Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • พาน จัดคอนเสิร์ตสลัดฟันน้ำนม “ร้อง เล่น เต้น รำ” “มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์”

    พาน จัดคอนเสิร์ตสลัดฟันน้ำนม “ร้อง เล่น เต้น รำ” “มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์”

    กิจกรรม “ร้อง เล่น เต้น รำ” พาน จะทำให้เด็กเยาวชนในพื้นที่ได้มาพบเจอกัน และเป็นการเปิด“พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน” เพื่อให้เกิดพื้นที่ดีและกิจกรรมสร้างสรรค์ สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกคนที่ได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์เด็กเยาวชน  ทั้งนี้เพื่อให้มีเครือข่ายเยาวชนนักเต้นที่สามารถเป็นต้นแบบแก่กลุ่มเพื่อเยาวชน และมีการเชื่อมเครือข่ายผู้ใหญ่ใจดีในระดับจังหวัดและเครือข่ายนอกจังหวัดในการสนับสนุนให้น้องได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการเต้น โดยการมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยขน์ ลดพฤติกรรมเสี่ยง(ลดดื่ม ลดสูบ ลดเสพ)รวมถึงการเดินหน้าสร้างเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ ไม่ดื่ม ไม่สูบ

    เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2566 ณ หน้าอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ลานละอ่อนพาน กับคอนเสิร์ตสลัดฟันน้ำนมเยาวชน YSDN ได้เข้าร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ตสลัดฟันน้ำนมมีการโชว์ ร้อง เล่น เต้น รำ ของน้องๆ เยาวชนที่น่ารักกก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ทำให้เด็กๆ ที่เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัย ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทางแอดมินได้สอบถามความรู้สึกของเด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้มา เด็กๆบอกว่า “ ความรู้สึกที่ได้ร่วมงาน รู้สึกว่าสนุกดีได้มาแลกเปลี่ยนการฟังเพลงที่หลากหลายแนว การที่ได้อยู่รวมกับคนหมู่มาก หลากหลายที่มารวมกัน ได้รู้จักเพื่อนๆที่มาจากที่อื่นที่ไม่ใช่แค่โรงเรียนพานพิทยาคม และช่วงนี้ปิดเทอมว่างๆ พอมีกิจกรรมแบบนี้ เลยชอบมากๆเลยค่ะ “ ถือว่าผลตอบรับค่อนข้างที่จะดีทีเดียว แล้วเจอกันได้ที่ ” ลานละอ่อนพาน “ลานพื้นที่สร้างสรรค์บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพาน ที่เปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนชาวอำเภอพาน ได้มาโชว์ความสามารถ ” ร้อง เล่น เต้น รำ ” ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนให้เกิดประโยชน์ พบกันทุกวันพุธ ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน ในนามเยาวชน YSDN. พาน และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ให้โอกาสน้องๆ มีกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการมาแลกเปลี่ยนสบการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ได้มาพูดคุยและพัฒนากิจกรรมอื่นๆ ต่อไป

    ภาพและข่าวโดย : ชนิสรา เสนามงคล Y-SDN.พาน เชียงราย

  • จ.กาฬสินธุ์ ร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ จัดตั้งกองบุญดูแลพระสงฆ์อาพาธระดับจังหวัด

    จ.กาฬสินธุ์ ร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ จัดตั้งกองบุญดูแลพระสงฆ์อาพาธระดับจังหวัด

    17 มีนาคม 2566 ณ ห้องประชุมโสมพะมิตร ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในการประชุมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ สู่การปฏิบัติ ประเด็น การจัดตั้งกองบุญดูแลพระสงฆ์อาพาธ จังหวัดกาฬสินธุ์  ร่วมกับ คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ สนง.พระพุทธศาสนา สนง.ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนง.วัฒนธรรมจังหวัด ที่ทำการปกครอง สนง.ประชาสัมพันธ์  สนง.สาธารณสุข โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ สนง.สาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง นายอำเภอทุกอำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

    ตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติปีพุทธศักราช 2560 หมวด 5 ข้อ 33  ที่กำหนดว่า คณะสงฆ์พึงจัดตั้งกองทุนระดับชาติเพื่อการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์โดยมีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้พระสงฆ์ คณะสงฆ์ ชุมชน สังคม และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่อาจจัดตั้งกองทุนระดับพื้นที่ได้

    จากการติดตามเฝ้าระวัง เรื่อง สุขภาวะพระสงฆ์ พบว่า พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ที่อาพาธ หลังจาก เข้าพักรักษาตัวในสถานบริการสาธารณสุข หรือหน่วยบริการในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อกลับไปที่วัดพักรักษาตัว จะประสบปัญหา การขาดผู้ดูแลต่อเนื่อง หรือสถานที่ไม่เอื้อต่อการฟื้นฟูสุขภาพ ขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขาดงบประมาณในการดำเนินการต่าง ๆ

    สาธารณะสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่ายังมีพระสงฆ์ที่ป่วยเมื่อได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลแล้วกลับถึงวัดยังขาดผู้ดูแลต่อเนื่องทำให้ป่วยซ้ำและทรุดลง

    ในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ มีข้อตกลงความร่วมมือกัน ดังนี้

    1. ร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ สู่การปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง

    2. ร่วมกันจัดตั้งและดำเนินงาน กองบุญดูแลพระสงฆ์อาพาธ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน

     3. ร่วมกันกำหนดระเบียบกองบุญฯ และจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานอย่างน้อย 3 ปี ต่อเนื่องจนเกิดความยั่งยืน บรรลุวัตถุประสงฆ์ที่ตั้งไว้ให้เกิดประสิทธิภาพ

    4. ร่วมกันจัดหา บุคลากร อุปกรณ์  งบประมาณ ให้เพียงพอต่อการดำเนินงานของกองบุญฯ

    5. ร่วมกัน เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานของกองบุญฯ ทางสื่อต่างๆ ให้กว้างไกล

    6. ร่วมกันผลักดันส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิด กองบุญดูแลพระสงฆ์อาพาธ ระดับอำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์

    จากนั้นมีการประชุมแสดงความคิดเห็นพิจารณา ระเบียบกองบุญฯ กำหนดวัดทอดผ้าป่าระดมทุน ช่วงเข้าพรรษา และให้มีการกำหนดวิธีการในการจัดการบริหารกองทุน  โดยผู้ว่าฯ เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือนำข้อตกลงทั้ง 6 ข้อให้เกิดเป็นรูปธรรม


    Reference

  • กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

    กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          สิทธิด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Security Act) เป็นกฎหมายที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนไทยทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ ซึ่งมีสิทธิพิเศษที่เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสิทธ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตนเอง

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 ทางสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน เครือข่ายองค์งดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้ตอนบน) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจ คนรุ่นใหม่เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเท่าทัน รับรู้ และเข้าถึงสิทธิและสามารถพิทักษ์สิทธิด้านประกันสุขภาพแห่งชาติ รับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อหน่วยรับเรื่อง 50(5) รวมทั้งการสานพลังเครือข่ายเยาวชนในภาคใต้ตอนบนในการรับรู้และขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพ ภายใต้การกำกับติดตามจากสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน และการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี

    ด้าน นางสาวอรอนงค์ รุ่งเรือง แกนนำเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เล่าถึงความสำคัญของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า คนไทยมีสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของตนเองอยู่ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.ข้าราชการ 2.ประกันสังคมและ 3.ระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง 30 บาท)  แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิในการใช้และจะแจ้งใช้สิทธิการรักษาอย่างไร จึงทำให้ไม่ได้ใช้สิทธิและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นการสร้างความรู้และเข้าใจสิทธิในการรักษาพยาบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

        ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับแกนนำเยาวชนเพื่อเข้าใจสิทธิการรักษาพยาบาลของตนเองและสามารถบอกต่อกับบุคคลในครอบครัว ชุมชน เครือข่ายแกนนำเยาวชน และเครือข่ายอื่นๆจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป
  • เยาวชนเชียงราย กับ”โทษพิษภัยของ เหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติด”

    เยาวชนเชียงราย กับ”โทษพิษภัยของ เหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติด”

    สถานการณ์การดื่มสุราการสูบบุหรี่และการใช้สารเสพติด และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ยังคงพบในกลุ่มเยาวชน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการอยากลอง   เพื่อนและรุ่นพี่ชวนโดยเฉพาะรุ่นพี่จะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการดื่ม เยาวชนบางกลุ่มที่ดื่มมีทัศนคติในการดื่มว่าการดื่มทำให้ตัวเองเป็นผู้ใหญ่มีความรู้สึกภาคภูมิใจแต่สิ่งที่เจอคือปัญหาที่เยาวชนมองว่ามาจากการดื่มสุราและการใช้สารเสพติด และการดื่มในชุมชนทำให้เกิดการใช้ความรุนแรง  เมาแล้วทะเลาะกันมีการทำร้ายร่างกายในชุมชน

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงรายโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ ได้จัดกิจกรรมดีๆ เช่นการรวมตัวของวัยรุ่นกว่า 50 ชีวิต CR-PAO Youth X YSDN Chiangrai เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมฐานการเรียนรู้และการเสวนาในหัวข้อ “โทษพิษภัยของ เหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติด” กิจกรรมภายในงานวันนี้น้องๆ ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมของเรากว่า 50 คน ได้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนทัศนคติของเยาวชนยุคใหม่ ที่ไม่เอาเหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติดพร้อมฐานกิจกรรมการเรียนรู้

    ✅ฐานต้นไม้ปัญหา เหล้า บุหรี่ กัญชา ยาเสพติด

    ✅ฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    ✅ฐานจำลองเหตุการณ์

    และการเสวนาในหัวข้อ “โทษพิษภัยของ เหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติด” โดยได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจอทัลเพื่อเซรษฐกิจและสังคม Phone in เข้ามาเป็นประธานเปิดกิจกรรม

    YSDN แม่จัน รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีมากที่ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรและแลกเปลี่ยนกับน้องๆเยาวชน อีกทั้งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนี้ค่ะ เราจะนำความเห็นของน้องๆ ไปปรับใช้เพื่อเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ในครั้งต่อๆไป

    #YSDNTHAILAND

    #YSDNMAECHAN

    #สสส

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    #วัยรุ่นเชียงรายรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง

    ภาพและข่าวโดย : วีรญา ร้องคำ YSDN แม่จันเชียงราย

  • เครือข่ายร้อยเอ็ดประชุมสรุปการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565

    เครือข่ายร้อยเอ็ดประชุมสรุปการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565

    วันที่ 9 มีนาคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวดร้อยเอ็ด ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด ประชุมสรุปบทเรียนการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด และแลกเปลี่ยนการทำงาน วางแผนการทำงานในปี 2566 ระหว่างเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมศูนย์บริการสาธารณสุข อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

    มีหน่วยงานเข้าร่วมสรุปและแลกเปลี่ยนการดังนี้ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด สถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ป้องกันจังหวัด ปกครองจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด พมจ. สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด สนง.วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด สรรพสามิตพื้นที่ร้อยเอ็ด สคร.7 ขอนแก่น สพฐ.ร้อยเอ็ด กองสาธารณสุข อบต.เหนือเมือง สนง.เขตร้อยเอ็ด(3) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร้อยเอ็ด สื่อมวลชน ทต.โพนสูง อ.ปทุมรัตต์ รพ.สต.เหนือเมือง ชุมชนเมืองร้อยเอ็ด เครือข่ายเยาวชนงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

    จากข้อสรุปการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด สรุปได้ผลดังนี้

    1. ผลจากการเฝ้าระวังในงานประเพณีต่างๆระดับจังหวัด ลดการดื่มและจำหน่ายแอลกอฮอล์ มีผู้กระทำผิด ถูกดำเนินคดีลดลง ทั้งในงาน กาชาด สงกรานต์ ลอยกระทง งานบุญเผวด
    2. การดำเนินงานของภาครัฐ เน้นการป้องปรามและประชาสัมพันธ์ เรียกว่า ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
    3. หน่วยงานให้ความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องทุกงาน เทศกาล
    4. มีการต่อยอดการทำงาน ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และบุหรี่ไฟฟ้า
    5. มีการเชื่อมการทำงานกับสถานศึกษา ในการปองกันนักดื่มหน้าใหม่
    6. เกิดพื้นที่ชุมชนงดเหล้า 14 หมู่บ้าน และมีคนหัวใจเพชร งดเหล้าตลอดชีวิต

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า

    การดำเนินงานของจังหวัดร้อยเอ็ด เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันในทุกงาน ทำให้งานประเพณีในจังหวัดมีความสงบ เรียบร้อย อุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทก็ลดลง เจ้าหน้าที่ทำงานเหนื่อยน้อยลง มีพื้นที่ดีๆให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน

    ทิศทางการทำงานร่วมกันในปี 2566 ของภาคีเครือข่ายในจังหวัดร้อยเอ็ด ก็จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงการทำงานร่วมกับนักการเมืองในพื้นที่ นอกจากนี้ ตำรวจเองก็จะเน้นการป้องกันและปราบปรามเหตุต่างๆ ในงานประเพณีและเทศกาล เฝ้าระวังและออกตรวจตรา ทั้งเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด การสร้างการรับรู้ เข้าใจ ในโทษพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทำงานร่วมกับสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่

    ตัวแทนจากเทศบาลตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ ร่วมแลกเปลี่ยนผลการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ปี 2565 ที่ผ่านมาว่า มีงานศพ งานบุญปลอดเหล้า ทั้งหมด 58 งาน ในชุมชนก็เกิดชุมชนต้นแบบ ครอบครัวต้นแบบ บุคคลต้นแบบ งดเหล้า และในปีนี้ก็จะมีการทำต่อเนื่อง และขยายผลสู่ชุมชนอื่นด้วย

    การดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด ถูกเสนอให้มีการนำเสนอในเวทีประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งต่อไปด้วย เพื่อที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้รับทราบข้อมูล และมีการสั่งการ ให้ทุกหน่วยงาน มีแนวทางการปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน  ทำ MOU งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ

    อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน  ทำ MOU งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ

    กระบวนการขับเคลื่อนโครงการแค่หลวงปลอดเหล้า อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ประกอบด้วย 1) การรับทราบปัญหาและมีความตระหนักร่วม 2) การทำให้เกิดการมีส่วน ร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดเครือข่าย 3) การดำเนินกิจกรรม 4) การเกิดสำนึกร่วม การน าผลการวิจัยไปใช้ควร น ากระบวนการขับเคลื่อนโครงการแค่หลวงปลอดเหล้า ไปใช้กับพื้นที่ที่มีงานบุญประเพณีที่สำคัญของ ประเทศโดยพิจารณาถึง 1) การเลือกพื้นที่ขยายผลที่มีหน่วยงานราชการ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน พื้นที่ให้การสนับสนุนในการรณรงค์งดเหล้าในงานบุญ 2) ด้านการจัดกิจกรรมปลอดเหล้าที่หลากหลายแก่ เด็กและเยาวชน 3) การบูรณาการการทำงานหน่วยงานที่มีการทางานรณรงค์ในกลุ่มสาระเดียวกัน เช่น การรณรงค์งดสูบบุหรี่ หรือสารเสพติด การบำบัดผู้ติดสุรา

    เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับอำเภอบ้านโฮ่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านโฮ่ง และประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ได้ทำการบันทึกข้อตกลง  MOU ด้วยนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมแอลกอฮอล์ และการลดละเลิก นายอำเภอบ้านโฮ่งให้ความสำคัญในการควบคุมแอลกอฮอล์ และการลดละเลิก เช่น การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประเพณี เทศกาล งานบุญ งานศพ มีการเชิญชวนในนักดื่มหน้าเก่างดเหล้า เข้าพรรษา  มีการทำ MOU ระหว่างนายอำเภอกับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านให้งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ คนต้นแบบเลิกเหล้า อบายมุขอื่นๆ ประกอบด้วย บ้านโฮ่ง ม.2 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านห้วยน้ำดิบ ม.5 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านป่าดำ ม.13 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านห้วยปางค่า ม.16 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านดงมะปินหวาน ม.8 ตำบลศรีเตี้ย และบ้านหนองปลาสะวาย ม.2 ตำบลหนองปลาสะวาย