Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • คนหัวใจเพชรอีสานบน กับบทบาท ”นักสื่อสารสร้างสุขภาวะ”

    คนหัวใจเพชรอีสานบน กับบทบาท ”นักสื่อสารสร้างสุขภาวะ”

    คนหัวใจเพชรกับบทบาท “นักสื่อสารสร้างสุขภาวะ”

    สำหรับคนหัวใจเพชร ในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้าได้ดำเนินการให้เกิดคนที่เป็น “คนหัวใจเพชร” ที่เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนรณรงค์งดเหล้าในชุมชน ทำงานในการชวนคน ลด ละ เลิกเหล้า พูดคุย เชิญชวน ติดตาม ให้กำลังใจ โน้มน้าว ซึ่งโดยหลักๆ เป็นการสื่อสารกับคนที่ต้องการเข้าไปชวนให้เขาเลิกเหล้า หน้าที่สำคัญของคนหัวใจเพชร จึงเป็นการสื่อสารและใช้วิธีการต่างๆ ให้คนเลิกเหล้าได้

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนเอง ก็มองเห็นความสำคัญของคนทำงาน อยากให้คนหัวใจเพชร ที่เป็นคนชวนคนเลิกเหล้า ได้มีทักษะการสื่อสารที่หลากหลาย มีเครื่องมือในการทำงานหลายแบบเพื่อให้การสื่อสารนำไปสู้เป้าหมายของผลลัพธ์ที่อยากให้เกิด นั่นคือ ชวนคนเลิกเหล้าได้สำเร็จ

    เวทีอบรม “นักสื่อสารสร้างสุขภาวะคนหัวใจเพชร” จึงได้เกิดขึ้น ระหว่างวันที่ 1-2 เมษายน 2566 ณ โรงแรมราชาวดีรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีคนหัวใจเพชร ตัวแทนจากชุมชนคนสู้เหล้า ใน 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน เข้าร่วมการอบรมนักสื่อสารสร้างสุขภาวะ

    หัวใจสำคัญของเวทีอบรม

    1. “ชวน” แปลว่าอะไร การชวนต้องสื่อสารยังไง
    2. การตั้งคำถามทรงพลัง เสริมกำลังใจ
    3. การสื่อสารเพื่อชวน ช่วย ชม เชียร์ ให้คนเลิกเหล้า(โค้ชให้คนเลิกเหล้า)
    4. การสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และทักษะการโน้มน้าว
    5. การฝึกพูด ฟัง สังเกต
    6. การหาข้อมูลในการพูดคุย สื่อสาร

    การอบรมในครั้งนี้ ได้เกียรติจาก คุณพิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้ประสานงานแผนงานพัฒนาศักยภาพชมรมนหัวใจเพชร สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เป็นวิทยากรช่วยเสริมทักษะการสื่อสาร การชวนพูดคุย ตั้งคำถาม และการสังเกตคู่สนทนา และกระบวนการต่างๆ ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    วันแรก มีกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าร่วมอบรมได้ฝึกปฏิบัติและพัฒนาทักษะหลายๆด้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การชวนคนเลิกเหล้า การเข้าไปพูดเชิญชวน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่่ผ่านมา การจับคู่สนทนาเพื่อจำลองการเขาไปชวนคนเลิกเหล้า การสะท้อนการฟังจากเพื่อนที่เล่าเรื่องของตัวเอง

    ต่อด้วยกิจกรรมเสริมพลังให้คนหัวใจเพชร ด้วยการสร้างกระบวนการสร้างกำลังใจ เพื่อให้คนเหล่านี้รู้สึกมีพลังที่จะทำงานต่อ มีความกล้ามากขึ้น และไม่ได้รู้สึกว่ามีแค่เราที่ทำเรื่องนี้อยู่คนเดียว

    วันที่สอง เป็นการเสริมทักษะการสื่อสาร ทั้งกับตัวบุคคลเพิ่มเติม และการสื่อสารการทำงาน ผ่านช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดีย ไลน์ Facebook หรือแม้แต่การติดแฮชแท็กลง Facebook เพื่อให้การสื่อสารเกิดวงกว้างมากขึ้น

    ต่อด้วยวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ในการพูดคุย การสื่ออารมณ์/ความหมาย/ความรู้สึก ,น้ำเสียง ,ท่าทางผ่านภาษากาย ,การสร้างสีสัน ,สร้างความกล้า ,การแต่งกาย/บุคลิกภาพ โดย นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ เจ้าหน้าที่พัฒนาศักยภาพเยาวชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นวิทยากรสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนานให้กับคนหัวใจเพชร

    จากกระบวนการต่างๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมมีความกล้าแสดงออก พูดคุย แสดงความคิดเห็น และร่วมกระบวนการทุกอย่างด้วยความเต็มที่ และพบว่า การเรียนรู้ในครั้งนี้ ทำให้หลายคนได้รับทักษะต่างๆมากขึ้น

    สิ่งสำคัญ คือ กระบวนการทำงานต่อในพื้นที่ชุมชนของแต่ละคนที่มาเข้าร่วม และการติดตามก็เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ที่จะช่วยหนุนเสริมการทำงานของคนหัวใจเพชร ให้เป็น “นักสื่อสารสร้างสุขภาวะ” ที่สร้างสิ่งดีๆต่อไปอีกด้วย

    ภาพ/ข้อมูล เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    กรณี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ขึ้นป้าย “ห้ามแตรวง กลองยาว ดนตรีแจ๊ส นางรำ เข้าในลานโบสถ์” เนื่องจาก ทำให้พระอุปัชฌาย์ และคู่สวด พระสงฆ์ต้องมานั่งรอนาน ทำให้ญาติผู้ใหญ่ ที่จะมาบวชลูกหลาน ต้องได้รับความลำบากและคนที่อุ้มผ้าไตรและถือสิ่งของยืนรอนานมาก กว่าจะได้แต่ละรอบ พร้อมขอท่านผู้เจริญแล้ว โปรดรักษา กฎ กติกา อย่าสนุกรื่นเริง ในความทุกข์ของผู้อื่น ที่กำลังเป็นกระแสในสังคม

    ประเด็นนำเข้าในเวทีการประชุมของพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ภาคกลาง/ปริมณฑล ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 ณ วัดท่าหลวง จ.ลพบุรี โดยมีพระสงฆ์ในเครือข่าย โซนภาคกลาง/ปริมณฑล เข้าร่วมประชุม กว่า 20 วัด พร้อมผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กงงดเล้า (สคล.) มี พระครูภัทรธรรมคุณ,ดร. ประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง เป็นประธานในพิธี ได้พูดคุยกันในประเด็นของการจัดงานบวชที่มีปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

    จากการประชุมได้ยกกรณีศึกษา จากปัญหาที่เกิดขึ้นของวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ที่พระสงฆ์ และญาติผู้ใหญ่ที่ตั้งใจจะบวชลูกบวชหลาน ได้รับความเดือนร้อน จนเจ้าอาวาสต้องขึ้นป้าย ออกกฎระเบียบในการจัดงานบวชที่วัด

    โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม คณะกรรมการวัดเวฬุวัน ทราบว่า ป้ายข้อความนี้ เห็นมาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะทางวัดจะต้องมีกฎระเบียบ ถ้าให้แห่วนรอบโบสถ์แล้ว จะทำให้ผู้สูงอายุ ผู้อุ้มผ้าไตร อุ้มบาตร อัฐบริขารหลายๆ อย่าง จะไม่ไหว เพราะบางทีพวกนำหน้านาค ก็จะเมาแล้วมีเรื่องตีกัน จึงทำให้ต้องมีกฎระเบียบ โดยทางเจ้าอาวาสได้ขอให้ลูกศิษย์มาทำป้าย แม้กระทั่งกฎข้อห้ามที่ทางมหาเถรสมาคมสั่งให้ทุกวัดมีป้ายห้ามดื่มสุรา ของมึนเมาภายในวัด ก็มีการติดไว้เช่นกัน

    ที่ผ่านมาพระสงฆ์ในเครือข่ายเอง ก็ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดที่วัด ในเวทีครั้งนี้ได้มีโอกาสทบทวน ปัญหาของการทำงานที่มา ผลกระทบที่เกิดขึ้นของการจัดงานบวชที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง อาทิ การลงทุนอย่างมหาศาลในการจัดงานบวช มีการเลี้ยงฉลองน้ำเมา สร้างค่านิยมผิดๆเกิดขึ้นในสังคม กลับกลายเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา ของคนในสังคมที่มีความต้องการจะบวช แต่ถูกค่านิยมที่ทับถมว่า จะบวชต้องมีเงิน ต้องเลี้ยงแขก ต้องมีมหรสพ ทั้งที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่หลักใช่แก่นของงานบวชเลย

    พระสงฆ์เองได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีข้อจำกัด และอุปสรรคในหลายๆอย่าง เนื่องจากเรื่องนี้ มีอยู่หลายส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เจ้าภาพที่จะบวช กับพระสงฆ์ แต่มี สังคมที่เป็นผู้กำหนดค่านิยม มีคนวัด ไวยาวัจกร มรรคนายก ที่ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดรูปแบบของการจัดงานบวช ค่านิยมที่ฝังรากลึกมานาน เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องอาศัยความร่วมมือ จากหลายส่วนในสังคม มาช่วยกันแก้

    ในตอนท้าย นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ผจก.โครงการการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ได้กล่าวสรุปแนวทาง ในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ตามที่ในเวทีในเวทีได้มีการแลกเปลี่ยนกัน ดังนี้

    1. มีต้นแบบ พระ วัด แล้วขยายแนวคิด หาเจ้าภาพต้นแบบ ด้วยความสมัครใจ

    2. ไม่หักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยหาคนที่มีใจ คนใกล้วัด ใกล้ธรรม

    3. ชี้ประโยชน์ แนะนำหลักที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ตามหลักพุทธธรรม บวชสร้างสุข คืออะไร อย่างไร ต้องอธิบายให้ชัดเจน ให้เห็นประโยชน์ร่วม ด้วยความรัก

    4. มีกระบวนการทำความเข้าใจจากเจ้าอาวาส คนที่ชาวบ้านนับถือ หรือทีม คณะทำงาน ที่จะทำหน้าที่สื่อสาร แทนพระ และเป็นผู้นำตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น มัดทายก ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    5. ต้องมีการสื่อสารเชิงบวก ทำความเข้าใจ ไม่ตำหนิ ยกย่อง เชิดชู ผู้บวช เจ้าภาพ ให้เห็นประจักษ์ เป็นผู้หนักแน่นในธรรม มีศรัทธา มีปัญญา

    6. สร้าง กติกา วัด ชุมชน เพื่อเป็นกติกากลาง เป็นภูมิคุ้มกันระดับชุมชน ตำบล อำเภอ เชื่อมถึง พชอ.

    7. ประสานแนวคิดบูรณาการ กับ โครงการอื่นๆ ไม่ทำเดี่ยว เช่น วัดประชารัฐ พลัง บวร วัดส่งเสริมสุขภาพ

    ในเวทีครั้งนี้ ได้มีการสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบ ที่จะไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ในระดับพื้นที่ของโซนภาคกลาง/ปริมฑล ต่อไป โดยมี มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) คอยหนุนเสริม และมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้สนับสนุน


  • “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”

    “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”

    เทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) แถลงข่าวการจัดงานสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”

    วันที่ 30 มีนาคม 2566 ณ บริเวณลานกิจกรรมข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ สคล.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 2566” ทั้งนี้ ทางเครือข่ายองค์กรงเหล้าภาคเหนือตอนบนมีซองกันน้ำสีส้มสดใสแจกฟรีให้กับผู้มาร่วมงานไว้ใช้ในเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย ภายในงานมีสื่อมวลชนพร้อมใจมากันอย่างคับคั่ง

    นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่กล่าวว่า งานป๋าเวณีปีใหม่เมือง ประจำปี 2566 นี้ เทศบาลนครเชียงใหม่จะกลับมาจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน โดยงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 2566” ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน รับประกันความสนุกสนานและคึกคักอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ขอรณรงค์ให้เที่ยวประเพณีปลอดภัย สนุกได้โดยปราศจากแอลกอฮอล์ ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล

    เครดิต : The next gen

  • พระสงฆ์อีสานล่าง มีมติผลักดันงานบวชสร้างสุขสู่นโยบายสาธารณะ หวังสร้างการมีส่วนร่วม ในการสร้างค่านิยมการบวชแบบเรียบง่าย ยึดหลักพระธรรมวินัย

    พระสงฆ์อีสานล่าง มีมติผลักดันงานบวชสร้างสุขสู่นโยบายสาธารณะ หวังสร้างการมีส่วนร่วม ในการสร้างค่านิยมการบวชแบบเรียบง่าย ยึดหลักพระธรรมวินัย

    ค่านิยมการจัดงานบวชในสังคมอีสาน เป็นค่านิยมที่ฝังรากลึกมานาน ที่เมื่อมีการจัดงานบวชลูกบวชหลาน พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ผู้เป็นเจ้าภาพมักเต็มที่ และทุ่มทุนไปกับการจัดงานอย่างเต็มกำลัง โดยมีความเชื่อว่าเป็นบุญใหญ่ หากมีผู้มาร่วมอนุโมทนาบุญด้วยเยอะๆ มีการจัดเลี้ยงแขก ผู้มาร่วมงาน ล้มหมูล้มวัวเป็นตัว บางงานถึงขั้นมีเครื่องดื่มแแอลกอฮอล์ประกอบด้วย ทำต่อๆกันมาเรื่อยๆ กลายเป็นค่านิยมที่ปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา ของผู้ที่มีรายได้น้อยหรือมีกำลังไม่มากพอ อีกทั้งบางงานกลายเป็นปัญหาสังคม ที่มักจะพบเห็นบ่อยๆ ในการนำเสนอข่าว ของสำนักข่าวต่างๆ อาทิ งานบวชเลือด เมาทะเลาะวิวาทกันกลางงานบวช ยิงกันกลางงานบวช เป็นต้น การจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากในสังคมอีสาน

    26 มีนาคม 2566 เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคอีสานล่าง โดยการประสานของ เจ้าอธิการโสภณ ปิยธมฺโม, ดร. เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จ.อำนาจเจริญ ได้ประชุมแลกเปลี่ยนบทเรียนการขับเคลื่อนโครงการ การขยายผลนโยบายสาธารณะ งานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ ภาคอีสานล่าง 4 จังหวัด ประกอบไปด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธร ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการเมื่อต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

    การดำเนินงานที่ผ่านมาแต่ละวัดได้มีการขับเคลื่อนและมีการบูรณาการกับโครงการที่ทางวัด ดำเนินการกันอยู่ก่อนหน้านั้น อาทิ ชุมชนคุณธรรม วัดส่งเสริมหมู่บ้านรักษาศีลห้า เป็นต้น เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัน ที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์มีการสื่อสารในเวทีต่างๆ ที่ผู้ประสานได้มีโอกาสเข้าร่วม อาทิ เวทีประชุมกับชุมชน กับหน่วยงานราชการ เป็นการสร้างการรับรู้ในแนวคิดของโครงการ ชาวบ้านหลายคนให้ความสนใจ และเข้าร่วมโครงการบวชสร้างสุข จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ยึดหลักพระธรรมวินัย แต่เมื่อเทียบกับสังคมในวงกว้าง ก็ยังคงมีการจัดงานที่ยึดตามหลักค่านิยมเดิมอยู่ และนี่เป็นสิ่งที่เครือข่ายพระสงฆ์ต้องคิดต่อ

    พระครูปริยัติพลากร เจ้าอาวาสวัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ ได้กล่าวว่า การจะเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ให้เกิดผลอย่างวงกว้างเป็นรูปธรรมในสังคม การที่เราจะทำอยู่แค่เรากลุ่มเล็กๆ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ยาก เราจะต้องอาศัยเครือข่ายที่หลากหลายและกว้างออกไป ไม่ว่าจะเป็น ส่วนราชการ ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่นท้องที่ คณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง ให้มามีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นเป็นนโยบายสาธาณะ เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันในสังคม ให้จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ลดปัญหาสังคม

    ในที่ประชุมเห็นด้วย และได้มีมติ ผลักดันนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ไปสู่นโยบายระดับจังหวัดระดับภาค โดยกำหนดไว้ในช่วงกลางเดือน พฤษภาคม 2566 นี้ ที่จังหวัดยโสธร มีแผนในการดึงส่วนราชการ และคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประกาศนโยบายครั้งนี้


  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา อบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า

    เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง จัดเวทีอบรมและเสริมพลังชมรมคนหัวใจเพชร ชวนคนเลิกเหล้า ณ โรงแรมจันทร์กระจ่างฟ้า อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

    มีแกนนำคนหัวใจเพชรนักรณรงค์ จากทั้ง พิมาย หนองบุญมาก ปักธงชัย หินดาด(ห้วยแถลง) และโชคชัย เข้าร่วมเวทีอบรมเสริมพลัง และแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงานร่วมกัน

    นางระเบียบ ขาวฉอ้อน หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด รพ.โชคชัย เล่าว่า

    8 ปี เต็มที่เริ่มทำงานกับ สคล.( เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง) ได้มีโอกาสทำงานกับเครือข่ายในหลายๆจังหวัด และในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา จริงๆที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ปัญหาในงานที่รับผิดชอบ คือ ปัญหายาเสพติดและปัญหาสุขภาพจิต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หลายๆคนบริโภคเกินความพอดีส่งผลกระทบมากมาย ต่อสุขภาพตนเอง ครอบครัว และส่งผลกระทบต่อสังคม ซึ่งจริงๆแล้ว มีคนที่รู้จักและญาติพี่น้องมากมายที่ยังดื่ม และในวัยเด็ก มาเรื่อย ๆ

    การดื่มเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของความสุข การทำงานตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกไม่ดีกับคนดื่ม ยังเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อน ได้ตามปกติ เพียงเป็นการสื่อสารว่าดื่มอย่างระมัดระวัง ไม่ทำผิดกฎหมาย และไม่สร้างความเดือดให้คนอื่น

    ตลอด 8 ปี จึงทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีผู้ร่วมรณรงค์ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนไม่น้อย และวันนี้ก็เป็นการรวม บุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้า ลดการดื่มเหล้า และหลายคนที่ช่วยเป็นแกนนำ รณรงค์ จากทั้ง พิมาย หนองบุญมาก ปักธงชัย หินดาด(ห้วยแถลง) และโชคชัย ที่สำคัญ กลุ่มคนหัวใจเพชร ที่สามารถเลิกเหล้าได้ ตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป และยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผู้ประสบปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สามารถ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า

    ” เลิก 1 คน สุขหลายคน…”

    การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นหนึ่งในการเสริมสร้างพลัง เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เพื่อสร้างความสุขของสังคม ที่เริ่มจากครอบครัวต่อไป

    #คนหัวใจเพช #ปชคโคราชลดปัจจัยเสี่ยง #สคลอีสานตอนล่าง #กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดโชคชัย

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง

  • ตำบลโคกมั่งงอย ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้ากับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม

    ตำบลโคกมั่งงอย ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้ากับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม

    ตำบลโคกมั่งงอย อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ชุมชนคนสู้เหล้าและชุมชนท้องถิ่นจัดการสุขภาวะแบบองค์รวม ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนคนสู้เหล้าตำบลโคกมั่งงอย กับการจัดสุขภาวะแบบองค์รวม ชื่นชมทุกๆภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 โดยการดำเนินงาน มีทั้งการเก็บข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นของชุมชน การประชาคม การประชาพิจารณ์ จนเกิดเป็นนโยบายสาธารณะตำบล มีทีมสอดส่องติดตาม คืนข้อมูลและเชิดชูเกียรติ จนสามารถยกระดับจากงานศพปลอดเหล้า ปลอดน้ำอัดลม ชุมชนปลอดบุหรี่ ขยับสู่การชวนคนดื่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิกจนเป็นคนต้นแบบ

    เกิดการเห็นผลเชิงประจักษ์ก่อนและหลัง Ncds มีผู้ป่วยรายใหม่ ลดจาก 10 คนเหลือ 3 คน/ปี อุบัติเหตุจากมีคนเสียชีวิต ปีละ 1-2 คน ลดลง ตายปีเว้นปี และมีงานศพปลอดเหล้า 892 งานๆละ 20,000 บาท ประหยัดเงินได้ 17,840,000 บาท

    หลังจากนี้ ตำบลโคกมั่งงอย โดย อปท. รพสต.และทีมสอดส่อง จะยกระดับชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษาทั้งตำบล และจะเชื่อมกับเด็กและเยาวชน เพื่อรับฟังเสียงสู่การป้องกันเด็ก เยาวนคนรุ่นใหม่ลด ละ เลิกบุหรี่ สุรา ยาเสพติดและปัจจัยเสี่ยงต่อไป

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง