Tag: สคล

  • นายอำเภอปากท่อ  เยาวชนนักรณรงค์ เครือข่ายงดเหล้า ภาคตะวันตก และสสส. จัดวาเลนไทน์ยิ่งใหญ่ คนเพียบ

    นายอำเภอปากท่อ เยาวชนนักรณรงค์ เครือข่ายงดเหล้า ภาคตะวันตก และสสส. จัดวาเลนไทน์ยิ่งใหญ่ คนเพียบ

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา นายอำเภอปากท่อ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก และชุมชนบ้านตากแดด ได้จัดกิจกรรม “มหัศจรรย์แห่งรัก วิถีกะเหรี่ยงปากท่อ-ยางหัก หอมกลิ่นไอรัก สุขหวานซึ้ง” ขึ้นที่ชุมชนบ้านตากแดด ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ภายใต้สโลแกน “ส่งรักให้พักเหล้า” โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และอำเภอปากท่อ ที่มีแนวคิดในการจัดงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในการมีภาคีความร่วมมือในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน และภาคประชาสังคม

    กระบวนการเริ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงเช้า โดยการรวมตัวกันบริเวณวัดยางคู่ แห่ขบวนห่มผ้าองค์พระคู่ “คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน รักกันตลอดไป” พร้อมให้อาหารปลา สาเหตุที่ต้องมาห่มผ้าพระที่นี่ เพราะชื่อวัดยางคู่ มีความหมายที่ดี และในการห่มผ้าพระคู่ ชาวบ้านในชุมชนมีความเชื่อว่าหากคู่แต่งงานมีโอกาสมากราบสักการะจะเป็นสิริมงคลต่อชีวิตคู่

    หลังจากนั้นได้เดินทางมาที่วัดไทรงาม เพื่อทำพิธีแห่ห่มผ้าเจดีย์ 9 ทิศ โดยเชื่อว่าเป็นรักบูชาธรรมทุกทิศมงคลศักดิ์สิทธิ์ การปิดทองพระเกจิ ทุกสาย เพื่อความสุขมงคลคุ้มครองทุกแห่ง การดูแลป่า บวชต้นไม้ ใส่ปุ๋ยใบไม้มงคล จะมีรักที่อบอุ่นร่มเย็นธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องวิถีกะเหรี่ยงรื้อบ้านเข้าหอ เชื่อว่ารักแท้เอาชนะอุปสรรค์ทุกสิ่ง วิถีกะเหรี่ยงเก็บน้ำผึ้ง เลี้ยงผึ้ง บ่งบอกถึงความรักหวานในทุกๆ วัน การคั่วกาแฟ ชงกาแฟชั้นยอด โรบัสต้าตะนาวศรีราชบุรี เพื่อให้ความรักมีเข้มไม่จืดจาง หอมซึ้ง การข้าวห่อกะเหรี่ยงผสมน้ำผึ้ง จะมีรักที่สุกสดใส หวานอบอวนใจ การลอดซุ้มกระบี่กระเหรี่ยง จะทำให้ความรักรักคุ้มครองคู่รัก การเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อให้รักรุ่งเรืองตลอดไป ต่อด้วยการจดทะเบียน เพื่อประกาศรักแท้ การรับประทานอาหารมงคล สมรสสมรัก เพื่อให้รักอุดมสมบูรณ์พูลสุขตลอดกาล การโยนช่อดอกไม้ ส่งความรักความสุขทั้งอำเภอ

    คู่รักแจ้งความประสงค์จดทะเบียนสมรส จำนวน 5 คู่
    1. นายสหพันธ์ รวยรุ่ง และ น.ส.ศุภารนันท์ ยอดมี
    2. นายบุญเจือ แสงจันทร์ และ น.ส.สง่า สาลีผล
    3. นายจำเนียร สาตสาย และ น.ส.สุดารัตน์ กุมกร
    4. นายบุญเลี่ยม บุญทศ และ น.ส.น้ำฝน แย้มเกษร
    5. นายบุญมา พานดี และ น.ส.จำเนียร นะสีโต

    คู่รักแท้ที่ครองรักกันมาเกิดนกว่า 15 ปี จำนวน 10 คู่ ได้แก่
    1. นายกฤษฎา แสงจันทร์ และ นางเอื้อง แสงจันทร์ (44 ปี)
    2. นายทวีทรัพย์ เทพลิบ และ นางศิริมา แจ้งกระจ่าง (10 ปี)
    3. นายยัง เจียมโพธิ์ และ นางจำรัส ฟ้าคนอง (26 ปี)
    4. นายชุมพล สันตานนท์ และ นางจันทร์เพ็ญ บุญช่วย (28 ปี)
    5. นายจอม เพลงวงค์ และ นางธิติภร เพลงวงค์ ( 36 ปี)
    6. นายกาฝาก บุญเปรื่อง และ นางบานเย็น บุญเปรื่อง ( 37 ปี)
    7. นายเฉลียว เนียมทับทิม และ นางพิมพ์ เนียมทับทิม (49 ปี)
    8. นายประเสริฐ วงษ์ชอุ่ม และ นางสมจิตร วงษ์ชอุ่ม ( 44 ปี )
    9. นายโชติ คุ้มครอง และ น.ส.โสภา คงพวก (23 ปี)
    10. นายสำรวย ขันแก้ว และ นางกิตติยา ขันแก้ว

    ทางด้านของเด็กเยาวชนนักกรณรงค์ที่เข้ามาร่วมงาน มีการแสดงการเล่นดนตรี ในการขับกล่อมผู้ที่มาร่วมงาน โดยเยาวชนดังกล่าวมาจากฐานเยาวชนที่ขับเคลื่อนงานรณรงค์ในระดับพื้นที่ และมีความสามารถในการเล่นดนตรี ซึ่งในครั้งนี้ เยาวชนได้มาเล่นเพลงรัก เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการทำให้งานมีความรื่นเริงมากขึ้น เยาวชนบางส่วนที่เป็นเยาวชนที่มาจากสถานศึกษา ต่างก็มาช่วยรณรงค์ในการแสดงสัญญาลักษณ์เกี่ยวกับเรื่องของแคมเปญ “สื่อรักให้พักเหล้า” และ ” 15 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    ซึ่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีนี้ เป็นปีที่ 15 ในการมีกฏหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลฮอล์ ซึ่งผลักดันโดยภาคประชาสังคม ขบวนการรณรงค์งดเหล้าก่อตัวและเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างชัดเจน ในช่วงปี 2546 ยุทธศาสตร์หนึ่งที่สำคัญคือการรณรงค์ เคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงปลายปี 2549 รัฐบาลในสมัยนั้นมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าสู่สภานิติบัญญัติ จากนั้นภาคประชาสังคมได้เข้าร่วมผลักดันกฎหมาย โดยกิจกรรมสำคัญคือการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 13 ล้านรายชื่อ มีกิจกรรมรณรงค์ จากภาคประชาสังคมเกือบทุกสัปดาห์ตลอดปี 2550 จนนำมาสู่การลงมติเห็นชอบของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้ว่า

    “โดยที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ และอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สมควรให้กำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน โดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชน มิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย”

    ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมทั่วประเทศร่วมรณรงค์ เฝ้าระวัง ติดตาม และผลักดันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย จนมีผู้กล่าวว่า เป็น พ.ร.บ.ที่มีการบังคับใช้มากที่สุด โดยผู้ประกอบการทั้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง และร้านอาหารส่วนใหญ่ร่วมปฏิบัติตามกฏหมาย อีกทั้ง ทำให้สถานที่ห้ามดื่มห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่บัญญัติไว้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว รวมถึงทำให้เกิดคณะกรรมการในระดับต่างๆ ที่เป็นกลไกของรัฐในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยชะลออัตราการบริโภค ช่วยลดปัญหาและผลกระทบในด้านต่างๆ ที่สำคัญที่สุด ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในระดับหนึ่ง

    อย่างไรก็ตามธุรกิจแอลกอฮอล์มีความพยายามที่่จะหลบเลี่ยงกฏหมาย โดยเฉพาะการห้ามโฆษณา และพยายามที่จะแก้ไขให้กฏหมายมีมาตรการที่อ่อนลง ที่น่ากังวลที่สุด คือในโอกาสที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ครบรอบ 15 ปี ในปี 2566 เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งนักการเมืองจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับการแก้ไขกฏหมายให้อ่อนลง และชูเป็นนโยบายในการหาเสียง เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากผู้ประกอบการ ดังนั้นภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นเจ้าของ พ.ร.บ.ฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น จึงร่วมกันรณรงค์เพื่อยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้มีคุณูปการต่อการสร้างสุขภาวะของสังคมไทย และร่วมกันเรียกร้องให้นักการเมืองและผู้มีอำนาจทางนโยบาย ไม่ให้มีการแก้กฏหมายให้ต่ำกว่ามาตรการที่เป็นอยู่ ในทางกลับกันควรปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะที่พัฒนาอย่างสมดุลในทุกมิติ และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

    การจัดงานครั้งนี้ นอกจากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ชุมชนเองยังสนับสนุนกิจกรรมด้วยการนำอาหารและของที่ต้องใช้ในงานมาร่วมกัน จึงทำให้เกิดการบูารณาการดังนี้

    เครื่องขันหมาก ได้แก่

    1.ต้นกล้วย (ตำบลทุ่งหลวง)
    2.ต้นอ้อย (ตำบลทุ่งหลวง)
    3.น้ำหวาน (ตำบลทุ่งหลวง)
    4.หัวหมู (ตำบลวังมะนาว)
    5.ไก่ต้ม (ตำบลป่าไก่)
    6.ห่อหมก (ตำบลวัดยางงาม)
    7.ผัดหมี่ (ตำบลปากท่อ)
    8.ขนมจีน (ตำบลห้วยยางโทน)
    9.ส้ม (ตำบลวังมะนาว)
    10.กล้วยหวี (ตำบลยางหัก)
    11.มะพร้าว (ตำบลวันดาว)
    12.ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง(ตำบลดอนทราย)
    13.กาละเม – ข้าวเหนียวแดง(ตำบลบ่อกระดาน)
    14.ขนมเปี้ยะ (ตำบลวันดาว)
    15.ข้าวต้มมัด (ตำบลหนองกระทุ่ม)
    16.ขนมจันอับ (ตำบลทุ่งหลวง)
    17.ขนมปลา (ตำบลอ่างหิน)
    18.ข้าวห่อ (ตำบลยางหัก)
    19.กาแฟ/น้ำลำใย (ตำบลยางหัก)
    20.ขบวนรำ (ตำบลห้วยยางโทน)
    21.ขบวนกลองยาว (หมู่ที่ 15 ทุ่งหลวง)

    จึงนับได้ว่าเป็นงานระดับอำเภอที่มีการบูรณาการที่เข้มแข็งของชุมชน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชนได้อย่างเหนียวแน่นเลยทีเดียว สำหรับการัขับเคลื่อนงานวันวาเลนไทน์แล้ว อำเภอปากท่อยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย และที่ได้รับความโดยเด่นคือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของอ.ปากท่อ ที่มีความโดยเด่นในเรื่องของวิถีการดำเนินชีวิต อาชีพ และความโด่ดเด่นเรื่องของการแต่งกายวัฒนธรรม

  • สกลทวาปีควงคู่ร่มไทรวิทยา โควตาแชมป์เก่าอีสานบน เข้ารอบภาค SDN FUTSAL

    สกลทวาปีควงคู่ร่มไทรวิทยา โควตาแชมป์เก่าอีสานบน เข้ารอบภาค SDN FUTSAL

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนร่มไทรวิทยา อบจ.สกลนคร เวลา 09.00 น. นางวลารัตน์ ปฏิเวศ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มไทรวิทยา เป็นประธานกล่าวให้โอวาทและกล่าวเปิดกิจกรรม SDN FUTSAL NO-L CUP (รอบคัดเลือกจังหวัดสกลนคร) โดยมีนายสิริวัฒน์  พงษ์สระทอง  รองผู้อำนวยการโรงเรียนร่มไทรวิทยา ร่วมเป็นเกียรติ

    นางวลารัตน์  ปฏิเวศ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มไทรวิทยา กล่าวในพิธีเปิดว่า

    “การเล่นกีฬา  มีประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ  ทุกวัย เพราะกีฬาจะช่วยพัฒนาทางด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  และสังคม   ตลอดจนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาฟุตซอล  ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อไปสู่ระดับชาติต่อไป นอกจากนั้นยังมุ่งหวังที่จะใช้กีฬาเป็นสื่อกลางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  และการละเว้นอบายมุข  แอลกอฮอล์  บุหรี่  การพนัน และห่างไกลจากยาเสพติด และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขนอกจากนี้  กีฬายังช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของหมู่คณะ  ความมีระเบียบวินัย  รู้แพ้  รู้ชนะ  และให้อภัยต่อกัน  ซึ่งตรงกับ คำกล่าวว่า  กีฬาเป็นยาวิเศษ “

    การจัดการแข่งขันในรอบคัดเลือกจังหวัดสกลนคร “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นในทุกจังหวัด เพื่อหาทีมชนะเลิศ 1 ทีม ไปแข่งขันฯ ในระดับภาคต่อไป สำหรับในปีนี้ จังหวัดสกลนคร ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามฟุตซอลโรงเรียนร่มไทรวิทยา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันฯ จำนวน 6 ทีม ดังนี้

    1. โรงเรียนร่มไทรวิทยา                  
    2. ทีมเทศบาลนาม่อง
    3. โรงเรียนสกลทวาปี                    
    4. โรงเรียนพังโคนวิทยาคม
    5. โรงเรียนโพนยางคำ                    
    6. โรงเรียนโพนงามศึกษา

    และ ทีม โรงเรียนร่มไทรวิทยา A เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับ อีสานตอนบน ในฐานะแชมป์เก่าได้เข้ารอบ พร้อมกับทีมแชมป์ ปี 2566 นี้ รวม 2 ทีม ผลการแข่งขันปรากฎว่า ทีมโรงเรียนสกลทวาปี ได้ครองแชมป์ ปีนี้ ซึ่งทั้ง 2 ทีม จะเป็นตัวแทนจังหวัดสกลนคร เข้าแข่งขันในระดับภาค ต่อไป

    ภาพ:ข่าว แผนงานพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ

  • ห่างไกลสิ่งเสพติดและปัจจัยเสี่ยงแล้วชีวิตจะสดใส ไปถึงฝัน

    ห่างไกลสิ่งเสพติดและปัจจัยเสี่ยงแล้วชีวิตจะสดใส ไปถึงฝัน

        จากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคของโลกดิจิตอล ทำให้เด็กๆในวัยเรียนมีการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง (บุหรี่/แอลกอฮอล์/กัญชา/กระท่อม/สารเสพติด) ได้ง่ายผ่านทางสื่อออนไลน์ ส่งผลเสียทั้งทางด้านร่างกายและด้านการเรียน ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.) ร่วมกับนักศึกษาสาขาการพัฒนาชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม “ชีวิตสดใส ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”
        เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนและนักศึกษาฝึกงานสาขาการพัฒนาชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่น้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านในเหมือง ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ซึ่งเป็นพื้นที่ ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงในชุมชนอยู่แล้ว โดยกิจกรรม “ชีวิตสดใส ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง” เป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนานพร้อมทั้งสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง และทางโรงเรียนจะนำไปขยายผลสู่ห้องเรียนสีขาวต่อไป
    นายอรรถพร ตระหง่าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาขา

    ด้านนายอรรถพร ตระหง่าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาขา ได้ให้ความรู้ในหัวข้อการเสริมสร้างสุขภาพทางกาย และแนวทางในการใช้ชีวิตให้ไปถึงฝัน โดยไม่พึ่งสารเสพติดหรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร
        นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้ชวนน้องๆย้อนวันวานเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านในเหมือง เพื่อปลุกจิตสำนึกรักบ้านเกิดและรักษาไว้ซึ่งพื้นที่อันเป็นประวัติศาสตร์นี้ เพื่อให้น้องได้สานต่อการรักษาประวัติศาสตร์บ้านในเหมืองส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
        ดังนั้นการให้ความสำคัญกับเด็กๆในวัยเรียน ให้ตื่นรู้และตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีลต่อการใช้ให้ไปถึงฝัน และสร้างเกราะป้องกันจึงเป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้
  • เครือข่าย SAFER ประเทศไทย ในการกำหนดจัดโครงการ 5 จังหวัดนำร่อง จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ.2566 – 2570

    เครือข่าย SAFER ประเทศไทย ในการกำหนดจัดโครงการ 5 จังหวัดนำร่อง จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ.2566 – 2570

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หารือข้อราชการร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ โดยเครือข่าย SAFER ประเทศไทย ในการกำหนดจัดโครงการ 5 จังหวัดนำร่อง จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ.2566 – 2570

    โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ฉะเชิงเทรา ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และจังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการฯ ดังนี้

    1. เพื่อสนับสนุนจังหวัดให้มีความเข้มแข็งในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2. เพื่อลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกัน

    3. เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 พ.ศ.2565 – 2570

    โดยมี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ผู้แทนสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือ ณ ห้องห้วยศาลา สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ

  • วาเลนไทน์ปี 2566 ส่งต่อความรักจากพี่สู่น้องๆโรงเรียนบ้านทุ่งคาโตนด

    วาเลนไทน์ปี 2566 ส่งต่อความรักจากพี่สู่น้องๆโรงเรียนบ้านทุ่งคาโตนด

        14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งรักในประเทศตะวันตกที่ใครหลายคนรู้ และส่งมอบความรัก ดอกไม้ ของพิเศษให้กับคนรัก แต่สำหรับในวันนี้นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้ส่งมอบความรักให้กับน้องๆโรงเรียนบ้านทุ่งคาโตนด ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายๆคนให้คำนิยามว่า “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต” ทางนักศึกษาและเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ได้เล็งเห็นว่า ช่วงวัยนี้จะเป็นช่วงวัยที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายๆด้านเข้ามา จนทำให้เด็กบางคนไม่สามารถเรียนจนจบได้ ทางนักศึกษาจึงได้จัดกิจกรรม “สื่อรู้ ส่องรัก” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่ออนาคตของเด็ก ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่
        ด้านนายกันตณัช รัตนวิก ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง(เหล้า/บุหรี่/กัญชา/กระท่อม/และสารเสพติดอื่นๆ) พร้อมทั้งยกเคสตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเคสที่เกิดจากปัญหาของน้ำกระท่อมให้กับน้องๆฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ      
    หลังจากนั้นนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ (พี่สาว) ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้กล่าว ให้กำลังใจและแชร์ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาด้านการลดปัจจัยเสี่ยงในเด็กเยาวชนอีกด้วย
        ด้านนายพงศ์ศักดิ์ รักแก้ว แกนนำเยาวชน South Youth Ranger (SYR) ได้เข้ามาเป็นวิทยากรกระบวนการร่วมกับนักศึกษา และเป็นผู้ช่วยในการถ่ายทำสื่อวิดีโอกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในโรงเรียนบ้านทุ่งคาโตนด

    ก่อนจบกิจกรรมได้มีการมอบของที่ระลึกให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนและติดป้ายโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ “ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ”/ ป้ายซุปเปอร์แม่-พ่อ พอแล้วเหล้าเบียร์บริเวณหน้าโรงเรียนและห้องน้ำของโรงเรียนและถ่ายรูปร่วมกัน

  • ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า(สคล.)ภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้าบ้านโคกเครือ จัดประชุมหารือขับเคลื่อนงานบูรณาการการทำงานในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมต่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ณ ห้องประชุมโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

    โดยการประชุมในครั้งนี้มีภาคีเครือข่าย เทศบาลตำบลโคกศรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกศรี ชมรมอ.สคล.บ้านโคกเครือ ผู้นำชุมชนและแกนนำเยาวชน YSDN บ้านโคกเครือ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ผลกรทบจากปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มผู้ใหญ่ ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงาน หลังจากการดื่มกลับมาบ้านก็จะทะเลาะกันในครอบครัว ส่งผลต่อการหย่าร้างในครอบครัว การขับรถเสียงดังกลุ่มวัยรุ่น การร่วมกลุ่มเล่นเกมส์ออนไลน์ของเด็กเยาวชน

    จากการพูดคุยมีแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน ภาคีเครือข่ายเห็นความเข้มแข็งของเยาวชน เป็นต้นกล้าที่ดี ควรส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสในการสร้างน้องในชุมชนให้รู้เท่าทันพิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในสิ่งที่ตนเองชอบ สนใจ และการส่งเสริมการใช้เวลาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันครอบครัว ซึ่งแกนนำ YSDN ชมรม อ.สคล.และภาคีเครือข่ายในพื้นพร้อมที่จะขับเคลื่อนต่อไป

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน