Tag: จ.นครศรีธรรมราช

  • เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด”อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันสร้างพื้นที่ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก “งานกิจกรรมลานรักละมุน”

        เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สนามหน้าเทศบาลตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มเด็กอวด(เยาวชนอำเภอชะอวด) ร่วมกับเทศบาลตำบลชะอวด กลุ่มลานละมุน โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร โรงเรียนชะอวด โรงเรียนชะอวดวิทยา โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “ลานรักละมุน” ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก เนื่องจาก วันที่ 14 ก.พ.ของทุกปีเป็นวันแห่งความรักสากล เป็นเทศกาลที่เหมาะแก่การแสดงความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ทั้งความรักของพ่อแม่ แบบครอบครัว แบบเพื่อน หรือแบบคนรัก กลุ่มเยาวชน “เด็กอวด”จึงร่วมเป็นกระบอกเสียงสื่อสารถึงวัยรุ่นยุคใหม่ รักให้เป็น รักให้ปลอดภัย ส่งมอบความรักที่สดใส สวยงาม ตามสไตล์วัยรุ่น และทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
        โดยบรรยากาศภายในงานเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งสไตล์แค้มปิ้ง คาเฟ่ มีซุ้มเป็นพื้นที่กิจกรรมของเด็กเยาวชน ร้านค้าของนักเรียน อาหารพื้นบ้าน และร้านค้าจากพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งมีนิทรรศการภาพวาดศิลปะ นิทรรศการความรู้การผลิตผลิตภัณฑ์กระจูด และมีการแสดงวัฒนธรรมของภาคใต้ (มโนราห์) จากโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา 
        การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายนายวิระชัย ชุมแก้ว นายอำเภอชะอวดนายพัฒนาวิทย์ ตั้งเส้ง นายกเทศมนตรีตำบลชะอวด และพ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอชะอวด ร่วมพูดคุยเพื่อต่อเติมฝันและให้กำลังใจ คณะทำงานรวมทั้งเด็ก เยาวชนและผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน และยินดีสนับสนุน ส่งเสริมเพื่อเป็นการต่อยอดให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก เยาวชนในอำเภอ  ชะอวด รวมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่แสดงความสามารถให้กับทุกคน 
        นอกจากนั้นแล้วในงานมีการแสดงจากตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในอำเภอชะอวด กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มศิลปินที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น การออกร้านขายสินค้า บูธกิจกรรมจากเครือข่ายฯและการเสวนาที่สะท้อนผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งเปิดตัวช่องทางการติดต่อสำหรับเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีกิจกรรมเสวนา “ สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก ” 
        นายศุภกฤต ชุมจินดา ตัวแทนกลุ่มเด็กอวด กล่าวถึงที่มาแนวคิด และวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า “เนื่องจากพื้นที่อำเภอชะอวดเป็นพื้นที่ค่อยข้างห่างไกลตัวเมือง เด็กเยาวชนจึงขาดพื้นที่ในการแสดงความสามารถ จึงเป็นแนวคิดสร้างกลุ่มเด็กอวด มอบความรักให้กับท้องถิ่นบ้านเกิด เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย ปลอดบุหรี่ สุรา ยาเสพติดทุกชนิด ให้ เด็ก เยาวชน และเพื่อนๆในพื้นที่ จึงได้ถือเอาวันแห่งความรัก 14 ก.พ. ในการจัดกิจกรรมเพื่อมอบความรัก ความปรารถนาให้กับเด็ก เยาวชน ทุกๆคน” นายศุภกฤตกล่าว
        นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดตรัง ผู้ที่ต้องสูญคนรักจากคนที่ขับรถด้วยความมึนเมาจากแอลกอฮอล์ กล่าวว่า “ความรักมีหลากหลากรูปแบบแตกต่างกันออกไป สำหรับตัวเองการสูญเสียคนรักจากคนเมาแล้วขับนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องใช้ความเข้มแข็งเป็นอย่างมากกว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ โชคดีที่บุตรสาวทั้งสองยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ปัจจุบันนี้ตนเองพร้อมอาสาช่วยเหลือให้คำปรึกษากับผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวกับคนอื่นอีก ฝากถึงคนดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแล้วอย่าขับเพื่อความปลอดภัยกับทุกคนในสังคม” นางรัชฐิรัชฎ์กล่าว
        นายวันชัย พูลช่วย ทนายความเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า “ปัจจุบันพระราชบัญญัติความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นั้นมีการประกาศให้เข้าปีที่ 15 และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรามีเครือข่ายที่เฝ้าติดตามการกระทำผิด พ.ร.บ.ฯ อยู่ทั่วประเทศพบเจอผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากในแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางด้านกฎหมายนั้น เป็นภารกิจของเครือข่ายฯ ที่มอบความรัก ความห่วงใยกับสังคมเนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่ว่าจะมีความจำเป็นด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ทั้งขั้นตอนทางกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่ง ทางเครือข่ายฯ มีความยินดีใช้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ตามช่องทางเพจเฟสบุ๊คชื่อว่า สนับสนุน ช่วยเหลือ เยียวยา ปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางเครือข่ายฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผมกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกคน” นายวันชัย กล่าว
        ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นและสำเร็จได้จากความร่วมมือในการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเด็กเยาวชน นักเรียน และภาคีเครือข่าย เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน วัยรุ่นและประชาชนทั่วไปในพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสร้างสรรค์ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงด้านต่อไป
  • นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

    นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

            กิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น เป็นกิจกรรมส่งท้ายปีใหม่ของชาวชุมชนตำบลบ้านเกาะ นำโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สคล.นครศรีธรรมราช องค์กรหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดงานวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระเจ้าตากสินมหาราช วัดเขาขุนพนม การที่ชุมชนต้นแบบศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ตอนบน ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาและขยับสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการยกระดับสร้างความเข้มแข็งชุมชน ในการจัดงานวิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น ซึ่งได้จัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2565 โดยมีนักวิ่งผู้รักสุขภาพและศรัทธาในพระเจ้าตากสินจำนวนกว่า 600 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
           ก่อนเริ่มต้นกิจกรรมวิ่งดังกล่าว ได้มีการทำพิธีสักการะพระเจ้าตากสิน เพื่ออำนวยอวยชัยให้นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้อนรับปีใหม่ 2566 และมีการ warm up อุ่นร่างกาย เตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง หลังจากนั้นประธานในพิธี นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวเปิดกิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น และทำการปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งมีระยะทางในการวิ่ง 4 กม. โดยเส้นทางวิ่งจะเป็นการวิ่งรอบเขาขุนพนม และเดินขึ้นบันได 245 ขั้น พิชิตถ้ำตากฟ้า

    โดยนายอภินันท์ แสนเสนา (กำนัน และ หัวหน้าศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ) ได้ให้ข้อมูลว่า วัดเขาขุนพนม เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และการสันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้ถูกประหารชีวิต แต่ได้สับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัสนากรรมกรรมฐาน ซึ่งชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือกันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ ประทับขณะผนวชอยู่ ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรม และความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยในสมัยเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ ทั้งในเพศบรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชน จากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนม อยู่เสมอเพื่อตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราชและจะมีการบวงสรวงพระเจ้าตากสินทุกวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี

            สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน และรายได้ที่ได้รับ หลังหักค่าใช้จ่าย จะส่งมอบแก่ ศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง ตำบลบ้านเกาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา  
  • ชุมชนบ้านเกาะ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ชวนคนหัวใจเหล็ก-คนหัวใจเพชรและผู้นำชุมชน เก็บขยะ เศษปฎิกูลในคลองเส้น นอกท่า-ท่าแพ ก่อนน้ำฤดูหลาก

    ชุมชนบ้านเกาะ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ชวนคนหัวใจเหล็ก-คนหัวใจเพชรและผู้นำชุมชน เก็บขยะ เศษปฎิกูลในคลองเส้น นอกท่า-ท่าแพ ก่อนน้ำฤดูหลาก

        วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช นำโดยกำนันอภินันท์ แสนเสนา ได้ระดมพลเก็บขยะและเศษปฎิกูลที่ขวางทางน้ำในคลองนอกท่า- ท่าแพ ซึ่งเป็นลำคลองที่ไหลมาจากน้ำตกพรหมโลก ซึ่งเมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำที่สูงและเชี่ยวภายในลำคลอง ทางชุมชนจึงประสานแกนนำชุมชน และคนเลิกเหล้า ร่วมทำกิจกรรมอาสาครั้งนี้ โดยใช้เรือจำนวน 2 ลำ ล่องไปตามลำคลองและเก็บขยะขึ้นมาใส่ไว้ในถุงดำ เพื่อนำไปคัดแยกต่อ ซึ่งพบขยะจำนวนมากในลำคลอง และขยะเหล่านั้นขวางทางน้ำอยู่ ทำให้น้ำในคลองระบายได้ไม่ดี
        นายวรวุฒิ ประสานพจน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตำบลบ้านเกาะเป็นชุมชน ศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือชุมชนสู้เหล้า ได้ดำเนินงาน ชวน-ช่วย-เชียร์คนเลิกเหล้ารวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้ห่างไกลจาก เหล้า-เบียร์มาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงมรสุมจะเป็นช่วงที่ ชุมชนตำบลบ้านเกาะจะต้องเผชิญกับน้ำหลาก ที่ไหลมาจากภูเขาหลวง ผ่านคลองนอกท่า-ท่าแพ และไหลลงทะเล ซึ่งลำคลองนี้จะเป็นลำคลองประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสินมหาราช จึงผูกพันธ์กับชุมชน ทางแกนนำชุมชนจึงชวนคนเลิกเหล้า ทั้งคนหัวใจเหล็กที่เลิกเหล้าครอบพรรษาและเลิกต่อ รวมถึงคนหัวใจเพชรที่เลิกเหล้ามาไม่ต่ำกว่า 3 ปีมาร่วมกับผู้นำชุมชนในการเก็บขยะในลำคลองครั้งนี้
  • นครฯ จัดใหญ่ “สารทเดือนสิบ” ปลอดเหล้าบุหรี่ 100%

    นครฯ จัดใหญ่ “สารทเดือนสิบ” ปลอดเหล้าบุหรี่ 100%

    เพิ่งผ่านพ้นเทศกาล

    “สารทเดือนสิบ”

    ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคใต้เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี สืบสานกันมานับพันปี โดยมีการทำบุญ การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะสอนให้คนรู้สึกเกรงกลัวต่อการกระทำผิด เกรงกลัวละอายต่อบาป ได้อย่างแยบยล และเทศกาลนี้ยังเป็นเสมือน “สัญญาเดือนสิบ” ที่ลูกหลานนครศรีธรรมราชไม่ว่าจะไปเรียนหนังสือ หรือทำงานที่ไหนก็จะกลับมาเพื่อรวมงานประเพณีดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นการรวมญาติสารทไทยครั้งใหญ่ในรอบปี

    โดยเฉพาะในปีนี้หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 เข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ (Post Pandemic) การใช้ชีวิตของประชาชนเริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น งานบุญสารทเดือนสิบปีนี้จึงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ถึง 10 วัน 10 คืน และเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามผู้เกี่ยวข้องจึงมีนโยบายให้การจัดงานปลอดจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ บุหรี่” เพื่อให้คนที่มาร่วมทำบุญ หรือท่องเที่ยวเทศกาลได้รับความสุขทั้งทางกาย และทางใจกลับไปอย่างแท้จริง “การจัดงานสารทเดือนสิบ พื้นที่จัดงานทุกตารางนิ้วถือเป็นพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100% ปลอดบุหรี่ 100% เพราะฉะนั้นในช่วง 10 วันที่มีการจัดงานจึงมีการรณรงค์ห้ามดื่ม ห้ามสูบในพื้นที่อย่างเข้มข้น”

    นายวรวุฒิ ประสารพจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราชและผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุ นายวรวุฒิ เล่าว่า การรณรงค์ให้คนลด ละ เลิก เหล้า บุหรี่ ตลอดจนยาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญของทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผู้นำทุกระดับตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาคีเครือข่ายงดเหล้า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุน ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ก็ขานรับนโยบายและลงมือทำงานกันอย่างเข้มข้น เมื่อมีนโยบายชัดเจนในทางปฏิบัติ ทุกๆ ภาคส่วนก็เดินหน้ากันอย่างเต็มที่ โดยมีการขยายกิจกรรมต่างๆ ในงานชักพระอำเภอสิชล ก็ประกาศเป็นนโยบายงานบุญปลอดแอลกอฮอล์ 100% รวมถึงงานบุญชักพระในอีกหลายพื้นที่ที่เราไปร่วมรณรงค์สร้างกระแสกับเจ้าภาพ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอทุ่งสง อำเภอชะอวด และอำเภออื่นๆ

    สำหรับงานสารทเดือนสิบที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาดๆ นั้น ในช่วง ในช่วง 5 คืนแรกจะมีการรณรงค์ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รู้ว่าปลอดเหล้า บุหรี่ 100% ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดป่ายประกาศตามจุดต่างๆ การเดินเท้าแจกเอกสารสร้างความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์บนเวทีต่างๆ โดยทีมประชาคมกับเหล่ากาชาดร่วมกันรับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์เหล่านี้ จากนั้น พอคืนที่ 6 เป็นต้นไปก็จะเอาจริง มีชุดเคลื่อนที่ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง และเครือข่ายเยาวชนลงพื้นที่ตรวจ เตือน ตรวจจับ และปรับเงินกรณีละ 300 บาทสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน

    ทั้งนี้ นายวรวุฒิ บอกว่า ผลจากการทำงานพบว่าในส่วนของการปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นน่าพอใจมาก ตลอด 10 วันมีคนฝ่าฝืนจับปรับไป 1 ราย ซึ่งเป็นการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจากภายนอกงานแล้วนำมาดื่มในนี้ ส่วนผลการควบคุมไม่ให้สูบบุหรี่นั้นยังมีการจับปรับถึงคืนละ 20-30 ราย ถือว่ายังสูงอยู่ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และคนต่างถิ่นที่เพิ่งมาเที่ยวงาน แต่ภายในงาน ร้านรวงต่างๆ ที่มาออกร้านนั้นไม่มีการนำเอาสินค้าพวกนี้เข้ามาขายแต่อย่างใด “ถ้าให้ประเมินผลงานส่วนตัวคิดว่าน่าพอใจ แต่ทางคณะผู้จัดงานต้องมาหารือร่วมกันว่าจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้การจัดงานสารทเดือนสิบในปีถัดไป ให้ปลอดปัจจัยเสี่ยงให้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งส่วนตัวมองว่าสิ่งที่น่าจะปรับปรุงคือเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ป้ายโฆษณาต่างๆ จะต้องทำให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องของการสื่อสารการแจ้งคำเตือนและการปรับ”

    ด้าน นายพิสันต์ เพชราภรณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า เหล้า บุหรี่ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งผู้ดื่ม ผู้สูบและคนรอบข้างได้ ก่อโรคหลายๆ อย่าง ตลอดจนทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยตัวกระตุ้นให้เกิดการทะเลาะวาท และอุบัติเหตุได้ ดังนั้น สสจ. นครศรีธรรมราช จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายงดเหล้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุ่มสุดตัวในการรณรงค์ ป้องกัน ออกตรวจไม่ให้มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ภายในงานอย่างแข็งขัน ตลอด 10 วัน 10 คืน ที่ผ่านมา แม้ว่าบางช่วงอาจจะมีฝนตกลงมา ซึ่งทุกๆ คืนก็ยังพบว่ามีคนกระทำผิดเหมือนเดิม คือการสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ได้ส่งปรับตามกฎหมายคืนละประมาณ 20 ราย ที่เป็นเช่นนี้เพราะถึงแม้ภายในงานไม่มีการจำหน่ายแน่นอน แต่คนที่เข้ามา และสูบบุหรี่นั้นสามารถทำได้ง่าย แค่ไปแอบสูบตามรั้ว ตามที่ไกลๆ ไม่ค่อยพบกรณีเดินสูบทั่วงาน โดยคนที่ยังมีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่อยู่นั้น ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ก็จะตามตัวค่อนข้างจะยาก เพราะบุหรี่สูบแล้วทิ้งง่าย กว่าทีมจะเข้าไปถึงตัว เขาก็หนีไปแล้ว ดังนั้นคิดว่าการจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ก็ต้องอยู่ที่สำนึกส่วนตัวของคนด้วย เจ้าหน้าที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปหมดแล้ว จับจริง ปรับจริง ก็ยังมีคนฝ่าฝืน อย่างไรก็ตาม ถ้าประเมินตามจำนวนคนที่มาท่องเที่ยวคืนละหลายพันคน กับพื้นที่ในการจัดงานค่อนข้างกว้าง มีหลายเวที อาจจะค่อนข้างควบคุมยาก แต่ในจำนวนที่จับปรับได้ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ถือว่าไม่ได้มากเหมือนกับการจัดกิจกรรมเมื่อก่อน นายพิสันต์ ย้ำว่า กว่าจะทำให้มีงานหรือกิจกรรมต่างๆ ปลอดเหล้าได้ 100% นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องมีกระบวนการรณรงค์ ให้ความรู้ถึงพิษภัยของอบายมุข กันมานาน และสม่ำเสมอ โดยภาครัฐ ร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ทุกฝ่ายที่ต้องเห็นความสำคัญร่วมกัน และร่วมมือดำเนินการ แล้วใช้กิจกรรมงานบุญ ประเพณี หรือกิจกรรมต่างๆ ของคนในพื้นที่เป็นตัวกลางในการสื่อสาร ตั้งแต่ประเพณีสารทเดือนสิบ งานชักพระ ลอยกระทง และกิจกรรมอื่นๆ อย่างปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ก็ยังสามารถใช้เป็นกิจกรรมในการสื่อสารได้

    แน่นอนว่า งานสารทเดือนสิบครั้งนี้ ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สรรพสามิต ตำรวจ พนักงานควบคุมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยถอดบทเรียนกันดูว่ากิจกรรมต่อไปจะเอายังไงกันดี การรณรงค์ ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” และ “บุหรี่” เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก้าวทันกับยุคซีเชียลมีเดียที่ทำให้การสื่อสารง่ายเพียงปลายนิ้ว นั่นหมายความว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้สามารถเข้าถึงตัวเด็ก และเยาวชนได้ง่าย และเร็วมาก หากฝ่ายปฏิบัติงานแผ่ว หรือตามไม่ทัน จะมีลูกหลานตกเป็นเหยื่อของอบายมุขได้ง่าย และง่ายมากที่จะนำไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดที่รุนแรงกว่านี้ และเสี่ยงก็เกิดภัยสุขภาพ ภัยทางสังคมดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน ///////// ข้อมูลประกอบการทำบุญเดือนสิบชาวบ้านจะมีการจัดสำรับไปทำบุญที่วัดเรียกว่า “จัดหฺมฺรับ” โดยต้องมีขนม 5 อย่างเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ คือ 1.ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพสำหรับผู้ล่วงลับใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ 2.ขนมลา แทนเครื่องนุ่งห่มแพรพรรณ 3.ขนมกง หรือ ขนมไข่ปลา แทนเครื่องประดับ 4.ขนมดีซำ แทนเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย 5.ขนมบ้า แทนสะบ้าใช้เล่นในงานเทศกาลสงกรานต์ ส่วนขนมชนิดที่ 6 ซึ่งคนเฒ่าคนแก่บางคนบอกว่าจำเป็นต้องมีคือ ขนมลาลอยมัน ใช้แทนฟูกหมอน.

  • เมืองคอนเจ้าภาพเครือข่ายงดเหล้ารวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ -สู่ทศวรรษที่ 3 ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยลดปัจจัยเสี่ยง

    เมืองคอนเจ้าภาพเครือข่ายงดเหล้ารวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ -สู่ทศวรรษที่ 3 ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยลดปัจจัยเสี่ยง

     สสส.หนุน เครือข่ายงดเหล้า รวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยร่วมเสริมสร้างสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าเบียร์ต่อเด็กเยาวชนและสังคมอย่างยั่งยืน หวังส่งต่อเจตนารมย์ในทศวรรษที่ 3 ในกระแสเปิดเสรีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

                   (18 ส.ค.) ที่ห้องบงกชรัตน์ โรงแรมทวินโลตัส ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้จัดประชุมในวาระครบรอบ 19 ปี เครือข่ายงดเหล้า ตอน “ร้อยปี ร้อยเครือข่ายคน 3 วัย สร้างสุข สู่ทศวรรษที่ 3”  โดยมีนายสมพงศ์  มากมณี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานกล่าวต้อนรับ โดยมีผู้แทนประชาคมเครือข่ายงดเหล้า 77 จังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม จำนวน 350 คน เข้าร่วมกิจกรรม  ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2565

                   โดยมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์โลกกับทิศทางการทำงานงดเหล้า จากผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ นายศรีสุวรรณ ควรขจร ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานรณรงค์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และ MR. LARS JOHAN LENNART BENGTSSON ผู้ประสานงาน จากองค์กร IOGT NTO Movement ประเทศสวีเดน เป็นทิศทางนำการทำงานงดเหล้า ก้าวสู่ ทศวรรษที่ 3 ใน 10 ปีต่อไปพร้อมกันนี้ได้ร่วมกล่าวปฏิญญาภาคีงดเหล้าร่วมกัน พร้อมมุ่งในในการร่วมกันรณรงค์เลิกเหล้าแลและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพเพื่อส่งใต่อให้กับลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป

    นายสมพงษ์  มากมณี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดนครศรีธรรมราชตามผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีความชุกผู้ดื่มแอลกอฮออล์ ร้อยละ 21.4 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศ ร้อยละ 28 ด้วยความเป็น จังหวัดใหญ่มี 23 อำเภอ มี 12 สถาบันอุดมศึกษา 11 อาชีวะศึกษา ล้วนแต่เป็น กลุ่มเป้าหมายเสี่ยงต่อการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเป็นประตูนำไปสู่การใช้สารเสพติดอื่นๆ  ส่วนในด้านการแก้ไขปัญหา มีการดำเนินการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เพื่อสร้างกระแสและประชาสัมพันธ์ผ่านงานต่างๆ อาทิ งานสารทเดือนสิบปลอดเหล้า มีการประกาศนโยบาย พร้อมจัดตั้ง ชุดปฎิบัติการณ์ควบคุมปัจจัยเสี่ยง สามารถลดผลกระทบ การทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งไม่พบการขายและโฆษณา เป็นแบบอย่างของการจัดงานที่ปลอดภัยปลอดเหล้า มีการพัฒนาต้นแบบการจัดงานงดเหล้าเข้าพรรษาแบบสร้างสรรค์ โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นลักษณะ คาเฟ่แคมป์ “มานคร นอนวัด” และกิจกรรมต่าง ๆ ชุมชนคนสู้เหล้าต้นแบบ 6 ชุมชนที่ทำงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง การมอบรางวัล ร้อยครูดีไม่มีอบายมุขตั้งแต่ ปี 2558 จวบจนปัจจุบัน

    ทางด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์  ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยจากการรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อเทียบกับ 20 ปีที่ผ่านมา มีแนวแนวลดลงเล็กน้อย โดยในปี 2550 มีความชุกผู้ดื่มในอายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 30 เทียบกับผลสำรวจล่าสุดในปี 2564 มีความชุก ร้อยละ 28 ซึ่งแนวโน้นที่ลดลงเล็กน้อยนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการขับเคลื่อนรณรงค์ของเครือข่ายงดเหล้าผ่านโครงการรณรงค์ต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ประกอบกับที่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ทำให้การทำการตลาดของภาคธุรกิจทำได้ยาก อีกทั้งมีหน่วยงานต่าง ๆมาร่วมกันเห็นปัญหาผลกระทบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ในโลกหมุนเร็ว จากเทคโนโลยี วิธีชีวิตผู้คน ช่องว่างระหว่างวัย คุณค่าความหมายของแต่ละวัย ทำให้สังคมยุคสมัยนี้ ไม่เหมือนกับ 19 ปีก่อน แม้ว่าเครือข่ายฯ จะมีฐานการทำงานที่เข้มแข็ง มีสมาชิกทั่วประทศ เปรียบกับเป็นรากที่แข็งแรงยึดมั่นกิ่งก้านที่แผ่ขยายไป เราจะต้องเรียนรู้สภาพสังคมใหม่ที่เปลี่ยนแปลงนี้ ดินแดนใหม่ที่เราขยายระบบนิเวศออกไป สังคมที่เปลี่ยนแปลงหรือของผู้คนต่างวัย รวมทั้ง เทคโนโลยีเรียกร้องพวกเราให้ปรับตัว และเชื่อว่าบทเรียนของ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่แกร่งกล้าเติบโต แต่เรายืดหยุ่น อ่อนไหวและรับรู้ความเปลี่ยนแปลงและก็ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆได้  จึงฝากสมาชิกเครือข่ายทั้ง 3 วัยที่มาช่วยขยายงานเครือข่ายงดเหล้า  รอร่วมชื่นชมวันที่ต้นไม้ต้นนี้ ป่าผืนนี้ ระบบนิเวศแห่งนี้ จะแพร่ขยายและก็สร้างประโยชน์ ให้กับประเทศต่อไป

    ส่วนนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า ในทศวรรษที่ 3 ของเครือข่ายงดเหล้า เราเน้นการเสริมพลังจากปัจจัยภายใน ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพทีมงาน 3 วัย โดยให้โอกาสน้องๆเยาวชนนักรณรงค์รุ่นใหม่ได้มาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนมากขึ้น  การสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยใช้พื้นที่ระดับอำเภอเป็นตัวตั้ง การใช้ข้อมูลและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปรับสภาพแวดล้อมให้ลดแรงจูงใจในการดื่มเหล้าเบียร์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งในด้านการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และการชวน ช่วย เชียร์นักดื่มหน้าเก่า โดยเครือข่ายงดเหล้าขอเป็นหนึ่งพลังในการปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ ที่ผ่านการรับรองจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวเน้นการควบคุมการตลาดของภาคธุรกิจ การลดโอกาสการเข้าถึงของเด็กเยาวชน การเพิ่มภาษีเพิ่มราคาให้เทียบเท่ากับอัตราเงินเฟ้อ การปรับเปลี่ยนค่านิยมในสังคมที่เน้นความปลอดภัยโดยลดความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์ในงานหรือพื้นที่สาธารณะ

    ที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้า ได้ทำให้เกิดมิติใหม่ของการจัดงานประเพณีเทศกาลที่ปลอดเหล้าปลอดภัย เช่น งานสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นงานใหญ่10วัน10คืน ซึ่งมีการขายการดื่มแอลกอฮอล์เกิดความเสี่ยงปัญหาต่างๆ จนเมื่อมีความร่วมมือรณรงค์อย่างต่อเนื่องโดยการผลักดันของประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราชทำให้เกิดเป็นต้นแบบงานประเพณีที่ปลอดภัยของจังหวัด เช่นเดียวกับงานกาชาดทั่วประเทศ และงานประเพณีเทศกาลต่างๆ ทั้งนี้ หลังจากมาตรการผ่อนคลายการจัดงานประเพณีเทศกาลจากโควิด ตอนนี้ในพื้นที่จังหวัดต่างๆเริ่มมีการจัดงานแล้ว ทางเครือข่ายฯ จะเน้นย้ำให้เจ้าภาพผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งทางเครือข่ายมีความเป็นห่วงในช่วงเวลาจากนี้ไปจนออกพรรษา ฤดูการท่องเที่ยวปลายปีจะมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงต้องขอร้องให้ผู้ประกอบการรายใหญ่พึงเห็นแก่ส่วนรวม รับผิดชอบต่อสังคมและเคารพกฎหมายอย่างจริงจัง

    นายธีระ กล่าวอีกว่า ในการรณรงค์สร้างค่านิยมที่จะไม่ดื่มและลดละเลิกการดื่ม เป็นการดำเนินงานในกลุ่มเป้าหมายเด็กเยาวชน และกลุ่มในชุมชนและสถานประกอบการ ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายมีโครงการชุมชนคนสู้เหล้าเป็นต้นแบบอยู่ทุกจังหวัด มีนายอำเภอนักรณรงค์ มีชมรมคนเลิกเหล้าหัวใจเพชรที่มีสมาชิกกว่า 5พันคน ทั่วประเทศ และมีแกนนำเยาวชน YSDN ใน 45 จังหวัดที่เข้มแข็ง โดยในช่วงเข้าพรรษานี้ เครือข่ายฯ ได้รณรงค์กับชุมชน 1,048 แห่ง อำเภอรณรงค์ 158 แห่ง ที่จะใช้กระบวนการชวน ช่วย เชียร์ให้ลดละเลิก ซึ่งมีผู้ที่ร่วมในโครงการกว่าหนึ่งมื่นคนที่เครือข่ายได้ติดตามในระหว่างพรรษานี้ ส่วนในด้านการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ โดยให้ครูเป็นพลังบวกเสริมพลังนักเรียนตามโครงการโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ร่วมกับ สพฐ. และโครงการปลูกพลังบวกหนูน้อยใจเข้มแข็งในกลุ่มเด็กปฐมวัย รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในงานประเพณีในครัวเรือน ได้แก่ งานศพ งานบวช งานแต่งงาน หรือ งานประเพณีในชุมชน ได้แก่ งานบุญข้าวจี่ งานแซนโณตา งานปอย งานแห่ไม้ค้ำ ซึ่งอาศัยพลังความเข้มแข็งของมาตรการชุมชน

    “ความท้าทายในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ คือการสร้างพลังความเข้มแข็งจากภายใน การมีสมาชิกคนเลิกเหล้าและเยาวชนนักรณรงค์ที่กว้างขวางครอบคลุมอยู่ทุกแห่ง การส่งต่อเจตนารมณ์ปยังคนรุ่นใหม่ที่จะสานต่อ จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายในท่ามกลางกระแสการเปิดเสรีสุรา เสรีกัญชา กระท่อม ซึ่งความห่วงใยเรื่องผลกระทบต่อสังคมเป็นความห่วงใยที่สังคมตอบรับและไม่อยากให้เกิดเป็นปัญหาและค่อยมาแก้ไขภายหลัง ดังนั้น การมาประชุมรวมตัวกันครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังเพื่อกลับไปร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกหลานและครอบครัวของเรา”

    สำหรับการจัดประชุมใหญ่ ครบรอบ 19 ปี ตอน “ร้อยปี ร้อยเครือข่ายคน 3 วัย สร้างสุข สู่ทศวรรษที่ 3”  ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ และเติมพลังใจให้กับพี่น้องเครือข่ายงดเหล้าที่ทำงานทั่วประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความคิด ปัญหา อุปสรรค และเสริมพลังด้วยข้อมูลวิชาการ ยกระดับการทำงานให้เท่าทันเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายงดเหล้า เพื่อส่งต่อสู่เยาวชน เสริมพลังเครือข่ายให้มีความต่อเนื่องยั่งยืน สู่อนาคต  ภายในกิจกรรมมีการแสดงรำมโนราห์ เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น โชว์อัตลักษณ์ของภาคใต้ โดยการนี้จะมีการว่าบทโนราห์ เพื่อสื่อสาร บริบทพื้นที่ และเป็นการแสดงเพื่อส่งต่อการจัดงานครบรอบ 21 ปี ใน พ.ศ.2567 ในเขตจังหวัดของภาคอีสานตอนล่าง เป็นครั้งต่อไป.

  • นิทานลูกหมู ชวนพ่อ-แม่เลิกเหล้ากับเด็กอนุบาล พื้นที่ชุมชนขับเคลื่อนงานลดอุบัติเหตุ

    นิทานลูกหมู ชวนพ่อ-แม่เลิกเหล้ากับเด็กอนุบาล พื้นที่ชุมชนขับเคลื่อนงานลดอุบัติเหตุ

    วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับแผนงานศูนย์พัฒนาเด็กเลิกขับขี่ปลอดภัยภาคใต้ จัดกิจกรรมเล่านิทานลูกหมู 3 ตัวกับหมาป่าขี้เมา ให้กับเด็กอนุบาลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองใหญ่ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเล่านิทาน และชวนพ่อ-แม่เด็ก งดเหล้าเข้าพรรษา หยอดกระปุกออมสินเปลี่ยนเงินซื้อเหล้าเป็นเงินเก็บ ไว้ซื้อขนมให้ลูกสร้างความสนุกสนานให้เด็กๆ


    ครู ศศิธร บุญวิสูตร กล่าวว่า การเล่านิทานเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ชื่นชอบ การเล่านิทาน และมอบของ เป็นการสื่อสารต่อให้ครอบครัวเลิกเหล้าจะดีมาก เพราะเด็กอนุบาลมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของครอบครัว ดังนี้ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองใหญ่ใช้กิจกรรมแบบนี้เพื่อให้ผู้ปกครองใส่หมวกกันน็อก และป้องกันอุบัติเหตุอย่างอื่น จึงต้องขอบคุณทางเครือข่าย สสส.ที่เห็นความสำคัญ และสร้างสังคมให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ