Tag: ภาคใต้ตอนบน

  • สคล.ใต้บน บูรณาการความร่วมมือภาคี พัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนพังงาแห่งความสุข

    สคล.ใต้บน บูรณาการความร่วมมือภาคี พัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนพังงาแห่งความสุข

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้บน) บูรณาการความร่วมมือกับภาคีสุขภาพ จัดพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ สู่นักจัดการระบบสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนพังงาแห่งความสุข

         เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2566 ณ รีสอร์ทประชารัฐ ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน จับมือสมาคมประชาสังคมพังงาแห่งความสุข สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ พัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวน 40 คน จากกลุ่มจังหวัดอันดามัน คือ จังหวัดพังงา จังหวัดตรัง และจังหวัดระนอง โดยในกระบวนการพัฒนาศักยภาพได้มีการส่งเสริมให้เกิดทักษะต่างๆ เช่น การทำงานเป็นทีม การกำหนดเป้าหมายในชีวิต เป้าหมายทางสังคม และการกำหนดระบบที่จะไปส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการจัดการระบบสุขภาพ ทั้งการสร้างปัจจัยเสริมสุขภาพ และการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด เป็นต้น และการจัดให้มีการทำแผนงานด้านการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อให้กลับไปดำเนินการในชุมชนต่อไป
         ด้านนายกันตณัช รัตนวิก ผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพเยาวชน-คนรุ่นใหม่ ถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ซึ่งมีความมุ่งหวังว่า กลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ จะเป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์ สร้างความเข้าใจในพิษภัยของแอลกอฮอล์ และกลุ่มเยาวชน-คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้จะกลับไปเป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างสุขภาพที่ดีให้ประชาชนในชุมชนต่อไป
          โดยในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน-คนรุ่นใหม่ ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือกันของ 3 องค์กร คือ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน สมาคมประชาสังคมพังงาแห่งความสุข และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ ซึ่งต่างก็เห็นตรงกันว่าเยาวชนและคนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านทักษะและความรู้ เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเกิดการดำเนินงานที่มีการถ่ายทอดจากรุ่นใหญ่สู่รุ่นใหม่ โดยทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน จะให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชน-คนรุ่นใหม่ในลักษณะนี้ร่วมกับภาคีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องต่อไป
  • เครือข่ายงดเหล้าร่วมกับภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์

    เครือข่ายงดเหล้าร่วมกับภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์

    เครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับ ภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์ (ประเด็นต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เราจะข้ามผ่านสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อเดินทางก้าวข้ามปัญหา” ของกลุ่มนักศึกษา มรส. – มอ.สฎ. และ ม.หาดใหญ่ เมื่อ 20 ส.ค.66)

          วันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2566 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในที่ประชุม หารือความร่วมมือ ภายใต้วาระสุขภาพจิต  คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วม อาทิ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี อบต.คลองฉนาก โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 ศูนย์สุขภาพจิตวัยรุ่นภาคใต้ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขับขี่ปลอดภัยภาคใต้ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กลุ่มลานละมุน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) และคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขตพื้นที่ 11
          ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานด้านสาธารณสุข นำเสนอสถานการณ์ปัญหาการฆ่าตัวตาย และสุขภาพจิต ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยกระตุ้น ปัจจัยปกป้อง การเฝ้าระวังป้องกัน (ด่านกั้น) ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย
          ที่ประชุมเห็นชอบ 3 แนวทาง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา 1.ขอให้ทุกหน่วยสื่อสารข้อมูล ความรู้เชิงบวก เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตาย 2.ด้านสถานที่ สนับสนุนให้เกิดกิจกรรม สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ใต้สะพานศรีสุราษฎร์ทั้งสองฝั่ง ติดกล้องวงจรปิดที่ใช้การได้เฝ้าระวังเหตุ รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ปลอดเหล้าและสารเสพติดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเปลี่ยนค่านิยมบริเวณสะพานศรีสุราษฎร์  3.ขอให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนงานด้านการรักษา ที่เป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานสาธารณสุข ช่วยทำความเข้าใจสังคมให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับความเจ็บป่วยทางกาย
    
  • ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราชรวมตัวขับเคลื่อนงานฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราชรวมตัวขับเคลื่อนงานฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 6 ศูนย์ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชรวมตัวแลกเปลี่ยน เรียนรู้ กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ในช่วงงดเหล้าเข้าพรรษา

            เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 เวลา 15.00 น. ศูนย์ควบคุมป้องกันสารเสพติดและปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราช (คปส.นศ) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 6 ศูนย์การเรียนรู้ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งติดตามชุมชนบุคคลต้นแบบ และให้กำลังใจคณะทำงานชุมชน ณ ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 70 คน
           ด้านนายวรวุฒิ ประสานพจน์ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า    การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ทิศทางในการขับเคลื่อนงานงดเหล้าในชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง จัดการตนเองได้ ลดความเสี่ยง และผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละชุมชนต่อไป  
            อีกทั้งยังมีการสนับสนุนและช่วยเหลือเชิงเครือข่ายจากศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 6 ศูนย์การเรียนรู้ของนครศรีธรรมราช ในการหนุนเสริมซื้อมังคุดจากคนหัวใจเพชร ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จำนวน 500 กิโล ภายใต้สถานการณ์ราคามังคุดตกต่ำ และมีการสนับสนุนน้ำพริกมะขามจากศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงชุมชนบ้านทวดทองให้กับผู้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้อีกด้วย
  • อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    นายอำเภอละอุ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้น 17 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง

    ภายใต้สถานการณ์ ณ ปัจจุบัญ ปัญหาด้านเด็ก-เยาวชนที่เกิดจากเหล้า-บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงใหม่ เช่น น้ำกระท่อม 4 x 100 และกัญชา รวมถึงยาเสพติดทุกประเภท ส่งผลให้หลายหน่วยงานในจังหวัดระนอง มีมาตรการป้อมปรามและป้องกันแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นปัญหาที่ยิ่งทวีความรุนแรง และส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาสังคมในอนาคต ทั้งนี้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง เป็นอำเภอนำร่องด้านการรณรงค์งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยง ภายใต้การดำเนินงานและประสานงานโดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง โดยได้ประกาศธรรมนูญชุมชน งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ตำบลบางแก้วภายใต้การหนุนเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีทำการสุ่มสำรวจพฤติกรรมเด็ก-เยาวชนอายุ 13 – 15 ปี ในอำเภอละอุ่น พบว่า เด็ก-เยาวชนเพศชายช่วงอายุดังกล่าวเคยสูบบุหรี่ 43% เคยสูบกัญชา 31% ดื่มน้ำกระท่อม 26% เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 3 เดือน 45% และดื่มถี่ทุกสัปดาห์ 3% ส่วนเพศหญิง พบว่า มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่มวลถึง 75% ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางชุมชนและทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน สร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาชนมีความเท่าทัน และลดความเสี่ยงต่อการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

    ในวันที่ 1 กันยายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลละอุ่น อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง มีการจัดกิจกรรมเพื่อทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ภายใต้องค์กรหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้ง 17 องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้:

    1. นายอำเภอละอุ่น
    2. สถานีตำรวจภูธรอำเภอละอุ่น
    3. สถานีตำรวจภูธรตำบลบางแก้ว
    4. ผู้อำนวยการโรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร
    5. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว
    6. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระเหนือ
    7. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละอุ่นเหนือ
    8. นายกเทศมนตรีตำบลละอุ่น
    9. ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอละอุ่น
    10. หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจ ต.ช.ด. ที่ 4105
    11. สาธารณสุขอำเภอละอุ่น
    12. เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง
    13. ผู้ใหญ่บ้านปากแพรก หมู่ 5 ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    14. ผู้ใหญ่บ้านพรุตาโรย หมู่ 5 ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    15. ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง
    16. สมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง
    17. ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งตาพลวิทยา

    ข้อตกลงความร่วมมือนี้เป็นการรวมพลังของหลายหน่วยงานและคนในชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ดังนี้:

    1. องค์กรด้านสถานศึกษาจะมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการเท่าทันในการป้องกันเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงโดยใช้หลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิชาและกิจกรรมนักเรียน เพื่อสร้างการเข้าใจและการรับรู้ที่ถูกต้องในเรื่องนี้
    2. ร้านค้าและร้านอาหารจะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงเหล้า-บุหรี่ของเด็ก-เยาวชน โดยจะยึดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และติดป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการขายเหล้า-บุหรี่ให้กับเด็ก-เยาวชน
    3. การร่วมกันเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้เป็นสถานที่ปลอดภัย เช่น การติดป้ายประชาสัมพันธ์หรือการติดไฟส่องสว่างที่จุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มความตระหนักในประชาชน
    4. การร่วมกันเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก-เยาวชนและสังคม โดยการติดตามและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
    5. การสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนแสดงความสามารถและพัฒนาทักษะทางด้านต่าง ๆ โดยการสืบสานรากเหง้าภูมิปัญญาและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาวอำเภอละอุ่น

    ดังนั้นทางองค์กรหน่วยงานจึงร่วมมือกันเพื่อปกป้องลูกหลานให้มีศักยภาพ และปลอดภัย รวมถึงเท่าทันปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ เพื่อยกระดับ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ให้เป็นอำเภอน่าอยู่/ปลอดภัยและมีสุขต่อไป

  • เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ และภาคประชาสังคมรวมตัวจัดกิจกรรมไว้อาลัยการฆ่าตัวตายบนสะพานศรีสุราษฎร์ หลังพบมีความเสี่ยงที่ประชาชนจะใช้สะพานฆ่าตัวตัวตายมากขึ้น   เศร้าปีที่ผ่านมาในจังหวัดมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว 15 ราย  สุรา-ยาเสพติด เป็นปัจจัยกระตุ้น เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติ ซึมเศร้า โรคจิตเวช  รวมทั้งปัญหาหนี้สินและปัญหาความสัมพันธ์  พร้อมยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา

          วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ที่บริเวณใต้สะพานศรีสุราษฎร์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นักศึกษาจากโครงการค่ายอาสาพัฒนาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชุมชนท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กลุ่มประมงพื้นที่บ้านเพื่อการอนุรักษ์บึงขุนทะเล ชุมชนสันติพัฒนา เครือข่ายเยาวชน South Youth Ranger และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) กว่า 100 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ "เราจะข้ามผ่านสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อเดินทางก้าวข้ามปัญหา” หลังพบข้อมูลความเสี่ยงมีผู้ใช้สะพานนี้กระโดดน้ำฆ่าตัวตายมากขึ้น  ภายในงานมีการแสดงกิจกรรมละครเชิงสัญลักษณ์ กิจกรรมไว้อาลัยต่อผู้จากไป ตัวแทนเยาวชนอ่านแถลงการณ์ และยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัด โดยมีประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เขตพื้นที่ 11 ตำรวจน้ำ อาสากู้ภัย ผู้นำท้องถิ่น   
    นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า ทั่วโลกมีคนมากกว่า 7 แสนคนฆ่าตัวตายสำเร็จ โดยเฉลี่ยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในทุก 40 วินาทีสำหรับประเทศไทยอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 - 2563 สูงขึ้นทุกปีโดยตัวเลขล่าสุด ประเทศไทยมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 4,800 คนต่อปี ด้านข้อมูลจากคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจิตเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พบว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 2 สิงหาคม 2566 ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 15 ราย คิดเป็นอัตรา 7.90 ต่อประชากรแสนคน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ จำนวนมากถึง 71 ราย โดยมีสาเหตุสำคัญจากโรคซึมเศร้าร้อยละ 30 โรคจิตเวชร้อยละ 10  และส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบขาดสติหุนหันพลันแล่น โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ที่มีการใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วม 
        “จากการติดตามวิเคราะห์ข้อมูลและสังเกตการฆ่าตัวตายในคนไทยพบว่า การฆ่าตัวตายในบุคคลแต่ละครั้ง จะเกิดขึ้นเมื่อมีครบ 5 เงื่อนไขสําคัญ ได้แก่ 1.บุคคลนั้นต้องมีปัจจัยเสี่ยงที่โน้มนําให้ฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไป ประกอบด้วย การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ป่วยด้วยโรคจิตเวช ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองและติดสารเสพติด 2.มีสิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยกระตุ้นให้คิดและกระทําการฆ่าตัวตาย เช่น  ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และปัญหาเศรษฐกิจ 3.เข้าถึงวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ที่ใช้ฆ่าตัวตายได้ง่ายหรือด่านกั้นล้มเหลว 4.การเฝ้าระวังป้องกันล้มเหลว และ 5.บุคคลนั้นมีปัจจัยปกป้องที่อ่อนแอ  ดังนั้นการป้องกันหรือทำให้การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งเรื่องเหล้า ยาเสพติดซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญของปัญหานี้  การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน  รวมไปถึงการป้องกันในเชิงกายภาพเช่นแผงกั้น  มีกล้องวงจรปิด  การมีส่วนร่วมเฝ้าระวังจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ”
     ด้านนางสาวขนิษฐา จินุพงศ์ แกนนำกลุ่มลานเยาวชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าสะพานศรีสุราษฎร์เป็นพื้นที่เสี่ยงเชิงสัญลักษณ์ในการใช้หนีปัญหา จนมีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเพื่อเปลี่ยนมุมมองสะพานศรีสุราษฎร์ในการก้าวข้ามปัญหาและใช้เดินทางสัญจร ข้ามผ่านแม่น้ำตาปี ดั่งปณิธานเดิมของสะพานที่สูงและสวยที่สุดในภาคใต้  จึงเป็นเรื่องสำคัญ  ในวันนี้เราจึงมีข้อเสนอต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
         “พวกเรากลุ่มเยาวชน นักศึกษา ประชาชาชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และภาคีเครือข่าย ทราบดีว่าสภาพปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาภายในครอบครัว  การเป็นผู้ติดสุราและยาเสพติดนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า เป็นผู้ป่วยจิตเวช  สร้างผลกระทบสร้างความทุกข์ใจให้ทุกคนไม่น้อยไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่  ในกลุ่มเยาวชนนักเรียนนักศึกษาก็มีปัญหาทางสุขภาพจิตด้วยเช่นเดียวกัน   เราไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียกับใครอีก  สะพานแห่งนี้ต้องไม่ใช่ที่จบชีวิตของผู้ที่ทนทุกข์  ในวันนี้เราจึงไว้อาลัยต่อการจากไปของทุกชีวิตที่ต้องเสียไป ณ ที่แห่งนี้ และมีข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปดังนี้ คือ 1.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงสร้างแผงกันบนขอบสะพาน  ติดตั้งกล้องวงจรปิด และตั้งจุดเฝ้าระวัง พร้อมให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจการตลอดเวลา 2.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อำเภอ ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้คนโดยเพิ่มศูนย์บริการสำหรับดูแลสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง ให้มีระบบการคัดกรองความเสี่ยง และส่งต่อหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.ขอให้ทุกคนในสังคมเป็นพลังบวกซึ่งกันและกัน และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี  มีส่วนรว่มในการเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุ” 
  • เริ่มต้น “งดเหล้าเข้าพรรษา” เพื่อสุขภาพ และ คนที่คุณรัก

    เริ่มต้น “งดเหล้าเข้าพรรษา” เพื่อสุขภาพ และ คนที่คุณรัก

        เนื่องด้วย "วันเข้าพรรษา" เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการทำบุญ รักษาศีล เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง ซึ่งในปีนี้ วันเข้าพรรษา ตรงกับวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมประชาคมงดเหล้าจังหวัด ชมรมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน/อสม. สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน  ร่วมรณรงค์/เชิญชวน "งดเหล้าพรรษา" เป็นระยะเวลา 3 เดือน ภายใต้แคมเปญ "ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า"
        โดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ได้มีการดำเนินกิจกรรม "งดเหล้าเข้าพรรษา" มาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งปีทางชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงทั้ง 26 ชุมชน และประชาคมงดเหล้า 7 จังหวัด ได้จับมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นทั้งภาครัฐและเอกชน ในการร่วมรณรงค์ เชิญชวน ประชาชนในพื้นที่ทุกเพศทุกวัย ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา โดยแคมเปญในปีนี้มุ่งเน้นความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพ สร้างความอบอุ่นในครอบครัว และยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และคนในครอบครัว  และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตั้งใจทำความดี ลด ละ เลิกอบายมุข อย่างเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเริ่มจากลดปริมาณการดื่มให้น้อยลง งดดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนในทุกปี หรืองดตลอดชีวิต