Tag: สคล

  • จังหวัดตรัง เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567

    จังหวัดตรัง เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567


    จังหวัดตรัง เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 โดย นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดศูนย์ฯ พร้อมปล่อยขบวนรถรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมี นายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567

    ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุทางถนนนับเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมากที่สุดโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยจากสถิติรถจักรยานยนต์จะเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดประมาณร้อยละ 81 อันมีผลทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ที่จะถึงนี้ จังหวัดตรังมีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้กำหนดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการจัดตั้งจุดตรวจบูรณาการร่วมฯ การจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ตลอดจนร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หัวข้อหลักในการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2567

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง นำโดย คุณไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง คุณณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ เจ้าหน้าที่ สคล.ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมด้วยคณะทำงานและกลุ่มสาวพักตับนาข้าวเสีย นำทีมโดย คุณพยอม หนูนุ่ม แกนนำสาวพักตับอำเภอนาโยง ร่วมเปิดศูนย์ถนนป้องกันอุบัติเหตุกับหน่วยงานส่วนราชการและภาคเอกชนของจังหวัดตรังในช่วงเจ็ดวันอันตรายวันสงกรานต์

    อีกทั้งยังร่วมกิจกรรมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนค่าอาหารและอาหารว่างแก่จุดตรวจในอำเภอปะเหลียน จำนวน 3 จุด ได้แก่ จุดตรวจตำบลทุ่งยาว จุดตรวจตำบลปะเหลียน และ จุดตรวจตำบลบ้านนา ช่วยเหลือ แบ่งปัน เพื่อสร้างสรรค์ให้เทศกาลปลอดอุบัติเหตุ ขับขี่ปลอดภัย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง / ปิยะนุช สุตตะโท

  • ภูเก็ต ประสานความร่วมมือหน่วยงาน รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567

    ภูเก็ต ประสานความร่วมมือหน่วยงาน รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567

    วันที่ 11 เมษายน 2567 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ เครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต (ปภ.ภูเก็ต) และ เครือข่ายสตรีจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมรณรงค์ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และ เมาไม่ขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ บริเวณสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความตระหนักในการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมาไม่ขับ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือความรุนแรงอื่นๆ โดยมีนายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

    นางสาวสุธาวัลย์ วนะกรรม ประชาคมงดเหล้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถิติการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตราย (11-17 เมษายน 2566) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 ที่ผ่านมา มีการเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งประเทศ 2,203 ครั้ง ซึ่งมีสาเเหตุมาจากการดื่มแล้วขับ 23.97% ทางประชาคมเหล้าจ.ภูเก็ตและภาคีเครือข่ายชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนงานป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะในชุมชน จึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา เพื่อสร้างกลไกงานพัฒนาศักยภาพกลไกควบคุมและป้องกันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักตื่นตัวในสังคมเกี่ยวกับปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากสุรา เสริมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่ขับรถขณะเมาสุรา และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการรณรงค์ให้เกิดการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตที่จะเกิดขึ้นช่วงเทศการสงกรานต์ ปี 2567 นี้

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • จับมือ เชื่อมแผนงานขับเคลื่อนการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดระนอง

    จับมือ เชื่อมแผนงานขับเคลื่อนการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดระนอง

    เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดหวัดระนอง จัดประชุมเชื่อมแผนงานขับเคลื่อนงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช (สคร.11) ณ TO BE NUMBER ONE สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง

    โดยมีการนำเสนอแผนการทำงานของสารธาณสุขจังหวัดระนอง 5 มาตรการ และแผนการทำงานของประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ที่จะดำเนินการขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 2567-2568 เพื่อหาข้อเสนอและบูรณาการร่วมในการขับเคลื่อนงานภายในจังหวัดระนอง เพื่อยกระดับการดำเนินงานป้องกันและรับมือสถานการณ์ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 6 ประเด็น ดังนี้
    1.การจัดเวทีประชุมเชื่อมกลไกการทำงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
    2.พัฒนาศักยภาพครู 5 อำเภอ ของจังหวัดระนอง เพื่อต่อยอดการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนในการป้องกันนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่
    3.บรูณาการงานชุมชน 3+1 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    4.ผลักดันอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ให้กลายเป็นโมเดลในการขับเคลื่อนงานทั้งอำเภอ ภายใต้การบูรณาการเครื่องมือการทำงานของสาธารณสุขและประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง
    5.อบรมผู้ประกอบการ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    6.ลงพื้นที่หนุมเสริมการทำงานในการสร้างการรับรู้และตรวจเตือนของทีมขับเคลื่อนงานภายในจังหวัดระนองร่วมกับสคร.11 และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ในงานบุญประเพณีของจังหวัดระนอง

    นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มีการประชุมภายในจังหวัดระหว่างหน่วยงานเป็นระยะ ในการติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการทำงานต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใต้การทำงานร่วมระหว่างสธารณสุขจังหวัดและประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ชุมพร ประชุมหารือเชื่อมแผนบรูณาการงานขับเคลื่อนงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ชุมพร ประชุมหารือเชื่อมแผนบรูณาการงานขับเคลื่อนงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดหวัดชุมพร จัดประชุมหารือเชื่อมแผนบรูณาการงานขับเคลื่อนงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช (สคร.11) ณ ห้องประชุมช่อมะเดื่อ ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอแผนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อหาข้อเสนอร่วมและบูรณาการร่วมในการขับเคลื่อนงานภายในจังหวัดชุมพร ซึ่งมีข้อเสนอบทบาทภารกิจร่วมในการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ชัดเจน มุ่งแสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ใน 3 เรื่อง คือ

    1.การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายขวางถนน เพื่อสร้างการรับรู้จากการใช้รถใช้ถนน โดยประสานความร่วมมือร่วมกันระหว่างแขวงทางหลวงจังหวัดชุมพร สาธารณสุขจังหวัดชุมพร งานอุบัติเหตุบนท้องถนน และประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร

    2.พัฒนาศักยภาพครู เสริมเกราะ สร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    3.บรูณาการงานชุมชน 5+1 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ESAN STOP DRINK COVERDANCE & MUSIC AWARDS 2024 @Khon Kaen

    ESAN STOP DRINK COVERDANCE & MUSIC AWARDS 2024 @Khon Kaen

    เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 เวลา 09:00 น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือขายองค์กรงดเหล้า(สคล.) โดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จึงได้ร่วมกับ ศูนย์เยาวชนและครอบครัวเทศบาลนครขอนแก่น จัดการออดิชั่น “ESAN STOP DRINK COVERDANCE & MUSIC AWARDS 2024 @Khon Kaen” รอบ Final ณ ศูนย์เยาวชนและครอบครัวเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    โดยมี นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นประธานในการกล่าวให้กำลังใจทีมที่เข้าร่วมการออดิชั่นในครั้งนี้ พร้อมแนะนำคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์เฉพาะด้านเป็นผู้พิจารณา ดังนี้


    ท่านที่ 1.นาย สิวชล ศรีบุญเรือง (ปีแอร์) ที่มีประสบการณ์ทางด้านดนตรีมากว่า 20 ปี
    ท่านที่ 2.อาจารย์ชิดชนก อุปชิตกุล (ครูฝ้าย) จบสาขาดุริยางคศิลป์ เอกขับร้อง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขับร้อง และ เป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาศิลปินและบุคลิกภาพ Voice Academy by ครูฝ้าย
    ท่านที่ 3.นายพีระวัฒณ์ แสงดาว (ครูอ๊อด) ผู้จัดการสมาร์เทรนนิ่งขอนแก่น ที่ปรึกษาชมรม TO BE NUMBER ONE จ.ขอนแก่น เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการนำเสนอ สื่อประชาสัมพันธ์

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนด้วยการเต้น จังหวะ ดนตรี และการร้องเพลง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นการฝึกทักษะการเคลื่นไหวร่างกาย และก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ พัฒนาศักยภาพให้เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ เด็กและเยาวชน นอกจากนี้ยังได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจาก เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และปัจจัยเสี่ยง เพื่อคัดเลือกตัวแทนไปเล่นบนเวทีกิจกรรมของ สสส./เครือข่ายงดเหล้า ในถนนข้าวเหนียว ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2567 ตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 – 21.00 น. ส่วนที่ได้รับรางวัลวงดนตรียอดเยี่ยมจะได้สิทธิ์เล่นในช่วงเวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป ใกล้ไฮท์ไลท์การเล่นคลื่นมนุษย์ม่วนชื่นบ้านเฮา สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ ควบคู่กับการออกบูธ กิจกรรม ของเครือข่ายที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน และกิจกรรม เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยน้ำเมา
    โดย กิจกรรมออดิชั่นในครั้งนี้ มีทีมที่ได้รับรางวัล วงดนตรียอดเยี่ยม ถึง 3 วงด้วยกันได้แก่

    • วง GOD_FIXED
    • วง 7UP
    • วง P’REE AND FRIENDS
      และยังมีการมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิกที่ได้รับรางวัล นักร้อง/นักดนตรี ยอดเยี่ยมอีก
      รางวัลนักดนตรียอดเยี่ยม
    • นักดนตรี วง GOD_FIXED นายอโนชา มาเรือง,นายพีรวัส เหล่าจูม
    • นักดนตรี วง 7UP นายโมทย์ สิทธิสมวงศ์
      รางวัลนักร้องยอดเยี่ยม
    • นักร้องนำ วง 7UP นางสาวชนัญชิดา เหลาธรรม,นางสาววรัญญา วิเศษสุนทร
    • นักร้องนำ วง GOD_FIXED นายทักษพล โลแก้ว

    กิจกรรมในครั้งนี้ขอขอบพระคุณเครือข่าย

    1. เทศบาลนครขอนแก่น

    2.ศูนย์เยาวชนและครอบครัว เทศบาลนครขอนแก่น

    3.บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น

    4.ชมรม To be Number One เทศบาลนครขอนแก่น

    5.เครือข่ายเยาวชน YSDN จังหวัด ขอนแก่น

  • จัดงานบวชสร้างสุขเพียง 2 ปีครึ่ง ชาวพุทธประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ล้าน

    จัดงานบวชสร้างสุขเพียง 2 ปีครึ่ง ชาวพุทธประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ล้าน

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา ให้สติชาวพุทธหยุดทำลายศาสนา จัดงานบวชใช้เงินตั้งหลายแสน แถมเป็นหนี้ระยะยาว นั่นไม่ใช่พิธีปฏิบัติตามพระธรรมวินัย  ควรจัดงาน “บวชสร้างสุข ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด เรียบง่าย”

    เมื่อวันที่ 20-21  มีนาคม 2567 เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมผู้แทน 9 ภาค ได้สัมมนาถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข  ณ วัดห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และวัดลานแซะ อำเภอนาขยาด จังหวัดพัทลุง โดยได้มีการทบทวน ผลการดำเนินงานของแต่ละภาค และสะท้อนข้อมูลหลักการบวชในพระพุทธศาสนา, ผลการสำรวจสถานการณ์การจัดงานบวชของสังคมไทย, และการสังเคราะห์ลักษณะการจัดงานบวชของสังคมไทยในปัจจุบัน โดยสรุป ดังนี้

    1) หลักการบวชในพระพุทธศาสนา : เพื่อประโยชน์เกื้อกูล (พหุชนหิตาย) เพื่อความสุขของคนจำนวนมาก (พหุชนสุขาย) และที่สุดเพื่อเกื้อการุณย์แก่โลก (โลกานุกมฺปาย) สำหรับผู้ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา วัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และเพื่อทดแทนคุณผู้มีพระคุณ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เป็นต้น

    2) ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนไทยตัวแทน 9 ภาค 9 จังหวัด ต่อคำถามที่ว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ในการส่งเสริมให้การจัดงานบวชที่จะช่วยลดผลกระทบปัญหา ประหยัดค่าใช้จ่าย เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย เน้นให้เป็นไปตามการบรรลุวัตถุประสงค์ของการบวช   ส่วนใหญ่สังคมต้องการจัดงานบวชแบบ ยึดธรรมวินัย ประหยัดค่าใช้จ่าย เรียบง่าย ลดปัญหาการทะเลาะวิวาท ความรุนแรง เน้นตามวัตถุประสงค์ของการบวชอย่างแท้จริง ซึ่งเห็นด้วยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

    3) ลักษณะการจัดงานบวชของสังคมไทยในปัจจุบัน

    3.1) มุ่งตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ นับจำนวนโต๊ะจีน เชิญแขกจำนวนมาก หวังเอาเงินซองคืน หน้าตาของเจ้าภาพ ต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก ข้อมูลพบว่า การจัดงานบวชที่ผ่านมาต้องใช้เงินจำนวนมากงานขนาดเล็ก 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท ขนาดกลาง   200,000 ถึง 500,000 บาท ขนาดใหญ่ 500,000 ถึง มากว่า 1,000,000 บาท     บางคนต้องกู้ยืมเงินมาจัดงานหวังได้เงินซองแล้วใช้คืนสุดท้ายได้เงินไม่พอต้องเป็นหนี้ระยะยาว

    3.2) การจัดงานบวชปัจจุบัน  เป็นการสร้างความแตกแยก รุนแรง ระหว่างชุมชน จากข้อมูลสำรวจสถานการณ์ความรุนแรงในงานบวชปี 2559 ถึง 2563 พบว่าความรุนแรงในงานบวชที่เป็นข่าวทางสื่อโซเซียล พบเหตุทะเลาะวิวาท 50 งานเกิดเหตุฆ่ากันตายถึง 30 ศพ  บาดเจ็บมากกว่า 80 ราย

    3.3) นอกจากนี้การจัดงานบวชในปัจจุบันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการดื่มทั้งนักดื่มหน้าเก่า ใหม่ และเน้นความสนุกสนามมากเกินไปกว่าคุณค่า สาระสำคัญของการบวช ดังนั้น ทำให้เห็นวัยรุ่นดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเต้นท่าต่างๆ ทั้งนอกและดื่มในวัดซึ่งผิดกฎหมายด้วย

    3.4) ค่านิยมทางสังคมในการจัดงานดังกล่าวเท่ากับการทำลายหลักการทางศาสนา และปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา เนื่องจากผู้ที่จะบวชต้องมีความพร้อม ฐานะทางการเงิน ถ้าไม่มีต้องยืมสุดท้ายก็เป็นหนี้  ในขณะเดียวกันจากข้อมูลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาสถิติประชากรสงฆ์ลดลงเฉลี่ยปีละ 10,000 รูป เป็นต้น

    ผลที่เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9  ภาค ได้ร่วมผลักดันร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ และเชิญชวนเจ้าภาพที่มีความหนักแน่นศรัทธาเข้าใจในพระธรรมวินัย ระหว่างปี 2564-2566 (ก.ย.64-พ.ค.66) จัดงานบวชสร้างสุข ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด เรียบง่าย ในลักษณะมาจัดงานที่วัด เพื่อหลีกเลี่ยงค่านิยมทางสังคม บางคนก็จัดงานที่บ้านโดยตรง  ในระดับพื้นที่มากกว่า 514 งาน และมีนาคที่ผ่านกระบวนการบวชพระสร้างสุข มากกว่า 825 คน/พระ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงานเฉลี่ยขั้นต่ำเทียบกับงานขนาดเล็กรายบุคคลเท่ากับ  825 รูป  x 100,000 บาท = 82,500,000 บาท (แปดสิบสองล้านห้าแสนบาท) และระหว่างเดือน กันยายน 2566 ถึง มีนาคม 2567 มีบวชสร้างสุข จำนวน 235 รูป สามารประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงาน 235 รูป x 100,000 บาท = 23,500,000 บาท รวมระยะเวลา ระหว่างปี 2564 ถึง เดือน มีนาคม 2567 เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม

    ได้ช่วยให้ชาวพุทธประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงานบวชพระ 1,060 รูป/งาน x 100,000 บาท = 106,000,000 บาท (หนึ่งร้อยหกล้านบาท)  สามารถประหยัดค่าเหล้าเบียร์ได้ 1,060 รูป/งาน x 20,000  บาท = 21,200,000 บาท (ยี่สิบเอ็ดล้านสองแสนบาท)  ระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีครึ่ง

    พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม (มนัส อิ่มรัตน์) ประธานมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การบวชต้องนึกถึงหลักการทางศาสนา และวัตถุประสงค์ของการบวช สังคมได้สร้างค่านิยมที่ออกนอกกรอบพระธรรมวินัย การบวชเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข แต่กลายเป็นความวุ้นวาย เป็นหนี้สินในการจัดงาน ทางที่ดีควรจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ส่วนงบประมาณที่จะจัดงานเป็นหมื่นเป็นแสนควรตั้งวัตถุประสงค์ใหม่  ถ้าลูกจะบวชแล้วสึกควรตั้งไว้เป็นกองทุนตั้งต้นการดำเนินชีวิตของลูกดีกว่า อย่างน้อยเงิน 4-5 แสนก็สามารถชื้อบ้านได้เป็นหลัง

    พระครูภัทรธรรมคุณ ประธานเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง  เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขภาคกลาง มีความก้าวหน้าในเรื่องกระแสตอบรับเป็นอย่างดีซึ่งต้องยอมรับว่าจากข้อมูลผลสำรวจ  90 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่โยมต้องการจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย และวัตถุประสงค์ของการบวชเป็นหลัก แต่ก็ต้องสู้กับค่านิยมทางสังคมที่มันฝั่งรากลึกมาต่อเนื่องซึ่งสังคมเองก็ยังไม่รู้ตัว เช่น จัดงานบวช เพื่อหน้าตา ฐานะ เจ้าภาพ เพื่อเอาคืนจากที่ตนเองได้เคยช่วยคนอื่นก่อนนั้น โดยไม่ได้เอาหลักพระธรรมวินัยเป็นตัวตั้ง และประเด็นสำคัญของภาคกลาง คือ ขาดเครือข่ายพระสงฆ์ที่มากพอในการทำให้เป็นกระแส อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นในการจะทำให้โครงการงานบวชสร้างสุขสำเร็จได้ ยังยืนยันว่า ต้องทำ

    1.ค่อยเป็นค่อยไป 

    2. หาแนวร่วมในการขับเคลื่อน สร้างภาพ และการสื่อสารในวางกว้างให้เป็นกระแส 3.หาผู้มีส่วนร่วม เช่น พระสงฆ์ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    4. ระยะยาวทำให้เป็นรูปแบบประเพณียึดถือปฏิบัติ และ

    5. มีป้ายคอยเตือนงานบวชสร้างสุข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าภาพ

    พระครูสมุห์วิเชียร  คุณธัมโม ประธานเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคเหนือบน “การขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขภาคเหนือล้านนา เราเริ่มจากการพัฒนากลไกและกระบวนการดูแลเอาใจใส่ผู้ที่จะเข้ามาบวชทั้งก่อน  ระหว่างที่ยังบวชอยู่ และหลังบวชให้ครบวงจร คู่ขนานกันไป เพื่อให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีในทุกสภาวะ ให้มีคุณภาพช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบไป โดยมีเป้าหมาย คือ “บวชอย่างมีสุขภาวะ อยู่เป็นสมณะอย่างทรงคุณค่า แม้ลาสิกขาก็ยังมีศรัทธาที่ตั้งมั่น”

    “อย่าให้ลูกหลานเรา ทั้งเมาทั้งบวช”

    พระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด ผู้ประสานเครือข่ายภาคอีสานบน  “การสร้างเครือข่ายงานบวชสร้างสุข” หมายถึง การรวมกลุ่มของพุทธศาสนิกชน, พระสงฆ์, และผู้ที่มีจิตศรัทธาที่ต้องการส่งเสริมและรักษาความเรียบง่ายและความสงบของพิธีการบวช โดยมีเป้าหมายให้งานบวชเป็นไปในแบบที่เน้นคุณค่าทางจิตวิญญาณและการสืบทอดพระพุทธศาสนามากกว่าการเน้นความบันเทิงหรือการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย “อย่าให้ลูกหลานเรา ทั้งเมาทั้งบวช” แสดงถึงความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการจัดงานที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงหรือปัญหาสังคมอื่นๆ

    “งานบวชสร้างสุข ปลอดอบายมุข เป็นสุขตลอดชีวิต” คือ การส่งเสริมให้งานบวชเป็นพิธีที่มีความหมาย, สร้างความสุขและสันติภาพในชีวิต, และปลอดจากสิ่งที่เป็นอบายมุขหรือสิ่งไม่ดีการสร้างเครือข่ายและการขยายผลในลักษณะนี้จะช่วยให้งานบวชเป็นไปในแนวทางที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าทางจิตวิญญาณ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สังคมไทยมีความเข้มแข็งและยั่งยืน

    พระสันต์ทัศน์ สินสมบัติ ดร.นักวิชาการเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคเหนือตอนล่าง  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมากระผมได้ลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสถานการณ์จัดงานบวชในพื้นที่วัดที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 8 จังหวัด พบว่าความเชื่อของชุมชนในมิติที่ว่า หมดเงินเยอะก็ไม่เป็นไรขอให้ได้พระ 1 รูปได้เห็นชายผ้าเหลืองของลูก ค่าเหล้าเบียร์แทบจะครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายตลอดงาน และมีความเชื่อว่าต้องมีมหรสพ ดนตรีมาฉลองถึงจะรู้สึกว่าเป็นงานบวช ส่วนคนที่มีเงินไม่เยอะก็ต้องยืมเซ็นร้านเหล้าไว้ก่อนเสร็จงานแล้วค่อยจ่าย กรณีงานบวชหนึ่งมีเงินอยู่ 1 แสนบาทแต่ส่วนที่จะใช้ทั้งงานประมาณ 4 แสนบาทเมื่อเสร็จงานแล้วแกะซองได้เงิน 1 แสนรวมเป็น 2 แสนที่เหลือเป็นหนี้ 2 แสนสึกมาหลายปีแล้วยังใช้หนี้ไม่หมด เป็นเรื่องที่หดหู่มาก  ดังนั้น ภาคเหนือล่างจึงเสนอทางเลือกว่า จัดงานบวชอาหารบุฟเฟต์ ดนตรีท้องถิ่น แห่นาครำไทย หรือรำแบบท้องถิ่น โดยยึดพระธรรมวินัยเป็นหลัก

    พระมหาบวร ปวรธมฺโม   เลขาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ ผู้ประสานเครือข่ายพระสงฆ์ภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา ต้องทำงานบวชสร้างสุขอย่างเข้มข้น เพราะพระเราต้องเป็นผู้นำญาติโยมในทางที่ถูกต้อง สามารถบอกโยมได้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด ต้องยืนยันให้โยมได้ ให้เป็น“งานบวชวิถีใหม่ เรียบง่าย เหมาะสม ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่างๆ” พิธีกรรม หรือประเพณีทางศาสนาต้องไม่สร้างความเดือดร้อน ซ้ำเติมชีวิตโยม   ต้องเป็นบวชสร้างสุขให้ได้

    พระอธิการโสภณ ปิยธมฺโม,ดร. เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จังหวัดอำนาจเจริญ ประธานโครงการบวชสร้างสุขภาคอีสานตอนล่าง “ปัจจุบันชุมชน สังคม มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แม้แต่การจัดงานบวชกุลบุตรในพระพุทธศาสนาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก การจัดงานบวชในแต่ละครั้งต้องใช้เงินในการจัดงานบวชค้อนข้างสูงบางงานบางเจ้าภาพเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานบวชเป็นเงินหลายแสนบาท โครงการบวชสร้างสุข ที่มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม (สฆส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาทั่วประเทศ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนับได้ว่าเป็นโครงการที่ดี   มีประโยชน์ทำให้ชุมชนเกิดสุขภาวะที่ดี ทำให้เจ้าภาพงานบวชมีความรู้ความเข้าใจในการจัดงานบวชแบบประหยัดเรียบง่าย ลดค่าใช้จ่าย และถูกต้องตามพระธรรมวินัย มาร่วมกันขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสุขภาวะที่ดีของชุมชน และสังคม  สืบไป”

    ด้านพระครูอุดมสุวรรณสถิต เจ้าคณะอำเภอเขาชัยสน เจ้าอาวาสวัดสุวรรณประดิษฐาราม จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า  การบวชสร้างสุขคือการบวชเเบบประหยัด และไม่วุ่นวาย ไม่มีอบายมุขมาเกี่ยวข้องนั้นเองง่ายๆ และพระสงฆ์ต้องให้ความสำคัญว่า งานของพระสงฆ์ คือความมั่นคงของพระศาสนา หลักการที่ “ระเบียบ ประหยัด ปฏิบัติ  ขจัดภัย รักธรรมและวินัย ใส่ใจบวชสร้างสุขเป็นหลัก”  ผมได้มอบถวายป้ายให้พระในเขตอำเภอเขาชัยสนติดประกา

    ก่อนสงกรานต์ประจำปี 2567 นี้ คาดว่า จะมีการจัดงานบวชเป็นจำนวนมาก เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการบวชสร้างสุขมากกว่า 140 วัดส่งเสริมบวชสร้างสุขทั่วประเทศ มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวนชาวพุทธจัดงานบวชแบบ “บวชสร้างสุข ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด เรียบง่าย”  ดังนี้

    1.บวชสร้างสุข คือ การจัดงานแบบเรียบง่าย ไม่จัดใหญ่  ไม่มีหรสพ ไม่มีรถแห่ หรือถ้าจำเป็นต้องมีขบวนแห่ก็เป็นดนตรีพื้นบ้าน ไม่มีกระบวนการส่งเสริม/กระตุ้นให้เกิดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นความเสี่ยง  

    2.เริ่มต้นเจากผู้ที่มีศรัทธาหนักแน่นในพระพุทธศาสนา จัดงาน “บวชสร้างสุข” เพื่อเป็นต้นแบบแก่ลูกหลานชาวพุทธสืบไป

    3.พระสงฆ์ ควรสร้างความมั่นใจให้ญาติโยมด้วยความเมตตา ประโยชน์สูงสุดคือผู้บวชและเจ้าภาพ ให้ได้รับอานิสงส์การบวชอย่างเต็มที่  ได้บุญเต็ม 100 ด้วยการเทศนา เชิญชวน ชี้ประโยชน์ ยกย่องเจ้าภาพ มีกติกาวัด อาจเกื้อกูลให้บริขารที่มีเยอะอยู่แล้วในวัด เช่น บาตร จีวร เป็นต้น 

    4.การจัดงานบวชสร้างสุข เป็นการไม่ซ้ำเติมความทุกข์ให้ชาวพุทธ ไม่ปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา เชิญชวนมีความพร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถเข้าไปขอบวชได้  เท่ากับเป็นการรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงสืบไป


    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม

    ชัยณรงค์ คำแดง

    ดิษณุลักษณ์ ไพฑูรย์