Tag: งดเหล้า

  • สานพลังภาคีงดเหล้าสร้างสุขภาวะทั่วไทย ต้อนรับคนหัวใจเพชร ร่วมสร้างสรรค์สังคมสุขปลอดเหล้า

    สานพลังภาคีงดเหล้าสร้างสุขภาวะทั่วไทย ต้อนรับคนหัวใจเพชร ร่วมสร้างสรรค์สังคมสุขปลอดเหล้า

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้าสานพลังภาคีสร้างสุขภาวะทั่วไทยศวส. เผยผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา 10.2 ล้านคนประหยัดเงินค่าซื้อเหล้า 4,200 ล้านบาท  66.3% ระบุเลิกดื่มสุขภาพร่างกาย-จิตใจดีขึ้นลดค่าใช้จ่ายเดินหน้าชวนงดเหล้าต่อหลังออกพรรษา-ปีใหม่ New Me Sobriety Celebration หวังสร้างสังคมสุขปลอดเหล้ายกระดับคุณภาพชีวิต

    วันที่ 7 ธ.ค. 2566 ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีแถลงข่าว “ต้อนรับคนหัวใจเพชร ร่วมสร้างสรรค์สังคมสุขปลอดเหล้า” ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี 

    โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สสส. เน้นการทำงานสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก งานรณรงค์งดเหล้านับเป็นโจทย์สำคัญเชื่อมโยงสู่มิติทางสุขภาพอื่น ๆ สามารถสร้างแนวทางป้องกันและลดการเจ็บป่วยจากปัจจัยเสี่ยงหลักทางสุขภาพ จากการประเมินผลโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2566 ใน 12 จังหวัด ทุกภูมิภาค โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบมีผู้เปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา 10.2 ล้านคนจากจำนวนผู้ที่ดื่มทั้งหมด 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากถึง 7.7 แสนคน แบ่งเป็นผู้งดดื่มตลอดพรรษา 21.3% (ประมาณ 5.3 ล้านคน) ผู้ที่งดบางช่วง 9.1% (ประมาณ 2.3 ล้านคน) และผู้ที่ไม่งดแต่ลดการดื่มลง 10.5% (ประมาณ 2.6 ล้านคน) โดยกลุ่มตัวอย่าง 66.3% ระบุว่าได้รับผลดีจากการลด ละ เลิกดื่มในช่วงเข้าพรรษา
    โดยเฉพาะสุขภาพร่างกาย-จิตใจดีขึ้น รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยคนละ 1,506.97 บาท โดยรวมของประเทศประมาณ 4,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าจากค่าใช้จ่ายในการดื่มที่ลดลง 

    “สสส. มุ่งหวังให้โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ชุมชน สังคม ช่วยกันจัดการสิ่งแวดล้อมปลอดเหล้า ส่งผลที่ดีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสังคมสุขภาพดี มีความสุขมากขึ้น” ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว

    เภสัชกร สงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานเครือข่ายงดเหล้า กล่าวว่า สคล. ร่วมกับ สสส. รณรงค์ส่งเสริมให้คนในสังคมห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างพฤติกรรมด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการจัดสภาพแวดล้อม นำสู่ Healthy Sobriety หรือสังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้ คนในสังคมสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ถูกครอบงำด้วยสิ่งเสพติด เป็นความสุขที่แท้จริง ผลการดำเนินโครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566 เกิดกลุ่มสตรีพลังเพชร 92 แห่ง มีชุมชนสู้เหล้าและชมรมคนหัวใจเพชร (งดเหล้ามากกว่า 3 ปี) 1,010 แห่ง และองค์กรร่วมรณรงค์ชวนช่วยชมเชียร์ 90 แห่ง มีผู้เข้าร่วมปฏิญาณตน จากชุมชนและอำเภอ ร่วมติดตามชวน ช่วย ชมเชียร์ 26,622 คน

    นางสาวพิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา สคล.กล่าวว่า จากการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าร่วมโครงการ 1.โครงการติดได้สุขใจด้วย 12 กิจกรรมฟื้นฟู คืนดีกับร่างกาย-จิตใจให้สมดุล มีผู้เข้าร่วม 100 กว่าคน เน้นรณรงค์งดเหล้าทุกเพศ ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ 2.โครงการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารและสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร มีผู้เข้าร่วม 100 กว่าคน เพื่อเป็นนักสื่อสารสร้างแรงบันดาลใจ กระบวนกร และวิทยากร 3.โครงการพัฒนากระบวนกรหลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรในท้องถิ่น ทั้งนี้ สคล. ยังคงรณรงค์งดเหล้าตลอดทั้งปี โดยช่วงออกพรรษาจนถึงเทศกาลปีใหม่ เตรียมรณรงค์แนวคิดNew Me Sobriety Celebration เชิญชวนประชาชนตั้งเป้าหมายสู่ชีวิตใหม่สุขปลอดเหล้า ภายใต้กิจกรรม SoBrink แบ่งปันสูตรม็อกเทลจากสมุนไพร สาธิต Sobriety Bar และการจัดกิจกรรมให้คนมาแฮงค์เอ้าท์แทนวงเหล้า สนใจสมัครเข้าร่วมผ่านเพจ Healthy Sobriety

    ด้าน นายจิตรติ รามเนตร ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า การทำงานงดเหล้าในพื้นที่ประสบความสำเร็จ โดยทางอำเภอเน้นให้ผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้เชิญชวนงดเหล้า มีผู้เข้าร่วมงดเหล้าเฉพาะในอำเภอเมือง 120 คน ประหยัดค่าใช้จ่าย 431,640 บาท โดยใช้ 3 กลยุทธ์คือ 1.เปลี่ยนทัศนคติและวิธีคิด ชี้ให้เห็นและตระหนักโทษภัยของเหล้า 2.ปรับสิ่งเร้า และบริบทของสังคมแวดล้อมที่ควรจะเป็น เช่น ควบคุมร้านค้าไม่ขายเหล้าในพื้นที่ห้ามขาย 3.พัฒนาที่จิตใจ ชุมชน บ้าน วัด ราชการ โรงเรียนต้องมีส่วนร่วม โดยทางอำเภอร่วมกับ อปท. มีการตั้งด่านตรวจ ปฏิญาณตนงดเหล้า บันทึกข้อตกลงร่วมกัน กำหนดให้ใน 1 ตำบล ต้องมี 1 ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ (ทั้งหมด 20 ตำบล) และ 124 หมู่บ้าน ๆ ละ 1 คนร่วมขับเคลื่อนงานหลัก โดยให้แพทย์ประจำตำบลเป็นมิสเตอร์งดเหล้า และมีการสร้างระบบ database ในการบริหารจัดการเพื่อติดตามผล

    นางรำไพ ชาวระนอง พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.เหล่ากลาง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร กล่าวว่า ในช่วงเข้าพรรษาได้ขับเคลื่อนงานร่วมกันทั้ง อสม. ผู้นำชุมชน และรพ.สต. มีจุดแข็งในการทำงานคือ มีแกนนำขับเคลื่อนงานที่เข้มแข็ง ทำงานด้วยจิตวิญญาณ มีช่องทางสื่อสารการทำงานในกลุ่มกันตลอดเวลา ช่วงเข้าพรรษามีผู้ร่วมงดเหล้าครบ 3 เดือนทั้งอำเภอ จาก 7 ตำบล  79 หมู่บ้าน รวม 1,600 คน  สามารถประหยัดค่าเหล้าได้ 1.2 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งใจจะร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้าในพื้นที่ต่อไป แม้จะเป็นพยาบาลเพียงคนเดียวในพื้นที่ที่ต้องดูแลประชากรมากว่า 4,000 คน แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกว่าเป็นงานหนัก จากการทำงานช่วยให้เลิกเหล้าได้สำเร็จมีคนหัวใจเพชรเลิกเหล้า 14 คน ทำให้ครอบครัวเขามีความสุข มีสุขภาพที่ดี ตนก็ภูมิใจสุขใจมาก

  • สะเทือนวงการวอลเลย์บอล เมื่อ สคล. สสส ThaiPBS จับมือสร้างประวัติศาสตร์ “สาวเหล็ก”

    สะเทือนวงการวอลเลย์บอล เมื่อ สคล. สสส ThaiPBS จับมือสร้างประวัติศาสตร์ “สาวเหล็ก”

    เครือข่ายงดเหล้า สสส. ThaiPBS ผนึกกำลังปลุกกระแสวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก” ก้าวสู่กีฬาปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด “สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์”

    จากการที่รัฐบาลได้มียุทธศาสตร์นโยบายควบคุมแอลกอฮอล์ระดับชาติ ปี 2554-2563 เนื่องจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคมมากกว่า 200,000 ล้านบาท โดยมีมาตรการที่สำคัญ คือ การเพิ่มภาษี การจำกัดใบอนุญาต การควบคุมสถานที่ดื่ม/ขาย การควบคุมอายุผู้ดื่ม ผู้ซื้อ การควบคุมเวลาขาย การควบคุมโฆษณาส่งเสริมการขาย การรณรงค์สร้างจิตสำนึก เป็นต้น

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดหล้า (สคล.) เป็นองค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม มีบทบาทหน้าที่ช่วยเหลือสังคมด้านการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการรณรงค์ลดละเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสร้างให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์โดยเน้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ตลอดจนรณรงค์ส่งเสริมงานบุญประเพณี งานเทศกาลให้เป็นงานปลอดเหล้าและเป็นวัฒนธรรมอันดีที่จะทำให้สังคมไทยก้าวสู่วิถีพอเพียงอย่างยั่งยืนในอนาคต สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล  

    ทั้งนี้ เพื่อปกป้องเด็กเยาวชน เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ และสอดแทรกพิษภัยของปัจจัยเสี่ยง สร้างความตระหนักโดยไม่ยัดเยียด จึงได้จัดให้มี โครงการ “กีฬาสร้างสุข สนุกสร้างสรรค์ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์ VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By ThaiPBS” #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย โดยความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์และถ่ายทอด โดยกีฬาวอลเลย์บอลนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยเยาวชนแล้วยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสได้ออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างความสนุกสนานสามัคคีในหมู่คณะ สร้างการมีระเบียบ วินัย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และที่สำคัญอยู่ห่างไกลจากเหล้าบุหรี่และยาเสพติดใดๆ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติและนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะด้านกีฬาปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในอนาคต

    ซึ่งจะได้มีการจัดแข่งขันทั้งหมด 3 สนาม โดยแยกเป็น โซนภาคเหนืออีสานตะวันออก และโซนภาคกลางตะวันตกใต้ และปิดท้ายด้วยสนามชิงแชมป์ประเทศไทย โดยทั้ง 3 สนาม จะมีการถ่ายทอดสดสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขัน VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By ThaiPBS #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งจะจัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน  

    “คุณรัชชนนท์ พูลมิน ผู้ประสานงานเยาวชน เป็นผู้ทำโปรเจค “สาวเหล็ก” พูดถึงเป้าหมายในการจัดกิจกรรมวัตถุประสงค์เพื่อ ผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดในชุมชนและสถานศึกษาที่สอดคล้องตามวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะ และสถานศึกษา ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการทำงานร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างกิจกรรม และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนกลุ่ม LGBTQ ได้แสดงออกถึงความสามารถในทางที่เหมาะสมเปลี่ยนค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดปัญหานักดื่มหน้าใหม่  และพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาต้นแบบที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

    เมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2565 ได้ทำการจัดการแข่งขันสนามแรกที่สนามเทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนานแต่ละทีมต่างเต็มที่และเล่นด้วยการมีน้ำใจนักกีฬาอีกด้วยเช่นกัน ในรอบนี้มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 8 ทีม ได้แก่ ทีม SHOPGIFTSTORY VC , ATENA , สมเด็จ , ดาวประชาสาว 2 , ประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา , สินปุระ 1 , สินปุระ 2 และ รร.โตนดพิทยาคม โดยในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากนายธณเดช ศรีณรงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัก นายสราวุธ  แช่มเมืองปัก ผู้อำนวยการโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต และนายอิสระ ทองคำ รองผู้อำนวยกลุ่มอำนวยการฯ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต ในการให้ความอนุเคราะห์ในส่วนของสถานที่และบุคลากรในครั้งนี้ ผลการแข่งขันได้ 4 ทีมที่เข้ารอบไปชิงแชมป์ประเทศ ได้แก่ ชนะเลิศ ประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา รองที่ 1 SHOPGIFTSTORY VC รองที่ 2 ATENA รองที่ 3 โตนดพิทยาคม

    “คุณกัญญานันต์ ตาทิพย์ ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดหล้า ภาคอีสานตอนล่าง ในส่วนตรงนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนนักกีฬาเรื่องการแข่งขันกีฬาที่หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นฟุตซอล วอลเล่ย์บอล ซึ่งตรงนี้เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เพราะฉะนั้นกีฬาก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังส่งเสริมให้น้องๆได้สามารถจุดประกายไปถึงในเรื่องของกีฬามืออาชีพได้ ในส่วนของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ถือเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จึงอยากจะบอกน้องว่าตรงนี้คือพื้นที่หนึ่งที่เด็กและเยาวชนสามารถจะแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าในส่วนของบ้านเราได้เปิดโอกาสให้กับทุกเพศทุกวัย และกิจกรรมสร้างสรรค์มีอยู่ทุกพื้นที่ ดังนั้นจังอยากให้น้องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ค้นห้าตัวเองให้เจอ แล้วซักวันพลังที่อยู่กับตัวเราจะเกิดคุณค่าให้กับตัวเองพร้อมทั้งสร้างพลังของเยาวชนในการสนุกได้ไร้แอลกอฮอล์”

    “คุณอิสระ ทองคำ รองผู้อำนวยกลุ่มอำนวยการโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต กล่าวว่าในส่วนของโรงเรียนในด้านการส่งเสริมของการแข่งขันกีฬาโรงเรียนให้การสนับสนุนในทุกประเภทกีฬามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของรายการ “สาวเหล็ก” No L Cup By ThaiPBS ก็ถือว่าเป็นการดึงดูให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬามากขึ้น ต้องขอขอบคุณทาง สสส.ในการจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนขยันในการฝึกซ้อม และเชิญชวนเพื่อนๆ และคนรอบข้างมาออกกำลังกายกันมากๆ ครับ“

    ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการสร้างสัมพันธ์ที่ดี โดยการใช้กีฬาในการเป็นตัวเชื่อมเชื่อมประสานความร่วมมือกันระหว่างภาคีความร่วมมือผู้มีส่วน นอกจากนั้นยังสร้างกระแสเปิดพื้นที่สำหรับมีผู้ที่สนในกีฬาได้ให้ความสนใจในการแข่งขันจำนวนมาก พร้อมเชื่อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดกิจกรรมต้นแบบในพื้นที่ ขยายผลสู่งานกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด ในชุมชนและสถานศึกษา เกิดการบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานศึกษา ชุมชน เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายนักกีฬาวอลเลย์บอล เกิดนักกีฬาต้นแบบ ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน เป็นต้นแบบให้แก่นักกีฬาเยาวชนรุ่นหลัง งานนี้จะสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มีผู้คอยให้การสนับสนุนจาก ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักและผู้มีอุปการะทุกท่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.),สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง,สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS,กรรมการผู้ตัดสิน กรมพละศึกษา,นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา,ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตร,ผู้อำนวยการ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย,ทีม Facebook Live ,เครือข่ายเยาวชน YSDN ภาคอีสานตอนล่าง,สำนักงานการกีฬาและการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา,นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน

  • เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม รับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ  “จัดงานบวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย”

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม รับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ “จัดงานบวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย”

    20 มิถุนายน 2565 เพจ มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม ประกาศรับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ จัดงาน “บวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย” ก่อนเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2565 เพื่อขยายแนวคิดบวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมนัย ให้เป็นค่านิยมใหม่ที่ถูกต้องและดีงามในสังคม

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม โดยมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม มี พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม (มนัส อิ่มรัตน์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จังหวัดจันทบุรี เป็นประธาน ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้ทำโครงการบวชสร้างสุข ด้วยเห็นค่านิยมของชาวพุทธจัดงานบวชแบบยิ่งใหญ่ มีมหรสพ มีรถแห่เสียงดังเต้นสนุกสนาน อนาจาร มีการกระตุ้นให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งใน และนอกวัด ซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง บางงานมีการทะเลาะวิวาทถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งการดื่มภายในวัดโดยเฉพาะรอบอุโบสถถือว่า ผิดทั้งกฎหมาย และไม่เคารพต่อพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

    โครงการต้องการรับสมัครเจ้าภาพ “งานบวชสร้างสุขต้นแบบ” ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจหนักแน่นในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า จะจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ไม่มีแนวคิดจะเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีมหรสพ จัดแบบ “บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย” โดยต้องการจะจัดงานบวชให้เป็นต้นแบบ แก่ลูกหลาน และคนไทยโดยทั่วไปได้ยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้อง

    ผู้ต้องการจะสมัครสามารถแสกนคิวอาร์โค้ด หรือ คลิกที่ลิงค์ นี้ https://forms.gle/KediVcfgJLo6C2vY6 เพื่อกรอกข้อมูลรายละเอียดตามความประสงค์ของท่าน

    รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2565

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : มูลนิธิ สังฆะเเพื่อสังคม หรือ โทร 0845126196, 0637694854

    ทั้งนี้โครงการจะจัดส่ง

    1) ป้ายสัญลักษณ์งานบวชสร้างสุข ขนาด 3 x 1 เมตร จำนวน 2 ผืน เพื่อให้เจ้าภาพนำไปติดในงานแสดงให้ผู้พบเห็นได้อนุโมทนา

    2) เกียรติบัตรเชิดชูเกียรติเจ้าภาพต้นแบบ ลงนามโดยประธานมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    #บวช #บวชสร้างสุข #บวชวิถีใหม่ #ยึดพระธรรมวินัย #เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา #สังฆะเพื่อสังคม #สสส #สคล

  • ภาคใต้ตอนบน เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนงาน บวชสร้างสุข พื้นที่ต้นแบบนำร่อง พร้อมมอตาลปัตร สัญลักษณ์ของโครงการฯ

    ภาคใต้ตอนบน เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนงาน บวชสร้างสุข พื้นที่ต้นแบบนำร่อง พร้อมมอตาลปัตร สัญลักษณ์ของโครงการฯ

    “ บวชสร้างสุข บวชประหยัด ได้ประโยชน์ ได้โปรดสัตว์ ปฏิบัติตามแนวทางพระศาสนา สัตว์ไม่ตาย คนไม่เมา เคล้ากามา ลดตัณหา นำพาสุข พุทธวิธี ”

    พระมหาบวร ปวรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ จ.นครศรีธรรมราช ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ภาคใต้ตอนบน

    เมื่อวันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 09.00 น. คณะทำงานโครงการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ภาคใต้ตอนบน นำโดย พระมหาบวร ปวรธมฺโม ผู้รับผิดชอบ/ผู้ประสานงานโครงการฯ ได้เปิดเวทีประชุม ทำความเข้าใจ ในโครงการฯ พร้อมวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการ กับ พื้นที่เป้าหมาย ภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช , จังหวัดสุราษฎร์ธานี , จังหวัดกระบี่ , จังหวัดพังงา , จังหวัดระนอง, จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชุมพร ) ณ วัดวัดศรีพนมพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ภายในเวที ได้มีการนำเสนอหลักการของโครงการ ถึงการจัดงานบวชในพื้นที่ของภาคใต้ตอนบน ที่มีค่านิยมและวัฒนธรรมในการจัดงานบวชที่ถือคติที่ว่า “ต้องจัดยิ่งใหญ่เพื่อแสดงบารมี” โดยการจัดงานบวชที่มีค่านิยมในลักษณะนี้ของภาคใต้ตอนบนแสดงให้เห็นซึ่งฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ ซึ่งมีมหรสพ แตรวงรถแห่ โดยค่านิยมดังกล่าวนี้ได้ทำตาม ๆ กันมาเป็นเวลานานจนเกิดเป็นวัฒนธรรมในการจัดงานบวชของคนภาคใต้ตอนบน ซึ่งการจัดงานบวชแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดงาน 1 ครั้ง เฉลี่ยหลักแสนบาทและมากสุดที่สำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะทางสังคมที่ดีจะใช้งบประมาณในการจัดงานโดยประมาณหนึ่งล้านบาท แต่เจ้าภาพที่มีทุนในการจัดงานน้อยแต่หลีกกระแสสังคมไม่ไหว ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานบวช ส่วนมากในการจัดงานบวชแต่ละครั้งที่มีการใช้งบประมาณที่สูงเพราะว่า เป็นค่าอาหาร ค่าโต๊ะจีน ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าดนตรีมหรสพ ค่ารถแห่ ซึ่งเมื่องานบวชมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องก็พบปัญหาความรุนแรงตามมาจึงเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จึงต้องมีการขับเคลื่อนโครงการ บวชสร้างสุข เพื่อแก้ไขปัญหา และสร้างอำนาจในการคานงัดกับค่านิยมที่กดทับสังคมอยู่

    ในที่ประชุม ได้ร่วมกันวางกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนงานไว้ 3 แนวทางเบื้องต้น คือ

    1. สนับสนุนพื้นที่เป้าหมาย ทั้ง 7 จังหวัด ในการเปิดเวทีสร้างความเข้าใจและผลักดันให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะ กับวัด เจ้าอาวาส หรือพระอุปัชฌาย์ในพื้นที่

    2. ดำเนินการสร้างข้อตกลง (MOU) พื้นที่ต้นแบบในการจัดงานบวชสร้างสุข 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

    3. สร้างเครื่องมือ ในการเก็บข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อทำการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบ การจัดงานบวชสร้างสุข กับงานบวชทั่วไป

    พร้อมกันนั้น พระมหาบวร ปวรธมฺโม ได้มีการมอบ ตาลปัตร ที่มีสัญลักษณ์ของโครงการ เพื่อใช้ในการประกอบพิธีในการจัดงานบวชสร้างสุขในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงฆ์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการอีกช่องทางหนึ่ง

  • เลิกเหล้า  เลิกจน   คนท่าช้าง (มีคลิป)

    เลิกเหล้า เลิกจน คนท่าช้าง (มีคลิป)

    นายสุดา. ยะบิน อายุ 69 ปี เกิดวันที่ 28 มิถุนายน 2496 ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 203/1 หมู่ที่ 6 ตำบลท่าช้าง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน

    – เข้าโครงการสติบำบัด ในปี 2563 ที่โรงพยาบาลเวียงหนองล่อง

    – เข้าสู่ขมรมคนหัวใจเพชร จากโครงการสติบำบัด

    สาเหตุที่เลิกเหล้า .. การเสียชีวิตของบุตรชาย ในปี 2561 จากอุบัติเหตุ

    คนเราทุกคน ให้ตั้งสติ ต้องมีสมาธิ ไปที่ไหนเราก็ปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่าง จะต้องมีความสุข ต่อร่างกายตัวเรา

    จุดเริ่มพยายามหาวิธีการบำบัด และได้เข้าไปที่โรงพยาบาลเวียงหนองล่อง และได้เข้าร่วมกับโครงการสติบำบัด คิดอย่างเดียวต้องเลิกให้ได้ ประกอบกับได้รู้จักชมรมหัวใจเพชร มีเพื่อนที่เคยดื่มและเลิกได้ จึงมีแรงใจที่อยากเลิกต่อ สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ

    เลิกเหล้า เลิกจน คนท่าช้าง

  • ความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นจากการล๊อกดาวน์และการดื่มแอลกอฮอล์

    ความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นจากการล๊อกดาวน์และการดื่มแอลกอฮอล์

                การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น โดย Organization for Economic Co-operation and Development รายงานว่า ผลจากนโยบายล็อกดาวน์ (Lockdowns) ทำให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยเป็นการดื่มที่บ้าน ผลจากการที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น เช่นในสหภาพยุโรปแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ในภาพรวมโดยผู้หญิง 1 ใน 3 คนถูกกระทำความรุนแรงจากแฟน และเด็ก 1 ใน 3 คน เช่น การถูกกระทำความรุนแรงจากผู้ปกครองหรือจากสมาชิกในครอบครัว

              ผลของการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิดจะส่งผลกระทบถึง 30 ปี เช่นในกลุ่มประเทศ OECD ประชากรเพศชายที่ดื่มมากกว่าวันละแก้วครึ่ง และผู้หญิงที่ดื่มมากกว่าวันละหนึ่งแก้วจะมีอายุขัยเฉลี่ยน้อยลง 0.9 ปี (เพราะป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์ เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง เป็นต้น) การเจ็บป่วยและความเมายังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ประกอบกับการจ้างงานระหว่างปี 2563 – 2593 จะลดลงร้อยละ 0.33 กลุ่มประเทศ OECD ยังจะมีรายจ่ายด้านสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 2.4 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ GDP ของประเทศลดลงร้อยละ 1.6 ดังนั้นเพื่อให้งบประมาณเพียงพอกับรายจ่ายคาดว่าประชาชนจะต้องจ่ายภาษีปีละ 232 ดอลลาร์สหรัฐ

              การดื่มในปริมาณน้อยก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน โดยโครงการศึกษาภาระปัญหาของโลกว่าด้วยเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ (Global Burden of Disease) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคแอลกอฮอล์และผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชากรอายุ 15-95 ปี จาก 195 ประเทศทั่วโลกพบว่า การดื่มในปริมาณเล็กน้อย หรือ 10 กรัมต่อวันทำให้ผู้ดื่มมีความเสี่ยงจากโรคหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสูงกว่าคนที่ไม่ดื่ม 0.5% ส่วนคนที่ดื่มวันละ 20 กรัมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 7% และคนที่ดื่มวันละ 50 กรัมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 37%

              การป้องกันหรือลดการดื่มในช่วงสถานการณ์โควิด จะเกิดประโยชน์อย่างน้อย 3 ประการได้แก่

              1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง การดื่มแอลกอฮอล์ในระดับมากยังขัดขว้างการสร้างภูมิต้านทานของวัคซีน การลดการบริโภคจึงเป็นการช่วยลดการติดเชื้อ

              2. งดเหล้า เป็นการลดกระจายเชื้อ เพราะในวงเหล้า ที่คนขาดสติ ไม่สามารถควบคุม ป้องกันการกระจายเชื้อได้ และมีหลักฐานมากมายว่า วงเหล้าเป็นคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งการงดตั้งวงเหล้าเท่ากับเป็นการ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยจากแอลกอฮอล์ลดลง ทำให้หมอและพยาบาลสามารถรับมือกับผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยโควิดได้มากขึ้น เช่นในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ที่มีนโยบายห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าการใช้ห้องฉุกเฉินที่มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงร้อยละ 65

              3. ประชาชนและประเทศจะฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิดได้ไวขึ้น เพราะประชาชนมีสุขภาพที่ดี และมีความศักยภาพในการทำงานสูง  

    ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดนี้ยังต้องเฝ้าระวังเด็กและเยาวชนจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นพิเศษ เพราะเด็กมีเวลาดูทีวีและเล่นโซเดียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น 50% ซึ่งอาจหลงเชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด นอกจากนี้ควรเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์และร้านค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ราคาไม่แพง นอกจากนี้เด็กจะเรียนรู้พฤติกรรมจากผู้ปกครองโดยเฉพาะถ้าผู้ปกครองดื่มเหล้าให้ลูกจะทำให้ลูกเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้

    อ้างอิง

    บีบีซี. (2561). ผลวิจัยล่าสุดชี้ “ระดับปลอดภัย” ในการดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีจริง. https://www.bbc.com/thai/international-45297195

    Calina D, Hartung T, Mardare I, Mitroi M, Poulas K, Tsatsakis A, Rogoveanu I, Docea AO. (2021). COVID-19 pandemic and alcohol consumption: Impacts and interconnections. Toxicol Rep. 2021;8:529-535. doi: 10.1016/j.toxrep.2021.03.005.

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk.