าหมายชีวิต โดยกิจกรรมจัดขึ้นใน วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนนาภูพิทยาคม ต.นาภู อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม มีนักเรียนเข้าร่วมจำนวน 98 คนจากชั้น ม2-ม6 ผู้เข้าร่วมเป็นวิทยากร เป็นรุ่นพี่จำนวน 10 คน เป็นจิตอาสาจากสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาต่างๆ จากเครือข่ายงดเหล้าและวิทยากรจากหน่วยงานสาธารณสุข และครูจากโรงเรียนนาภูพิทยาคม รวมทั้งสิ้นจำนวน 120 คน โดยได้รับความร่วมมือและความอนุเคราะห์ จาก โรงเรียนนาภูพิทยาคม


    ภาพ/ข่าว ประชาคมงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม

  • VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    VOLLEYBALL “สาวเหล็ก”

    สมาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ภาคีเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานด้านสุขภาพ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกพลังทางสังคมในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการดื่มแบบอันตราย สร้างเสริมสุขภาวะ ที่ดีต่อสุขภาพ ในกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายทางเพศ Gender diversity  ได้กำหนดจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย และประชาชนทั่วไป มีช่องทางการสื่อสารสาธารณะ และกิจกรรมที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ภายใต้กิจกรรมการแข่งขันVOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  โดยกำหนดจัดกิจกรรมการแข่งขันรอบคัดเลือก 4 สนามภูมิภาค  และชิงแชมป์ประเทศไทย  ทั้งนี้จัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส)

    เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนผ่านการเล่นกีฬา สร้างสุขภาวะทั้งทางกายและทางใจ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทุกระดับในการส่งเสริมพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนให้ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน ยาเสพติด ตลอดจนสร้างเครือข่าย  ผู้ฝึกสอน (โค้ช)  และคณะทำงาน มุ่งมั่นบ่มเพาะคุณภาพชีวิตที่ดี คุณค่าของน้ำใจนักกีฬา และเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมได้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน ให้มีประสบการณ์ชีวิต รักสุขภาพ รักในการฝึกฝนพัฒนาตนเอง ยึดมั่นในน้ำใจนักกีฬา ขอโทษ ให้อภัย    

    การแข่งขัน VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  ชิงแชมป์ภาคอีสาน 

    จัดขึ้น ณ อาคารพลศึกษาอเนกประสงค์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน  พ.ศ. 2568 

    โดยมี รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และการแข่งขันกีฬา VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS มีนายทศภณ  วงษาลี  เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น  ในนามของท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงาน ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้แทนท่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น/ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม/รักษาการผู้จัดการศูนย์ภาคอีสานตอนบน/ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น/ผู้แทนชมรมความหลากหลายทางเพศเมืองขอนแก่น  การแข่งขันในคร้งนี้ มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรอบคัดเลือกภาคอีสาน จำนวน 8 ทีม  โดยทีมแชมป์ และรองแชมป์ภาคอีสาน จะได้เป็นตัวแทนภูมิภาคเข้ารอบ ไปร่วมแข่งขันในรอบประเทศ

    นอกจากนี้  ภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุน ยังพร้อมใจกันร่วมจัดพิธี  ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ กีฬาสร้างสุข สนุก สร้างสรรค์ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์  VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดพื้นที่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ และสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ต่อไป ประกอบด้วยหน่วยงาน องค์กร ดังนี้

    1. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    2. สำนักงานพัฒนาสังคมละความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น
    3. มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม
    4. เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น
    5. ชมรมความหลากหลายทางเพศเมืองขอนแก่น
    6. กลุ่ม ACTTEAM
    7. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
    8. สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น

    รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์         ในนามท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  กล่าวว่า

    การเล่นกีฬา มีประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ  ทุกวัย  เพราะกีฬาจะช่วยพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ตลอดจนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬา เป็นการช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อไปสู่ระดับชาติต่อไป  กีฬายังเป็นสื่อกลางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ละเว้นอบายมุข ลดโอกาสในการดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน อีกทั้งห่างไกลจากยาเสพติด  และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้กีฬายังช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของหมู่คณะ  ความมีระเบียบวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ และให้อภัยต่อกัน ซึ่งตรงกับคำกล่าวว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ”


    ข่าว เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สานพลัง 8 ภาคีเครือข่าย ความร่วมมือในการสำรวจข้อมูลการดื่มและการสูบของเด็กเยาวชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

    สานพลัง 8 ภาคีเครือข่าย ความร่วมมือในการสำรวจข้อมูลการดื่มและการสูบของเด็กเยาวชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน สานพลัง 8 ภาคีเครือข่าย ร่วมลงนามความร่วมมือการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การดื่ม – การสูบของเด็กเยาวชน 10-20 ปี ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

    วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานศึกษาธิการภาค 15 และสำนักงานศึกษาธิการภาค 16 ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินการสำรวจสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ในเด็กเยาวชนอายุระหว่าง 10-20 ปี ในโรงเรียนและสถานศึกษาจำนวน 2,585  แห่งครอบคลุมพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 

    แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กล่าวว่าข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากรในปีล่าสุด คือ ปี พ.ศ.2567 มีแนวโน้มการสูบบุหรี่ลดน้อยลง จากปี 2564 พบที่ร้อยละ 16.5 ประมาณ 9.8 ล้านคน ( ปี 2564 ร้อยละ 17.4 หรือประมาณ 9.9 ล้านคน) ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติภายในปี 2570 คงเหลือร้อยละ 14.0 ข้อมูลสถานการณ์ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบร้อยละ13.5 แนวโน้มการสูบลดลง ถ้าแยกเป็นรายจังหวัดมีแนวโน้มการสูบเพิ่มขึ้น 2 จังหวัด คือจังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 18.5 จังหวัดลำปาง ร้อยละ 15.9 มีเพียงจังหวัดเดียวที่เกินค่าเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติคือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนจังหวัดอื่นๆพบการสูบบุหรี่ ดังนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 14.4 จังหวัดแพร่ ร้อยละ 14.1 จังหวัดพะเยา ร้อยละ 13.7 จังหวัดลำพูน ร้อยละ 12.8 จังหวัดเชียงราย ร้อยละ 10.6 และจังหวัดน่าน ร้อยละ 7.9

    สำหรับข้อมูลการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีแนวโน้มการสูงขึ้นจากปี 2564 พบที่ ร้อยละ 47.75 ถ้าแยกเป็นรายจังหวัดมีแนวโน้มการดื่มสูงขึ้น 7 จังหวัด คือจังหวัดลำปาง ร้อยละ 59.5 จังหวัดพะเยา    ร้อยละ 53.7 จังหวัดเชียงราย ร้อยละ 53.7 จังหวัดน่าน ร้อยละ 51.3 จังหวัดลำพูน ร้อยละ 44.4 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 39.2 และจังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 38.3 มีเพียงจังหวัดเดียว  ซึ่งที่ลดลงจาก ปี 2564 คือ จังหวัดแพร่ ร้อยละ 42.0 ทุกจังหวั ดเกินค่าเป้าหมายของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 จังหวัดที่พบร้อยละการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงติด 5 อันดับของประเทศ คือจังหวัดลำปาง อันดับ 2 จังหวัดเชียงราย อันดับ 4 และจังหวัดพะเยา อันดับ 5 ของประเทศซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นการป้องกันและลดจำนวน “นักดื่ม-นักสูบหน้าใหม่” มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปลอดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการขับเคลื่อนตามกรอบ “7 มาตรการ และ 1 นวัตกรรม” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความยั่งยืนในการดูแลสุขภาวะของนักเรียน

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  กล่าวว่าการสำรวจสถานการณ์และพฤติกรรมการดื่ม การสูบในกลุ่มเด็กเยาวชนครั้งนี้ ถือเป็นภาคแรกในประเทศไทย  ที่เกิดการผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จับมือกันจัดทำฐานข้อมูลจากพื้นที่ซึ่งทำให้ 8 จังหวัด มีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นสอดคล้องกับปัญหาจริงในระดับพื้นที่  แล้วเป็นข้อมูลสำคัญในการนำมาวิเคราะห์สถานการณ์การดื่ม การสูบของเด็กเยาวชนอย่างรอบด้านและเป็นรากฐานสำคัญเพื่อนำมากำหนดแนวทางและวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด           มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งในด้านพฤติกรรม สังคม สิ่งแวดล้อม

    และนโยบาย 

    วัตถุประสงค์ของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสำรวจสถานการณ์ พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กเยาวชนอายุ 10-20 ปีในสถานศึกษาจำนวน 2,485 แห่งครอบคลุมพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 และระดับอาชีวศึกษา โดยมีศึกษาธิการภาค 15-16 เป็นช่องทางและกลไกสำคัญในติดตามการจัดเก็บข้อมูล  เป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีคณะสาธารณสุขศษสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยดูระบบและสังเคราะห์ข้อมูล แล้วร่วมกันนำไปสู่การวางแผนเชิงนโยบายใน   การป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและตรงจุดมากขึ้น

    ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าการลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้สนับสนุนงานวิชาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในภูมิภาค  สำหรับขอบเขตของความร่วมมือที่วางแผนขับเคลื่อนร่วมกัน ประกอบด้วย 1.การแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการเพื่อดำเนินการสำรวจสถานการณ์ พฤติกรรมของเด็กเยาวชนในสถานศึกษา 2.ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือแบบสอบถามและกำหนดวิธีการเก็บข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ 3.ประสานหน่วยงานความร่วมมือและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน 4.ดำเนินการเก็บรวบรวม วิเคราะห์และจัดทำรายงานข้อมูล 5. คืนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  และ 6. กำหนดแนวทาง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งความร่วมมือของ 8 หน่วยงานในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเสริมสร้างกลไกป้องกันเชิงรุก ลดอัตราการเกิดนักดื่ม-นักสูบหน้าใหม่ในสถานศึกษา และส่งเสริมให้เยาวชนมีความรอบรู้และมีสุขภาวะที่ดีภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ต่อไปอย่างยั่งยืน

    โดย:กัญญานันท์ ตาทิพย์

  • สืบสานงานบุญประเพณีบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย ประจำปี 2568

    สืบสานงานบุญประเพณีบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย ประจำปี 2568

    บุญประเพณีปลอดเหล้า

    วัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน (ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน)

    ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่ชาวไทยอีสานยึดถือปฏิบัติและสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เป็นการทำนุบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีงามที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป ทั้งยังเป็นความเชื่อของชาวไทยอีสานว่าการจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพญาแถน เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ ประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องประชาชนชาวตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทุก ๆ ปี จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นภารกิจหนึ่งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาล เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

    จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเทศบาลตำบลกุดหว้า จึงเห็นความสำคัญของงานประเพณีดังกล่าว ในการที่จะร่วมอนุรักษ์สืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยอีสานให้คงอยู่สืบไป เทศบาลตำบลกุดหว้า จึงร่วมกับอำเภอกุฉินารายณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ สภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลกุดหว้า มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หน่วยงานราชการ สถานศึกษา องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่ม พลังมวลชน จึงกำหนดให้มีการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน (ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน)

    งานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านกุดหว้า ประจำปี 2568

    จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 พฤษภาคม โดยมีกิจกรรมเด่นๆ ที่น่าสนใจ คือ

    • การจุดบั้งไฟตะไลล้าน ตะไลหมื่น ตะไลแสน ที่ิย่งหญ่และสวยงาม
    • ขบวนแห่บุญบั้งฟที่มีเอกลักษณ์งดงาม การฟ้อนรำ วิถีชีวิตชาวกุดหว้า การแสดงสร้างสีสันในขบวน การโชว์ผลิตภัณฑ์ของดีของชุมชน
    • กิจกรรมรณรงค์พื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดเหล้า เพื่องานนี้เป็นพื้นที่ตัวอย่างของงานบุญประเพณีปลอดแอลกอฮอล์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับคนที่มาเที่ยวชบั้งตะไล
    • การแสดงพื้นบ้าน ดนตรีหมอลำ และการแสดงทางวัฒนธรรมที่วัดกกต้อง
    • มีการจำหน่ายสินค้าโอทอป อาหารพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับเทศบาลตำบลกุดหว้า และชุมชนบ้านกุดหว้า จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างสรรค์ งานบุญบั้งไฟตะไลล้านกุดหว้าปลอดเหล้า ปลอดภัย ซึ่งได้มีการดำเนินการมากว่า 10 ปี อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดพื้นที่งานบุญประเพณีที่ปลอดภัย เด็กเยาวชนมีกิจกรรมสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมทั้งในขวนแห่ และวันจุดบั้งไฟ ด้วยการรณรงค์งดเหล้าในงานบั้งฟตะไลล้านกุดหว้า จาก 8 ชุมชน 8 ขบวน ถือเป็นความร่วมมืออย่างดี ระหว่าง ชุมชน อปท. ภาคีเครือข่าย กลุ่มเยาวชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้งานนี้ยังคงอตลักษณที่งดงามและปลอดภัยอย่างดีเสมอมา

  • สคล.เลย ร่วมกับอำเภอเอรวัณ สร้างสรรค์พื้นที่งานบุญประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ปลอดภัย ประจำปี 2568

    สคล.เลย ร่วมกับอำเภอเอรวัณ สร้างสรรค์พื้นที่งานบุญประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ปลอดภัย ประจำปี 2568

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ร่วมกับอำเภอเอราวัณจังหวัดเลย เจ้าภาพจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2568 ณ อำเภอเอราวัณ

    โดยมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 17 พฤษภาคม และพิธีเปิดที่สนามโรงเรียนบ้านเอราวัณ และจะมีการจุดบั้งไฟที่ลานหลังสำนักงานเทศบาลตำบลผาอินทร์แปลง

    จากความร่วมมือระหว่างอำเภอเอราวัณ นำโดยนายกฤษณะ รักษ์มณี นายอำเภอเอราวัณ หน่วยงานในอำเภอ สถานศึกษา และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ได้มีการดำเนินงานตามนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย ที่งานประพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์ได้

    โดยนายอำเภอเอราวัณได้ออกประกาศว่าด้วยการกำหนดพื้นที่จัดงานบุญบั้งไฟเอราวัณเป็นพื้นที่งานปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน ทั้งนี้บริเวณฟุตบาทสาธารณะ บริเวณสถานมี่ราชการตามกฎหมายที่จัดงานนี้ขึ้น ห้ามมิให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบนถนนสายหลักเลย-หนองบัวลำภู ที่เป็นเส้นทางขบวนแห่บั้งไฟ จากนั้นชุด ชรบ. ภาคีเครือข่ายได้มีการนำประกาศอำเภอเอราวัณ ประชาสัมพันธ์และแจกจ่ายให้กับร้านค้าในพื้นที่จัดงานทั้งในโรงเรียนบ้านเอราวัณ สนง.เทศบาลตำบลผาอินทร์แปลง และบนเส้นหลักที่มีขบวนแห่ ได้ใช้รถกระจายเสียงประกาศและขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามที่ทางอำเภอได้มีประกาศไว้

    ถึงแม้ว่างานประเพณีบุญบั้งไฟจะเป็นงานที่ยากในการควบคุมการดื่ม แต่หากได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมมือกันปกป้องลูกหลานเยาวชน และทุกๆคนที่เข้ามาเที่ยวชมงานในพื้นที่ ไม่ให้เกิดอันตราย หรือได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ร่วมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่มีความปลอดภัย ก็จะทำให้งานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่ของเอราวัณนี้ เป็นงานประเพณีที่งดงาม ทรงคุณค่า และผู้คนอยากมาเที่ยวมากขึ้น