Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์)

    อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์)

    นักดื่มหน้าใหม่ในวัยเยาว์ ต่างเห็นพ้องกันว่าอิทธิพลของการโฆษณาและส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมอยากดื่ม อยากรู้ อยากทดลองและทำตามโฆษณา แม้จะมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผู้ประกอบการเครื่องดื่ม กลับพยายามสร้างกลยุทธ์การโฆษณาใหม่ๆ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายดังกล่าวโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เช่นการใช้ภาพขวดเครื่องดื่ม การใช้สัญลักษณ์ในการสร้างแบรนด์ ล้วนเชิญชวนและกระตุ้นเยาวชนให้เกิดความต้องการ

    วันพุธที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น. นายพีรัช จันธิมา นายอำเภอแม่ใจ เป็นประธานการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยพระครูสุเมธกิจจาทร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่ใจ สาธารณสุขอำเภอแม่ใจ ประธานชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอแม่ใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่จว้า และประธานนักเรียนโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ร่วมเวทีเสวนาเหลียวหลังแลหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของอำเภอแม่ใจ เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์) ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมของผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อำเภอแม่ใจ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ปลัดอำเภอ ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรมผู้สูงอายุอำเภอแม่ใจ และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ หอประชุมโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

  • SDN FUTSAL NO-L CUP 2023 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดน่าน

    SDN FUTSAL NO-L CUP 2023 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดน่าน

    ทีมโรงเรียนนันทบุรีวิทยาและทีมโรงเรียนสา  ได้เป็นตัวแทนเข้าสู่การแข่งขันในระดับโซนภาคเหนือตอนบน

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งชาติและกรมพละศึกษา จัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตซอล SDN Futsal NO-L Cup 2023 Inspired by Thai PBS โครงการ กีฬาสร้างสุข สนุก สร้างสรรค์ มันส์ได้  ไร้แอลกอฮอล์  ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน รอบคัดเลือกจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม 2566  รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี(ชาย) ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนศรีสวัสด์วิทยาคาร อำเภอเมืองน่าน

    นายสาธิต  บุญทอง  กรรมการรการกีฬาแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมการกีฬาแห่งจังหวัดน่านเป็นประธานในการกล่าวเปิดพิธีการแข่งขัน และกล่าวให้โอวาสแก่นักกีฬา เปิดโอกาสให้นักกีฬาฟุตซอลเยาวชนที่ร่วมการแข่งขันได้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ให้มีประสบการณ์ที่ดี รักสุขภาพ รักในการฝึกฝนพัฒนาตนเอง การยึดมั่นในน้ำใจนักกีฬา  ขอโทษ  ให้อภัย และเพื่อสร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอน โค้ช ต้นแบบ เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะบ่งเพาะคุณภาพที่ดีและคุณค่าของน้ำใจนักกีฬา

    การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีการจัดแข่งฟุตซอลเยาวชนอยู่ 2 ประเภท  ได้แก่ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน  12 ปี  เข้าร่วมแข่งขันจำนวน  4 ทีม และประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 15 ทีม

    หลังการเสร็จสิ้นการจัดการแข่งขัน  นายสมพงษ์ พิมมาศ  เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผลการแข่งขันมีดังนี้

    ประเภทรุ่นอายุ 12 ปี ได้มอบรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศ จำนวน  4 รางวัล ได้แก่ อันดับ1 ปัวแลนด์ อาเคเดมี อันดับที่2 นาน้อยอาคาเดมี่ อันดับที่3 ทีเคอาคาเดมี อันดับที่4 นาหมื่นอาคาเดมี่

    ประเภทรุ่นอายุ 15 ปี ได้มอบรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศ จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ที่ 1 โรงเรียนนันทบุรีวิทยา อันดับที่2 โรงเรียนสา อันดับที่3 โรงเรียนปัว และทีมโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร

    ทีมโรงเรียนนันทบุรีวิทยา  และโรงเรียนสา  ได้เป็นตัวแทนจังหวัดน่าน เข้าสู่รอบคัดเลือกภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2566 ณ สนามกีฬาสมโภช 700 ปี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในโอกาสต่อไป

  • ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

    ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

        เมื่อวันที่ 27-29 มกราคม 2566 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เวียงสระ ได้จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” ขึ้น เพื่อนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยงทางประวัตศาสตร์มีชีวิต

    ในวันที่ 27 มกราคม 2566 ได้นำนักเรียน/นักศึกษา และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์/วิถีชีวิต/ระบบนิเวศ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เส้นทางประวัตศาสตร์นี้ โดยมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ 3 เส้นทาง คือ 1.คลองพรง บ้านนาสาร 2.คลองอิปัน พระแสง และ 3.คลองตาปี เมืองเวียงสระ

        ในวันที่ 28 มกราคม 2566 ได้มีการกล่าวต้อนรับ โดย นายโกศล สุขเกษม กำนันตำบลเวียงสระ และนายจงจิตร อภิชาตกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมูที่ 7 บ้านเวียงสระ ก่อนที่เริ่มกิจกรรมภายในงาน โดยมี นางสาวรัตนา ชูแสง บอกเล่าเป้าหมายจัดเวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองโบราณเวียงสระ ซึ่งบอกเล่าการทำงานที่ผ่านมาของกลุ่มเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครูภูมิปัญญารุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเราได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำงานวิจัยเล็กๆ ในชุมชนนเพื่อที่จะนําเรื่องราวในอดีตขึ้นมาสู่การเรียนรู้ในปัจจุบัน โดยใช้เส้นสายน้ำคลองอีปัน คลองพรง คลองตา และอีกหลายหลายคลองที่พยายามที่จะเข้าไปสืบค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์และร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีต โดยเริ่มกิจกรรมกันตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มีการสร้างแกนนําเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการอนุรักษ์สายน้ำและมีการสํารวจสายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ลงมาจนถึงแม่น้ำตาปีด้านหลังวัดเวียงสระ
    และมีการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี” ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้สรุปได้ว่า การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ควรที่จะเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว แล้วค่อยขยายสู่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง อีกอย่างถ้าจะให้เกิดการท่องเที่ยวนั้นควรให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีการสร้างเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ และมีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น
    หลังจากนั้นจะมีลานเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชน โดยเครือข่ายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีลานวัฒนธรรม โดยมีการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นการว่าบทมโนราห์แบบโบราณ และมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z-two
        ในวันที่ 29 มกราคม 2566 มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “การทำอารตี” คือการบูชาองค์เทพด้วยไฟ ซึ่งการทำอารตีถือเป็นการบูชาและแสดงความเคารพองค์เทพอย่างสูงสุดเหนือกว่าการสวดมนต์บูชาและถวายของสังเวยใดๆทั้งปวง โดยการทำอารตีตามแบบพิธีกรรมฮินดูโบราณ โดยการทำอารตี มีขั้นตอนในการทำพิธีกรรมดังนี้
                        1.) ถวายเครื่องสังเวย
                        2.) สวดมนต์ตราบูชาองค์พระพิฆเนศ
                        3.) อธิษฐานขอพร
                        4.) ทำการอารตี (หลังจากอธิษฐานเสร็จ)
                วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมสำหรับทำพิธี
                         1.) ถาดอลูมิเนียมหรือสแตนเลส
                         2.) ถางประทีป (ถ้าไม่มีจริงๆ สามารถใช้ เทียนไข แทนได้)
                         3.) ดอกดาวเรือง 2-3 ดอก จากนั้นฉีกเอาเฉพาะกลีบดอก
                         4.) กำยานรูปกรวย 1 ชิ้น
                วิธีจัดถาดอารตี
                         1.) โรยกลีบดอกดาวเรืองให้ทั่วทั้งถาด
                         2.) วางถางประทีปไว้กลางถาด
                         3.) วางกำยานไว้ด้านใดด้านหนึ่งใกล้ๆถางประทีป
           วิธีการอารตี
                         1.) จุดไฟที่กำยานและถางประทีป
                         2.) ร้องเพลงอารตีขององค์พระพิฆเนศ หรือ เปิดเพลงบทอารตีให้ท่านก็ได้
                         3.) ทำการเวียนถาดตามเข็มนาฬิกา โดยระดับของถาดไล่ไปตามระดับเริ่มจากระดับพระบาท (เท้า) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระอุระ (หน้าอก) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระเศียร (ศรีษะ) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ และสุดท้ายให้หมุนวันถาดตามเข็มนาฬิกา โดยให้หมุนเป็นวงกว้างครอบทั้ง องค์เทวรูปหรือโต๊ะบูชา
    ** ในขั้นตอนนี้หากมีผู้ร่วมอารตีกับเรา สามารถให้ท่านอื่นหมุนวนถาดไปจนกว่าจบบทสวด(จนเพลงจบ)
                        4.) นำถาดอารตีวางไว้หน้าแท่นบูชาองค์เทพ พร้อมกับนำมือกอบควันไฟ เข้าหาตัว เข้าหาหน้าของเรา แล้วภาวนาว่า..."โอม" ขณะกล่าวคำว่าโอมให้ลากเสียงยาวๆ โดยทำ 3 ครั้ง (อาจจะไม่ตรงกับแบบฉบับอื่นๆ )
                        5.) กรุณาเฝ้าถาดที่มีไฟอยู่ ให้ไฟดับเสียก่อน เพราะไฟไหม้อาจไหมได้ ถ้าไม่มีคนนั่งเฝ้า ถ้าไม่สะดวกให้ดับถางประทีปที่จุดไฟ (เฉพาะถางประทีปอย่าดับกำยาน) ด้วยน้ำ หรือลม...ตรงจุดนี้องค์เทพท่านเข้าใจว่าเป็นการอารตีส่วนบุคคล ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่
        นายรัตตพล สุวรรณโชติ แกนนำคนหัวใจเพชรและครูภูมิปัญญาชุมชนประวัติศาสตร์เมืองเวียงกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการบูรณการร่วมกันของภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง รวมถึงเพื่อนำเสนอสินค้า ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้กับสารธารณะได้รับรู้ อีกทั้งเด็ก-เยาวชน ที่เป็นแกนนำเยาวชนในพื้นที่ก็มีความหวงแหนและเป็นเจ้าของพื้นที่ ในขณะที่ต้องขับเคลื่อนตนเองให้เท่าทัน เรื่องเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้วย
  • ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภาคอีสานตอนบนภายใต้การสนับสนุนสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน โรงพยาบาลสุขเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(คนหัวใจเพชร)และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมชื่นชมคนหัวใจหิน(งดเหล้าครบพรรษา) เชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต) และชวนออกกำลังกาย โดยการจัดงานแข่งขัน “เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ หนองซน ฟัน รัน 2023” ณ สนามองค์กรบริหารส่วนตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม โดยได้รับเกียรติจากนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ ซึ่งพื้นที่ตำบลหนองซนในปี2565 มีคนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา จาก14 หมู่บ้าน จำนวน 278 สามารถงดเหล้าครบพรรษา (คนหัวใจหิน) จำนวน 229 คน คนหัวใจเพชร 1 คน นอกจากนี้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ร่วมออกบูธให้ความรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย กิจกรรมครั้งนี้มีข้าราชการ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร นักเรียน และพี่น้องชาวตำบลหนองซนพร้อมใจกันออกมาวิ่งเพื่อสร้างกระแสรักสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย

    นางศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม กล่าวว่า

    “เป็นโครงการที่ดีมาก ชื่นชมหน่วยงานที่สนับสนุบและจัดโครงการเพื่อชวนคนลด ละ เลิกสุรา แล้วหันมมาออกกำลังกาย และชื่นชมบุคลต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้าได้ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ว่าใส่ชุดอะไรก็สามารถออกกำลังกาย”

    นายวันดี เถียงเชียงขวาง คนหัวใจเหล็ก เล่าว่า

    “ตนเองอายุ63ปี เลิกเหล้ามาแล้ว 1 ปี เห็นทาง อบต.มีการชวนคนมาวิ่งฟรีและรางวัลด้วย ตนเองเลยมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการวิ่งแข่งขันครั้งแรกของตนเอง ภูมิใจที่ตนเองสมารถเข้าเส้นชัยอันดับ1 ประเภททั่วไปอายุ 61 ปีขึ้นไป”

    กิจกรรมในครั้งนี้ทางพื้นที่ตำบลหนองซนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้คนหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลจากเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด

    ภาพ/ข่าว : แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร

  • คนหัวใจเพชรตำบลวังแสง พัฒนาสัมมาชีพ สร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    คนหัวใจเพชรตำบลวังแสง พัฒนาสัมมาชีพ สร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคามร่วมกับองค์การบริหานส่วนตำบลวังแสง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบัวและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดเวทีพัฒนาสัมมาชีพคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม กระบวนการและคืนข้อมูล โดยมีการคัดกรองเพื่อความช่วยเหลือผู้ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่(KD assist) จำนวน 20หมู่บ้าน อายุ 15ปีขึ้นไป จำนวน 4,731 คน พบว่ามีคนดื่ม 230คน เสี่ยงติดสุราและสูบบุหรี่ 154 คน และมีคุณอัญชลี ทองภูบาล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลแกดำ มาเป็นวิทยากรชวนคนหัวใจเพชรระดมความคิดจัดทำแผนสุขภาพตนเอง ครอบครัวและแผนสุขภาพตำบลสุขภาวะ ร่วมกันเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน นอกจากนั้นยังมีคุณพ่อพุธ ทองลา ผู้เชี่ยวชาญชีววิถีสู่เกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน มาอรมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงและฝึกปฏิบัติอาชีพเสริมทำปุ๋ยจุรินทรีย์ ปลอดสารพิษ ปลอดภัยใช้ในครัวเรือนหรือสามารถทำขายสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอครัว ซึ่งเป็นการสร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    นายสมนึก ไชยสงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแสง กล่าวว่า

    “ทางตำบลหนองแสงมีการขับเคลื่อนการลด ละ เลิก ทั้งตำบล โดยมีรพสต.2แห่ง คือ รพ.สต.หนองบัว และรพ.สต.วังแสง มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในชุมชนและชื่นชมอสม.ทุกคนที่ร่วมช่วยกันเป็นอย่างดี พร้อมยินดีที่จะสนับสนุนเพราะการลดละสุรา เพราะการให้เลิกดื่มได้ก็จะทำให้คนมีสุขภาพดี ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ”

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า

    “คนหัวใจเพชรเป็นบุคคลต้นแบบในการเลิกเหล้า อยากชวนกันรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) เพื่อขับเคลื่อนในการชวนคน ลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกฮอล์และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพต่อคนในชุมชนต่อไป”

    ข่าว/ภาพ แผนงานชุมชนและพัฒนานักสื่อสารคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • กาชาดสกลนคร คุมเข้ม “ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่”

    กาชาดสกลนคร คุมเข้ม “ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่”

    จังหวัดสกลนคร จัดงานกาชาด ประจำปี 2566 เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 22 มกราคม 2566 ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร

    งานกาชาดสกลนคร เป็นหนึ่งในงานหลักของจังหวัด ที่มีนโยบายอย่างเข้มข้น ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้ง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และอาวุธ โดยทีมสหวิชาชีพจังหวัดสกลนคร มีการออกนโยบายงานกาชาดปลอดเหล้า โดยบังคับใช้ควบคุมไปกับนโยบายงานบุญประเพณีปลอดเหล้าระดับจังหวัด มีสำนักงานสาธารณสุข เลขาคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลืระดับจังหวัด เป็นแกนหลัก ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายในงานต่างๆของจังหวัด ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และงานระดับตำบล

    กาชาด ประจำปี 2566

    โดยการอำนวยการของนางสาวจิราภรณ์ เบิกบานดี นายอำเภอเมืองสกลนคร, นายพลนาภา นนสุราช สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร เข้าร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธาน และร่วมกิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวัง ป้องกันการละเมิดกฏหมายตาม พ.ร.บ.คุมคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ..ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูย พ.ศ.2560 ภายในบริเวณสถานที่จัดงานรวมน้ำใจไทสกล จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2566 โดยบูรณาการร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสกลนคร,สหวิชาชีพ

    การมีส่วนร่วมของหน่วยงานในพื้นที่

    เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย/หน่วยงานทำงานร่วม โดยมี ตำรวจ ทหาร ปกครอง สรรพสามิต สสจ. สคร. เครือข่ายทูบีนัมเบอร์วัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สกลนคร เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสกลนคร เครือข่ายองคกรงดเหล้าจังหวัดกลนคร

    • ประชุมวางแผน เตรียมการเฝ้าระวังและออกตรวจรายวัน/สรุปการดำเนินงาน
    • เฝ้าระวัง และออกตรวจเตือน/จับ การกระทำผิด พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน  โดยมีการดำเนินงานทุกวัน ระหว่างวันที่ 13 – 22 มกราคม 2566  ในพื้นที่จัดงาน โดยมีการเดินตรวจร้านค้าทุกร้าน ทั้งในบริเวณศาลากลาง และถนนรอบศูนย์ราชการที่จัดงาน
    • ที่กองอำนวยการ สภ.สกลนคร โดยร้อยเวรและทีม ตั้งจุดดำเนินการจับ/ปรับที่นี่เลย เพื่อดำเนินการจับ/ปรับจริงทันที  หากมีการกระทำผิดในงาน ไม่ต้องไปสถานีตำรวจ และเตรียมรถขังนักโทษมาด้วย 1 คัน เพื่อจับขังนักเลงที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงาน

    ในวันที่ 13 มกราคม 2566 ทีมออกตรวจได้มีการขึ้นไปประชาสัมพันธ์บนเวทีแสดงคอนเสิร์ต ก่อนเวลาที่ศิลปินจะขึ้นแสดง เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการต่างๆ ที่ทางจังหวัดได้มีการควบคุม ทั้งเหล้า เบียร์ บุหรี่ อาวุธ โดยต้องปลอด 100% อย่างชัดเจน

    มีข้อห้าม 3 สิ่ง ดังนี้

    1. ห้ามจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน

    2. ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณงาน

    3. ห้ามพกพาอาวุธเข้ามาในงาน

    มีการประกาศขอความร่วมมืออย่างชัดเจน และแจ้งว่ามีการลงโทษอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่กระทำผิด และตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 10 วัน เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี

    ภาพ/ข้อมูล : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสกลนคร