Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • จังหวัดปัตตานีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังช่วงเทศกาลปีใหม่

    จังหวัดปัตตานีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังช่วงเทศกาลปีใหม่

    วันที่ 26 ธันวาคม2565 ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดปัตตานี ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานเฝ้าระวังบังคับใช้กฎหมายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ปกครองจังหวัด สรรพมิตร จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ศึกษาธิการ รจังหวัด นิติกร สสจ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดปัตตานี ท้องถิ่นจังหวัด โรงพยาบาลปัตตานี และสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี ที่ห้องประชุม ศรีวาโย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี

  • ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    เมื่อวันที่22 -23 และวันที่26-27 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.)ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอนาทม ปกครองอำเภอนาทม สถานีตำรวจภูธรนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข 14 หมู่บ้าน จัดอบรมให้ความรู้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแลกอฮอล์และบุหรี่ จำนวน 69 ร้าน ในพื้นที่ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    โดยลงพื้นที่เยี่ยมร้านค้าทุกร้าน พร้อมติดสติ๊กเกอร์ข้อปฏิบัติ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายและมีการทำพันธสัญญาว่าด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสนับสนุนโครงการนาทมชุมชนสู้เหล้า

    นายชลกานต์ วงค์เข็มมา รองสาธารณสุขอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “อำเภอนาทมมีการขับเคลื่อนลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยคณะกรรมการคุณภาพชีวิต ในการลดคนดื่มและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า เจ้าภาพไหนจัดงานศพลดค่าใช้จ่ายเจ้าภาพงานละ20,000-30,000บาท แต่ยังไม่100% จึงอยากให้ผู้นำชุมชน อสม.ตำบลหนองซนช่วยกันสนับสนุนประชาสัมพันธ์คุยกับเจ้าภาพไม่เลี้ยงเหล้าในงานบุญ และการให้ความรู้ผู้ประกอบร้านค้าในปีนี้เริ่มต้นที่ตำบลหนองซนเป็นพื้นที่นำร่อง และปีต่อไปก็จะขยายไปอีก2ตำบล”

    พ.ต.ต. ภูมิภัทร บุญนำ สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรนาทม กล่าวว่า

    “การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้รู้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เวลาไหน วันไหน ขายได้ ขายไม่ได้ อายุเท่าไหร่ถึงขายได้ และยังมีพรบ.ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พรบ.คุ้มครองเด็ก พรบ.ขนส่งทางบก พรบ.สรรพสามิต ดังนั้นเมื่อร้านค้ารู้แล้วก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะหากมีการตรวจพบกระทำผิดก็จะมีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ”

    นายวรสุทธิ์ สุกทน ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ลงพื้นที่มาพบปะผู้นำชุมชน อสม.และผู้ประกอบการร้านค้า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ฝากให้ช่วยกันสอดส่องดูแลหากมีการดื่มเหล้าก็อย่าขับรถออกจากบ้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยเป้าหมายปีนี้ให้เป็นศูนย์”

    นายวิชัย โมธรรม กำนันตำบลหนองซน กล่าวว่า

    “อยากให้พี่น้องชาวตำบลหนองซนทำตามกฏหมาย และอยากให้ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพตัวเราเอง เป็นแบบอย่างให้กับเด็กเยาวชน อยากให้พ่อแม่พี่น้องช่วยกันให้ชุมชนเราปลอดภัย”

    นอกจากนี้ยังมีการติดตามหลังจากที่แนะนำร้านค้าแล้ว โดยจะให้อสม.แต่ละหมู่บ้านติดตามร้านค้าทุกร้าน ในหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบเดือนละ1ครั้ง แล้วบันทึกในแบบฟอร์มให้ผู้ใหญ่บ้านรับรอง แล้วให้ประธานอสม.หรือผู้ใหญาบ้านแต่ละหมู่บ้าน นำส่งให้กำนันเพื่อรายงานประชุมประจำเดือนของอำเภอทุกเดือนเพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนตำบลหนองซนต่อไป

    ภาพ/ข่าว :ภาคีเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม

  • ตำบลพระลับ “ฉลองชัยคนหัวใจหิน ชื่นชมคนหัวใจเหล็ก เชิดชูเกียรติคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต”

    ตำบลพระลับ “ฉลองชัยคนหัวใจหิน ชื่นชมคนหัวใจเหล็ก เชิดชูเกียรติคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต”

    เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลพระลับอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระธรรมดิลก ปธ.9,ดร. ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ธ. เป็นประธานในพิธีมอบเกลียรติบัตร คนหัวใจหินงดเหล้าได้ครบพรรษาประจำปี 2565 คนหัวใจเหล็ก งดเหล้าต่อเนื่อง 1-3 ปี และคนหัวใจเพชร งดเหล้าตลอดชีวิต ซึ่งจัดขึ้นโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลพระลับ ร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 50 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 19 หมู่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลพระลับ ขณะเดียวกันจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียนในการขับเคลื่อนงานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในชุมชนทั้งตำบล ซึ่งมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องโดยงบประมาณกองทุนสุขภาพตำบล

    นางสุจิตรา อุทธา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทต.พระลับ และที่ปรึกษาเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า

    “ตำบลพระลับ คือ 1 ใน 4 ตำบล ของจังหวัดขอนแก่น ขับเคลื่อนงานเข้าพรรษา ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และเราดำเนินโครงการงานศพ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า มาหลายปีต่อเนื่อง เปลี่ยนแปลงค่านิยมคนในชุมชนในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆและเห็นความร่วมมือของร้านค้าที่พร้อมปฎิบัติตามกฏหมายไม่ขายเหล้าให้กับเด็กเยาวชน ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีแกนนำชุมชนที่เข้มแข็งมีอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า อ.สคล. เป็นตัวแทนในชุมชนช่วยเหลือสมาชิกคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี”

    ภาพ/ข่าว : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

  • นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

    นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

               เมื่อวันที่ 24 - 25 ธันวาคม 2565 ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยเชิญชวนคนในพื้นที่และบุคคลที่รักสุขภาพที่สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่
    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ
                 โดยนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ หรือว่า “พี่สาว” ได้เล่าว่า พื้นที่ที่จัดงานนี้เรียกว่า “บ้านในเหมือง” หรือ “เหมืองในหูด” ซึ่งมีประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่มานานกว่า 109 ปี และเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาทำเหมืองแร่ จนถึงปีพศ. 2538 แร่ได้หมดลง ชาวบ้านจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเป็นคนงานในเหมืองแร่สู่การเป็นเกษตรกร เมื่อวันเวลาผ่านไปชาวบ้านในพื้นที่กลัวว่า เด็กรุ่นหลังจะไม่ทราบประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง และไม่เกิดสำนึกรักถิ่นบ้านเกิด ทางชุมชนเห็นร่วมกันว่าอยากให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง โดยการฟื้นประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกครั้งผ่านการทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ โดยให้เห็นวิถีชีวิตของคนรุ่นปู่ย่า ตายาย สมัยยังมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นี้อยู่ จึงมีการจัดงาน “วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” เพื่อระดมทุนในการสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ชุมชน การสร้างสุขภาพชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด
    
                 ซึ่งในวันที่ 24 ธันวาคม 2565 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประทานในพิธีเปิดงาน“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” ซึ่งภายในงานจะมีบูธประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ มีการสาธิตการ "ร่อนแร่"

    มีการสาธิตการ “ร่อนแร่”

    มีการแสดงล่องแม่ปิงและวอนลมฝากรัก จากชาวบ้านและนักศึกษาฝึกงานจาก ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร

    มีการแสดงจากนักศึกษาฝึกงานจาก ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    

    และกิจกรรมสร้างสรรค์จากเด็กและเยาวชนในพื้นที่

    นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
              และเมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2565 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่ง กิจกรรม“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 โดยมีนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน
              โดยการจัดงานครั้งนี้ช่วยให้คนในพื้นตื่นตัวและส่งต่อประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ให้กับเด็กๆรุ่นหลัง การสร้างสุขภาพที่ดีผ่านกิจกรรมวิ่ง การสร้างงานสร้างอาชีพ และเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ในอนาคต และทำให้ชุมชนสู้เหล้า หรือศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงเป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    จากการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมของดี คนดี และ วิเคราะห์ ทดลอง ระดมความคิดเพื่อเชื่อมโยงของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนเราก็พบว่า ของดี คือ จุดเชื่อมโยง ของ คนทุกวัย ทุกชาติได้ หากจัดการอย่างเหมาะสม อยู่ในจุด อยู่ในทางสายกลาง

    ในพื้นที่เชียงคาน ที่กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า ที่มีส่วนร่วมในการสร้างถนนคนเดินเชียงคาน ซึ่งเป็นคนลูกหลานชาวเชียงคาน ที่สร้างความเข้มแข็งกันมาอย่างยาวนานหลายปี จนทำให้ชุมชนต่างๆรอบๆถนนคนเดินได้เข้ามาร่วมมาทำงานร่วมกัน สร้างรายได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปีให้กับกลุ่มวิสาหกิจ ไม่นับรวม รายได้ที่เกิดกับชุมชนร้านค้าต่างๆทั่วเชียงคาน

    ด้วยในนามของทีมเครือข่ายงดเหล้า มูลนิธิทองทศฯ และทีมงาน Voluntist ได้ใช้เวลากว่า 1 ปีในการวิเคราะห์จนได้พบว่าพื้นที่ที่จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้กับทุกภาคส่วนในพื้นที่เชียงคานนี้คือคำว่า “พื้นที่สร้างสรรค์ของคนสามวัย” ที่จะต้องเชื่อมโยงกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

    เมื่อปีที่แล้วเราได้จัดการทดลองเส้นทางท่องเที่ยวโดยนำผู้ทำงานด้านสังคมต่างๆ มาดูงานและพูดคุยจนได้ข้อสรุปว่า กิจกรรมที่น่าจะเป็นเรือธงที่ดีของเชียงคานในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า คือการทำผาสาดลอยเคราะห์ เพราะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยและทุกความเชื่อสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีข้อจำกัดมากนัก

    ในครั้งนี้ทางโครงการจึงได้ลองทดสอบในรูปแบบใหม่ โดยเสนอให้ชุมชน ลองนำเสนอให้ชาวต่างชาติโดยเน้นผาสาดลอยเคราะห์ และพ่วงกับการทำจิตอาสาฝึกภาษาอังกฤษในโรงเรียน เพื่อจะเป็นสภาในการเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้าด้วยกัน

    โดยได้นัดทำกิจกรรมกันในวันที่ 14 ธันวาคมตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เพื่อเป็นตัวอย่างกิจกรรม 1 วันที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการขายและการขยายผลต่อไปยังคน 3 วัยได้

    มีรายละเอียดดังนี้

    10:00 น เริ่มทำผาสาดลอยเคราะห์กันที่ศาลาชุมชน

    พร้อมทั้งการนุ่งซิ่นเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับนานาชาติและคนไทยรุ่นใหม่

    12:00 น เมื่อทำผาสาดลอยเคราะห์เสร็จแล้วก็เดินทางไปรับประทานอาหารของกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ซอยเชียงคาน 1

    13:00 น เริ่มกิจกรรมจิตอาสาสอนภาษาอังกฤษร่วมกับเด็กมัธยมตอนปลายจำนวนกว่า 200 คนที่โรงเรียนเชียงคานโดยเน้นการให้นักเรียนมัธยมเหล่านั้นนำเสนอสิ่งดีของเชียงคานออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

    16:00 น เดินทางไปที่ศาลาชุมชนเพื่อรอยผาสาดลอยเคราะห์ที่ทำเสร็จแล้วลงไปในแม่น้ำโขง

    17:00 น เดินทางล่องแม่น้ำโขงเพื่อชม วิถีชีวิตรอบริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้งฝั่งประเทศไทยและประเทศลาว

    19:00 น พาชาวต่างชาติอาสาสมัครทั้งหลายกลับมาเดินถนนคนเดินเชียงคาน

    เมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จทางทีมงานนำโดยนายสุริยัน แก้วกัญญา. ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้าเชียงคาน ประธานกลุ่มจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนวัดป่าใต้ นางไพรินทร์ แก้วกัญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน ผู้ประสานงานเครือข่ายท่องเที่ยวเชียงคาน และ ทีมบริหารโครงการของเครือข่าย คือ นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมม และนายวิญญู ศรีศุภโชค ตัวแทนมูลนิธิทองทศฯ และ Voluntist ได้นัดประชุมสรุปงานกันในเช้าวันที่ 15 ธันวาคมและมีความเห็นตรงกันว่าวิธีการนี้น่าจะสามารถเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้ามาร่วมงานทำงานกันได้เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดทั้งในส่วนของคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ ได้รับรู้ถึงทุน คุณทางวัฒนธรรมของเชียงคานมากนัก และคนรุ่นเก่าที่ไม่ถนัดการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่

    และเนื่องจากหากต้องการเชื่อมโยงกับตลาดของคนหัวเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯการเดินทางจึงเป็นปัญหามากในการไปสู่เชียงคานถ้าเราสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวโดยรถสาธารณะเช่นรถไฟหรือรถยนต์ได้จะทำให้การเดินทางที่นี่มีโอกาสเชื่อมโยงไปสู่คำว่าการท่องเที่ยว low Carbon

    และในครั้งถัดไปทางโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขและท่องเที่ยวปลอดภัยจะจัดการทำทดลองเที่ยวกึ่งเชิงธุรกิจขายจริงและประชาสัมพันธ์จริงโดยเน้นการใช้รถสาธารณะและกิจกรรมจิตอาสาเป็นองค์ประกอบ

    โดยจะมีประเด็นหลักใหญ่คือการดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมกันสร้างพื้นที่สร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมของเชียงคาน ผ่านการทำกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ต่อไป #สสส#สคล#วัฒนธรรมสร้างสุข#ท่องเที่ยวปลอดภัย#voluntist

  • ตรัง เตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566

    ตรัง เตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566

    วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565 คุณไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดตรัง และ คุณปิยะนุช สุุตตะโท เจ้าหน้าที่การเงิน สคล.จ.ตรัง เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดตรัง ที่ห้องพระยารัษฎา ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดตรัง ครั้งที่ 8/2565 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

    โดยในที่ประชุมได้แจ้งเรื่องการเตรียมพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนและสภาพแวดล้อม ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ด้านการจัดตั้งด่านชุมชน นำเสนอสถิติอุบัติเหตุทางถนนรายเดือนและการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 รสขม อุบัติเหตุรายสำคัญและอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตพร้อมทั้งแนวทางการแก้ไข

    นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณจุดเกิดอุบัติเหตุใหญ่ อำเภอสิเกา และพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน 2566 จังหวัดตรัง อย่างไรก็ตาม จังหวัดตรังจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 จังหวัดตรัง ในวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ต่อไป