Category: ภูมิภาค

ภูมิภาคการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แบ่งออกเป็น 9 ภาค

  • อำเภอเวียงชัย ประชุมทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.)

    อำเภอเวียงชัย ประชุมทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.)

    เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย ร่วมกับแกนนำ YSDN อ.เวียงชัย ได้เข้าร่วมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในการประชุมมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ แลกเปลี่ยนมุมมองคุณภาพชีวิต ในการประชุมครั้งนี้ YSDN อ.เวียงชัย ได้นำเสนอปัญหาจุดเสียงในชุมชน การดื่มแอลกอฮอล์และมีเด็กเว้นขับรถเร็วในชุมชนหรือมีเพื่อนรุ่นพี่บังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ในการนี้ทางที่ประชุมได้รับทราบและไว้พิจารณา

    ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ เช่น คณะทำงานในระดับชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการทำงานในระดับพื้นที่มากขึ้น  มีการดำเนินตามเกณฑ์สู่การยกระดับชุมชนแหล่งเรียนรู้ต้นแบบอย่างยั่งยืนการพัฒนาชุมชนแหล่งเรียนรู้มีการยกระดับการขับเคลื่อนงาน และสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาดูงานของชุมชนอื่นๆได้มีการจัดกิจกรรมต่อยอดจากเดิม ตามแนวทางการดำเนินงานและบูรณาการกับงานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมโดยมีชมรมคนหัวใจเพชร และกระบวนการขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านกลไก พชอ.การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อทำกระบวนการจัดการองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านกลไก พชอ. ร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดและมีการขยายพื้นที่การดำเนินงานและการพัฒนาดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

  • ภาคีเครือข่ายชาวทุ่งกุลา หารือขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ ในชุมชนคนสู้เหล้า

    ภาคีเครือข่ายชาวทุ่งกุลา หารือขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ ในชุมชนคนสู้เหล้า

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา จัดประชุมหารือการขับเคลื่อนงานบูรณาการการทำงานในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมต่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการลด ละ เลิก ในนักดื่มหน้าเก่า ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ณ ห้องประชุมโรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์ ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

    โดยการประชุมในครั้งนี้มีภาคีเครือข่าย สาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจานเตย ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา ผู้นำชุมชน ครูและตัวแทนนักเรียนโรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ผลกรทบจากปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มผู้ใหญ่ คือหลังจากมีการดื่มแล้วก็มักมีการทะเลาะวิวาท การขับรถเสียงดังกลุ่มวัยรุ่น และเกิดอุบัติเหตุ และการดื่มในบางคนก่อจะมีปัญหาในครอบครัว คนในครอบครัวได้รับผลกระทบทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา

    จากการพูดคุยมีแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่ตำบลทุ่งกุลา มีการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพ ดังนั้นใช้โอกาสนี้เริ่มต้นการทำงาน ในกลุ่มเยาวชนในการจัดกีฬาสีในโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย เล่นกีฬา ห่างไกลเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด และเชื่อมการให้ผู้ใหญ่ในชุมชนส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในชุมชน โดยใช้โอกาสกีฬาตำบลเป็นการเชื่อมการมีส่วนร่วมทั้งกลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้ใหญ่ และภาคีเครือข่ายในชุมชนมีการทำงานร่วมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ในชุมชน นอกจากนั้นการส่งเสริมให้คนทุ่งกุลา ทุกเพศ ทุกวัย หันออกมากำลังกายด้วยการวิ่งเก็บระยะ มีการมอบของรางวัล มอบเกียรติบัตรสำหรับคนที่สามารถเก็บระยะและทำตามกติกา ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนทุกกุลาหันมาดูแลสุขภาพตนเอง

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า “เห็นด้วยในการใช้โอกาสนี้ทำงานร่วมกันทั้งส่วนส่วนของเยาวชน และภาคีเครือข่ายในชุมชนทำงานลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ตำบลทุ่งกุลาต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : แผนงานชุมชนคนสู้เหล้า เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ศึกลูกยาง “สาวเหล็ก No L Cup” ปิดฤดูกาลได้อย่างสวยงาม กระแสตอบรับดีแบบหยุดไม่อยู่

    ศึกลูกยาง “สาวเหล็ก No L Cup” ปิดฤดูกาลได้อย่างสวยงาม กระแสตอบรับดีแบบหยุดไม่อยู่

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) พร้อมด้วยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จับมือการสร้างตำนานบทใหม่ ด้วยการจัดกิจกรรมแข่งขันวอลเลย์บอล ภายใต้รูปแบบวาไรตี้ ทั้งสนุก ทั้งมันส์ ที่สำคัญปลอกภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับโครงการ กีฬาสร้างสุข สนุกสร้างสรรค์ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์ VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่มไม่เสพ ชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งในกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็นแบบโซนภูมิภาค 2 สนาม และระดับประเทศอีก 1 สนาม 

    สนามที่ 1 (รอบคัดเลือก) จัดกันที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีทีมที่สมัครเข้าร่วมทั้งหมด 8 ทีม ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา จ.บึงกาฬ , ทีม ATHENA จ.กรุงเทพมหานคร , ทีม SHOPGIFTSTORY VC จ.สมุทรปราการ , ทีมสินปุระ จ.นครราชสีมา , ทีมสินปุระ 2 จ.นครราชสีมา , ทีมรร.โตนดพิทยาคม จ.นครราชสีมา ,ทีมดาวประชาสาว 2 จ.นครราชสีมา และทีมสมเด็จฯ จ.นครราชสีมา เมื่อการแข่งขันจบลงในสนามนี้ จึงได้ 4 ทีมที่จะได้เป็นตัวแทนเข้ารอบมาชิงแชมป์ระดับประเทศต่อไป ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุล ทีม SHOPGIFTSTORY VC ทีม ATHENA และทีมโตนดพิทยาคม 

    สนามที่ 2 (รอบคัดเลือก) จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม มีทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 ทีมเช่นกันได้แก่ ทีมควีนโพธา จ.ราชบุรี , ทีมราชาบุรี , ทีมลูกแม่หน่อง จ.ราชบุรี , ทีมฟลุ๊ครับหิ้ว จ.อุบลราชธานี , ทีมปลาทู(ครูเข่ง) VC , ทีม UNIVERSE บ้านนางงาม จ.กรุงเทพมหานคร , ทีมชะอำคุณหญิงเนื่อง จ.เพชรบุรี , ทีมWOLF WORRIOR จ.นครปฐม และสนามนี้สามารถได้ 4 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบไปสู่การแข่งขันในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย ได้แก่ ทีมควีนโพธา ทีมราชาบุรี ทีมปลาทู (ครูเข่ง) และทีมรร.ชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี และสนามนี้มีทีมที่มีการถอนตัวระหว่างการแข่งขันไป จากสนามนครราชสีมา ได้แก่ ทีมโตนดพิทยาคม จึงส่งผลให้ฟลุ๊ครับหิ้วจากสนามนครปฐม ได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงด้วยเช่นกัน

    สนามที่ 3 (รอบชิงแชมป์) ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย เป็นสนามชิงแชมป์ประเทศไทย ได้มาจัดกันที่โรงยิมเนเซียมราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งสนามนี้มีทีมที่ได้จากการคัดเลือกในรอบการแข่งขันมีความเข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่คู่แรกของการแข่งขันเลยก็ว่าได้ เพราะครั้งนี้เป็นการรวมทีมที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกทั้งหมด 8 ทีมด้วยกัน ดังนั้นการแข่งขันรอบนี้แต่ละทีมจะต้องใช้กลยุทธการเล่นทั้งหมดที่มีใส่ให้เต็มที่ เพราะการจะไปถึงเป้าหมายที่ฝันได้ต้องใช้ความพยายามและรับมือกับความกดดันจากคู่แข่งอีกด้วยเช่นกัน

    จากการแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทยนี้ ในรอบแรก มีการแบ่งการแข่งขันเป็นคู่ กติกาการเล่น คือ 3 ใน5 เซ็ต และได้ผลการแข่งขันดังนี้

    • คู่ที่ 1 ราชาบุรี พบกับ ฟลุ๊ครับหิ้ว (2:0)
    • คู่ที่ 2 ควีนโพธา พบกับ ATHENA (3:1)
    • คู่ที่ 3 SHOPGIFTSTORY พบกับ ชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี (3:2)
    • คู่ที่ 4 ประเสริฐนิกรกุล พบกับ ปลาทู (ครูเข่ง) (3:0)
    • คู่ที่ 5 SHOPGIFTSTORY พบกับ ราชาบุรี (0:2)
    • คู่ที่ 6 ราชาบุรี พบกับ ประเสริฐนิกรกุล (2:0)

    จึงส่งผลให้ได้ 4 ทีมที่จะเข้ารอบชิง ได้แก่ ทีมราชาบุรี ทีมควีนโพธา ทีม SHOPGIFTSTORY และทีมประเสริฐนิกรกุล  ที่จะต้องเข้าไปชิงที่ 3 และชิงที่ 1 ในรอบชิงแชมป์ และผลจากการแข่งขันได้รอบชิงทำให้ทีมราชาบุรีคว้าแชมป์ของประเทศไปได้ ตามมาด้วยทีมประเสริฐนิกรกุล ได้รองชนะเลิศ อันดับ 1 ควีนโพธาได้รองชนะเลิศอันดับ 2 และ SHOPGIFTSTORY ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 

    จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดผลจากการจัดกิจกรรมคือการที่กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมพื้นทีสร้างสรรค์ โดยปลอดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติด เป็นการปรับสภาพล้อมโดยความร่วมมือจากทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ตอบรับการจัดกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยเล็งเห็นเรื่องของพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQ+) ได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตนเองถนัดอีกด้วย

    เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565​ นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ พร้อมด้วย​ ดร.กาณชาญ รังสีวรรธนะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ นางอุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก​ นายบุญส่ง ใจชื่น ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จังหวัดราชบุรี​ และนายรัชชนนท์ พูลมิน ผู้ประสานงานเยาวชนภาคตะวันตก ร่วมรับชมการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย การแข่งขันวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก No L Cup By Thai PBS” ประจำปี​ 2565​ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ พร้อมมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศ​ ณ โรงยิมเนเซียม อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี    

    สำหรับการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลในรายการนี้​ จัดขึ้นโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก​ ร่วมกับ​ ไทย​ พีบีเอส​ ภายใต้โครงการกีฬาสร้างสุข​ สนุกสร้างสรรค์​ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์”  Volleyball สาวเหล็ก​  No L Cup By Thai PBS   #Season3   เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาอย่างสร้างสรรค์​  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์​ และพัฒนาความสามารถไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น​ ในครั้งนี้​ได้รับการสนับสนุนสนามแข่ง  สนามที่​ 3  จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ ทำให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    สำหรับผลการแข่งขันมีดังนี้ 

    • รางวัลชนะเลิศ​  ได้รับเงินรางวัล​ 50,000​ บาท​ ได้แก่ ทีมราชาบุรี จากจังหวัดราชบุรี 
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล​ 30,000​ บาท ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุลฯ จากจังหวัดบึงกาฬ 
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล​ 20,000​ บาท​ และรางวัลสาแกใจผู้จัด  ได้แก่ ทีม​ SHOPGIFT Story จากจังหวัดสมุทรปราการ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3​ ได้รับเงินรางวัล​ 10,000​ บาท​  ได้แก่ ทีมควีนโพธา จากจังหวัดราชบุรี​ 

    ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินกิจกรรมบรรลุผลสำเร็จดังต่อไปนี้ 

    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) 
    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก
    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง
    • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    • เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
    • ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตร
    • สำนักงานการกีฬาและการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา
    • สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย
    • กรมพละศึกษา 
    • องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
    • สถานีโทรทัศน์ Thai PBS
    • มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
    • มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
    • องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี
    • ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 18 ทีม

  • ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง จัดประชุมหารือกับผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชน 3 ชุมชน ในอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ หมู่ 2 บ้านโนนสว่าง , หมู่ 13 บ้านสว่างพัฒนา , หมู่ 9 บ้านสระแก้ว ซึ่งทั้ง 3 ชุมชนได้ร่วมวงพูดคุยกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า รวมไปถึงการหามาตรการหรือกติกาชุมชน เพื่อควบคุมให้ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ ให้เกิดความร่วมมือในการรักษาธรรมเนียมปฏิบัติ การแบ่งบทบาทหน้าที่ในการเป็นตัวแทนชุมชน และการรับรู้กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย ก็เป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นต้องรับรู้และบังคับใช้ในชุมชน

    พระครูสุตวรธรรมพินิจ เจ้าอาวาสวัดศิริมงคลวราราม รองเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง

    กล่าวว่า เรื่องรณรงค์งานบุญปลอดเหล้าในชุมชน ทั้งงานบุญ งานศพ หรืองานอื่นๆ มีต้นทุนอยู่แล้ว ซึ่งงานเหล่านี้ มี 2 ส่วน คือ

    1.ประเพณีที่มีวัดเป็นจุดศูนย์กลาง เช่น งานกฐิน งานบุญมหาชาติ(บุญเผวด) งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานบุญผ้าป่า งานบุญกุ้มข้าว เป็นต้น งานเหล่านี้ที่จัดที่วัด เราสามารถควบคุมได้ค่อนข้างดี ชุมชนส่วนมากเข้าใจกติกา

    2. งานนอกวัด เช่น งานศพ งานบวช งานแต่ง งานเลี้ยงฉลองต่างๆ พวกนี้ควบคุมได้ราว 80-90 % และโดยส่วนมาก งานที่จัดมีเหล้า คืองานของคนมีเงิน งานที่มีญาติมาจากต่างถิ่น มีหน้ามีตา เขาก็จะไม่ได้สนใจกติกาชุมชน

    ในชุมชนคุณธรรมที่พระครูสุตวรธรรมพินิจขับเคลื่อนมาหลายปี ตอนนี้อยู่ตัว แต่ไม่ถึง 100% งานบุญในวัดไม่มี 99% ได้ ที่มีก็ดื่มและแอบนำมาจากข้างนอก ถ้าเห็นก็ว่ากล่าวตักเตือนกัน มีการรณรงค์กันมา จนไม่มีการดื่ม ขายเหล้าในวัด แม้แต่ปาลูกโป่ง เกมการพนันก็ไม่ให้มี มีมาตรการเข้มงวดพอสมควร และงานที่ทำได้ส่วนใหญ่ จะเป็น “งานศพปลอดเหล้า”

    สำหรับการดำเนินงานของแต่ละชุมชนนั้น เกิดจาการที่เข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน การรณรงค์ก็ต่างกัน วิธีการขับเคลื่อน ความเข้มงวด ก็ต่างกัน ดังนั้น การสร้างการรับรู้ การสร้างกระแส สร้างความตระหนักรู้จึงสำคัญ เริ่มที่ชุมชน ผู้นำชุมชนก่อนเลย

    ในเวทีได้มีการแบ่งกลุ่ม ชวนสะท้อนสิ่งที่ชุมชนของแต่ละที่ได้ทำมา และชวนกันหารือต่อถึงกติกาชุมชน ที่อยากนำมาเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้นำและตัวแทนทั้ง 3 ชุมชน ก็ได้แลกเปลี่ยน นำเสนอ สิ่งที่ทำและจะต่อยอดต่อไปในส่วนของรองเจ้าคณะอำเภอ ก็ได้มีการรับรองและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในหลายด้าน ที่เกี่ยวข้องกับงานบุญประเพณีที่วัดและชุมชนต้องทำร่วมกัน

    นายศัตรูพ่าย คชราช ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “จะมีการสนับสนุนกิจกรรมและร่วมขับเคลื่อนงานบุญปลอดเหล้าร่วมกับชุมชน โดยจะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจ ออกแบบกติกาเพื่อสื่อสารต่อในชุมชน และสนับสนุนสื่อรณรงค์ รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆกิจกรรมในภายภาคหน้า สำหรับ 3 ชุมชนนี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น และเพื่อขยายผลขึ้นสู่ระดับตำบลและอำเภอต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เวทีเสวนาคนหัวใจหิน,เหล็ก,เพชร ต.หนองไผ่/ต.กู่สันตรัตน์ มหาสารคาม

    เวทีเสวนาคนหัวใจหิน,เหล็ก,เพชร ต.หนองไผ่/ต.กู่สันตรัตน์ มหาสารคาม

    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสาคาม จัดเวทีเสวนาคนหัวใจหิน,เหล็ก,เพชร และมอบประกาศเกียรติคุณคนเลิกเหล้าเข้าพรรษา ปี 2565 ต.หนองไผ่/ต.กู่สันตรัตน์ อำเภอนดูน จังหวัดมหาสารคาม โดยมี นายอำเภอนาดูน จ.มหาสารคาม เป็นประธานในเวที ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และมีคนงดเหล้าเข้าพรรษา คนงดเหล้าต่อเนื่องออกพรรษา และคนที่คาดหวังว่าจะเลิกเหล้ตลอดชีวติ เข้าร่วมรม 2 ตำล รวม 70 คน โดยใช้กระบวนการช่วยเลิก คือ กิจกรรมสติบำบัด ซึ่งมีนักสติบำบัดที่ผ่านการอบรมจากกรมสุขภาพจิต มาให้ความช่วยเหลือ ให้ความรู้ และแนะนำวิธีที่ถูกต้อง เหมาะสม สำหรับการค่อยๆงดเหล้า และวิธีการดูแลผูที่จะเลิกเหล้า

    สำหรับพื้นที่ตำบลหนองไผ่ และตำบลกู่สันตรัตน์ เป็นพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ที่มีการดำเนินการขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องในการลดปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาพของชุมชน ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งนายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. กำนัน ผู้ใหญบ้าน อ.สคล อสม. และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ที่ร่วมมือกันทำงานด้านสุขภาวะของชุมชน

    กิจกรรมสติบำบัด

    เป็นอีกวิธีการที่นำมาใช้ในกระบวนการฝึกผู้ที่จะไปช่วยเหลือคนเลิกเหล้า เพราะนอกจากจะนำไปช้กับกลุ่มคนดื่มแล้ว นที่ไปช่วยเอง ก็ต้องมีวิธีการพูดคุย การเข้าหา ที่ถูกต้อง ในการใช้ชวน เชียร์ ชม ให้กลุ่มคนดื่มไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลก แตกต่าง แต่เป็นการที่เพื่อน เข้ามาช่วยเพื่อน ช่วยให้สามารถค่อยๆเลิกได้ โดยใช้สติ สมาธิ หรือการฝึกความคิด การนิ่ง อยู่กับตัวเอง ซึ่งวิธีเหล่านี้ ผู้ที่เป็นอาสาสมัรช่วยคนเลิกเหล้าเองกสำคัญมากที่ต้องเรียนรู้ จึงมีกระบวนการฝึกกันก่อน

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม

  • ม.เชียงใหม่ รณรงค์รับน้องขึ้นดอย’65 ปลอดเหล้า

    ม.เชียงใหม่ รณรงค์รับน้องขึ้นดอย’65 ปลอดเหล้า

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สืบสานประเพณี “รับน้องขึ้นดอย” “ลูกจ๊างขึ้นดอย ปิ๊กฮอยศรัทธา เหมันต์ไหว้สา พระธาตุเจ้าดอยสุเทพ” นำนักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 กว่า 18,000 คน เดินจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ใน วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565

    ประเพณีการนำนักศึกษาใหม่ไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ หรือ “ประเพณีรับน้องขึ้นดอย” เป็นประเพณีที่ดีงามที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา จวบจนปัจจุบัน

    สำหรับปี 2565 นี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ด้วยแนวคิดหลัก “ลูกจ๊างขึ้นดอย ปิ๊กฮอยศรัทธา เหมันต์ไหว้สา พระธาตุเจ้าดอยสุเทพ” โดยนำนักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 เดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนา รวมระยะทางกว่า 14 กิโลเมตร เพื่อความเป็นสิริมงคลและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สานต่อประเพณีอันดีงาม

    ประเพณีรับน้องขึ้นดอย ปี 2565 เริ่มตั้งแต่เวลา 04.00 น. ขบวนเสลี่ยงช้างแก้ว ออกเดินนำขบวนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นคณะผู้อัญเชิญ ตามด้วยคณะต่างๆ เมื่อเวลา 06:30 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ นางสาวศุทธินี ทัพผดุง ตัวแทนสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวรายงาน ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานในพิธี กล่าวเปิดงานและลั่นฆ้องชัยถือว่าประเพณีลูกช้างขึ้นดอยนำน้องใหม่ไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ จากนั้น เวลา 07.00 น. ขบวนรับน้องขึ้นดอย มช. ได้เริ่มเคลื่อนออกจากประตูหน้ามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ขบวนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมนักศึกษาเก่า และคณะต่างๆตามลำดับ

    ทั้งนี้ประเพณีรับน้องขึ้นดอย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รณรงค์ให้ประเพณีรับน้องขึ้นดอยปีนี้มาร่วมใจห่างไกลแอลกอฮอล์ เพื่อซึมซับการรับน้องประเพณีรับน้องขึ้นดอย จึงได้ขอความร่วมมืองดดื่มแอลกอฮอล์และงดจำหน่ายแอลกอฮอล์ทุกชนิด และร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (จังหวัดเชียงใหม่) ร่วมตั้งด่านจุดสกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจัดทำป้ายประกาศประชาสัมพันธ์ โดยการรับน้องขึ้นดอยปลอดเหล้า สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รณรงค์มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555

    รับน้องขึ้นดอยเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีพี่ๆ ศิษย์เก่ากลับมาระลึกถึงภาพความทรงจำกับเรื่องราวการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ และร่วมให้กำลังใจน้องๆ ได้เดินขึ้นถึงเป้าหมายเพื่อนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และเป็นความประทับใจที่ชาว มช.