Category: ชุมชนคนสู้เหล้า

  • ชุมชนสันทราย อ.ไชยปราการ พัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน

    ชุมชนสันทราย อ.ไชยปราการ พัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน

    เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 พระครูวรสุตเขต เจ้าอาวาสวัดสันทราย ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวชี้แจงกิจกรรมการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานกับสมาชิกที่เข้าร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่ม โดยเฉพาะในชุมชนมีทั้งหมด 4 กลุ่ม มีความพร้อมหลายด้านและมีกิจกรรมกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ของกลุ่มให้สามารถยกระดับการศึกษาเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการใหม่ กลุ่มมีฝีมือในชุมชนและสังคมที่เป็นไปตามศักยภาพและความต้องการ รวมถึงการสร้างต้นแบบ (Model) ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคีส่วนต่างๆ ในการยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การประกอบอาชีพ เพื่อนำไปสู่การต่อยอดขยายผลในระดับท้องถิ่น

    การใช้ชุมชนเป็นฐานจึงเป็นจุดที่สามารถยกระดับการประกอบ อาชีพ ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยจัดให้กระบวนการ เสริมศักยภาพ และใช้ทุนของชุมชน ในการพัฒนาอาชีพ มีการกําหนด แผนธุรกิจ และแผนกําลังคนที่เหมาะสม โดย ขั้นแรกให้ชุมชน สามารถพึ่งพาภายในชุมชนก่อนนําไปสู่การแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนการส่งขายภายนอกชุมชน

  • อำเภอยางตลาดพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ขับเคลื่อนการทำงาน ลด ละ เลิก เหล้า

    อำเภอยางตลาดพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ขับเคลื่อนการทำงาน ลด ละ เลิก เหล้า

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชรเพื่อขับเคลื่อนการทำงานลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนคนสู้เหล้าเมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2565 ณ ศาลาประชาคมบ้านสะพานหิน ตำบลนาบอน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร จากชุมชนคนสู้เหล้า 2พื้นที่ บ้านสะพานหิน ตำบลนาบอน อำเภอคำม่วง และบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จำนวน 30 คน ซึ่งคนหัวใจเพชรเป็นบุคคลเคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนและตัดสินใจเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดมาแล้ว 3 ปี ขึ้นไป และตั้งใจจะเลิกตลอดชีวิต มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตนเอง ด้วยการฝึกเล่าเรื่องราวของตนเองและการฝึกทักษะการฟังด้วยหัวใจ การเข้าใจคนดื่ม(เอาใจเขามาใส่ใจเรา) การวิเคราะห์คนที่เราจะไปชวน การออกแบบวิธีการในการที่จะชวนกลุ่มเป้าหมายคนดื่มในชุมชน เพื่อนำสิ่งไปใช้ในการชวนคนลด ละ เลิกเครืองดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนตนเอง และมีการลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ทีบ้านสะพานหิน ใช้พื้นที่วัดในการให้คนในชุมชนมาปลูกผักกินกันเองในครอบครัว หรือแลกเปลี่ยนกันในชุมชน แถมยังสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวด้วย และศึกษาดูงานครอบครัวต้นแบบคนหัวใจเพชรของคุณพ่อนำชัย สิทธิลาชัย ในการประกอบอาชีพเกษตรพอเพียง

    นายสมบัติ อรรถประจง ผู้ใหญ่บ้านบ้านสะพานหินและแกนเป็นแกนนำคนหัวใจเพชร กล่าวว่า “เมื่อก่อนก็เป็นนักดื่มหนักมากและตัดสินใจเลิกดื่มเพื่อครอบครัวและเข้ามารณรงค์ชวนคนในชุมชนลดละเลิกเหล้าและสนับสนุนคนหัวใจเพชรประกอบอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ”

    นายนำชัย สิทธิลาชัย คนหัวใจเพชรบ้านสะพานหิน เป็นบุคคลต้นแบบคนหัวใจเพชร ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนตนเองก็เป็นคนดื่ม การดื่มทำให้เสียเงินไปกับค่าเหล้าไม่น้อย เสียเวลาเนื่องจากเมาแล้วก็ทำงานไม่เต็มที่ ทางผู้นำชุมชนก็มาชวนเลิกจึงตัดสินใจอยากเลิกเพื่อครอบครัว หลังจากที่ตนเองเลิกดื่ม ก็หันมาทำเกษตรพอเพียง ปลูกข้าว ปลูกกล้วย ปลูกผัก ผลไม้ ซึ่งทำให้มีรายได้ทุกวันสามารถเลี้ยงดูครอบครัวและให้หลานซื้อขนม นมให้หลานได้ทุกวัน”

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนคนสู้เหล้าและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอบูรณาการสู่อำเภอสร้างสุข

    อำเภอบูรณาการสู่อำเภอสร้างสุข

    วันที่ 4 พ.ย 65 เวลา 09:00 น ถึง 12.00 น. เครือข่ายองกรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่างร่วมกับ สคล.เพชรบูรณ์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอหล่มสัก ชมรมคนหัวใจเพชร สื่อภาค อสม ชุมชนแหล่งเรียนรู้ มูลนิธิพ่อขุนผาเมือง ร่วมแลกเปลี่ยน/ขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการสู่อำเภอสร้างสุข ณ ห้องประชุม สสอ.หล่มสัก ป.อาวุโส(ผู้แทนนายอำเภอหล่มสักเป็นประธาน)ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือและพร้อมจะขับเคลื่อนด้วยกัน

    ภาคบ่ายร่วมเยี่ยมชมชุมชนแหล่งเรียนรู้บ้านไร่ ต.บ้านไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นายปัญญา ปานแสง ปลัดอาวุโส ได้รับมอบหมายจาก นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอหล่มสัก เป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการสู่อำเภอสร้างสุข

    กล่าวว่า โครงการที่ได้ดำเนินการมาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว หรือโครงการปลอดเหล้า เป็นโครงการที่ทางสาธารณสุขได้ร่วมกันกับด้านภาคีเครือข่าย และได้เชิญท่านนายอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ คนไทยไม่ดื่มเหล้า คนหัวใจเพชร ซึ่งสมัยท่านนายอำเภอศิวัช ฟูบินทร์ ดำรงตำแหน่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งตั้งแต่ดำเนินโครงการ มา ก็ได้สร้างเครือข่ายเป็นที่น่าพอใจ การลดเหล้า ลดอบายมุขแบบนี้มันก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็อยากให้ทางกลุ่มได้สร้างเครือข่ายต่อไป ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมให้มากยิ่งขึ้น เรื่องเหล้า บางครั้งเห็นๆ กันอยู่ต่อหน้าต่อตาว่า กินเหล้ากันในที่สาธารณะ ดื่มเหล้าในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นสนามฟุตบอลหน้าอำเภอ สนามฟุตบอลที่หนองแข หรือในสถานที่ออกกำลังกาย ในขณะที่เข้าไปพูดจาก็ลำบาก ก็แต่กำชับขอความร่วมมือกับตำรวจ กับหลายๆ ฝ่าย ที่อยากจะให้พวกเรา ทางสาธารณสุข และเครือข่ายต่างๆ ทำประชาสัมพันธ์ หรือการสร้างเครือข่าย จะบอกยังไง เตือนยังไง ว่าที่สาธารณะที่ใช้ออกกำลังกายมาเป็นสถานที่เปิดดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ผู้หลักผู้ใหญ่บางคนก็ขอต้องขอตำหนิที่ทำตัวไม่เหมาะสม หากผมเห็นจะเข้าไปบอกเตือน หากว่ามีการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ในที่สาธารณะอีกก็จะให้มีการยกเลิกไม่ให้เตะบอลอีกเป็นต้น ส่วนในวัดก็เหมือนกัน หรือที่สาธารณะชุมชนเอง ก็อยากให้การ ดื่มลดน้อยถอยลงก็ยังดี ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ซึ่งอาจทำให้คนที่ดื่มอาจจะมองเราว่าเข้มงวดเกินไปหรือเปล่า สำหรับการดื่มที่บ้าน หรือที่ร้านก็คงจะว่ากันไม่ได้ แต่ในที่ๆ ที่ผิดต่อกฎหมายก็ต้องเข้าใจว่าไม่เหมาะสม ยิ่งเป็นข้าราชการด้วยแล้วยิ่งต้องระมัดระวัง หากจะดื่มก็มีร้านอาหารเยอะแยะที่สามารถไปใช้บริการได้ ก็ขอให้ภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้ดูแลและดำเนินการ เพราะเป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากต้องการให้หน่วยงาน ฝ่ายปกครอง หรือ ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยให้ช่วยเหลืออะไร ก็ขอให้บอก ซึ่งเราต้องช่วยกันทำสิ่งที่ถูกกฎหมายต่อไป

    นายสำเริง บุญแจ้ง กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรงดเหล้าได้ขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายประชาสังคม โดยได้เชิญชวนให้องค์กร หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายเป็นชุมชนสู้เหล้า และชุมชนพึ่งตนเองในระดับหนึ่ง ซึ่งวันนี้ก็ได้เรียนเชิญ นายมเนศ จันดา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้นำศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงบ้านไร่ จากการดำเนินโครงการมา ประสบความสำเร็จด้านชุมชนสู้เหล้า ชุมชนแหล่งเรียนรู้ ที่ถือว่าเป็นประสิทธิภาพของชุมชน ซึ่งศูนย์เรียนรู้ดังที่กล่าวมา นอกจากนี้แรกเริ่มเดิมทีในส่วนของนายอำเภอ ผู้พิพากษา และสำนักงานสาธารธสุขอำเภ อ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อน งานบุญปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ ในหลายๆ พื้นที่ที่ได้ขับเคลื่อนก็มีความเข้มแข็งและยั่งยืน มาวันนี้ ก็เพื่อปรึกษาหารือเรื่อง “อำเภอบูรณาการ สู่ อำเภอสร้างสุข” ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง ซึ่งต้นทุนของอำเภอหล่มสักนั้น ก็มีนายอำเภอหล่มสัก เป็นนายอำเภอนักรณรงค์ ซึ่งเคยรับโล่จากท่านอธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงท่านสาธารณสุขอำเภอ ซึ่งนับได้ว่าอำเภอหล่มสักเป็น อำเภอบูรณาการที่เกิดจากหลายภาคส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง ได้คัดเลือกจากหลายๆ อำเภอในแต่ละจังหวัดที่มีศักยภาพยกระดับให้เป็นอำเภอต้นแบบ หรือโมเดล ของพื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นี้มีความเข้มแข็ง จึงเป็นโอกาสที่จะได้นำข้อมูลต่างๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยได้เรียนเชิญท่านนายอำเภอหล่มสัก และปลัดอาวุโส มาเป็นที่ปรึกษา ในการขับเคลื่อนอำเภอบูรณาการ สู่อำเภอสร้างสุข กันอย่างไร่ และทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องขอขอบคุณ ท่านปลัดอาวุโส นายปัญญา ปานแสง ผู้แทนนายอำเภอ นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ ท่านสาธารณสุขอำเภอหล่มสัก นายธนัชชัย พลฉวี ท่านผช.สาธารณสุขอำเภอ นายอรรถกร แก้วไพศาล ท่านประธานมูลนิธิพ่อขุนผาเมืองและประธานชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอหล่มสัก นายคิดควร จุลบาท และ อ.รร.ผู้สูงอายุตำบลปากช่องและประธานชมรมคนหัวใจเพชร ต.ปากช่อง นายสมบัติ พั้วป้อง

    สกู๊ปข่าว สคล.นล. โดย นายปัณณทัต ปานเงิน

  • สาธารณสุขอำเภอลับแล สคล.อุตรดิตถ์ สร้างสุข ร่วมจัดเวทีพิธีมอบเกียรติบัตร “คนหัวใจหิน สู้เหล้าครบพรรษา ปี 2565 “

    สาธารณสุขอำเภอลับแล สคล.อุตรดิตถ์ สร้างสุข ร่วมจัดเวทีพิธีมอบเกียรติบัตร “คนหัวใจหิน สู้เหล้าครบพรรษา ปี 2565 “

    เมื่อวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 08.30 น สาธารณสุขอำเภอลับแล สคล.อุตรดิตถ์ สร้างสุข ร่วมจัดเวทีพิธีมอบเกียรติบัตร “คนหัวใจหิน สู้เหล้าครบพรรษา ปี 2565 ” ณ หอประชุมอำเภอลับแล

    โดยมีนายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล เป็นประธานพิธีมอบฯ ร่วมกับการประชุมประจำเดือนของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ สุขภาพตนเอง โดยในปี 2565 นี้ มีผู้ได้รับใบเชิดชูเกียรติงดเหล้าเข้าพรรษา อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ปี 2565 จากหมู่ที่ 3, 4, 5, 6, 11, 12, 13 ตำบลฝายหลวง หมู่ที่ 7 ตำบลชัยจุมพล หมู่ที่ 5, 7, 8, 10 ตำบลทุ่งยั้ง หมู่ที่ 4, 5, 7 ตำบลไผ่ล้อม หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตำบลนานกกก รวม 5 ตำบล 20 หมู่บ้าน จำนวน 57 คน การที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    จัดกิจกรรม “คนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา” ในทุกๆ ปี การร่วมกันทำให้สังคมไทยลดความสูญเสียและปัญหาจากน้ำเมา ที่เราทุกคนได้ร่วมทำกันมาถือเป็นการปฏิบัติเป็นระยะเวลานานถึง 3 เดือนติดต่อกันโดยใช้เงื่อนเวลาสำคัญทางพุทธศาสนาช่วงเข้าพรรษา มารณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันทำกิจกรรมอันเป็นกุศลเป็นผลดีต่อตัวเอง ครอบครัว ชุมชนรวมถึงประเทศชาติ ที่จับต้องได้อย่างชัดเจน ซึ่งพบว่ามีคนงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยัง พบว่ายังช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากน้ำเมา ได้อีกด้วย นอกจากนี้ การงดเหล้าครบพรรษา ยังได้มีโอกาสทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง และจะพบว่าความสุขที่เคยหายไปจะกลับคืนมา เวลาที่เคยหายไปจะกลับคืนมา มีเวลาให้คนที่เรารัก มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น สุขภาพที่ทรุดโทรมค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ มีเงินเหลือเก็บจากเดิมที่เคยหมดไปกับค่าเหล้า มีเวลาที่จะทำสิ่งต่างๆ ที่ตนเองเคยคิดที่จะทำก็มีโอกาสได้ทำ หรือได้ทำมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะเดินหน้าชีวิตต่อไปอย่างไรให้มีความสุขเหมือนช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

    สำหรับคนหัวใจหินเป็นชื่อที่แสดงถึงความมานะ อดทน แข็งแกร่งต่อสิ่งยั่วยุทั้งหลาย ซึ่งต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจคนที่ถูกคัดเลือกจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และกลายเป็นต้นแบบคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดสามเดือนเต็ม และอยากให้คนในครอบครัว คนรอบข้างเป็นแรงส่งที่สำคัญของคนหัวใจหิน สู่การตัดสินใจงดดื่มในระยะต่อๆ ไป หรือจะตัดสินใจงดเหล้าตลอดชีวิต การที่คนที่ตัดสินใจงด ลด ละ เลิก เหล้าเข้าพรรษา ได้สัมผัสถึงความสุข ความดีงามของชีวิต อาจจะทำให้มุ่งมั่น ดำเนินชีวิตให้ห่างไกลจากอบายมุขทั้งปวง รักษาศีล ทำความดี ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะสู่สังคมที่ดีต่อไป

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอชื่นชม และขอขอบคุณทั้งผู้ที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ และภาคราชการที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอเป็นกำลังให้คนหัวใจหิน ตัดสินใจที่จะก้าวข้ามผ่านสู่คนหัวใจเหล็ก ที่จะสามารถงด ลด ละ เลิก การดื่มได้นานติดต่อกันมาจนครบ 3 ปี และระดับสูงสุดที่จะกลายเป็น คนหัวใจเพชร ที่สามารถตัดสินใจ เลิกดื่มได้มากกว่า 3 ปีขึ้นไป หรือตลอดชีวิต และหวังว่าปีหน้า จะได้รับความร่วมมือด้วยดีจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และจากประชาชนที่สนใจอยากสมัครเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปีต่อๆ ไป ท้ายนี้ขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุขความเจริญ ประสบโชคดีทุกประการ

  • ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนล่าง กำหนดให้มีการประชุมสัญจร เพื่อสานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน ณ ห้องประชุมราชาวดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

    นายแพทย์อำนาจ น้อยขำ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครสวรรค์ ด้านเวชกรรมป้องกัน กล่าวเปิดการประชุมโดยมีนายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเยนตามมาตรา ๕๐(๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวรายงาน พร้อม นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง และภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้าในพื้นที่ ๑๐ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการขับเคลื่อนในพื้นที่ให้มีประสิทธิผล กระตุกคิด ชวนพูดชวนคุย การประชุมสัญจร เพื่อ สานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน จังหวัดนครสวรรค์

    โดยมีภาคีเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิจิตร นายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา ๕๐ (๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จังหวัดนครสวรรค์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ อัตราร้อยละ ๒๔.๐ ปี ๒๕๖๐ ลดลงเหลือร้อยละ ๒๒.๑ และปี ๒๕๖๔ ลดลงร้อยละ ๒๑.๖ ซึ่งมีอัตราที่ต่ำกว่าระดับประเทศทั้ง ๓ ปี แสดงให้เห็นว่า จังหวัดนครสวรรค์ มีต้นทุนการขับเคลื่อนด้านมาตรการป้องกันและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิผล ส่วนหนึ่งเกิดจากการสานพลัง ความมุ่งมั่นของเครือข่ายทั้งภาครับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายจิตอาสา และกลุ่มเยาวชน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการและขยายผล ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับประชาชนเป็นอย่างดี ในการปรับพฤติกรรมลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์อย่าง สำหรับโครงการขับเคลื่อนเลิกเหล้าเข้าพรรษาประจำปี โครงการแรกได้เริ่มที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองใหญ่ ในปี 2563 ได้ขยับขยายพื้นที่ไปทำที่บ้านหนองข่อย หมู่ที่ 5 ในปี 2564 ก็ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ต่อมาในปี 2565

    ทางนครสวรรค์ได้ขยายเครือข่ายจาก 1 ชุมชนเป็น ระดับตำบลหนองกระเจา ภายใต้สโลแกน ซุปเปอร์แม่พ่อพอแล้วเหล้าเบียร์ ซึ่งต้องขอขอบคุณ สคล.เหนือล่าง หรือ สสส. ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลสุขภาพของประชาชนในครั้งนี้ หลังจากจบการนำเสนอข้อมูลจากผู้ประสานงานจังหวัดนครสวรรค์ นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง

    ได้นำทีมงานพร้อมทั้งผู้ประสานงานและเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดไปพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งการขับเคลื่อนสานพลังเครือข่ายร่วมสร้างสุขอย่างยั่งยืน ให้กับชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดง ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ให้มีเข้มแข็งต่อไป สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น เบื้องต้นทางสมาชิกกลุ่มได้ ลงพื้นที่ศึกษาดงานชุมชน แจ้งให้เครือข่ายทราบว่า ได้เปิดทำการมาราว 36 ปีมาแล้ว สมาชิกมีความเข้มแข็งสื่อสัตย์ ส่วนความเป็นมาและแนวคิดที่ได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น ก็เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน

    เนื่องจากสมัยก่อนประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น การจะไปกู้เงินกับธนาคารสมัยนั้นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนและมักไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ ดังนั้น การตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

    ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประชาชนด้วยความสมัครใจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อออมเงินอย่างสม่ำเสมอและใช้เงินในการลงทุนประกอบอาชีพ และใช้จ่ายทั้งของตนเองและบุคคลอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เป็นทุนให้กับสมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว หลักการดำเนินงานภายใต้คุณธรรม 5 ประการได้แก่ ๑.ความซื่อสัตย์ ๒.ความเสียสละ ๓.ความรับผิดชอบ ๔.ความเห็นอกเห็นใจกัน และ ๕.ความไว้วางใจกัน เงินสัจจะสะสมเป็นเงินที่ได้จากการออมของสมาชิก จำนวนเท่าๆ กัน ทุกเดือนตามกำลังความสามารถเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งจะจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด โดยสามารถเปิดบัญชีต่ำสุดคือ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนต่อบัญชี และสมาชิกยังสามารถกู้เงินดอกเบี้ยถูกในกลุ่มได้อีกด้วย

    สกู๊ปข่าว สคล.นล. โดยนายปัณณทัต ปานเงิน

  • ภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ขับเคลื่อนการทำงานลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ขับเคลื่อนการทำงานลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบนร่วมกับภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร)การขับเคลื่อนการทำงานลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตำบลหนองซน

    เมื่อวันที่ 18ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนหนองซนพิทยาคม อ.นาทม จังหวัดนครพนม

    กิจกรรมในครั้งนี้ มีภาคีจากสาธารสุขอำเภอนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมเป็นกันจัดเวทีเสริมพลังบวกให้คนหัวใจเพชรมีการเสริมให้กลังคิดแง่บวก ชื่นชมตัวเอง ชื่นชมเพื่อนที่เป็นคนที่ความเข้มแข็งที่ชนะใจตนเองที่สามารถมาที่จะเลิกเหล้ามาแล้ว3 ปีตั้งใจจะเลิกต่อตลอดชีวิต โดยกระบวนการชื่นชมตนเอง ชื่นชมเพื่อนและสมาชิกชมรม มากว่า30 คน ตั้งเป้าหมายร่วมกัน พร้อมอาสาตัวที่มีส่วนให้คนในชุมชนมีสุขภาพดี อีกทั้งมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาทในครอบครัว ทำร้ายกัน ซึ่งวิเคราะห์ปัญหา มีการดื่มสุราขาดสติ เลี้ยงเหล้าในงาบุญ เสพยาเสพติด โรคNCDs ทานอาหารสารเคมีและสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการดื่มการกิน ความเชื่อ และมีพร้อมร่วมกันเสนอแนวทางการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันต่อไปสร้างการเปลี่ยนแปลงของตำบลหนองซน

    นายวิชัย โมธรรม ประธานชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร) กล่าวว่า “ขอชื่นชมหัวใจของคนหัวใจเพชรทุกคนที่มาวันนี้ที่มีใจที่เข้มแข็งเป็นแบบอย่างให้กับคนในชุมชนและให้ทุกคนมาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ชุมชนมีสุขภาพดีอายุยืนยาว”

    พระอาจารย์ประเสริฐ ธมทีโม สำนักสงฆ์สวนไผ่ ให้ธรรมสอน ข้อคิดข้อดี ข้อเสียของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไว้ว่า “ข้อเสีย ทำให้เสียสุขภาพ เสียทรัพย์ เสียเวลา เสียสติ เสียครอบครัวหรือเพื่อน ส่วนข้อดี ดีที่ไม่เสียสุขภาพ ดีไม่เสียเวลา ดีไม่เสียสติ ดีไม่เสียครอบครัว เพื่อน และหากขาดศีลข้อห้าแล้วขาดสติ ก็จะทำใหศีลข้ออื่นขาดตามมาได้ด้วย”

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนคนสู้เหล้าและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน