Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ

    ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับชุมชนท่องเที่ยวอำเภอเชียงคาน จัด workshop สำหรับกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวในเขตเทศบาลตำบลเชียงคาน ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เพื่อเสริมทักษะในด้านการสื่อสารงานท่องเที่ยวชุมชน การเผยแพร่เรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ เอกลักษณ์ อาหาร สินค้าชุมชน และอื่นๆ ที่ชุมชนอยากนำเสนอผ่านช่องทางการสื่อสารในโซเชียลมีเดีย เป็นความต้องการของชุมชนที่อยากพัฒนาการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ มีการเข้าถึงและรับรู้มากขึ้น โดยต้นทุนจะมีทั้ง เพจ , Facebook ส่วนตัว ,YouTube และ TikTok

    ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคานที่เข้าร่วม workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ คือหนึ่งในพื้นที่ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ชุมชนท่องเที่ยวปลอดภัย ภาคอีสานตอนบน โดยการสนับสนุนของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย ที่ได้ร่วมงานกันมา เพื่อยกระดับงานท่องเที่ยวชุมชนให้มีความน่าสนใจมากขึ้น จึงได้เกิดการพัฒนาศักยภาพขึ้นในครั้งนี้

    โดยมี นายศุภกิตติ์ คุณา Content Creator มาช่วยสอนในเรื่องการสื่อสาร วิธีการหาไอเดียทำ content และต่อยอดเทคนิคการเป็นนักสื่อสารจากชุมชน การผลิตสื่อด้วย canva capcut tiktok เพื่อนำไปใช้สื่อสารงานท่องเที่ยวบน social media ได้จริง มีการเรียนรู้ทั้งเรื่องของการโพสต์ Facebook การติดแฮชแท็ก (#) การใช้ข้อความที่ถูกต้อง หรือ สิ่งต้องห้ามโพสต์บนโซเชียลมีเดียในช่องทางต่างๆ

    การเข้าร่วม workshop ทุกคนได้ลงมือฝึก ปฏิบัติเอง และได้โพสต์จริงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง ซึ่งผู้เข้าร่วมมีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นอย่างมาก หลายคนสามารถออกแบบการสื่อสาร และมีความเข้าใจเบื้องต้น สามารถทำต่อเองได้ และก็มีความสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมอีก จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการที่จะมีการต่อยอดในครั้งหน้า เพื่อเสริมทักษะอื่นๆ รวมไปถึงการสื่อสารเพื่อขายสินค้าชุมชนอีกด้วย

  • ภาคีภาคตะวันออกร่วมใจ ส่งความรัก สร้างชายหาดปลอดภัยสร้างสรรค์

    ภาคีภาคตะวันออกร่วมใจ ส่งความรัก สร้างชายหาดปลอดภัยสร้างสรรค์

    เพื่อบอกรักพื้นที่สาธารณะ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยจึงได้ขับเคลื่อนและส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว (Safety Zone)

    ชายหาดบางแสน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากรวมถึงเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้มีบทบาทเรื่องการลดปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น และสนับสนุนนโยบายพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยกระดับให้ชายหาดบางแสนสามารถ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ และเพื่อเป็นการยกระดับต่อยอดการดำเนินงานพื้นที่ปลอดภัย นอกจากประเด็นเหล้าบุหรี่ ส่งเสริมให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ปลอดขยะ ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงอันตราย เช่น เหล้า บุหรี่  พลุ สร้างความตระหนักและความร่วมมืออย่างเข้มแข็งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ในวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 โครงการ ตะวันออกบอกรักทะเลไทย ยกระดับพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัย ชายหาดบางแสนปลอดขยะ และลดปัจจัยเสี่ยง โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ร่วมสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคม สร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวและการดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข มีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน ความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวจะมีชื่อเสียงและสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวให้มีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวได้ ต้องมีรากฐานที่สำคัญมาจากการจัดการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ดีโดยบุคลากรทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เกิดขึ้นในภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก

    โดยมีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชน เพื่อสร้างให้เป็นพื้นที่ส่วนรวมที่จะมอบโอกาสในการแสดงออกทางความสามารถอย่างสร้างสรรค์ เสริมพลัง และศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับตัวเอง ชุมชน และสังคม ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมหลายรูปแบบ

    ซึ่งมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย ชายหาดบางแสนที่เราอยากเห็น”

    โดยผู้ร่วมเสวนาได้แก่ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข คุณดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คุณวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 คุณกิตติพงษ์ ไตรบุญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและประธานชมรมกู้ชีพฉลามขาว (พิทักษ์ทะเล) คุณณัฐวุฒิ มหากัณฑ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชลบุรี และ คุณศิริวิษา กะนิโก ประธานแกนนำเยาวชน YSDN ภาคตะวันออก นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดำเนินการเสวนาโดย นายสมเกียรติ จันทร์อารักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก

    ท่านรองสุภาพร พุทธรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี และ ที่ปรึกษาประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม มอบของที่ระลึก และแลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินงานภารกิจการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ รวมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์จุดเริ่มต้นและการขับเคลื่อนโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ ทั้งยังได้ดำเนินการวิจัย “ประเมินนโยบายชายหาดปลอดบุหรี่” และได้รับรางวัลวิชาการดีเดน กระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2561 ด้วย


    เราพยายามที่จะสนับสนุนให้คนที่มาเที่ยวรับทราบในกาลเทศะของการมาเที่ยวในพื้นที่สาธารณะคืออะไร บางแสนเป็นชายหาดของทุกคน ถ้าเรามองว่าบางแสนเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บางแสนก็จะไม่มีการเปลี่ยน อยากจะให้มันเป็นบรรทัดฐานที่จะผลักดันเป็นกฎหมายเพื่อความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงนโยบายเท่านั้น

    นายกตุ้ย ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข
  • ชาวเขาค่าย เชิญร่วมแสดงพลังแห่งความรัก ผ่านกิจกรรม“วิ่งโอบเขา….กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน”

    ชาวเขาค่าย เชิญร่วมแสดงพลังแห่งความรัก ผ่านกิจกรรม“วิ่งโอบเขา….กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน”

        การวิ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดน้ำหนัก บำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันการเป็นโรคต่างๆ
        เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาค่าย ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ทีม อสม.ตำบลเขาค่าย ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร/เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “วิ่งโอบเขา....กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน” ครั้งที่ 2 เป็นการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพควบคู่กับการท่องเที่ยวชุมชน
        ด้านนายน้อย สวิงรัมย์ ประธาน อสม. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้พี่น้องในชุมชนทุกช่วงอายุได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และเป็นการโปรโมท “วัดน้ำตกรพระยืน” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนและเป็นที่สักการะหลวงปู่ทวด และเนื่องในสัปดาห์แห่งความรักจึงอยากให้มีการแสดงความรักอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการชวนกันมาวิ่งแบบคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นคู่รักแบบแม่/ลูก ยาย/หลาน เพื่อน พี่/น้อง หรือสามี/ภรรยา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังสมทบทุนให้กับทางวัดเพื่อเป็นค่าน้ำ-ค่าไฟให้กับทางวัด
        นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเด็นการสร้างเสริมสุขภาพให้ห่างไกลจากแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และชักชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
  • เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด”อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันสร้างพื้นที่ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก “งานกิจกรรมลานรักละมุน”

        เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สนามหน้าเทศบาลตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มเด็กอวด(เยาวชนอำเภอชะอวด) ร่วมกับเทศบาลตำบลชะอวด กลุ่มลานละมุน โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร โรงเรียนชะอวด โรงเรียนชะอวดวิทยา โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “ลานรักละมุน” ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก เนื่องจาก วันที่ 14 ก.พ.ของทุกปีเป็นวันแห่งความรักสากล เป็นเทศกาลที่เหมาะแก่การแสดงความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ทั้งความรักของพ่อแม่ แบบครอบครัว แบบเพื่อน หรือแบบคนรัก กลุ่มเยาวชน “เด็กอวด”จึงร่วมเป็นกระบอกเสียงสื่อสารถึงวัยรุ่นยุคใหม่ รักให้เป็น รักให้ปลอดภัย ส่งมอบความรักที่สดใส สวยงาม ตามสไตล์วัยรุ่น และทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
        โดยบรรยากาศภายในงานเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งสไตล์แค้มปิ้ง คาเฟ่ มีซุ้มเป็นพื้นที่กิจกรรมของเด็กเยาวชน ร้านค้าของนักเรียน อาหารพื้นบ้าน และร้านค้าจากพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งมีนิทรรศการภาพวาดศิลปะ นิทรรศการความรู้การผลิตผลิตภัณฑ์กระจูด และมีการแสดงวัฒนธรรมของภาคใต้ (มโนราห์) จากโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา 
        การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายนายวิระชัย ชุมแก้ว นายอำเภอชะอวดนายพัฒนาวิทย์ ตั้งเส้ง นายกเทศมนตรีตำบลชะอวด และพ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอชะอวด ร่วมพูดคุยเพื่อต่อเติมฝันและให้กำลังใจ คณะทำงานรวมทั้งเด็ก เยาวชนและผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน และยินดีสนับสนุน ส่งเสริมเพื่อเป็นการต่อยอดให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก เยาวชนในอำเภอ  ชะอวด รวมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่แสดงความสามารถให้กับทุกคน 
        นอกจากนั้นแล้วในงานมีการแสดงจากตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในอำเภอชะอวด กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มศิลปินที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น การออกร้านขายสินค้า บูธกิจกรรมจากเครือข่ายฯและการเสวนาที่สะท้อนผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งเปิดตัวช่องทางการติดต่อสำหรับเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีกิจกรรมเสวนา “ สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก ” 
        นายศุภกฤต ชุมจินดา ตัวแทนกลุ่มเด็กอวด กล่าวถึงที่มาแนวคิด และวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า “เนื่องจากพื้นที่อำเภอชะอวดเป็นพื้นที่ค่อยข้างห่างไกลตัวเมือง เด็กเยาวชนจึงขาดพื้นที่ในการแสดงความสามารถ จึงเป็นแนวคิดสร้างกลุ่มเด็กอวด มอบความรักให้กับท้องถิ่นบ้านเกิด เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย ปลอดบุหรี่ สุรา ยาเสพติดทุกชนิด ให้ เด็ก เยาวชน และเพื่อนๆในพื้นที่ จึงได้ถือเอาวันแห่งความรัก 14 ก.พ. ในการจัดกิจกรรมเพื่อมอบความรัก ความปรารถนาให้กับเด็ก เยาวชน ทุกๆคน” นายศุภกฤตกล่าว
        นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดตรัง ผู้ที่ต้องสูญคนรักจากคนที่ขับรถด้วยความมึนเมาจากแอลกอฮอล์ กล่าวว่า “ความรักมีหลากหลากรูปแบบแตกต่างกันออกไป สำหรับตัวเองการสูญเสียคนรักจากคนเมาแล้วขับนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องใช้ความเข้มแข็งเป็นอย่างมากกว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ โชคดีที่บุตรสาวทั้งสองยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ปัจจุบันนี้ตนเองพร้อมอาสาช่วยเหลือให้คำปรึกษากับผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวกับคนอื่นอีก ฝากถึงคนดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแล้วอย่าขับเพื่อความปลอดภัยกับทุกคนในสังคม” นางรัชฐิรัชฎ์กล่าว
        นายวันชัย พูลช่วย ทนายความเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า “ปัจจุบันพระราชบัญญัติความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นั้นมีการประกาศให้เข้าปีที่ 15 และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรามีเครือข่ายที่เฝ้าติดตามการกระทำผิด พ.ร.บ.ฯ อยู่ทั่วประเทศพบเจอผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากในแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางด้านกฎหมายนั้น เป็นภารกิจของเครือข่ายฯ ที่มอบความรัก ความห่วงใยกับสังคมเนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่ว่าจะมีความจำเป็นด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ทั้งขั้นตอนทางกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่ง ทางเครือข่ายฯ มีความยินดีใช้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ตามช่องทางเพจเฟสบุ๊คชื่อว่า สนับสนุน ช่วยเหลือ เยียวยา ปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางเครือข่ายฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผมกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกคน” นายวันชัย กล่าว
        ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นและสำเร็จได้จากความร่วมมือในการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเด็กเยาวชน นักเรียน และภาคีเครือข่าย เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน วัยรุ่นและประชาชนทั่วไปในพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสร้างสรรค์ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงด้านต่อไป
  • นายอำเภอปากท่อ  เยาวชนนักรณรงค์ เครือข่ายงดเหล้า ภาคตะวันตก และสสส. จัดวาเลนไทน์ยิ่งใหญ่ คนเพียบ

    นายอำเภอปากท่อ เยาวชนนักรณรงค์ เครือข่ายงดเหล้า ภาคตะวันตก และสสส. จัดวาเลนไทน์ยิ่งใหญ่ คนเพียบ

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา นายอำเภอปากท่อ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก และชุมชนบ้านตากแดด ได้จัดกิจกรรม “มหัศจรรย์แห่งรัก วิถีกะเหรี่ยงปากท่อ-ยางหัก หอมกลิ่นไอรัก สุขหวานซึ้ง” ขึ้นที่ชุมชนบ้านตากแดด ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ภายใต้สโลแกน “ส่งรักให้พักเหล้า” โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และอำเภอปากท่อ ที่มีแนวคิดในการจัดงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในการมีภาคีความร่วมมือในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน และภาคประชาสังคม

    กระบวนการเริ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงเช้า โดยการรวมตัวกันบริเวณวัดยางคู่ แห่ขบวนห่มผ้าองค์พระคู่ “คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน รักกันตลอดไป” พร้อมให้อาหารปลา สาเหตุที่ต้องมาห่มผ้าพระที่นี่ เพราะชื่อวัดยางคู่ มีความหมายที่ดี และในการห่มผ้าพระคู่ ชาวบ้านในชุมชนมีความเชื่อว่าหากคู่แต่งงานมีโอกาสมากราบสักการะจะเป็นสิริมงคลต่อชีวิตคู่

    หลังจากนั้นได้เดินทางมาที่วัดไทรงาม เพื่อทำพิธีแห่ห่มผ้าเจดีย์ 9 ทิศ โดยเชื่อว่าเป็นรักบูชาธรรมทุกทิศมงคลศักดิ์สิทธิ์ การปิดทองพระเกจิ ทุกสาย เพื่อความสุขมงคลคุ้มครองทุกแห่ง การดูแลป่า บวชต้นไม้ ใส่ปุ๋ยใบไม้มงคล จะมีรักที่อบอุ่นร่มเย็นธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องวิถีกะเหรี่ยงรื้อบ้านเข้าหอ เชื่อว่ารักแท้เอาชนะอุปสรรค์ทุกสิ่ง วิถีกะเหรี่ยงเก็บน้ำผึ้ง เลี้ยงผึ้ง บ่งบอกถึงความรักหวานในทุกๆ วัน การคั่วกาแฟ ชงกาแฟชั้นยอด โรบัสต้าตะนาวศรีราชบุรี เพื่อให้ความรักมีเข้มไม่จืดจาง หอมซึ้ง การข้าวห่อกะเหรี่ยงผสมน้ำผึ้ง จะมีรักที่สุกสดใส หวานอบอวนใจ การลอดซุ้มกระบี่กระเหรี่ยง จะทำให้ความรักรักคุ้มครองคู่รัก การเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อให้รักรุ่งเรืองตลอดไป ต่อด้วยการจดทะเบียน เพื่อประกาศรักแท้ การรับประทานอาหารมงคล สมรสสมรัก เพื่อให้รักอุดมสมบูรณ์พูลสุขตลอดกาล การโยนช่อดอกไม้ ส่งความรักความสุขทั้งอำเภอ

    คู่รักแจ้งความประสงค์จดทะเบียนสมรส จำนวน 5 คู่
    1. นายสหพันธ์ รวยรุ่ง และ น.ส.ศุภารนันท์ ยอดมี
    2. นายบุญเจือ แสงจันทร์ และ น.ส.สง่า สาลีผล
    3. นายจำเนียร สาตสาย และ น.ส.สุดารัตน์ กุมกร
    4. นายบุญเลี่ยม บุญทศ และ น.ส.น้ำฝน แย้มเกษร
    5. นายบุญมา พานดี และ น.ส.จำเนียร นะสีโต

    คู่รักแท้ที่ครองรักกันมาเกิดนกว่า 15 ปี จำนวน 10 คู่ ได้แก่
    1. นายกฤษฎา แสงจันทร์ และ นางเอื้อง แสงจันทร์ (44 ปี)
    2. นายทวีทรัพย์ เทพลิบ และ นางศิริมา แจ้งกระจ่าง (10 ปี)
    3. นายยัง เจียมโพธิ์ และ นางจำรัส ฟ้าคนอง (26 ปี)
    4. นายชุมพล สันตานนท์ และ นางจันทร์เพ็ญ บุญช่วย (28 ปี)
    5. นายจอม เพลงวงค์ และ นางธิติภร เพลงวงค์ ( 36 ปี)
    6. นายกาฝาก บุญเปรื่อง และ นางบานเย็น บุญเปรื่อง ( 37 ปี)
    7. นายเฉลียว เนียมทับทิม และ นางพิมพ์ เนียมทับทิม (49 ปี)
    8. นายประเสริฐ วงษ์ชอุ่ม และ นางสมจิตร วงษ์ชอุ่ม ( 44 ปี )
    9. นายโชติ คุ้มครอง และ น.ส.โสภา คงพวก (23 ปี)
    10. นายสำรวย ขันแก้ว และ นางกิตติยา ขันแก้ว

    ทางด้านของเด็กเยาวชนนักกรณรงค์ที่เข้ามาร่วมงาน มีการแสดงการเล่นดนตรี ในการขับกล่อมผู้ที่มาร่วมงาน โดยเยาวชนดังกล่าวมาจากฐานเยาวชนที่ขับเคลื่อนงานรณรงค์ในระดับพื้นที่ และมีความสามารถในการเล่นดนตรี ซึ่งในครั้งนี้ เยาวชนได้มาเล่นเพลงรัก เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการทำให้งานมีความรื่นเริงมากขึ้น เยาวชนบางส่วนที่เป็นเยาวชนที่มาจากสถานศึกษา ต่างก็มาช่วยรณรงค์ในการแสดงสัญญาลักษณ์เกี่ยวกับเรื่องของแคมเปญ “สื่อรักให้พักเหล้า” และ ” 15 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    ซึ่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีนี้ เป็นปีที่ 15 ในการมีกฏหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลฮอล์ ซึ่งผลักดันโดยภาคประชาสังคม ขบวนการรณรงค์งดเหล้าก่อตัวและเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างชัดเจน ในช่วงปี 2546 ยุทธศาสตร์หนึ่งที่สำคัญคือการรณรงค์ เคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงปลายปี 2549 รัฐบาลในสมัยนั้นมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าสู่สภานิติบัญญัติ จากนั้นภาคประชาสังคมได้เข้าร่วมผลักดันกฎหมาย โดยกิจกรรมสำคัญคือการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 13 ล้านรายชื่อ มีกิจกรรมรณรงค์ จากภาคประชาสังคมเกือบทุกสัปดาห์ตลอดปี 2550 จนนำมาสู่การลงมติเห็นชอบของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้ว่า

    “โดยที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ และอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สมควรให้กำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน โดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชน มิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย”

    ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมทั่วประเทศร่วมรณรงค์ เฝ้าระวัง ติดตาม และผลักดันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย จนมีผู้กล่าวว่า เป็น พ.ร.บ.ที่มีการบังคับใช้มากที่สุด โดยผู้ประกอบการทั้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง และร้านอาหารส่วนใหญ่ร่วมปฏิบัติตามกฏหมาย อีกทั้ง ทำให้สถานที่ห้ามดื่มห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่บัญญัติไว้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว รวมถึงทำให้เกิดคณะกรรมการในระดับต่างๆ ที่เป็นกลไกของรัฐในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยชะลออัตราการบริโภค ช่วยลดปัญหาและผลกระทบในด้านต่างๆ ที่สำคัญที่สุด ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในระดับหนึ่ง

    อย่างไรก็ตามธุรกิจแอลกอฮอล์มีความพยายามที่่จะหลบเลี่ยงกฏหมาย โดยเฉพาะการห้ามโฆษณา และพยายามที่จะแก้ไขให้กฏหมายมีมาตรการที่อ่อนลง ที่น่ากังวลที่สุด คือในโอกาสที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ครบรอบ 15 ปี ในปี 2566 เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งนักการเมืองจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับการแก้ไขกฏหมายให้อ่อนลง และชูเป็นนโยบายในการหาเสียง เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากผู้ประกอบการ ดังนั้นภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นเจ้าของ พ.ร.บ.ฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น จึงร่วมกันรณรงค์เพื่อยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้มีคุณูปการต่อการสร้างสุขภาวะของสังคมไทย และร่วมกันเรียกร้องให้นักการเมืองและผู้มีอำนาจทางนโยบาย ไม่ให้มีการแก้กฏหมายให้ต่ำกว่ามาตรการที่เป็นอยู่ ในทางกลับกันควรปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะที่พัฒนาอย่างสมดุลในทุกมิติ และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

    การจัดงานครั้งนี้ นอกจากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ชุมชนเองยังสนับสนุนกิจกรรมด้วยการนำอาหารและของที่ต้องใช้ในงานมาร่วมกัน จึงทำให้เกิดการบูารณาการดังนี้

    เครื่องขันหมาก ได้แก่

    1.ต้นกล้วย (ตำบลทุ่งหลวง)
    2.ต้นอ้อย (ตำบลทุ่งหลวง)
    3.น้ำหวาน (ตำบลทุ่งหลวง)
    4.หัวหมู (ตำบลวังมะนาว)
    5.ไก่ต้ม (ตำบลป่าไก่)
    6.ห่อหมก (ตำบลวัดยางงาม)
    7.ผัดหมี่ (ตำบลปากท่อ)
    8.ขนมจีน (ตำบลห้วยยางโทน)
    9.ส้ม (ตำบลวังมะนาว)
    10.กล้วยหวี (ตำบลยางหัก)
    11.มะพร้าว (ตำบลวันดาว)
    12.ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง(ตำบลดอนทราย)
    13.กาละเม – ข้าวเหนียวแดง(ตำบลบ่อกระดาน)
    14.ขนมเปี้ยะ (ตำบลวันดาว)
    15.ข้าวต้มมัด (ตำบลหนองกระทุ่ม)
    16.ขนมจันอับ (ตำบลทุ่งหลวง)
    17.ขนมปลา (ตำบลอ่างหิน)
    18.ข้าวห่อ (ตำบลยางหัก)
    19.กาแฟ/น้ำลำใย (ตำบลยางหัก)
    20.ขบวนรำ (ตำบลห้วยยางโทน)
    21.ขบวนกลองยาว (หมู่ที่ 15 ทุ่งหลวง)

    จึงนับได้ว่าเป็นงานระดับอำเภอที่มีการบูรณาการที่เข้มแข็งของชุมชน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชนได้อย่างเหนียวแน่นเลยทีเดียว สำหรับการัขับเคลื่อนงานวันวาเลนไทน์แล้ว อำเภอปากท่อยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย และที่ได้รับความโดยเด่นคือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของอ.ปากท่อ ที่มีความโดยเด่นในเรื่องของวิถีการดำเนินชีวิต อาชีพ และความโด่ดเด่นเรื่องของการแต่งกายวัฒนธรรม

  • ทุ่งหัวช้าง เดิน-วิ่ง “ฮอมบุญคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน”

    ทุ่งหัวช้าง เดิน-วิ่ง “ฮอมบุญคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน”

    การเดิน หรือวิ่งเพื่อสุขภาพ เป็นการออม หรือฮอมบุญอย่างหนึ่งและเป็นการแสดงพลังหัวใจที่มีความเอื้ออาทรต่อกันของคนในชุมชน ตำบล อำเภอ และเป็นการเสียสละร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างกองบุญร่วมกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนร่วมกันสร้างความดี “กองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน” เป็นสะพานบุญ ที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องคนทุ่งหัวช้างที่มีอยู่สภาวะที่ยากลำบากให้ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างทันเวลา ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ศาลาแดง) เทศบาลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับอำเภอทุ่งหัวช้าง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหัวช้าง หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ทุ่งหัวช้าง และประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม”ทุ่งหัวช้าง เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ รณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ภายใต้แนวคิดฮอมบุญคนหล่ายดอย 2566 เพื่อจัดตั้ง “กองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน”

    นายจรัล มณีจันสุข นายอำเภอทุ่งหัวช้าง กล่าวว่า เพื่อให้พี่น้องได้ร่วมกิจกรรมดีๆ ในพื้นที่การจัดกิจกรรมเดิน วิ่งเพื่อสุขภาพ “ทุ่งหัวช้าง เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ในการรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ฮอมบุญคนหล่ายดอย 2566 เพื่อจัดตั้ง “กองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน”ในวันนี้ทุ่งหัวช้างทั้ง 3 ด้าน 10 ประเด็นนั้นเป็นวาระสำคัญของอำเภอทุ่งหัวช้าง ที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอำเภอในการลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม และขยับขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ตำบล และอำเภอจึงจะทำให้ชุมชนอำเภอทุ่งหัวช้างเป็นชุมชนที่พัฒนาสู่ความยั่งยืน เป็นอำเภอที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี บนวิถีคนหล่ายดอยและความพอเพียงที่มั่นคงต่อไป

    ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอทุ่งหัวช้างได้กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตในปี่ 2566-2568 เพื่อให้อำเภอทุ่งหัวช้างเป็น “อำเภอที่คุณภาพชีวิตที่ดีบนวิถีคนหล่ายดอยและความพอเพียง” จำนวน 3 ด้าน 10 ประเด็น คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมและอาหาร มี 3 ประเด็น 1 ชุมชนจัดการขยะ ชุมนรักษ์น้ำ ป่า และชุมชอาหารปลอดภัย ประเด็นที่ 2 การจัดการความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลกระทบสุขภาพ มี 4 ประเด็นคือการลดอุบัติเหตุทางการจราจร การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ การป้องกันและการควบคุมโรคติดต่อ ประเด็นที่ 3 การสร้างชุมชนแห่งการเอื้ออาทร มี 3 ประเด็นคือ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การลดปัญหาการฆ่าตัวตาย และการสร้างเสริมพัฒนาการเด็ก

    เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเด็นการสร้างชุมชนแห่งความเอื้ออาทร คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอทุ่งหัวช้าง ได้กำหนดการจัดงาน “ทุ่งหัวช้าง-เดินวิ่ง เพื่อสุขภาพรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “ฮอมบุญคนหล่ายดอย 2566 เพื่อจัดตั้งกองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน