Category: คนหัวใจเพชร

คนหัวใจเพชร ที่เกี่ยวกับคนเลิกเหล้า หัวใจเพชร

  • เครือข่ายงดเหล้า รวมพลชมรมคนหัวใจเพชร และพลังหญิงหัวใจเพชร 11 จังหวัดอีสานตอนบน ถอดบทเรียน  ชูโมเดลต้นแบบ “ชุมชนสู้เหล้าบ้านหัวฝาย” เปลี่ยนวิกฤตเป็นพลัง สร้างงาน สร้างรายได้ มีเงินออม สู่ชุมชนเปี่ยมสุข

    เครือข่ายงดเหล้า รวมพลชมรมคนหัวใจเพชร และพลังหญิงหัวใจเพชร 11 จังหวัดอีสานตอนบน ถอดบทเรียน  ชูโมเดลต้นแบบ “ชุมชนสู้เหล้าบ้านหัวฝาย” เปลี่ยนวิกฤตเป็นพลัง สร้างงาน สร้างรายได้ มีเงินออม สู่ชุมชนเปี่ยมสุข

    เมื่อวันที่ 5–7 มีนาคม 2569 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า (อ.สคล.) และกลุ่มพลังหญิงคนหัวใจเพชร จาก 11 จังหวัด โดยได้รับเกียรติจาก นางนันทนา ตันติทวีโชค นายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนางฐิติพันธ์ วงษ์คำจันทร์ ผู้ประสานงาน สคล.จังหวัดเลย ร่วมให้กำลังใจเครือข่ายอาสาสมัครที่ร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะในชุมชน ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย

    นางสาวจันทรัช สารี นักจัดการชุมชนสุขภาวะ (สคล.อีสานตอนบน) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนำเสนอผลการดำเนินงานของ “ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า (คนหัวใจเพชร)” และ “กลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร”  จากหลายพื้นที่ ถ่ายทอดประสบการณ์ขับเคลื่อนชุมชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกระบวนการ “ชวน–ช่วย–ชม–เชียร์” ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กติกาชุมชนปลอดเหล้าในงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมสาธารณะ รวมถึงการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ โดยอาศัยความร่วมมือของผู้นำชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ มีการออกแบบนวัตกรรมชุมชน พร้อมการสร้างอาชีพให้ผู้ที่เลิกดื่มได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของชมรมฯในการเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล การเชื่อมร้อยกลไกภาคีในชุมชนในการสร้างชุมชนสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยง และพัฒนาสังคมที่ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

    โมเดลชุมชนต้นแบบ “บ้านหัวฝาย” ที่คนอยากมาศึกษาดูงาน

    นางกันระยา อยู่กรุง  ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวฝาย ม.2 ตำบลเอราวัณ อำเภอเอรวัณ จังหวัดเลย กล่าวว่า การขับเคลื่อนชุมชนลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบ้านหัวฝาย เริ่มต้นจากการปรับวิธีคิดของคนในหมู่บ้าน จากเดิมที่มักเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่อื่น มาเป็นการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า “ทำอย่างไรให้หมู่บ้านของเราเป็นพื้นที่ที่คนอื่นอยากมาศึกษาเรียนรู้” จึงชวนคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพลังสำคัญของหมู่บ้าน มาร่วมกันรณรงค์งดเหล้า ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชนให้สะอาด น่าอยู่ และสร้างกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาชีพและรายได้ เวลาที่เคยหมดไปกับวงเหล้าก็เปลี่ยนมาเป็นเวลาของการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ดอก ปลูกผักสวนครัว หรือการรวมกลุ่มทอเสื่อเพื่อสร้างรายได้เสริม ทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น และชุมชนมีความสามัคคีมากขึ้น ปัจจุบันบ้านหัวฝายจึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีหน่วยงานและชุมชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากชุมชนร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ ก็สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้

    พลังหญิงเปลี่ยนชุมชน จาก “งานศพปลอดเหล้า” สู่กองทุนช่วยเหลือกัน

    นางบุญชู นพบูรณ์ แกนนำกลุ่มสตรีชุมชนร่วมใจดอนเตย จังหวัดนครพนม เล่าว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดจากการรวมตัวของผู้หญิงที่ต้องการแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในชุมชน โดยเริ่มจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนต่อยอดจัดตั้ง กองทุน “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น โดยเฉพาะการจัด งานศพปลอดเหล้า ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเจ้าภาพ และสร้างข้อตกลงร่วมกันของคนในชุมชน การจัดงานศพปลอดเหล้าแบบครบวงจร ทั้งประสานงาน เป็นพิธีกรอาสา ติดป้ายรณรงค์ และสร้างบรรยากาศที่ดีให้เจ้าภาพรู้สึกภูมิใจ ทำให้หลายครอบครัวเริ่มเห็นว่าการจัดงานโดยไม่ใช้เหล้าก็ทำได้

    นางบุญชู กล่าวต่อว่า เมื่อสมาชิกเลิกเหล้าได้มากขึ้น กลุ่มยังต่อยอดสร้างอาชีพ เช่น การผลิตสินค้าชุมชนและปลูกผักจำหน่าย ทำให้เห็นว่าการลดเหล้าไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว

    นวัตกรรม “งดเหล้าออมเงิน–ออมทอง” เปลี่ยนค่าเหล้าเป็นเงินออม

    อีกตัวอย่างที่ได้รับความสนใจคือ นวัตกรรม งดเหล้าออมเงิน–ออมทอง”  น.ส.จิรัชยา สุขจิตร แกนนำอสม.พลังหญิง ตำบลท่าดอนคำ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากกลุ่มที่เคยชวนกันดื่ม กลายเป็นนักรณรงค์ชวนคนในชุมชนนำเงินค่าเหล้ามาเป็นเงินออม “เราทำให้เขาเห็นว่า จากเงินเล็ก ๆ แต่ทำอย่างต่อเนื่อง จนสามารถซื้อของใช้จำเป็นและสร้างฐานะให้มั่นคงขึ้นได้” พร้อมทั้งวางแผนสร้าง อาชีพเสริม เช่น การทำกล้วยฉาบ เพื่อสร้างรายได้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านดีขึ้น แต่ยังสร้าง ความเชื่อมั่น ให้แก่คนในชุมชนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมอย่างยั่งยืน

    เช่นเดียวกับ นางพนิดา มาตรขาว สมาชิกกลุ่ม ที่มีอาชีพกรีดยางพารา ได้ตัดสินใจแบ่งเงินครั้งละ 500 บาท มาออมทอง จากเดิมที่เงินส่วนหนึ่งเคยใช้กับการดื่มสุรา “ตอนแรกคิดว่าอาจทำไม่ได้ แต่พอเริ่มจากเงินเล็ก ๆ แล้วทำต่อเนื่องก็เห็นผลจริง ตอนนี้มีทองเก็บ สุขภาพก็ดีขึ้น และเงินก็เหลือเก็บมากขึ้น” นางพนิดากล่าว

    ทั้งนี้ น.ส.จันทรัชเพิ่มเติมว่าเวทีถอดบทเรียนครั้งนี้มีชมรมเครือข่ายอาสาสมัคร(อ.สคล.) และกลุ่มพลังหญิงได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองเลย และ พื้นที่ ต.ผาน้อย จ.เลย, ต.กุดหว้า จ.กาฬสินธ์, ต.หนองหว้า จ.หนองบัวลำภู, ต.หนองซน และ ต.ดอนเตย จ.นครพนม, ต.ท่าดอกคำ จ.บึงกาฬ, ต.โคกสี จ.สกลนคร, ต.ทุ่งกุลา จ.ร้อยเอ็ดซึ่งเวทีถอดบทเรียนครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายอาสาสมัครเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า พลังเล็ก ๆ ของคนในชุมชน” สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ให้เกิดขึ้นกับสังคมได้.

  • “ทุ่งกุลาชาเลนจ์ Virtual run บ๊ายบายแอลกอฮอล์” 

    “ทุ่งกุลาชาเลนจ์ Virtual run บ๊ายบายแอลกอฮอล์” 


    วันที่ 24 สิงหาคม 2567  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจานเตยร่วมกับชมรมคนหัวใจเพชรตำบลจานเตย เทศบาลตำบลทุ่งกุลาและเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจัดกิจกรรม “เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ Run ลดเหล้า” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจานเตย ต.ทุ่งกุลา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีท่าน สส.กิตติ สมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต6 ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและมอบรางวัลให้กับผู้ร่วมวิ่งในครั้งนี้ด้วย

    พันจ่าเอกกิตติศักดิ์ วงษ์แลน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจานเตย กล่าวว่า “ด้วยวิถีชีวิตของคนปัจจุบันเปลี่ยนตามเทคโนโลยีที่สดวกสบายทำให้คนออกกำลังกายน้อยลง และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ถูกต้องก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการมีกิจกรรมที่ส่งเสริมคนในครอบครัว คนในชุมชนให้มาออกกำลังกายและลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเยาวชน และทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งหากไกลจากปัจจัยเสี่ยงได้”

    นายคมกริช เวียงรัตน์ กล่าวว่า “กิจกรรมทุ่งกุลาชาเลนจ์ Virtual run บ๊ายบายแอลกอฮอล์ ถือเป็นปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนในชุมชนมีวินัยในการออกกำลังกาย ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้เวลาออกมาวิ่ง ซึ่งตำบลทุ่งกุลาเป็นสนามปาร์ครัน ทุกวันเสาร์ 6โมงก็จะออกมาวิ่งร่วมกันทั้งพ่อแม่ชวนลูกมาวิ่ง หรือลูกช่วนผู้ปกครองมาวิ่ง ถือเป็นการใช้เวลาของคนในครอบครัวและชุมชน ซึ่งในปีนี้ ดำเนินการเก็บระยะเวลาการวิ่งตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “100 วัน 3,000 นาที 300 กิโลเมตร” มีคนสมัครเข้าร่วม ซึ่งมีสมาชิกที่สามารถพิชิตได้มากกว่า 14 คน และคนสามารถวิ่งมากกว่า 100 กิโลเมตร มากกว่า 30 คน และหนึ่งในนั้น เด็กหญิงกนกนิภา ผาใต้ อายุ 4 ปี วิ่งสะสมระยะเวลาได้ 139.11 กิโลเมตร อายุน้อยที่สุดที่ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ และยังมีกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา ที่ทำน้ำดื่มสมุนไพร เมี่ยงคำ แช่เท้าน้ำสมุนไพร “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต“ อาหารและผลไม้ต่างๆ บริการให้กับนักวิ่งทุนคน”

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาทุกภาคส่วน และที่สำคัญการเสียสละ เวลา กาย ใจของคนในชุมชนทุกเพศ ทุกวัย ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ที่มีคนมาร่วมมากกว่า 400 คน และการใช้เวลาช่วงเข้าพรรษา ลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างเสริมสุขภาวะของคนในชุมชนต่อไป

    ภาพ/ข่าว นางสาวจันทรัช สารี เจ้าหน้าที่แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารสุขภาวะเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสาตอนบน

  • ตะวันออกจัดเวทีแห่งเกียรติยศ เชิดชูบุคคลต้นแบบ                   คนหัวใจเพชร “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” ประจำปี 2567

    ตะวันออกจัดเวทีแห่งเกียรติยศ เชิดชูบุคคลต้นแบบ คนหัวใจเพชร “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” ประจำปี 2567

    วันที่ 12 พฤษภาคม 2567 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก นำโดยประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี เป็นเจ้าภาพจัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” คนหัวใจเพชร โดยมีนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี   คุณสมรุจี สุขสม ผู้แทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า นายสมเกียรติ จันทร์อารักษ์ ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ดร.พุทธชาติ สุขสิงห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี และทีมงาน กล่าวรายงานโดย ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์ กระทุ่มเขต ประธานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี  ณ โรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ได้ผลักดันให้ผู้ประสานงานทั้ง 8 จังหวัด เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งช่วงเข้าพรรษา และตลอดทุกเทศกาลที่ผ่านมา โดยผู้งดเหล้าครบทั้ง 3 เดือน จะได้ยกย่องให้เป็นคนหัวใจหิน งดเหล้า 1-3 ปี เป็นคนหัวใจเหล็ก และงดเหล้าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เป็นคนหัวใจเพชร

    โดยเวทีในปีนี้จะเป็นการเชิดชูและให้กำลังใจบุคคลต้นแบบที่สามารถ งดเหล้าได้ตลอดชีวิตในภาคตะวันออก คนหัวใจเพชร มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 67 คน

    “ลุงมีโรคประจำตัวเข้ามา เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ ก็ต้องไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่า เราต้องละ เลิกของพวกนี้ เราก็เลยหักดิบเลย ”

    ลุงเดชา บุญโยประการ คนหัวใจเพชรจังหวัดจันทบุรี

    “ ป้ากินเหล้ามา 30 กว่าปี อดข้าวมั่ง แต่เหล้ามีกินทุกวัน เพราะป้าติดเหล้ามากกว่าติดข้าว แต่ชีวิตหลังเลิกเหล้าสบายขึ้น มีรายได้ดี ลูกก็มีกิน เราก็มีกิน เราก็สบายใจไปทุกอย่าง” 

    ป้าราตรี ทองคำดี คนหัวใจเพชรจังหวัดระยอง

    ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ดร.พุทธชาติ สุขสิงห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี และทีมงาน ได้ขับเคลื่อนและผลักดันหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จนเกิดการบันทึกข้อตกลง MOU ว่าด้วยการบูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง สุขภาพ เหล้า บุหรี่ และสถานศึกษาสีขาว

    ในการนี้จึงได้เรียนเชิญเข้ารับเกียรติบัตรทั้งหมด 20 หน่วยงาน 12 สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข รวมถึงบุคคลต้นแบบที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ในการป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่จำนวน 8 ท่าน

    ภายในงานยังได้รับความเพลิดเพลินจากน้องๆเยาวชน ที่มาสร้างสีสันผ่านบทเพลง กับสโลแกน “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์ ” รวมถึงบทเพลงเพราะๆจากศิลปินอาชีพ คุณเทิดพงศ์ สุทธิอาภาพงค์

    และท่านรองผู้ว่ายังได้ชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์คนหัวใจเพชร ที่มาจัดบูธในวันนี้ อาทิ บูธ Sobrink มอคเทลน้ำสมุนไพรบำรุงตับ ที่ใช้พืชท้องถิ่นหาง่าย มาทำเป็นเครื่องดื่มช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ให้ทุกคนในงานได้ลิ้มรสทั้ง น้ำจากต้นทองอุไร และน้ำจากดอกเฟื่องฟ้าที่มีกลิ่นหอมชวนชิมรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว

    บูธ “กาแฟหมา” ของลุงเดชา บุญโยประการ จากบ้านมังกรดิน เครือข่ายโคกหนองนาอารยเกษตร คนหัวใจเพชรจังหวัดจันทบุรี ที่มีความรักในการทำเกษตร เพาะไส้เดือนดิน และคิดค้นสูตรกาแฟหมา ที่ใช้น้ำข้าวเป็นส่วนผสมหลัก รสชาติหอมละมุน กลมกล่อมลงตัว

    บูธ พชอ.ประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่นำน้ำผลไม้สกัดเย็น “สูตรหรรษาพาพักตับ” โดยใช้บีทรูท เป็นวัตถุดิบหลัก นำโดยคุณปทุมรัตน์ เกตุเล็ก ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดปราจีนบุรี

    และภายในงานได้มีการประกาศรางวัลหนังสั้นสะท้อนสังคม คนหัวใจเพชร ที่ถ่ายทอดจากเรื่องจริงสะท้อนเรื่องราวบุคคลต้นแบบที่หันหลังให้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต ผ่านเพจ SDN สื่อสังคม และได้ปิดโหวตเป็นที่เรียบร้อย

    ผลการตัดสิน

    ราววัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “อยู่ที่ใจ” จ.สระแก้ว

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “ฮีโร่คนหัวใจเพชร” จ.ระยอง

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “ก่อนลมหายใจสุดท้าย” จ.ปราจีนบุรี

    รางวัลชมเชย ได้แก่ เรื่อง สมุนไพรเลิกเหล้า จ.จันทบุรี และ สำนึกรักษ์บ้านเกิด จ.สมุทรปราการ

    รางวัล POPPULAR VOTE ได้แก่ เรื่อง “คำขอสุดท้ายของสามี” จังหวัดสระแก้ว

    และนี่คือหนึ่งความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ต่างที่มาแต่หัวใจเดียวกัน ทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน เพื่อรณรงค์การลดปัจจัยเสี่ยงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกมิติ และจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับมอบธง เพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานเชิดชูเกียรติ คนหัวใจเพชรในปีต่อไป

    รายชื่อรับโล่รางวัลคนหัวใจเพชร 67 คน
    จังหวัดตราด 6 คน
    1.นายมนัส ทองศรีสมบูรณ์
    2.นายธีรเดช นิ่มนวล
    3.นายประสิทธิ์ เกตุเพ็ง
    4.น.ส.ปัทมา บำรุงศิลป์
    5.ร.ต.ท.คมพัชญ์ ทักษิณ
    6.นายกิ่ง อินทา

    จังหวัดจันทบุรี 10 คน
    1.น.ส.รสสุคนธ์ ชลเขต
    2.นายวิทยา เวชศิลป์
    3.นายเศกสรรค์ แก้วเชื้อ
    4.นางวัชนี แสวงสุข
    5.นายดำรงค์ สิงห์น้อย
    6.นางจิติรัตน์ เจนวิทยาการกุล
    7.นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ

    1. นายเดชา บุญโยประการ
    2. นายเดช ผ่านเสนา
    3. นายมาโนช บุญสร้าง

    จังหวัดระยอง 7 คน
    1.นางรสสุคนธ์ ชูสุวรรณ
    2.นางณัทกาญจน์ ซ้ายสุข
    3.นางราตรี ทองคำดี
    4.นางทองคำ ชิ้นหิรัญ
    5.นางสาวพรภินันท์ ชัยกีรติพันธ์
    6.นายประจวบ มีบุญสบาย
    7.นายนพพร ชื่นชม

    จังหวัดสมุทรปราการ 9 คน
    1.นายประสิทธิ์ จันทาเทพ
    2.นายสุชาติ แสงรุ่ง
    3.นายขัวญเมือง อยู่นาน
    4.นางณัฐชา ชัยมี
    5.นายสิรวิทย์ ทิพย์เนตร
    6.นางปาระนิ ยะพลหา
    7.นายนิกรณ์ กฤษณะรังสรรค์
    8.นายสมหมาย พูลสวัสดิ์
    9.นายต้อย สนไชย

    จังหวัดฉะเชิงเทรา 5 คน
    1.นายปัญญา ยะหัตตะ
    2.นายศิริ บุญลาย
    3.นายจำเรียง ทองสุข
    4.นายล่ำ ทองสุข
    5.นายสุชาติ สุทธาชีพ

    จังหวัดปราจีนบุรี 16 คน
    1.นายมงคล หงษ์ทอง
    2.นายสมนึก รุ่งเรือง
    3.นายสะอาด นกน้อย

    1. นายสมหมาย ขยันคิด
    2. นายสมชาย มากสุข
    3. นายสุพจน์ ตั้งโพธิ์ทอง
    4. นายสำอางค์ รักษาศิลป์
    5. นายนายมงคลชัย เจริญศิลป์
    6. นางอำพล จำนงค์
    7. นางวิภาพร โพธิ์ทอง
    8. นางประเทือง สับศิริราช
    9. นายสมหมาย วิเท
    10. นายไพโรจน์ ดำมี
    11. นายสำเภา นิมมา
    12. นายสำรวย เอี่ยมผ่อง
    13. นางเสมอ มีสิน

    จังหวัดสระแก้ว 14 คน
    1.นายไพฑูรย์ อ่อนสูง
    2.นางทรัพย์ เรืองกลาง
    3.นางสาคร ธิโสธร
    4.นางสุไพรี เนรมิต
    5.นางลัดดา พรคำเขียว
    6.นายสนอง นะธิศรี
    7.นายโสภี ชารินทร์
    8.นายบัวเร็ง บุญประคม
    9.นายประยุทธ ชัยเสน
    10.นายณัทธพงศ์ พรมเผ่า
    11.นายสนอง สีดา
    12.นายสุเทพ คูณสุข
    13.นายสุชาติ แจ้งเสม
    14.นายอดุลย์ ชัยภูมิ