Tag: สคล

  • ภาคประชาชนจังหวัดตรัง จัดเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม

    ภาคประชาชนจังหวัดตรัง จัดเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง เปิดเวทีเสวนา ค้าน พ.ร.บ.เปิดขายสุราเสรี 24 ชั่วโมง

    “ผลประโยชน์ได้ใคร นายทุนหรือประชาชน หวั่นกฎหมายไทยบทลงโทษบังคับใช้ไม่จริงจัง
    ในขณะที่ครอบครัวเหยื่อผู้สูญเสียจากสุรา ไม่เคยได้รับการเยียวยาและการดูแล

    ต้องทนทุกข์ระทม กับบาดแผลในใจจนถึงทุกวันนี้”

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ณ ณ โรงแรมวัฒนา พาร์ค ถนน ห้วยยอด 19 ตำบล นาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง โดย นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง ร่วมกับเครือข่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการจังหวัดตรัง ร่วมกิจกรรมเวทีสาธารณะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน

    ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้และร่วมมือกันปกป้อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพื่อรับฟังข้อเสนอ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวนโยบายในการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่อง พรบ.ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ในกิจกรรมมีเวทีการเสวนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความปลอดภัยและยั่งยืนของสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีเสวนาคือ นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดตรัง นายชัยยา วีระกุล สาธารณสุขอำเภอนาโยงจังหวัดตรัง นางสาวฤทัย ก้งเส้ง เจ้าหน้าที่ปภ.จังหวัดตรัง นางสาวอมรรัตน์ ขาวปาน บริษัทยอดข้าวสุราทิพย์ ตัวแทนผู้ประกอบการ และนายสหศวรรษ หนูแม่น บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยทางถนนจังหวัดตรัง

    โดยในเวทีสาธารณะ พูดถึงประเด็นที่สุราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น และประเด็นที่ทางรัฐบาลแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ความสำคัญกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรณีในการแก้ไขขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก และทางสาธารณสุขเสนอแนะในการปลดล็อคด้านสื่อโฆษณาแอลกอฮอล์เนื่องจากเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้เพิ่มมากขึ้น และประเด็นการควบคุมสถานที่ วัด , โรงเรียน ฯลฯ เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ , การเชื่อมโยงการทำงานกับทุกภาคส่วนในการร่วมกันลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ , สะท้อนให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น , การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรมีการกำหนดโทษมาตรการที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเข้มแข็ง, สะท้อนให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงผลเสีย/ผลกระทบจากการใช้แอลกอฮอล์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อทบทวนการดำเนินการดังกล่าว และช่วยทบทวนว่ากลุ่มใดที่ได้ผลประโยชน์ ตลอดจนเริ่มต้นจากการดูแลสื่อสารภายในสถาบันครอบครัว

    นายสหศวรรษ หนูแม่น บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยทางถนนจังหวัดตรั เปิดเผยว่าปัจจุบัน พบสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดตรังมีมากขึ้น โดยสาเหตุหลักอันดับแรก เกิดจากเมาแล้วขับถึง 85% อันดับที่ 2 ไม่สวมหมวกกันน็อคและอันดับที่ 3 ขับรถเร็ว ซึ่งพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำครอบครัว 60 % โดยเกิดเหตุกับผู้ที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มากที่สุด ทั้งนี้ หากพ.ร.บ.เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุดังกล่าว ทุกคนต้องรณรงค์ชี้ให้เห็นว่า “อันตรายเมาแล้วตาย” นำเสนอสถานการณ์จริงให้มวลชนได้รับรู้

    นางไพรัช วัฒนกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง แสดงความเห็นว่า เวทีเสวนาวันนี้ จากการที่เราพูดคุยกันนั้น ไม่ได้เห็นด้วยกับการเพิ่มเวลาขาย ซึ่งเวลาเดิมมันก็น่าจะพอสมควรอยู่แล้ว เนื่องจากพอจังหวัดที่เป็นต้นแบบที่มาเพิ่ม ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องจะรู้สึกว่าเกิดปัญหา ซึ่งพบว่ามีประเด็นปัญหาเนื่องจากคนเมาสุราเยอะ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนชาวจังหวัดตรัง จึงอยากให้ทางรัฐบาลทบทวน พ.ร.บ. ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเอาสุรา มาเป็นประเด็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงไหม ผลลัพธ์กับผลเสียที่มันได้ที่เกิดกับ ประชาชนจริง ๆ มันใช่หรือเปล่า หรือผลประโยชน์ที่มันเกิดที่เขาต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ มันอยู่กับผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ของที่เป็นสส.ที่เขาเป็นที่ปรึกษา เพราะฉะนั้นเราคิดว่านักการเมืองที่ประชาชนเลือกไป ถ้าคิดว่าประชาธิปไตยมันมีจริง ลองมาฟังเสียงข้างล่างดูบ้าง ว่าแต่ละพื้นที่เขารู้สึกอย่างไร ซึ่งเขาไม่มีโอกาสพูดแต่เขาเลือกคุณไปเป็นตัวแทน แต่ที่เลือกมาเป็นตัวแทนเพื่อที่จะให้นำเสนอสิ่งดี ๆ แต่มา ณ วันนี้เราจะเปลี่ยน พ.ร.บ.ใหม่ ซึ่งในฐานะที่เรามองภาพรวม ของระดับประเทศว่ามันเป็นปัญหา และมันสร้างรอยร้าวให้กับในใจ เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับนางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น ที่สูญเสียสามีไปกับเหตุการณ์ที่ คนเมาขับรถมาชนสามีของนางรัชฐิรัชฎ์จนเสียชีวิต แต่ยังโชคดีที่สามีของเขา ทำอาชีพราชการ แต่ในขณะที่อีก 4 ครอบครัว ไม่ได้รับความเยียวยา ไม่ได้รับความเป็นธรรม คนที่ชนคนตาย 5 ชีวิต รับโทษแค่ปีกว่าๆก็ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกแล้ว แต่คนที่สูญเสียครอบครัว เขาจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง นี่คือประเด็นที่อยากให้ทางรัฐบาลเอากลับไปแก้ไขทบทวน ว่าสิ่งที่คุณทำมันสุขและกระตุ้นจริงไหม แล้วกระตุ้นนั้นไปกระตุ้นกลุ่มไหน เราอยากให้มาช่วยในเรื่องของการช่วยเหลือสินค้าชุมชน เล่นเรื่องความสุขของประชาชน ที่จะสามารถช่วยเหลือชุมชนได้จริง ๆ ดีกว่าไหม นี่คือเสียงสะท้อนในเวทีการเสวนาในวันนี้ ซึ่งวันนี้พอมาได้ยินปริมาณการสูญเสียก็รู้สึกตกใจ ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ถือเป็นการจุดประกายที่จะเปล่งเสียงไปให้ทางผู้แทนหรือผู้บริหารประเทศหันกลับมามองประชาชน ขอฝากประเด็นนี้ ซึ่งคิดว่าถ้ามีการขยายเวลา จะทำให้เกิดปัญหาทั่วประเทศได้ ซึ่งตนเองในฐานะที่เป็นนักรณรงค์ไม่เห็นด้วย ขอให้รัฐบาลเอากลับไปทบทวนดูใหม่

    ในขณะที่ นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น อายุ 48 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.ตรังและยังเป็นครอบครัวเหยื่อ ที่ถูกคนเมาแล้วขับรถชนสามีของตนเองเสียชีวิต ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันนี้ได้เงินเดือนจากแฟน แค่สบายกายไม่ได้สบายใจ ในฐานะที่เป็นครอบครัวเหยื่อแล้วก็เป็นเคสที่โดนกระทบโดยตรงก็อยากจะฝากถึงในส่วนของ เราทั่วไปที่อยู่บนท้องถนน ถ้าให้พูดถึงว่าดื่มแล้วไม่ขับนั้นมันคงเป็นเพียงคำพูด แต่ถ้าคุณดื่มแล้วอยากให้คุณมีวุฒิภาวะ หรือจิตสำนึกที่จะ รับผิดชอบตัวเองรับผิดชอบสังคม อย่าคิดแต่ว่าเราจะกลับให้ถึงบ้านเพราะว่าเคส ของตนเองนั้น ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุเมาแล้ววัดแอลกอฮอล์ได้ประมาณ 170 คือขับไปและชนไม่ได้สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น และเกิดขึ้นแล้วซึ่งความรับผิดชอบของคน ก็ไม่มีเลยส่งผลให้ครอบครัว 5 ครอบครัว แต่ว่าอีก 5 ครอบครัวที่เหลืออยู่ก็ตายทั้งเป็น มันจะมีแผลมีผลกระทบในส่วนจิตใจและก็รายได้ ในส่วนเศรษฐกิจทุก ๆ อย่างมีผลกระทบต่อเนื่องหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราป้องกันได้คือดื่มไม่ขับจะดีที่สุด แต่ถ้าขับก็ต้องรู้ปริมาณในการที่จะประคองตัวเอง รับผิดชอบสังคมได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 ถ้าเข้าปีนี้ก็ระยะเวลามา 7 ปีแล้ว ผ่านมา 7 ปีแล้ว ในส่วนของความรับผิดชอบของผู้ที่กระทำคือรับโทษเฉพาะจ่ายค่าปรับ 3,400 บาท และจำคุก 4 ปีแต่จำคุกจริง ๆ ไม่ถึงก็ออกมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว และสังคมก็ลืมไปแล้ว แต่ครอบครัวที่โดนกระทำ เขายังต้องเผชิญอยู่กับความจริงการใช้ชีวิตการที่ต้องดิ้นรนและต้องต่อสู้ ในการที่จะมีชีวิตอยู่ ซึ่งตอนนี้ตัวเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา 7 ปีแล้ว ซึ่งตนเองมีลูกสาว 2 คนแล้ว เรียนจบมีงานทำกันหมดแล้ว ซึ่งครอบครัวเราก็ไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่สลึงเดียว ในส่วนของสภาพจิตใจตนเองไม่เคยลืมเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งปกติครอบครัวของเราจะประกอบไปด้วยพ่อแม่ลูก ซึ่งเมื่อลูกเติบโตแล้วก็ไปใช้ชีวิตของตนเอง เราเคยวางแผนไว้ว่าตนเองจะใช้ชีวิตอยู่กับสามีด้วยกันสองคน แต่ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแต่ก็ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน ทุกวันนี้ยังมีท้อแล้วก็คิดถึงสามีตนเอง อยู่ตลอด เหมือนคนที่กระทำจะไม่รู้หรอก แต่บาปตรงนี้จะต้องติดตัวเขาไปตลอดชีวิต และจากการที่มาเข้าร่วมการเสวนาในวันนี้ที่ทางรัฐบาลจะเปิดการขายสุราเสรี 24 ชั่วโมงนั้น เพื่ออ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ตนเองรู้สึกว่า แต่ในส่วนของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเขาไม่ได้มอง เพราะที่ผ่านมาถึงใช้พ.ร.บเดิมผลกระทบก็เยอะอยู่แล้ว แล้วการเยียวยาหรือว่าในส่วนของความรับผิดชอบก็ไม่ได้เต็มที่ ทุกคนก็ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเยียวยาจะต้องรับผิดชอบให้แต่ละครอบครัว ซึ่งเคส 5 ศพ ยังไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่ครอบครัวเดียวในขณะที่ทางรัฐบาลไม่ได้เข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ซึ่งทุกอย่างมันก็สิ้นสุดไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะออกพ.ร.บ.มาเพิ่มหรือว่าเหมือนเดิมยังไง แต่ถ้ากฎหมายมีการเข้มงวดและใช้แบบจริงจัง คือ ปรับๆจริงจำคุกๆจริง โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ควรที่จะลดโทษให้คุณได้กึ่งนึง แม้คุณจะรับสารภาพผิดก็ตาม เพราะความผิดของคุณคุณตั้งใจที่จะกระทำ อยากให้บังคับกฎหมายให้เข้ม แบบที่จับจริง ๆ และปรับจริง ๆ ไม่มีการลดโทษ

    ซึ่งเวทีสาธารณะครั้งนี้ จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยนำความคิดเห็น ข้อสรุปในเวทีเสวนา นำไปยื่นให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต จังหวัดตรังที่มี 3 ท่าน สำหรับการพิจารณา และเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความหวัง ความห่วงใยของพี่น้อง ประชาชน ในประเด็น พ.ร.บ.เปิดขายสุราเสรี 24 ชั่วโมง

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : NBT CONNEXT / ข่าวเด่นประเด็นดัง baan baan TV 73
    ภาพ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะเปิดรับการท่องเที่ยวทั่วไทยลดเสี่ยงสร้างพื้นที่ปลอดภัยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

    วันที่ 19 มี.ค. 2567 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญ “ขอบคุณ ที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ” โดยร่วมกับ กรุงเทพมหานคร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช และเทศบาลเมืองแสนสุข เพื่อรณรงค์สร้างสำนึกคนหลากหลายวัย “สร้างสุขสาธารณะร่วมกัน” โดยกำหนด 6 พื้นที่สาธารณะปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ครั้งนี้มีนักแสดงหนุ่ม โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับงานอาสาอนุรักษ์ธรรมชาติ 

    นายแพทย์พงศ์เทพวงศ์วัชรไพบูลย์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวว่า สสส. มีพันธกิจในการระดมพลังสังคมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอันดับต้นๆ โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดโรคและการบาดเจ็บกว่า 200 ชนิด ทั่วโลกมีคนตายปีละ 3 ล้านคน และตายจากบุหรี่ปีละ 8 ล้านคน สสส. มุ่งเน้นขับเคลื่อนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยความร่วมกับหน่วยงาน องค์กรที่เป็นเจ้าของสถานที่ ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายห้ามสูบ ห้ามดื่ม เช่น สถานพยาบาล สถานศึกษา ศาสนาสถาน สวนสาธารณะ ตลาด ถนนคนเดิน สถานที่แข่งขันกีฬา 

    “จากการสำรวจทางออนไลน์ของ Buzzebees Panel เมื่อเดือน ต.ค. ปี 2565 จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน อายุ 18-40 ปี ยังพบการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะถึง 28% ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรง การทะเลาะวิวาท การก่ออาชญากรรม นำไปสู่ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สสส. จึงเร่งรณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยจัดทำสื่อรณรงค์แคมเปญ “ขอบคุณ ที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ” ผ่านช่องทางสื่อหลักและสื่อออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างค่านิยมและจิตสำนึกสาธารณะร่วมกัน และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศ พร้อมส่งต่อชุดสื่อรณรงค์ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปประกอบการการบังคับใช้กฎหมายต่อไป”

    นายชาตรีวัฒนเขจรรองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนโยบายการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ในบางพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ สนามกีฬา และสถานที่อื่นที่มีกิจกรรมสาธารณะ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนที่มีต่อสถานที่สาธารณะ ซึ่งกทม. มีพื้นที่สาธารณะ ได้แก่ ลานกีฬา 1,034 แห่ง ศูนย์กีฬา 12 แห่ง ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ศูนย์สร้างสุขทุกวัย 35 แห่ง สวนสาธารณะหลัก 39 แห่ง ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ การใช้พื้นที่สาธารณะจึงควรเคารพสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยการ เป็นสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและออกกำลังกาย ส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นการร่วมส่งเสริมสังคมที่ดีร่วมกัน

    นายชัยวัฒน์ลิ้มลิขิตอักษรผู้อํานวยการสำนักอุทยานแห่งชาติกล่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ เพิ่มโอกาสในการสัมผัสธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้รับความพึงพอใจโดยปราศจากการรบกวนจากผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ปัจจุบันมีการปรับปรุงกฎหมายใหม่ตามระเบียบว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติพ.ศ 2563 บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานต้องไม่ทำการจำหน่ายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ 2562 ระวังโทษ ปรับไม่เกิน 100.000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวและขณะเดียวกันก็ให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตรวจตรารักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้พื้นที่ร่วมกัน เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยมีความปลอดภัย และนักท่องเที่ยวจะต้องได้สัมผัส ธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ต้องไม่ ส่งเสียงดัง รบกวน หรือกิจกรรมอื่นที่ทำให้เกิดความรำคาญ รบกวนผู้เข้าไปพักผ่อนชมธรรมชาติและสัตว์ป่า ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่ประกอบกิจการนันทนาการ ไม่นำบรรจุภัณฑ์พลาสติก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งรวมถึงภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้าไปในพื้นที่ หากผู้ใดพบการกระทำผิดในเรื่องต่างๆ แจ้งสายด่วน 1362 ได้ 24 ชั่วโมง

    นางมณทิราจรรยาภรณ์พงษ์  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษผู้แทนจากเทศบาลเมืองแสนสุขจังหวัดชลบุรีกล่าวว่าเทศบาลเมืองแสนสุข มีการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health tourism) ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ซึ่งเป็นนโยบายของนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุขเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติควบคู่กับสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสุขภาพแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งกิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการส่งเสริมชายหาดปลอดเหล้า-บุหรี่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในการประกาศนโยบายและมาตรการต่างๆ ขอขอบคุณ ผู้ประกอบการและประชาชนทุกท่าน ที่ไม่ดื่ม ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักท่องเที่ยวและประชาชนจะเกิดความสุขทั้งกายและใจจากการมาพักผ่อนที่ชายหาดบางแสนร่วมกัน  

    นายธีระวัชรปราณีผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า พื้นที่สาธารณะที่มีประชาชนหลากหลายวัยมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน แยกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1.สถานที่สวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ       2.สถานที่เล่นกีฬาแข่งขันกีฬา 3.สถานที่ธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ภูเขาน้ำตก ทะเล 4.สถานที่จัดงานทางประเพณี วัฒนธรรม 5.สถานที่ตลาดนัด ตลาดสด ถนนคนเดิน ลานดนตรี 6.ศาสนสถาน สถานศึกษา  โรงพยาบาล สถานที่ราชการ โดยทั้ง 6 ประเภท มีบางส่วนมีกฎหมายควบคุมแล้ว และบางส่วนเป็นสถานที่เอกชนที่เป็นข้อยกเว้น ซึ่งจากการดำเนินงานของเครือข่ายฯ พบว่า พื้นที่ที่มีการควบคุมให้ไม่ดื่มไม่สูบแล้วมีคนไปใช้พื้นที่มากขึ้น   โดยเฉพาะในงานประเพณีเทศกาล งานดนตรี งานกีฬา ที่จะมีการสปอนเซอร์จากภาคธุรกิจ แต่เมื่อเจ้าภาพจัดงานปลอดเหล้าเบียร์บุหรี่แล้ว กลับพบว่าไม่ได้ทำให้คนมาเที่ยวลดลง กลับมีรายได้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ เครือข่ายงดเหล้าได้ทำโพลล์สอบถามความ คิดเห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยวันที่ 15-17 มีค.นี้ จำนวน 711 ชุด จาก 28 อุทยานฯ พบว่า ร้อยละ 74 ทราบว่ามีระเบียบห้าม ร้อยละ 87 เห็นด้วยกับนโยบายนี้ โดยที่ร้อยละ13 ไม่เห็นด้วยเพราะเกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และร้อยละ 70 เห็นว่า นโยบายนี้ดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุง  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำรวจ 104 ชุด พบว่า เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ถึงร้อยละ 89 และดีอยู่แล้วไม่ต้องแก้ไข ถึงร้อยละ 84  ทางเครือข่ายฯ ได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก Healthy Spaces ขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ  เพื่อประชาสัมพันธ์และรับข้อร้องเรียน เพื่อเป็นสื่อกลางกิจกรรมและรับข้อร้องเรียนต่างๆ ด้วย

  • ราชวินิตมัธยมคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯทิ้งห่างปทุมคงคาทำประตู 6 ต่อ 2 

    ราชวินิตมัธยมคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯทิ้งห่างปทุมคงคาทำประตู 6 ต่อ 2 

    (บ่าย) วันที่ 18 มีนาคม 256 ณ อาคารกีฬาในร่ม (โรงยิม) อาคาร 8 สำนักงานแจ้งวัฒนะ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสสส. ร่วมกับ กรมพลศึกษาและสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส จัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NOL CUP 2024 Inspired by Thai PBS ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) รอบชิงแชมป์ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี โซนกรุงเทพมหานคร  ซึ่งผลการแข่งขัน รอบชิงแชมป์ โซนกรุงเทพมหานคร ทีมโรงเรียนราชวินิตมัธยม คว้าแชมป์ชนะทีมโรงเรียน ปทุมคงคา ไปด้วยสกอร์ 6 ต่อ 2 เข้าไปนอนรอแข่ง รอบชิงแชมป์ประเทศส่วนโรงเรียนปทุมคงคา จับฉลากคว้าโควตา ตามเข้ามาชิงต่อในรอบประเทศ สำหรับทีมอันดับ 3 ได้แก่ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์ อุปถัมภ์ พ่วงรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม และทีมอันดับ 4 ได้แก่ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางเขน

    นายมานพ  แย้มอุทัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าทำงาน กับเด็กเยาวชน หลากหลายกิจกรรม ส่วนใหญ่เลือกในสิ่งที่พวกเขาสนใจเช่นดนตรี กีฬาส่งเสริมการแสดงออกของเยาวชน ซึ่งการทำงานที่เครือข่ายงดเหล้าทำร่วมกับ Thai PBS ทั้งวอลเลย์บอล ตะกร้อ ฟุตซอล ส่วนล้วนเป็นสิ่งที่เด็กๆเยาวชนต้องการ กีฬาฟุตซอลเป็นปีที่ 6 แล้ว จากปีแรกๆ เป็นการแข่งขัน เฉพาะเครือข่ายเยาวชน SDN จนขยับขยาย ขึ้นมาเป็นเยาวชนจากโรงเรียนในระดับจังหวัด ซึ่งทางกรมพลศึกษาและสถานีโทรทัศน์  Thai PBS ให้ความสำคัญ สำหรับงานการแข่งขันกีฬากับเยาวชนนั้นสสส.ก็เล็งเห็น ถึงประโยชน์  ที่ได้ร่วมสรรสร้างขึ้น เพื่อตอบโจทย์ ทาง สสส. คิดว่ากิจกรรมนี้ การแข่งขันฟุตซอลโนแอลคัพ ของ สคล.เดินมาถูกทางแล้ว 

    นายธีรวัฒน์จานแบนโค้ชจากทีมโรงเรียนราชวินิตมัธยม เปิดผยว่า วันนี้โชคดีมาก เป็นจังหวะที่เรายิงได้ คู่นี้เจอกันทุกครั้งก็สูสีกันตลอด และเราโชคดีที่เราจบบอลได้ เด็กชุดนี้เป็นรุ่นปี 52 ข้อได้เปรียบของเราคือเราให้าเด็กรุ่นนี้เล่นประกบกับรุ่นปี 51มาแล้วทั้งปี ทำให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ค่อนข้างมาก  สำหรับการส่งต่อ passion แรงผลักดันสู่แรงบันดาลของเด็กๆ นั้น โดยปกติเวลาลงสนาม เราจะต้องแสดงอีกหนึ่งบทบาท อาจจะดุไปนิด เพื่อเป็นการถ่ายโยง พลังให้น้องๆนักกีฬา ตั้งเป้าอย่างมีจุดมุ่งหมาย เราอยากให้เด็กได้ตั้งใจเล่นมุ่งมั่น และทะเยอทะยาน ในการเล่น ตลอดเวลา สำหรับปีนี้คิดว่าทุกๆทีมก็ได้มีการฝึกซ้อมและตั้งใจ พัฒนาทีมกันมาเป็นอย่างดี ครั้งนี้ฝากส่งกำลังใจ เชียร์ทีมโรงรียนราชวินิต มัธยมด้วย เพราะพวกเราฝึกซ้อมก็เต็มที่เพื่อรักษาแชมป์ไว้

    เด็กชายปุณโณหวังศิลปคุณ อายุ 14 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชวินิต มัธยม ทีมชนะเลิศรอบ กทม. กล่าวว่า การแข่งครั้งนี้ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมทำประตูไป 9 ลูก เพราะพวกเราเตรียมตัวมาพอสมควร ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ก่อนการแข่งขันโค้ชดูแลพวกเราอย่างดีตลอดเวลา กินด้วยกันนอนด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน การดูแลตัวเองก็คือ ต้องดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารให้เพียงพอ ดูแลรักษาสุขภาพ ข้อสำคัญคือต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เหล้า บุหรี่ สิ่งเหล่านี้มันรบกวนเวลาฝึกซ้อม ถ้าคิดจะเป็นนักกีฬาที่ดี มีความรับผิดชอบหมั่นฝึกฝน มุ่งฝึกซ้อม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้กลัวใคร จึงไม่กดดัน รู้ว่าทุกทีมที่มาแข่งในวันนี้เต็มที่มากสุดยอดมากๆ เก่งทุกทีม  วันนี้พวกเราทำเต็มที่ในทุกก้าว ทุกเกม  ด้วยความจึงมั่นใจที่จะมาป้องกันแชมป์เอาไว้

    เด็กชายเจนสันสยามจาคอบส์ อายุ 14 ปี โรงเรียนปทุมคงคา กล่าวว่า เข้ามารอบนี้ วันนี้รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มาถึงจุดนี้ ถึงวันนี้จะเป็นทีมรองชนะเลิศ แต่พวกเรา ก็มุ่งมั่นเต็มที่ เพื่อทดสอบกำลังตัวเอง พวกเรามุ่งมั่น ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้า ลุกขึ้นมาวิ่ง พวกเราฝึกฝน และคอยดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง อยู่เสมอเคร่งครัดในเรื่องของการ เป็นนักกีฬาต้องไม่สูบไม่เสพ ไม่ดื่ม ผมไม่ยุ่งสิ่งเหล่านี้ เพราะคิดว่าต้องการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผมฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ต้องขยันซ้อมตั้งใจมุ่งมั่นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นรอง และในที่สุดเราก็ได้เข้ามาแข่งขันในรอบชิงดีใจมาก ทีมปทุมคงคา เราได้เข้ารอบได้ไปแข่งขันในรอบชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งนี้ทำให้พวกเรามีความหวังอีกขั้น ที่จะมาชิงชัย มีโอกาสได้ลุ้นครองถ้วยแชมป์ปีนี้ให้ได้

    รายชื่อทีมที่เข้าแข่งขันในโซนกรุงเทพมหานคร สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2024 Inspired by Thai PBS มีทั้งหมด 16 ทีม ได้แก่ 1.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ 2.โรงเรียนปทุมคงคา 3.โรงเรียนราชวินิต มัธยม 4.เคหะราม 5. รส.บ (โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน) 6.โรงเรียนวัดสังเวช 7.โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ 8.โรงเรียนวัดบวรมงคล 9.โรงเรียนโยธินบูรณะ 10.ดรีมทีม 11.โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร 12.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ 13.โรงเรียนวัดราชาธิวาส 14.โรงเรียนราชดำริ 15.โรงเรียนราชวินิต บางเขน 16.โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 

  • สุภาพบุรุษลูกแม่รําเพย เทพศิรินทร์ขอนแก่นคว้าชัย ตีตั๋วรถไฟ ไหลไปๆ จนถึงบางกอกรายการ SDN FUTSAL NO-L

    สุภาพบุรุษลูกแม่รําเพย เทพศิรินทร์ขอนแก่นคว้าชัย ตีตั๋วรถไฟ ไหลไปๆ จนถึงบางกอกรายการ SDN FUTSAL NO-L

    เวลา 11.00 น. วันที่ 8 มีนาคม 2567 ณ โรงยิมเนเซี่ยม (แห่งใหม่) มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม นางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L (รอบคัดเลือกภาคอีสานตอนบน) โดยมีนายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ดร.นิรุจน์ อุทธา ผู้ประสานงานสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน นำนักกีฬากล่าวปฏิญาณตน “ข้าพเจ้าขอประกาศตน ณ ที่นี้ว่า ข้าพเจ้าคือนักกีฬาสมัครเล่น ขอปฏิญาณตนว่า ข้าพเจ้าจะแข่งขันกีฬา ด้วยจิตใจของนักกีฬาอันแท้จริง จะลด ละ เลิก เหล้า-บุหรี่ ยาเสพติด และการพนัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ตลอดการแข่งขัน และสืบต่อไป”

    นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ประธานคณะทำงานจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า

    “การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ วัตถุประสงค์ 3 ข้อ 1. เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าถึงกิจกรรมสร้างสรรค์สร้างค่านิยมคนรุ่นใหม่ ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน 2. สร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล (โค้ชสร้างแรงบันดาลใจ) และ 3. เพื่อแสวงหาความร่วมมือระดับหน่วยงานองค์กรในการสนับสนุนนโยบายสาธารณะกีฬาปลอดเหล้า ขยายผลไปยังกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ในอนาคต”

    การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มีนาคม 2567 ณ โรงยิมเนเซี่ยมมหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม โดยได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลเมืองมหาสารคาม โรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงานจัดกิจกรรม และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัด โดยมีทีมนักกีฬาตัวแทนจังหวัดเข้าร่วม 11 จังหวัด จำนวน 12 ทีม ดังนี้

    1. ทีมโรงเรียนเทศบาล 2 เชียงคาน จ.เลย
    2. ทีมโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ จ.มหาสารคาม
    3. ทีมโรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา เทศบาลเมืองมหาสารคาม
    4. ทีมโรงเรียนร่มไทรวิทยา อบจ.สกลนคร
    5. ทีมโรงเรียนพิชญบัณฑิต จ.หนองบัวลำภู
    6. ทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น
    7. ทีมโรงเรียนกีฬา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
    8. ทีมนครโหมน จ.กาฬสินธุ์
    9. ทีมโรงเรียนเลิดสิน จ.บึงกาฬ
    10. ทีมโรงเรียนค่ายบกหวานวิทยา จ.หนองคาย
    11. ทีมโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยา จ.นครพนม
    12. ทีมโรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ เทศบาลนครอุดรธานี

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น คว้าแชมป์ภาคอีสานตอนบน ได้เป็นตัวแทนเข้าไปแข่งขันในระดับประเทศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานต่อไป รวมถึงได้รางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยมไปครองอีกหนึ่งรางวัล ส่วนทีมรองแชมป์ตกเป็นของ ทีมโรงเรียนกีฬา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด (เทศบาลหนองหญ้าม้า) รอลุ้นผลจับสลาก 2 ทีม จากรองแชมป์ทั่วประเทศจำนวน 10 ทีม

  • งดเหล้ายะลา จับมือ สสจ.ยะลา และภาคีขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ร่วมจัดกิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้าร่วมโครงการรอมฏอน ปลอดบุหรี่ ประจำปี 2567

    งดเหล้ายะลา จับมือ สสจ.ยะลา และภาคีขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ร่วมจัดกิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้าร่วมโครงการรอมฏอน ปลอดบุหรี่ ประจำปี 2567

    กิจกรรม เวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่ 2567
    (ปฏิบัติการชุมชนคนสู้บุหรี่ภายใต้กิจกรรม ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ชง)

    โดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา ร่วมกับ สาธารณะสุขจังหวัดยะลา และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะในพื้นที่ ได้แก่ สาธารณะสุขอำเภอรามัน โรงพยาบาลรามัน แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลศูนย์ยะลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ ฝ่ายปกครอง ตำบลเกะรอ ร้อยทพ.ที่ 4116 กู้ชีพอิควะห์รามัน ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ทีมอสม.ตำบลเกะรอ และชาวบ้านในพื้นที่ จัดกิจกรรมเวทีบวชใจปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่ 2567 (ปฏิบัติการชุมชนคนสู้บุหรี่ภายใต้กิจกรรม ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ชง) ณ มัสยิดอัดดีนูลอิสลาม หมู่ที่ 3 บ้านตาเนาะปูโย๊ะ ตำบลเกะรอ อำเเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา

    นายปริญญา มะรียา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ และขั้นตอนของการดำเนินการมัสยิดปลอดบุหรี่ ปลอดปัจจัยเสี่ยง โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ อนันตะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิญานตน ตามโครงการลด ละ เลิกบุหรี่ รอมฎอนปลอดบุหรี่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 52 ราย

    โดยมีวัตถุประสงค์ คือการบวชใจ (มัดใจ) ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเริ่มที่เดือนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะเดินไปด้วยกันในการหยุดสูบบุหรี่ตั้งแต่เดือนรอมฎอน และตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้ตระหนักในเรื่องของสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวเพราะคนที่สูบบุหรี่ไม่ได้มีอันตรายเฉพาะตัวเองแต่คนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวมีความเสี่ยงอย่างมาก

    พิธีปฏิญาณตนของเข้ารวมปฏิญาณตนผู้เข้า่รวมโครงการรอมฎอม ปลอดบุหรี่โดยท่านบาบอ อับโดเลาะ แวดอเลาะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้นำกล่าวคำปฏิญาณตนและดุอาขอพรให้แก่ผู้บวชใจลด ละ เลิกบุหรี่

    ภายในกิจกรรม มีกระบวนการชวนคิด ชวนคุย โดยมีวงเสวนา พูดคุย ให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ เรื่อง แรงบันดาลใจของการเลิกบุหรี่ และบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป โดย นายจักรกฤษณ์ เรือนทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นผู้ดำเนินรายการ และผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่

    1.ท่านบาบอ อับโดเลาะ แวดอเลาะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา
    2.นางเซาเดาะ มะแดเฮาะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการรับผิดชอบงานปัจจัยเสี่ยงโรงพยาบาลรามัน
    3.อาจารย์เพาซี บาเกาะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านยาสูบสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา
    4.นายมูฮัมหมัดซอฟี ซาจิ เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยโรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมให้ความรู้และให้กำลังใจเกี่ยวกับการลดละเลิกบุหรี่และการปฏิบัติตนในช่วงเดือนรอมฎอนมีความเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับอาการอยากบุหรี่ โดย นายมูฮัมหมัดซอฟี ซาจิ เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมให้ความรู้ด้านการกดจุดเพื่อลดความอยากบุหรี่และการนวดคลายเส้นเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายเมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ โดย นักกายภาพบำบัดแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลรามัน

    กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการนวดกดจุดเพื่อลดความอยากของการสูบบุหรี่ โดยทีมงานแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลศูนย์ยะลา


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ปริญญา มะรียา

  • ชุมชนตำบลบ้านเกาะ เสนอผลงานการขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน ขยายผลสู่การส่งเสริมอาชีพและการท่องเที่ยวปลอดเหล้าปลอดภัย

    ชุมชนตำบลบ้านเกาะ เสนอผลงานการขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน ขยายผลสู่การส่งเสริมอาชีพและการท่องเที่ยวปลอดเหล้าปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ทางชุมชนตำบลบ้านเกาะ นำโดยแกนนำขับเคลื่อนงานงดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ร่วมจัดนิทรรศการนำเสนอผลการขับเคลื่อนงานของตำบลบ้านเกาะ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ตำบลของอำเภอพรหมคีรี ประกอบด้วย ตำบลพรหมโลก ตำบลทอนหงษ์ ตำบลนาเรียง ตำบลบ้านเกาะ และตำบลอินคีรี ในกิจกรรมการจัดนิทรรศการ “วันคณะกรรมการหมู่บ้านของอำเภอพรหมคีรี” ณ ศาลาประชาคมอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

    โดย นายนพดล แดงสว่าง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 และ รองประธานศูนย์การเรียนรู้งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ได้ร่วมนำเสนอผลงานการขับเคลื่อนงานงดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน แก่ “นายชัยรัตน์ สุขสมคิด” นายอำเภอพรหมคีรี ซึ่งขับเคลื่อนงานผ่านคณะทำงานของศูนย์ฯ ประกอบด้วย ทีมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 7 หมู่บ้าน (คณะกรรมการหมู่บ้าน) แกนนำอสม.ตำบลบ้านเกาะ รพสต.บ้านนาเสน และภาคีเครือข่าย ในการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา และลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้านสุขภาพตลอดทัั้งปี รวมถึงการประกาศธรรมนูญงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ เพื่อเป็นข้อตกลงร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกันและลดปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขยายผลสู่การทำ MOU ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด อีกทั้งมีการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดการขับเคลือนงานสู่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ผ่านการดำเนินงานในชุมชน รวมถึงการจัดงานวิ่งตามรอยพระเจ้าตากสิน พิชิต 245 ขั้น พร้อมทั้งจัดทำแผนที่การท่องเที่ยวปลอดเหล้าของชุมชนร่วมนำเสนอในกิจกรรมดังกล่าวอีกด้วย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : SDN Futsal No-L 
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า