Tag: สคล

  • พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    วันที่ 14 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้ากลุ่มสุขภาพจิตและยาเสพติดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงไกร ยอดเรือน ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการโครงการ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่” University Deal for Health Promotion Network of Chiang Mai “U DEAL WE DO” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย นำโดย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการฯ ผู้บริหาร หัวหน้างานฯ และผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุมโรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อประมาณปี 2549 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ สคล ได้รับงบประมาณจาก สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายระดับภาคเหนือตอนบน ผลการดำเนินงานเครือข่ายประสพผลสำเร็จและได้รับความสนใจเข้าร่วมโครงการในรูปแบบกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดียิ่ง

    วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล) มหาวิทยาลัยและสถาบันการอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งที่จะเริ่มต้นโครงการฯลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ดังนี้

    1. เพื่อสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาวะในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และผู้นำองค์กรนักศึกษา
    2. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการรณรงค์ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติ ของสมาชิกเครือข่ายฯ
    3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและสานต่อ แนวคิดของแกนนำนักศึกษาในการเสริมสร้างสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด
    4. เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แนวปฏิบัติที่ดี ในการเสริมสร้างสุขภาพของสมาชิกเครือข่ายแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
    5. เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆของ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในอนาคตต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่าการสร้างเสริมสุขภาพนั้นมีมิติที่หลากหลาย เช่น ด้านโภชนาการ กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ การลดความเครียดและความวิตกกังวล การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การปฏิบัติทางเพศ การป้องกันสิ่งเสพติด การเคารพในการใช้เทคโนโลยี การได้รับการรับรองและสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน และรวมถึงการประกอบอาชีพ เป็นต้น ดังนั้นกิจกรรมโครงการฯ จึงได้กำหนดให้มี 4 กิจกรรมหลัก เพื่อให้นำไปสู่เนื้อหาและตอบสนองต่อมิติต่างๆของการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนี้คือ
      • กิจกรรม “WE DEAL” เชิญชวนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 12 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายฯ และจัดพิธีลงนามความเข้าใจร่วมกัน (MOU) และเผยแพร่ต่อสาธารณะ ด้วยสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และสื่อโซเชี่ยลมีเดียประเภทต่างๆ
      • กิจกรรม “WE SHARE” กิจกรรมนี้เป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพของสถาบันฯ ในเครือข่าย(ทั้งมิติด้านร่างกายและจิตใจ) แลกเปลี่ยนความรู้ โดยการนำเสนอจาก ผู้บริหาร หรือ ผู้ปฏิบัติการ และสรุปภาพรวมเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
      • กิจกรรม “WE DO” กิจกรรมนี้จะเป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
      • กิจกรรม “WE ARE ONE” กิจกรรมนี้จะเป็นการขมวดเนื้อหา สรุปภาพรวมจากกิจกรรมที่ 2 และ 3 ในการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และระดับผู้นำองค์กรนักศึกษา(ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) จากทุกสถาบันฯที่ร่วมเป็นเครือข่ายฯ และวางแผนร่วมกันในการกำหนดแผนการดำเนินงานกิจกรรมเครือข่าย โครงการระยะ
        ต่อไป (Phase 2) และทำพิธีมอบใบประกาศณียบัตรแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการฯ หากผลการดำเนินงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ต่างๆเช่น ทุนสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หรือองค์กรอื่นๆ การดำเนินงานอาจขายผลไปสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาระดับภาคเหนือตอนบน ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วและได้รับความสนใจและความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • เสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ชุมชนคนสู้เหล้าจังหวัดสงขลา กับคอนเซ็ป “ตับจะดี ชีวีจะสดใจ ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน“

    เสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ชุมชนคนสู้เหล้าจังหวัดสงขลา กับคอนเซ็ป “ตับจะดี ชีวีจะสดใจ ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน“


    “หลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต” เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพชมรมคนหัวใจเพชร ตามกรอบแนวคิด ชุมชนสุขปลอดเหล้า 8 ด้าน เพื่อสนับสนุนช่วยเชียร์คนหัวใจเพชร ครอบครัว และชุมชนในช่วงลดละเลิกเหล้า โดยใช้โอกาสสำคัญในช่วงระยะเวลา 3 เดือนระหว่างเข้าพรรษา

    วันที่ 3 – 5 ตุลาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวิร์คช็อปและส่งมอบหลักสูตร ‘เสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น และนวด ประคบ แช่ กดจุด’ ภายใต้โครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา 2566 โดยคุณพิมพ์มณี เมฆพายัพ หัวหน้าโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมด้วยคณะวิทยากร คุณฟ้าปองดิน นาคขวัญ หมอแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก คุณปราณ นาคขวัญ นักออกแบบและจับคู่อาหารวัตถุดิบท้องถิ่น มาร่วมออกแบบกิจกรรมให้กับชมรมคนหัวใจเพชรบ้านควนเหนือ หมู่ 17 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

    สำหรับ ชุมชนบ้านควนเหนือ หมู่ 17 ตำบลท่าช้าง จังหวัดสงขลา เป็นฐานเรียนรู้ที่ 4 ต่อเนื่องจาก ชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง ชมรมคนหัวใจเพชรบ้านป่าเล จังหวัดพัทลุง และชมรมคนหัวใจเพชรตำบลคลองขุด จังหวัดสตูล โดยในแต่ละพื้นที่จะนำวัตถุดิบ สมุนไพรท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งยกระดับให้เกิดเป็นฐานเรียนรู้ และติดตั้งทักษะกระบวนการ 4 ช. (ชวน ช่วย ชม เชียร์) ผู้บวชใจงดเหล้าเข้าพรรษาและครอบครัว ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน นี้

    เราปักหมุดหยุดเหล้าที่ชุมชนบ้านควนเหนือ หมู่ 17 ตำบลท่าช้าง
    ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ซึ่งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ทุกคนจะมีการฟื้นฟู ดูแลสุขภาพของตัวเอง บางคนกินเหล้ามา 9 เดือน พอเข้าพรรษาก็หยุด สำหรับหลักสูตรนี้ที่ใช้สมุนไพรพื้นถิ่นมาดูสุขภาพ ในอนาคตจะมีการต่อยอดกิจกรรม ซึ่งทางอำเภอบางกล่ำ สาธารณสุขบางกล่ำ และกลุ่มภาคีเครือข่ายในพื้น และฝากว่าอยากให้มีการต่อยอดกระบวนการให้กับภาคีเครือข่ายในทุกภูมิภาค ผมเชื่อว่าโรค NCDs และโรคต่างๆ จะต้องลดลงอย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณทางเครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ที่สนับสนุนกิจกรรมดีๆ

    นายชาญวิทูร สุขสว่างไกร
    ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสงขลา

    ” เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ ที่นำสมุนไพรพื้นถิ่นที่เรามีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สำหรับบางคนเขารู้ว่ามีสรรพคุณ แต่ในส่วนของวิธีการใช้หรือประโยชน์ยังไม่รู้ครบถ้วนเท่าที่ควร ซึ่งทางอำเภอมีการหนุนเสริมกิจกรรมลักษณะแบบนี้ในการใช้พืชท้องถิ่นมาสร้างรายได้ สร้างประโยชน์ และในอนาคตอาจจะมีการต่อยอด เพื่อสนับสนุน
    ส่งเสริมองค์ความรู้ให้ประชาชนได้ครับ “

    นายนุกูล สุวรรณวงศ์
    ปลัดอำเภอบางกล่ำ



    ” ขอขอบคุณทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าที่ชวนให้ร่วมกอจกรรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เห็นถึงพลังของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง ซึ่งทาง สคร.12 ยินดีสนับสนุนกิจกรรมที่
    ส่งเสริมสุขภาวะให้กับพี่น้องประชาชน และรู้สึกดีมาก
    ที่ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ “

    นางสาวนันทิมา สุขสนาน
    นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ
    สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา

    กิจกรรมฐานเรียนรู้ เสริมพลังตับฟื้นพลังชีวิตด้วยอาหารและสมุนไพรประจำท้องถิ่น’ เป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ลดละเลิกสุรา และผู้ดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วงระหว่างเข้าพรรษา 3 เดือน โดยมีรูปแบบกระบวนการ ดังนี้ :

    1.การเตรียม น้ำสมุนไพรและความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณสมุนไพร เพื่อดื่ม และสำหรับแช่มือแช่เท้า เพื่อขับสารพิษในตับและร่างกาย การเตรียมน้ำผักผลไม้ปั่น

    2.การเรียนรู้สรรพคุณของผักผลไม้

    3.การกินอาหารตามธาตุ

    4.การเรียนรู้การจับคู่อาหารเพื่อเสริมไฟเบอร์ให้ลำไส้ด้วยวัตถุดิบพื้นบ้าน”

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นการสร้างทักษะในการประกอบอาหารเพื่อดูแลสุขภาพ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย ชมรมคนหัวใจเพชร ชุมชนรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะให้เกิดองค์ความรู้และกรรมวิธีการปรุงอาหาร

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : ธนิตา เขียวหอม/ธนบดี เจริญผล
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • แข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย ต.นาเลิง จ.ร้อยเอ็ด 2566

    แข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย ต.นาเลิง จ.ร้อยเอ็ด 2566

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    แข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิง จังหวัดร้อยเอ็ด

    ชาวบ้านผักกาดหญ้าและองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลิง ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน จัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวประจำปี 2566 “ปลอดเหล้า ปลอดภัย”

    ในวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณท่าน้ำวัดสุปัญญาราม(แม่น้ำชี) บ้านผักกาดหญ้า ตำบลนาเลิง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีการจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวท้องถิ่น ประเภท 40 ฝีพาย เป็นการจัดงานแบบ ปลอดเหล้า-เบียร์   โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ร่วมกับนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายงดเหล้า เครือข่ายเยาวชนงดเหล้าขบุหรี่จังหวัดร้อยเอ็ด  ตลอดจนประชาชนที่มาร่วมงาน 

    สนามแข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิงแห่งนี้ เป็นพื้นที่จัดงานแข่งเรือปลอดเหล้ามาแล้วร่วม 10 ปี ด้วยความร่วมมือของชาวชุมชน ผู้นำในชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต.นาเลิง) ที่เปิดพื้นที่จัดงานให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ด้วยการจัดงานปลอดเหล้า มีการควบคุมและขอความมือ ไม่ให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดภายในงาน มีป้ายประกาศและการประชาสัมพันธ์ชัดเจน ว่า “งานแข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย” มีการออกตรวจเตือนทั่งบริเวณงาน และการสื่อสารในชุมชนก่อนวันงาน การขอความร่วมมือจากร้านค้า และนักท่องเที่ยวที่มาชมงานด้วย

    ด้วยความที่พื้นที่จัดงานหลัก อยู่ในบริเวณวัดสุปัญญาราม เป็นพื้นที่ห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย การจัดงานปลอดเหล้า จึงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลายส่วน ทั้งผู้จัดงาน นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ชาวเรือเอง ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาตลอด

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด รวมไปถึงเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความร่วมมือการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ เพื่อให้เกิดงานประเพณีที่ปลอดภัยต่อชุมชนและนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ได้เข้ามามีส่วนร่วมทุกปี ในการรณรงค์กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนลดการดื่มในงาน รวมถึงการงดการดื่มในช่วงเข้าพรรษา เพราะการจัดงานแข่งเรือยังอยู่ในช่วงเข้าพรรษานั่นเอง การรณรงค์จึงมีความสำคัญ เพื่อให้คนที่มาเที่ยวงานได้ตระหนักถึงการงดดื่มในช่วงนี้และการงดการดื่มในพื้นที่จัดงาน

    สำหรับปีนี้ การดำเนินงานแข่งขันเรือยาวตำบลนาเลิงผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้งานสงบเรียบร้อย ไม่มีคนเมา การทะเลาะวิวาทหรือแม้แต่อุบัติเหตุใดๆ



    ภาพ : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

    ข่าว : นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.แผนงานบุญประเพณี นโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร สคล.อีสานบน

  • เวทีเสริมกำลังใจชมรมคนหัวใจเพชร ต.หนองซน และบ้านดอนแดง ต.นาทม นครพนม บ้านต้นแบบงานบุญปลอดเหล้า

    เวทีเสริมกำลังใจชมรมคนหัวใจเพชร ต.หนองซน และบ้านดอนแดง ต.นาทม นครพนม บ้านต้นแบบงานบุญปลอดเหล้า

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม โดยนายชลกานต์ วงษ์เข็มมา ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม นำคณะกรรมการและสมาชิกชมรมคนหัวใจเพชรตำบลหนองซน ร่วมสืบสานประเพณีทอดเทียนรวม(โฮม)และต้นดอกเงิน ณ วัดโพธิ์ชัยดอนแดง ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม

    นายวิชัย โมธรรม ประธานชมรมคนหัวใจเพชรหนองซน กล่าวว่า

    “กิจกรรมครั้งนี้เป็นการทำบุญร่วมกันของคนหัวใจเพชรและผู้มีจิตศัทธาในตำบลหนองซน ร่วมกับบริจากจตุปัจจัย ไทยทาน มารวมกันเพื่อมาถวายพระ วันพระ 8 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ กับวัดหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้พระสงฆ์ เป็นค่าน้ำค่าไฟให้กับวัด ของใช้สำหรับการจำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา อีกในหนึ่งการทำบุญเช่นนี้เกิดความสมัคคีกันในชุนชนและเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องทำบุญร่วมกันหลังจากนั้นแห่รอบอุโบสถ พระสงฆ์ให้ศีลให้พร และถวายปัจจัย ไทยทานแด่พระสงฆ์”

    นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานลด ละเลิกสุรา 2 พื้นที่ นายชลกานต์ วงเข็มมา กล่าวว่า ตนเองเมื่อก่อนดื่มหนักเลิกเราะรักตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อนพี่น้องในชุมชน การจัดกิจกรรมวันนี้ จุดเด่น บ้านดอนแดง มีความรักสมัครกัน การขับเคลื่อนมานาน ไม่ว่าจะเป็นงานศพปลอดเหล้า จึงอยากให้บ้านดอนแดงชวนกันลด ละ เลิกสุรา และจัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชร จุดแข็ง ต.หนองซน ความเข้มแข้ง ชมรม อ.สคล. มีสมาชิก 82 คน และช่วยขับเคลื่อนการชวนคนลด ละเลิดสุรา จึงชวนคนหัวใจเพชรมาให้กำลังใจและขยายพื้นที่ในการตั้งชมรมฯที่บ้านดอนแดง

    บ้านดอนแดงเริ่มทำงานศพปลอดเหล้าตั้งแต่ปี 2557 สมัยเมื่อก่อนงานศพจะเสียค่าเหล้า หลายหมื่น บางงานเป็นแสน เวลาทำบุญหาคนตายไม่มีเงินที่จะทำบุญหา ปัจจุบันเจ้าภาพนำเงินช่วยค่าน้ำ ค่าไฟวัด และ บ้านไหนมีเหล้า จะไม่เงินค่าฌาปณกิจศพ เอาเงินไปส่วนกลางของชุมชนและยังขยายงานบุญอื่นๆเช่น งานบวช งานกฐิน งาบุญอุทิศส่วนกุศล จนถึงปัจจุบัน
    แนวทางการดำเนินงานชุมชนลด ละ เลิกสุราดังนี้

    1. การเลิกเหล้าจากคนหัวใจเพชรได้อะไรบ้าง คำตอบคือได้สุขภาพ ได้ครอบครัวอบอุ่น ได้ความสุข ได้มีเงินเหลือใช้แม้ไม่มากแต่พอเพียง
    2. การจัดงานบุญปลอดเหล้าลดค่าใช้จ่าย เจ้าภาพ ลดการทะเลาะวิวาท
      อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนการณรงค์ให้คนลด ละเลิกสุรา ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนที่เห็นปัญหา อยากมีส่วนช่วยแก้ไข และให้ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่นเข้ามีส่วนร่วมกันต่อไป

    ภาพ/ข่าว : นางสาวจันทรัช สารี แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารสุขภาวะหัวใจเพชรภาคอีสานตอนบน

  • ชาวโนนม่วงร่วมใจ ถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมเป็นกำลังใจชุมชนคนสู้เหล้าเข้าพรรษา

    ชาวโนนม่วงร่วมใจ ถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมเป็นกำลังใจชุมชนคนสู้เหล้าเข้าพรรษา

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยการนำของ นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานภาคอีสานตอนบน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ สคล.ขอนแก่น และพี่น้องประชาชน บ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร่วมใจกันจัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี ภายใต้โครงการกิจกรรม ในเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2566 ของจังหวัดขอนแก่น

    กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของชุมชนบ้าน วัด โรงเรียน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ให้กำลังใจ คนงดเหล้าเข้าพรรษา ระหว่างชุมชนต่อชุมชน (ชุมชนคนสู้เหล้า) ประกอบไปด้วย

    1. บ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
    2. บ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
    3. บ้านวังเพิ่ม ตำบลวังเพิ่ม อำเภอสีชมพูจังหวัดขอนแก่น
      โดยกำหนดจัดกิจกรรมดังนี้
    4. กิจกรรมค่ายอาสาของแกนนำสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น และ เยาวชน YSDN ณโรงเรียนบ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่นระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 25656
    5. กิจกรรมทอดเทียนพรรษาและผ้าป่าสามัคคี ณ วัดสักหลวง บ้านโคกม่วง ตำบลศรีสุข
    6. กิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ ณ วัดสีชมพู บ้านวังเพิ่ม ตำบลวังเพิ่ม
    7. กิจกรรมทำบุญ ณ วัดถ้ำแสงธรรม

    กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากคณะผู้นำโดยการนำของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอสีชมพู รองนายกเทศมนตรีตำบลวังเพิ่ม และผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกม่วง พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ


    ภาพ/ข่าว : ศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ ภาคอีสานตอนบน

  • “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับงานพลังกลุ่มชุมชนกรุณาประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา จัดการประชุมโครงการภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนสุขภาพวะลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคเหนือตอนบน “Self compassionate & compassionate community” ในวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ณ ฮอไรซันวิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

    โดย นางสาวเจนจิรา โลชา นายพันธกานต์ อินต๊ะมูล และนางสาวพรทิพย์ เรืองฤทธิ์ ทีมขะใจ๋เป็นวิทยากรกระบวนการในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักและเข้าใจแนวคิดเรื่องชุมชนกรุณา ได้ทบทวนชีวิตได้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่เห็นว่าสิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต ยอมรับตัวเอง และผู้อื่นมากขึ้น มีทักษะการรับฟังเข้าใจและสะท้อนความรู้สึกความต้องการของตัวเองและผู้อื่นได้ผ่านกิจกรรมดอกไม้คุณธรรม เพื่อการปลุกสำนึกแห่งความดี เป็นการ์ดที่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เรารู้ว่าอันที่จริงแล้ว เรามีคุณธรรมและมีของขวัญอันล้ำค่าอยู่ในตัวเอง เพียงแค่เปิดการ์ดขึ้นมาดูเพื่อที่เราจะเห็นสิ่งที่เรามีได้ชัดมากขึ้น เพราะบางอย่างที่เรามีไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่สามารถรับรู้ด้วยหัวใจ และการทำกิจกรรม “คนนี้ที่ฉันรัก” โดยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องความสูญเสีย เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือคนรัก ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนยากจะเผชิญ และทำให้รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก บางคนอาจต้องใช้เวลานานในการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น การเรียนรู้เพื่อข้ามผ่าน
    ความสูญเสียนั้น หรือการเตรียมใจเพื่อยอมรับความสูญเสีย และการยอมรับความจริง จะช่วยให้ปรับตัวกับ
    สถานการณ์ดังกล่าว และสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติต่อไปได้เมื่อถึงเวลาวิกฤติของชีวิต ก็จะทำให้เรารับมือได้
    อย่างเท่าทัน

    ทั้งนี้วิทยากรได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับความกรุณา การฝึกฝนความกรุณาต่อตนเองและผู้อื่น ทักษะการรับฟังและการสื่อสารอย่างเข้าใจ การดูแลใจตนเอง และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันผู้เข้าร่วมการประชุมต่างประทับใจกับเนื้อหาและกิจกรรมต่างๆ ที่วิทยากรได้นำเสนอ หลายคนกล่าวว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับความกรุณาและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้จริง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปรับใช้ในพื้นที่ชุมชน

    การประชุมนี้เป็นสำคัญในการสร้างชุมชนที่ดีและน่าอยู่สำหรับทุกคนในชุมชนนี้และที่อยู่ในพื้นที่นี้ไปในอนาคต

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน