Tag: สคล

  • มหาสารคาม จัดเวทีพัฒนาความรู้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

    มหาสารคาม จัดเวทีพัฒนาความรู้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

    เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม จัดเวทีพัฒนาความรู้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำหรับผู้ประกอบการและพนักงานเจ้าหน้าที่ ครบรอบ 15 ปี พรบ.ประชาสังคมเพื่อสร้างสุขภาวะของสังคมไทย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

    นายสัมฤทธิ์ หน่อแก้ว นายอำเภอนาดูน ประธานในพิธีเปิด ได้กล่าวถึงเมื่อปี 2551 มี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นครั้งแรกว่า

    ณ ขณะนั้นท่านเป็น ป้องกันจังหวัดมหาสารคาม ได้เริ่มบังคับใช้กับป้ายโฆษณาที่เกิดการกระทำความผิดมาก และต้องยอมรับว่าตัว พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความเข้มข้นในการบังคับใช้ค่อนข้างน้อย ดังนั้น การใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับนี้ใช้มาเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว หากจะให้เกิดการบังคับใช้อย่างเข้มข้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะพนังงานเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงต้องทบทวนข้อกฎหมาย รับทราบบทบาทหน้าที่ของตนเอง

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานเครือข่ายหงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม

    ได้คืนข้อมูลสำรวจร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี2563 การเก็บแบบสำรวจครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ปี 2563 โดยมีพื้นที่เป้าหมายของการเก็บแบบ สำรวจ จำนวน 1 อำเภอ มีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 229 ร้านค้า โดยเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังจากการดำเนินงานรณรงค์การลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอนาดูนจากปี พ.ศ. 2560 – 2563 จากข้อมูลพบว่า จำนวนร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงจากปีแรก ร้อยละ 24 ข้อมูลการกระทำผิดกฎหมายลดลงมากในทุกๆปี แต่ยังพบการละเมิดกฎหมายอยู่บ้างเล็กน้อย

    อย่างไรก็ตามผลของข้อมูลโดยรวมหลังจากมีการดำเนินงานเป็นระยะเวลาผ่านไป 3 ปี เกิดการตระหนักรู้ การปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองและสังคมสวนรวมต่อไป

    ด้าน นายอภิชาต บุตตะกะ และนายอภิศักดิ์ ลากูล นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้บรรยาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ทบทวน บทบาทหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ ร้านค้า การจำหน่ายให้ผู้ที่มีอายุตามกฎหมายกำหนด สถานที่ ระยะเวลา การจัดโปรโมชั่น โฆษณาต่างๆ รวมไปถึงการเร่ขายนอกเหนือจากการขออนุญาตจำหน่าย การยกกรณีตัวอย่างการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น และดำเนินการตามกฎหมายในจังหวัดมหาสารคาม แลกเปลี่ยนสอบถามข้อสงสัยและความเข้าใจระหว่างผู้เข้าร่วมกับวิทยากร

    ภาพและข้อมูล : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม

  • YSDN สมุทรปราการ เชื่อมพลังเด็ก-ผู้ใหญ่ ส่งพลังใจวันเด็กแห่งชาติ 2566

    YSDN สมุทรปราการ เชื่อมพลังเด็ก-ผู้ใหญ่ ส่งพลังใจวันเด็กแห่งชาติ 2566

    การสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเยาวชนที่ดี และยั่งยืน ควรเริ่มต้นที่ครอบครัว เด็กที่เติบโตภายใต้ความรักการดูและและความเอาใจใส่อย่างที่ จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ที่สำคัญคือการมีครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิต จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็ก ๆ ได้

    กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 15 มกราคม 2566 ลานสเก็ตบอร์ดชุมชนบางกอบัว อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

    ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายและพ่อแม่ผู้ปกครองขาดทักษะในการเลี้ยงดูบุตรหลานทำให้เด็กและเยาวชนหันไปหาอบายมุขและดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหาทางกลบเกลื่อนความเครียด ประกอบกับชุมชนยังไม่สามารถบริหารจัดการและพัฒนาเด็กเยาวชนให้มีศักยภาพในการดูแลตนเองให้พ้นจากสถานการณ์ปัญหาต่างๆ อีกทั้งภาษารักของผู้ปกครองและภาษารักของบุตรหลานก็อาจจะต่างกัน ภาษารักของผู้ปกครอง อาจจะมาในรูปแบบการเคี่ยวเข็ญสั่งสอนอบรม แต่ภาษารักของเด็กเยาวชนอาจหมายถึงการสนับสนุน ช่วยเหลือด้วยความใกล้ชิดและมองเขาในมุมบวกชื่นชมในจุดดี เติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด ไม่ตำหนิในจุดอ่อนหรือกล่าวโทษเขาอย่างเดียว

    จากสิ่งที่เด็กประสบพบเจอนี้เอง เด็กๆจึงต้องใช้ประสบการณ์เดิม หรือลองผิดลองถูกในสิ่งที่แปลกใหม่เพื่อกลบเกลื่อนความเครียด เมื่อเด็กเจอปัญหาเด็กไม่สามารถปรึกษาผู้ใหญ่ได้เด็กๆจึงขาดที่พึ่งอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการสร้างระบบที่ปรึกษาที่มาจากผู้ใหญ่ใจดี จะช่วยเหลือเด็กในการดำเนินชีวิตได


    แกนนำ Y SDN พร้อมกระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน ให้เกิดขึ้นในทุกชุมชนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย อีกทั้งการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายสติปัญญาจิตใจอารมณ์สังคมและศีลธรรมโดยครอบคลุมทั้ง 6 มิติการดำรงชีวิตจึงมีความสำคัญ และถือเป็นรากฐานที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเข้มแข็งเกิดภูมิคุ้มกันทางจิตใจไม่ไปข้องเกี่ยวยาเสพติดและแอลกอฮอล์

  • YSDN ชลบุรี จากเด็กสู่เด็ก มอบรอยยิ้ม พลัง ความหวังดี

    YSDN ชลบุรี จากเด็กสู่เด็ก มอบรอยยิ้ม พลัง ความหวังดี

    ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2530 ให้ทุกภาคส่วนในสังคม มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้วันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้วันเด็กแห่งชาติตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 โดยมีคำขวัญจากนายกรัฐมนตรี เพื่อเด็กๆ ทุกปี และปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญแก่เด็กๆ ว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชน ต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนในการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถ แสวงหาประสบการณ์ที่หลากหลายตามความถนัดและความสนใจอยู่เสมอ รวมทั้งมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ เคารพและเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์ ปฏิบัติตามกฏกติกาทางสังคม มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือสังคมในทุกโอกาส สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการบ่มเพาะให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นคนดีของสังคมที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและคุณธรรม เพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติและสังคมโลกต่อไป

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นประธานในงานวันเด็กแห่งชาติ จังหวัดชลบุรี ปี 2566 โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธี ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยเด็กๆ พร้อมบูธจากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ที่มาตั้งแจกของรางวัลให้เด็กๆ พร้อมกิจกรรมมากมาย

    ในครั้งนี้ทีมน้องเยาวชน YSDN จังหวัดชลบุรี ออกแบบบูธกิจกรรมเพื่อสร้างรอยยิ้มและสีสันให้กับเด็ก ๆ ที่มาเข้าร่วม โดยเป็นกิจกรรมโยนห่วงมอบของขวัญ ถ่ายรูปร่วมกับมาสคอตหนูจุกสัญลักษณ์ประจำเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และจุดไฮไลท์คือ “ กระดานภาพฝัน โตขึ้นฉันอยากเป็นอะไร ” เพื่อเข้าร่วมพูดคุยกับน้องๆถึงความฝันในอนาคตที่อยากเป็น การพูดคุยครั้งนี้ ได้รับรู้ถึงความฝันของน้องๆตั้งแต่อาชีพสุดฮิต คุณหมอ คุณครู พยาบาล ตำรวจ รวมถึงความใฝ่ฝันใหม่ๆที่น่าสนใจ อย่างเกมเมอร์ นักเขียน นักกีฬาทีมชาติ หรือแม้แต่น้องๆมัธยมปลายที่อยากมีที่เรียน กิจกรรมนี้ไม่ได้ช่วยเพียงแค่การจุดประกายฝันของน้องๆที่มาเข้าร่วมบูธเท่านั้น แต่เป็นการเติมเต็มฝันของน้อง ๆ YSDN เองที่จะได้สร้างความสุขให้กับผู้อื่นรวมถึงตัวเองด้วย

  • “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ SDN ฟุตซอล นครพนม ได้ไปต่อระดับภาค

    “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ SDN ฟุตซอล นครพนม ได้ไปต่อระดับภาค

    เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านแพง อำเภอบ้านแพงจังหวัดนครพนม เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เทศบาลตำบลบ้านแพง ชมรมกีฬาและนันทนาการอำเภอบ้านแพง และโรงเรียนอนุบาลบ้านแพง ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2023 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน)  ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน  15  ปี  

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายโอกาสให้แก่เยาวชนให้ได้รับการส่งเสริม และสนับสนุนตลอดจนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาฟุตซอล ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อไปสู่ระดับชาติต่อไป นอกจากนั้นยังมุ่งหวังที่จะใช้กีฬาเป็นสื่อกลางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  และการละเว้นอบายมุข แอลกอฮอล์  บุหรี่  การพนัน และห่างไกลจากยาเสพติด ในการแข่งขันรอบแรก  กำหนดจัดขึ้นในทุกจังหวัด  เพื่อหาทีมชนะเลิศ  1 ทีม  ไปแข่งขันฯ ในระดับภาคต่อไป  สำหรับในปีนี้ จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนอนุบาลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันฯ  จำนวน  6 ทีม ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีม “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดนครพนม เข้าสู่รอบภูมิภาค และทีม “สุขสมหวัง” เป็นรองแชมป์ ระดับจังหวัด

    ภาพ/ข่าว : แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษภาคอีสานตอนบน

  • งานวันเด็ก รร.บ้านชัยมงคล “YSDN อำเภอนาทม สร้างสุข วันเด็กสนุกอย่างสร้างสรรค์ ไร้แอลกอฮอล์”

    งานวันเด็ก รร.บ้านชัยมงคล “YSDN อำเภอนาทม สร้างสุข วันเด็กสนุกอย่างสร้างสรรค์ ไร้แอลกอฮอล์”

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงเรียนหนองซนวิทยาคม โรงเรียนนาทมวิทยา โรงเรียนบ้านนาดีวิทยา โรงเรียนบ้านชัยมงคล โรงเรียนคำแม่นาง กลุ่มเยาวชนYSDN อำเภอนาทม และผู้นำชุมชนตำบลหนองซน ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก ปี 2566 ณ โรงเรียนบ้านชัยมงคล ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    โดยได้รับเกียรติจากนายเกษม สมสู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน เป็นประธานอ่านสาส์นวันเด็กและนายจิราวัฒน์ วงศ์พิมพ์คำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชัยมงคลรายงาน ซึ่ง YSDN อำเภอนาทม มีการประชุมเตรียมออกแบบกิจกรรม ภายใต้ “ปลูกพลังบวก ผู้ใหญ่ใจดี หนูน้อยใจเข็มแข็ง เรียนรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด” โดยมีการเดินขบวนรณรงค์ ชวนลดละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนบ้านนาดี การแสดงวงดนตรีโรงเรียนนาทมวิทยา กิจกรรมสอยดาว การตอบคำถามความรู้พิษภัยเครื่องดื่มแอลกอฮล์ และการเสวนาบุคคลต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจการเลิกเหล้าสำเร็จ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีนักเรียนบ้านชัยมงคลชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ครู และเยาวชนYSDN อำเภอนาทมร่วมกิจกรรมครั้งนี้มากกว่า 200 คน

    นายเกษม สมสู่ นายกองค์การบริหารส่วนหนองซน กล่าวว่า

    เด็กและเยาวชนได้รับความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ ความปราถนาดีจากผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กรู้สึกตะหนักถึงความสำคัญในบทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม และวันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้ใหญ่ให้เด็กมีความกล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี ทำให้เกิดทักษะและประสบการณ์นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

    นางสาวญาณิศา เวียงสมุทร ประธานกลุ่มYSDN อำเภอนาทม กล่าวว่า

    “กลุ่มYSDN เป็นเครือข่ายแกนนำเยาวชนต้นแบบ ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ มีส่วนรณรงค์งดเกล้า บุหรีและยาสพติด รณรงค์หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ สื่อสร้างสรรค์ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ ผู้ปกครองน้องๆที่น่ารักทุกคนมาลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับน้องๆค่ะ”

    นายกฤษฎา จันทระ อายุ 57 ปี ผู้ช่วยฝ่ายปกครองหมู่10 ตำบลหนองซน เล่าว่า

    “เมื่อก่อนดื่มสุราหนักมากทำให้มีผลต่อสุขภาพ มีปัญหาครอบครัว เกิดการทะเลาะกันครอบครัวเนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่พอใช้ในครอบครัวเพราะตนเองดื่มสุรา มีคนมาชวนให้งดเหล้าจึงตัดสินใจเลิก แต่ตอนที่จะเลิกก็คิดเหมือนกันว่าถ้าตนเองเลิกแล้วจะมีเพื่อนไหม แต่ก็ตัดสินใจเลิกเพื่อครอบครัวเพราะลองมาคิดดูสุขภาพเราก็ไม่ดี เงินในครอบครัวก็ไม่พอใช้จ่าย จึงตัดสินใจเลิกในปี63 หลังจากที่เลิกได้สุขภาพตนเองดีขึ้นแข็งแรงภรรยาและลูกก็ดีใจที่เราเลิกได้ ส่งเงินมาให้ตัดชุด ซื้อนาฬิกามาให้ สิ่งที่ตนเองคิดว่าไม่มีเพื่อถ้าไม่ดื่ม ไม่จริงเลย มีเพื่อนมากกว่าเดิมเสียอีก และคนอื่นก็เชื่อถือเรามากขึ้น และตั้งใจว่าจะเลิกตลอดชีวิต “

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    วันนี้จะพาทุกคนมาเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง ในฤดูกาลเกี่ยวข้าวหมุนเวียน รอวันกินข้าวใหม่ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่สมัยโบราณนานนับร้อยปี ให้ลูกหลานได้รู้จักวิถีชีวิตดั้งเดิมหาชมได้ยาก ไปเที่ยวชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบางกะม่าร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และชุมชนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงให้คงอยู่ เมื่อถึงช่วงหน้าเกี่ยวข้าวจะมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีผู้นำหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือเป็นชุดประจำพื้นถิ่นของชนชาติกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่นำอุปกรณ์การเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกที่เรียกว่า “ปา” ใช้สำหรับเก็บข้าวฟ่อน และ “ ไน” ใช้สำหรับใส่ข้าวเปลือก และ “โงใหญ่” เป็นอุปกรณ์ใส่ข้าวฟ่อนเพื่อใช้แบกข้าวฟ่อนขึ้นบนห้างสูง ที่ทำไว้สำหรับใช้นวดข้าวให้หล่นตกมาด้านล่าง เมื่อนวดข้าวเหลือแต่เม็ดแล้วก็จะนำไปใส่แบบข้าวแบ่งกันกลับไป เป็นข้าวสายพันธุ์ที่ไม่ต้องซื้อกินลักษณะคล้ายตะกร้าทรงสูงเป็นอุปกรณ์ที่จักสานมาจากไม้ไผ่ละเอียดโดยจะมีการนำเชือกร้อยใส่ที่กลางตะกร้า เพื่อนำขึ้นคล้องใส่ไว้บนศีรษะ เตรียมนำไปใส่ฟ่อนข้าวที่เก็บเกี่ยวอยู่ไร่ปลูกข้าว เพื่อเอามานวด

    การจัดกิจกรรมว่า เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปีมาแล้ว ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่า พระแม่โพสพจะอยู่บนสวรรค์ จะมีกระเช้าจะเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินกระเป๋าทองที่พระแม่โพสพให้มาจะมีเมล็ดข้าวเมล็ดงา ดอกไม้ต่างๆ เสร็จแล้วพระแม่โพสพก็จะให้โอวาทกับกลุ่มชาติพันธุ์จากนั้นจึงกลับขึ้นสวรรค์โดยกระเป๋าที่ทิ้งให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์สืบต่อมานั้นเป็นสายใยรักของท่านอย่าไปทิ้ง ขอให้สืบทอดต่อไปนอกจากนี้ด้านในกระเป๋ายังมีกล้วย ข้าวห่อ หมากพลู เคียวเกี่ยวข้าว พร้อมกับอ้อยอีก 1 ลำ พอเกี่ยวข้าวแม่โพสพใหญ่แล้วก็จะนำมาเก็บไว้ในฉาง เป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน 200 – 300 ปีแล้ว ตั้งแต่ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเกิดขึ้นมาทั่วประเทศไทย ส่วนพื้นที่การปลูกก็จะขึ้นอยู่กับสภาพแต่ละพื้นที่ เช่น เชิงเขาสูง ที่ราบ ช่วงฤดูการเตรียมหาพื้นที่ปลูกตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งอาจจะปลูกช่วงเดือนสิงหาคม จะต้องมีอุปกรณ์ตามที่แม่โพสพบอกไว้ วิธีการปลูกนั้นเป็นลักษณะแบบหมุนเวียน ใช้ไม้แทงหยอดลงดินตามหลุมโดยพันธุ์ข้าวมี 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์อั้งเจิง และพันธุ์ว่องลาย หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จก็จะนำข้าวฟ่อนขนขึ้นไปบนห้างเรียงเก็บไว้เป็นแถว เมื่อถึงเวลานัดหมายก็จะช่วยกันนวด ช่วยกันฟาด เพื่อให้เมล็ดข้าวได้หล่นลงตามล่องไม่ไผ่มาด้านล่าง ที่มีฝืนรำแพนใหญ่ที่สานจากไม้ไผ่ปูรองไว้ คนที่อยู่ด้านล่างก็จะใช้พัดโบกเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เป็นเม็ดลีบปลิวออกจากกอง จากนั้นจึงขนนำไปใส่กระล่อมข้าว เพื่อเตรียมจัดพิธีกินข้าวใหม่อีกครั้งในเดือนมกราคม เป็นการเสร็จพิธีของชาติพันธุ์ โดยเป็นการปลูกข้าวแบบหมุนเวียนจัดแบ่งพื้นที่ในการปลูกแต่ละครั้ง 

    สำหรับพื้นที่การนวดข้าวจะทำห้างลักษณะสูง มีบันไดไม้สูง เวลานำฟ่อนข้าวขึ้นไปด้านบนแล้วนวดฟาดลงมาจะมีเมล็ดข้าวแกร่งร่วงตกหล่นลงมาลงด้านล่างมีน้ำหนัก ส่วนเมล็ดข้าวที่มีลักษณะลีบก็จะปลิวไปตามแรงโน้มถ่วง และจะใช้แรงงานคนพัดวีเพื่อให้เมล็ดข้าวที่ลีบปลิวออกไปก็จะได้แต่เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์เมื่อนำไปหุงจะเป็นข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม เหนียว นุ่ม คล้ายข้าวหอมมะลิ และยังเป็นข้าวอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีด้วย สำหรับชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านหินสี ตำบลยางหัก หลังจากเสร็จสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวแล้ว ก็จะตากข้าวไว้ให้แห้ง จากนั้นก็จะกำหนดวันรวมกลุ่มนัดหมาย เพื่อจัดพิธีกินข้าวใหม่กันอีกครั้งในช่วงเดือนถัดจากนี้ไป

    เมื่อวันที่ 24-25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกะม่า ได้จัดพิธี “งานบุญข้าวใหม่”ขึ้นบริเวณลานกิจกรรมของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดโดยชุมชนบ่งกะม่า และภาคึเครือข่ายที่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการสร้างพื้นที่ของวัฒนธรรมสร้างสุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงจังหวัดราชบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 

    โดยงานบุญข้าวใหม่เป็นความเชื่อเกี่ยวกับพระเม่โพสพของชาวกะเหรี่ยง เริ่มมีการเพาะปลูก หรือเรียกภาษากะเหรี่ยงว่า “ชีบ่งบึ้ง” ซึ่งพิธีนี้ถูกทำขึ้นตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าทำมาตั้งแต่เมื่อไร แต่พิธีดังกล่าวมีพีธีกรรมได้แก่ การปลูกข้าวครูไว้จำนวน 9 กอง ก่อนที่จะปลูกข้าวครู ก็จะทำพิธีอันเชิญพระแม่โพสพมาจากสวรรค์ แล้วจึงปลูกข้าว นี่คือขวัญข้าวแม่ข้าวที่เป็นตัวแทนของข้าวในไร่เป็นครูของข้าวทั้งหมด ซึ่งแม่พระแม่โพสภจะมาอยู่ตรงนี้ จะมีการจุดเทียนแล้วนำเมล็ดข้าวแม่โพสพ แม่ธรณี แม่คงคา มาห่อรวมกัน เมื่อถึงเวลาพระแม่โพสพมาแล้ว ช่วงที่เราปลูกข้าวจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยว นำข้าวขึ้นลานแล้วจะนำข้าวใหม่ก็จะมีการขอบคุณพระแม่โพสภด้วยการเลี้ยงพระแม่โพสภโดยอาหารที่นำมาเลี้ยงประกอบไปด้วย แกงหอย แกงเผือก แกงมัน จะต้องมีเถาวัลย์ที่เรียกว่า “ชั่งไก่ดุ๊”มาผูกไว้ แล้วจะมีการนำเครื่องมือในการทำเกษตรและเครืองครัวที่ให้ในการหุงหาอาหารมาร่วมอยู่มในพิธีกรรมขอบคุณพระแม่โพสพด้วย และเมื่อทำพิธีเลี้ยงพระแม่โพสพเสร็จสิ้น ก็จะทำการอันเชิญท่านกลับสวรรค์ ซึ่งจะทำการอันเชิญอีกครั้งเมื่อถึงฤดูการเพราะปลูกครั้งต่อไป 

    ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อของชุมชนกะเหรี่ยง ที่ทำกันมาอย่างยาวนาน เมื่ออดีตกาลพิธีดังกล่าวถูกทำในเฉพาะครัวเรือน แต่เมื่อยุดสมัยเปลี่ยนไป มีการปลูกข้าวน้อยลง มีปัญหาเรื่องที่ทำกินที่ทางราชกาลป่าไม้ไม่ให้มีการทำไร่หมุนเวียน ถูกจำกัดสิทธิ์ ทำให้การปลูกข้าวน้อยลง ทำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ คือการรวมทำพร้อมกันทั้งชุมชนเพื่อทำพิธีเดียวกัน เมื่อทำพร้อมกันทำให้เกิดพลังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เป็นจุดสนใจในส่วนของนักท่องเที่ยว มีคนเข้ามาร่วมมากขึ้น มีเครือข่ายมากขึ้น ตรงนี้ส่งผลดีเรื่องการสืบสานต่อคนรุ่นหลัง 

    สาเหตุที่ต้องทำพิธีการการได้ขอบคุณธรรมขาติ ถ้าเรามีความเชื่อและมีความศรัทธากับธรรมชาติจึงทำให้เกิดความผูกพันธ์กับธรรมชาติมากขึ้น เรามีความเชื่อในเรื่องพิธีกินข้าวใหม่ เราจะต้องแบ่งข้าวไว้7 กอง กองที่ 1 ให้สัตว์ต่างๆได้กิน กองที่ 2 ให้พระหรือนักบวช กองที่ 3 ให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย กองที่ 4 ให้หญิงหม้าย เด็กกำพร้า กองที่ 5 ให้ญาติพี่น้องที่มาช่วยเก็บเกี่ยว กองที่ 6 เก็บไว้กินเอง กองที่ 7 เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธ์ นอกจากนั้นวิถีของชาวกะเหรี่ยง เมื่อมีเมล็ดพันธ์ข้าวเราจะนำมาแลกเปลี่ยนกันในชุมชนและสุดท้ายคนเราไม่สามารถดยู่คนเดียวได้ เราก็จะเอื้อกัน ใครแข็งแรงก็ช่วยคนที่อ่อนแอ  คนไหนที่มีมากก็แบ่งปันคนอื่นถ้าสังคมรู้จักการแบ่งปัน สังคมก็จะสงบสุข ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวก็ก็อยากให้มาเรียนรู้ร่วมกันว่าประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกัน แล้วถ้าตรงไหนมันดีมีคุณค่าเราก็ช่วยกันส่งเสริม สิ่งสำคัญคือถ้าประเพณีเรายังอยู่ ถ้าเราไม่อายในเรื่องของชาติพันธุ์และเห็นคุณค่าจะเป็นความเข้มแข็งในชุมชน ในส่วนของการท่องเที่ยวบางกะม่า เส้นทางการเดินทางมีความลำบากการที่จะขึ้นมาได้นั้นต้องใช้ความอดทน ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ นักท่องเที่ยวที่มานั้นจะเป็นกลุ่มคนที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติ และในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนเก่าและคนใหม่ ดังนั้นเราจึงต้องมีการส่งเสริมอาชีพของชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ ถ้าเขามีรายได้เค้าก็จะรักษาประเพณีที่ดีงามนี้ไว้ และลูกหลานรุ่นใหม่ก็จะสานต่อประเพณีวัฒนธรรมรุ่นต่อรุ่นไป บางกะม่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ทีมีลักษณะเป็นธรรมชาติเชิงนิเวศจะมีความสุขการ สุขใจ มีอากาศที่ดีการต้อนรับที่ดีของชาวบ้านก็จะทำให้นักท้องเที่ยวได้มีความสุขด้วยเช่นกัน

    ต้องบอกว่าประเพณีวัฒนธรรม “กินข้าวใหม่”ของชุมชนชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง มีความน่าสนใจและโดดเด่นด้านคุณค่าเชิงวัฒนธรรมอย่างมากเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ การจัดงานดั้งเดิมแบบวิถีใหม่ ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในรากเหง้าของความเป็นชุมชนกะเหรี่ยงวิถีความเป็นอยู่ วิถีชีวิต สามารถมาที่หมู่บ้านบางกะม่า ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้เลยครับ ผู้นำชุมชนพร้อมด้วยชาวบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มใจอย่างแน่นอน