Tag: สสส

  • ถอดบทเรียนงานบุญปลอดเหล้าภาคกลาง ชูค่านิยม “คุณค่า ประหยัด ปลอดภัย” โดยประสานพลังวัด–ผู้นำ–และชาวบ้าน ชูโมเดลตำบลหัวไผ่ จ.อ่างทองเป็นต้นแบบงานบวช งานศพ งานประเพณีปลอดเหล้า

    ถอดบทเรียนงานบุญปลอดเหล้าภาคกลาง ชูค่านิยม “คุณค่า ประหยัด ปลอดภัย” โดยประสานพลังวัด–ผู้นำ–และชาวบ้าน ชูโมเดลตำบลหัวไผ่ จ.อ่างทองเป็นต้นแบบงานบวช งานศพ งานประเพณีปลอดเหล้า

    เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 เครือข่ายงดเหล้าภาคกลาง ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอ่างทอง จัดเวทีถอดบทเรียนงานบุญประเพณีและงานบวชของชาวอ่างทอง โดยเชิญภาคีมูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกับตัวแทนชุมชนจาก 7 ตำบลในจังหวัดอ่างทอง และชุมชนในจังหวัดภากลาง ทั้ง 8 จังหวัด ณ วัดขุนอินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

    นายสุธี ประเสริฐศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า จ.อ่างทอง เปิดเผยผลสำรวจการจัดงานบุญประเพณีและงานบวชนาค จ.อ่างทองว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 948 คน โดยพบว่า ร้อยละ 84 เคยจัดงานบวชที่เคยทำตามมา เช่น เลี้ยงโต๊ะจีน ทำขวัญนาค เครื่องไฟขบวนแห่ตามฐานะ แต่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง ร้อยละ 44.83 ซึ่งการเลี้ยงแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจสะท้อนแนวโน้มเชิงบวก เมื่อประชาชน ร้อยละ 75 เห็นว่างานบวชควรเรียบง่ายได้บุญมากกว่า และ กว่าร้อยละ 86 ระบุว่ามีความตั้งใจจะจัดงานบวชในอนาคตอย่างพอดี สมฐานะ และควรปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 73

    พระครูพิทักษ์จันทรังษี เจ้าอาวาสวัดจันทร์ธรังษี ตำบลหัวไผ่ จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า การทำงานเรื่องงานบวชจำเป็นต้องเริ่มจาก “การเปิดใจเจ้าภาพ” โดยชวนให้มองเห็นว่าการบวชไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ควรเน้นการประกอบพิธีให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย วัดจันทร์ธรังษีได้กำหนดกติกาชัดเจน ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในเขตวัด ไม่ว่าจะเป็นงานบวชหรืองานศพ พร้อมเปิดโอกาสให้บวชแบบเรียบง่ายในลักษณะ “โกนหัวเข้าวัด เลี้ยงเพล” โดยไม่รับเงินอุปัชฌาย์ ส่งผลให้มีผู้มาขอบวชในรูปแบบดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน นายสุทิน คงพละ อดีตกำนันตำบลหัวไผ่ กล่าวว่า บทเรียนจากตำบลหัวไผ่สะท้อนชัดว่า การเปลี่ยนค่านิยมต้องเริ่มจากผู้นำ หากผู้นำไม่กล้าเริ่ม ชุมชนจะไม่ขยับ ในอดีตหลายครอบครัวกังวลแรงกดดันทางสังคม เช่น กรณีจัดงานบวชที่ต้องเลี้ยงเหล้าหลายสิบโต๊ะ ค่าใช้จ่ายเฉพาะเครื่องดื่มสูงถึง 60,000–100,000 บาท เพราะกลัวถูกมองว่าไม่ให้เกียรติแขก แต่เมื่อผู้นำชุมชนแสดงจุดยืนชัดเจน แนวคิดงานบวชเรียบง่ายจึงค่อยๆ ได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งทุกหมู่บ้านตำบลหัวไผ่เรมมีผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งในการรณรงค์เปลี่ยนค่านิยมนี้

    นพ.ทวีโชค โรจนอารัมกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการควบคุมและลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับเครือข่ายและหน่วยงานทุกภาคส่วน เริ่มจากการสร้างความเข้าใจ การเฝ้าระวังและการเตือน ก่อนขยับไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มแล้วขับ มีการตั้งด่านชุมชน ตรวจตราไม่ให้ผู้มีอาการมึนเมาขับขี่ออกสู่ถนนในชุมชน โดยเฉพาะถนนรองที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งนี้ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อยู่ในอาการมึนเมา ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย

    ขณะที่ นายพุทธิธร ฉัตรบริรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง กล่าวว่า เทศบาลมีวัดในพื้นที่ 5 วัด และได้ประกาศชัดเจนให้ทุกวัดเป็นพื้นที่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ในทางปฏิบัติจะยังพบการฝ่าฝืนอยู่บ้าง โดยเฉพาะในงานบวชและงานศพ แต่เชื่อว่าหากผู้นำเป็นตัวอย่างที่ดี จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมาก เทศบาลจึงเริ่มจากการปรับวัฒนธรรมองค์กร จัดกิจกรรมที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้น้ำเปล่า น้ำสมุนไพร และอาหารเป็นหลัก จนค่อย ๆ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของพื้นที่ นอกจากนี้ เทศบาลตำบลท่าช้างยังได้สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน ผ่าน “Academy ตำบลท่าช้าง” ใช้วัดเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมกีฬาและการเรียนรู้หลังเลิกเรียน เพื่อลดเวลาว่าง ลดการตั้งวงดื่ม และปลูกฝังพฤติกรรมเชิงบวกในระยะยาว

    นางกาญจนา เกษสุวรรณ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน ตำบลมหาดไทย เล่าว่า การรณรงค์งดเหล้าเริ่มจากปัญหาในครอบครัว ก่อนขยายสู่ระดับชุมชน โดยใช้วิธี “ขอความร่วมมือ ลดเหล้า” แทนการบังคับ พร้อมใช้เครื่องมืออย่างบัญชีครัวเรือนให้เห็นผลกระทบด้านค่าใช้จ่าย และเชื่อมโยงไปสู่งานบุญ งานศพ และงานบวช รวมถึงการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกเหล้าเข้าสู่ระบบบำบัดอย่างเหมาะสม เวทีถอดบทเรียนครั้งนี้สะท้อนสภาพสังคมให้เห็นอย่างชัดเจนว่า งานบุญประเพณี โดยเฉพาะงานบวชในจังหวัดอ่างทอง กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมที่เคยแฝงด้วยความสิ้นเปลืองและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปสู่รูปแบบที่เรียบง่าย เน้นแก่นแท้ทางพระพุทธศาสนาและคุณค่าทางจิตใจมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของพระสงฆ์ ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ที่ไม่เพียงแต่ร่วมกันคิดและรณรงค์ แต่ยังลงมือ “พาทำ” อย่างต่อเนื่อง จนเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในระดับชุมชน และกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดงานบุญที่พอดี สมดุล และปลอดปัจจัยเสี่ยงในสังคมไทย

  • สตูล-เปิดฤดูกาลแข่งขัน SDN FUTSAL 2569 โซนภาคใต้ตอนล่าง จับมือภาคี ลงนาม MOU สร้างพื้นที่กีฬาปลอดปัจจัยเสี่ยง

    สตูล-เปิดฤดูกาลแข่งขัน SDN FUTSAL 2569 โซนภาคใต้ตอนล่าง จับมือภาคี ลงนาม MOU สร้างพื้นที่กีฬาปลอดปัจจัยเสี่ยง

    วันที่ 22 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสภา เทศบาลเมืองสตูล ได้จัดเวทีประชุมผู้จัดการทีมและตัวแทนทีมกีฬา จำนวน 12 ทีม พร้อมพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่กิจกรรมกีฬาเชิงสร้างสรรค์ ปลอดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็น การเปิดฤดูกาลแข่งขัน SDN FUTSAL โซนภาคใต้ตอนล่าง ประจำปี 2569 ก่อนการจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดสตูล

    ภายในเวที คุณธนิตา เขียวหอม ผู้รับผิดชอบโครงการและการแข่งขัน SDN FUTSAL โซนภาคใต้ตอนล่าง ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ แนวคิด และรูปแบบการจัดการแข่งขัน ที่มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างพื้นที่ปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และการพนันทุกรูปแบบ

    จากนั้น คุณณรงค์ ปิ่นทองพันธ์ ผู้ประสานงานการจัดแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดสตูล ได้ชี้แจงกติกาการแข่งขัน ทบทวนคู่มือการแข่งขัน และดำเนินการจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันอย่างโปร่งใส

    ก่อนเริ่มการจับฉลาก ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมี คุณกิติศักดิ์ มูสิกสง นายกเทศมนตรีเมืองสตูล เป็นประธานในพิธีและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมกล่าวถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองสตูล กับ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ในการต่อยอดการแข่งขันกีฬาให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนในจังหวัด รวมถึงการขยายผลกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

    ด้าน คุณณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ ผู้จัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ได้กล่าวขอบคุณเทศบาลเมืองสตูล ผู้จัดการทีมและตัวแทนนักกีฬาทุกทีมที่เข้าร่วมลงนาม ซึ่งเล็งเห็นถึงผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และการพนัน ที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชน พร้อมย้ำว่าการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นสำคัญของฤดูกาลแข่งขันที่ยึดหลัก “กีฬาเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยของสังคม”

    สำหรับการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 Inspired by Thai PBS รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดสตูล จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬารัชกิจประการ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

    โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 12 ทีม ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน”

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : ธนิตา เขียวหอม
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • สงขลา – จัดเทศกาลอาหารสร้างสุข ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ ยกทัพของดี ของอร่อย สไตล์คนรักสุขภาพให้คุณได้ลอง ระหว่าง 7-11 ม.ค 69 นี้

    สงขลา – จัดเทศกาลอาหารสร้างสุข ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ ยกทัพของดี ของอร่อย สไตล์คนรักสุขภาพให้คุณได้ลอง ระหว่าง 7-11 ม.ค 69 นี้

    วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ สวนหย่อมศุภสารรังสรรค์อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ (นายกแป้น) มอบหมายให้ นายชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการอาหารปลอดภัย และคุณวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนทุนอุปถัมภ์ (สสส.) ผนึกกำลังจัดงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และช่วยเหลือผู้ประกอบการสมาคมฯ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา

    โดยทางโครงการอาหารปลอดภัยฯ ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. ร่วมกับ เทศบาลนครหาดใหญ่ สมาคมการค้าธุรกิจอาหารจังหวัดสงขลา มูลนิธิพลังสังคม เครือข่ายงดเหล้า และหน่วยงานต่างๆ ได้จัดกิจกรรม “เทศกาลอาหารหาดใหญ่สร้างสุข” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เครือข่ายสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร จำนวน 50 ร้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และชุมชนให้มีรายได้หลังประสบอุทกภัย ที่ผ่านมา และผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัย

    ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมสร้างสีสัน จัดลานพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถด้านศิลปะ วาดภาพ ระบายสี กิจกรรมชวนน้องเล่นเกมส์บันไดงู ที่สอดแทรกเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ที่สามารถสร้างการตระหนักรู้ถึงโทษภัยจากปัจจัยเสี่ยง และสร้างรอยยิ้มให้ผู้ที่มาร่วมงาน

    ภายในงาน จัดให้ผู้ประกอบการมาออกบูท “ฟรี” กว่า 44 ร้านค้า แบ่งเป็น 2 โซนเด็ดที่ห้ามพลาด ได้แก่

    โซนที่ 1 อาหารพื้นถิ่นกินหรอย : สัมผัสเสน่ห์อาหารพหุวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งไทย จีน และมุสลิม ที่รวบรวมความเป็นหาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว

    โซนที่ 2 สตรีทฟู้ดสุดฮิต : รวมเมนูยอดนิยม ทันสมัย ถูกใจสายกิน

    และกิจกรรมพิเศษ พบกับการ “สาธิตการปรุงอาหารพื้นถิ่น” จาก 5 ชุมชนในเขตเทศบาลฯ ที่จะมาเผยสูตรลับความอร่อยให้ชมกันแบบสดๆ ทุกวัน! จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 – 11 มกราคม 2569 ตั้งแต่ 11.00 น.- 21.00 น. ได้แก่

    วันที่ 7 /1/69 ชุมชนประชาธิปัตย์ เมนูข้าวยำ

    วันที่ 8/1/69 ชุมชนจันทร์ประทีป เมนูแกงส้ม

    วันที่ 9/1/69 ชุมชนศาลาลุงทอง เมนูผัดคั่วกลิ้ง

    วันที่ 10/1/69 ชุมชนจันทร์วิโรจน์ เมนูเคยคั่วมะพร้าวอ่อน

    วันที่ 11/1/69 ชุมชนเทศาพัฒนา เมนูเต้าคั่ว

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : เทศบาลนครหาดใหญ่
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • สสจ.ปัตตานี ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 12 สคร.12 สงขลา และภาคีเครือข่าย บูรณาการลงตรวจเตือนร้านค้าและรณรงค์ “ประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์ : Zero E-Cig”

    สสจ.ปัตตานี ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 12 สคร.12 สงขลา และภาคีเครือข่าย บูรณาการลงตรวจเตือนร้านค้าและรณรงค์ “ประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์ : Zero E-Cig”

    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมศรีวาโย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี นายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้ากิจกรรมรณรงค์ “สแกนแหล่งค้า” เพื่อขับเคลื่อนกระแส “ประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์ : Zero E-Cig”

    โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลปัตตานี ที่ทําการปกครองอําเภอเมืองปัตตานี ตํารวจภูธรเมืองปัตตานี สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าปัตตานี (สคล.) สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าใต้ล่าง หน่วยงานประจําจังหวัด สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิเทศศาสตร์/สื่อสารมวลชนในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ จังหวัดปัตตานี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมวางแนวทางลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และป้องปรามร้านค้าในการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

    โดยมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกฎหมายในการจำหน่ายบุหรี่ ประเภทบุหรี่มวน ห้ามตั้งโชว์ แบ่งขาย หรือ ลดแลกแจกแถม และห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย โดยผลการตรวจในวันนี้ ไม่พบร้านค้าใดกระทำผิดกฎหมาย ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

    นางเบญจมาศ อัลอิสฮักก์
    หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สุขภาพจิตและยาเสพติด สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี

    นางเบญจมาศ อัลอิสฮักก์ กล่าวว่า คณะทำงานได้คัดเลือกร้านค้าบางส่วนเพื่อลงตรวจเชิงลึก พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดด้านกฎหมายเน้นย้ำให้ผู้ค้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการจัดตั้งร้าน การแสดงสินค้า และแนวทางที่ถูกต้องในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบและ ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า “สิ่งที่เราจะเดินหน้าร่วมกันหลังจากนี้ คือ การสร้างกระแสให้ประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดปัตตานีของเรา บุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์ ตามสโลแกน Zero E-Cig โดยเฉพาะร้านค้าที่อาจยังไม่ทราบข้อกฎหมาย เราจะมีเจ้าหน้าที่ลงตรวจให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง”

    นายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 12

    นายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา กล่าวว่า สถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงมีการระบาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ตกเป็นเป้าการโฆษณาชักจูงรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย จังหวัดปัตตานีจึงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องในการรณรงค์เพื่อลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทั้งด้านการให้ความรู้ การสื่อสารความเสี่ยง และการเฝ้าระวังร่วมกับภาคีเครือข่าย พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงผู้ปกครองให้ช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลาน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

    หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ผ่านแอปพลิเคชันแจ้งเบาะแสบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันลดปัญหาและคุ้มครองสุขภาพประชาชน

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : พัชรา ยิ่งดำนุ่น สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • ภาคกลาง-เวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน YSDN ภาคกลาง “หลักสูตร นักกระบวนกรสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม”

    ภาคกลาง-เวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน YSDN ภาคกลาง “หลักสูตร นักกระบวนกรสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม”

    วันที่ 26-27 กรกฎาคม 2568

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน YSDN ภาคกลาง “หลักสูตร นักกระบวนกรสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม” ณ ห้องประชุมพิงผา วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

    การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือ แกนนำเยาวชน YSDN เป็นนักจัดกิจกรรมกระบวนกรสร้างสุข สร้างสรรค์สังคมของทีมภาคกลางที่มีทักษะออกแบบกระบวนการ สามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการได้ ภายใต้วัตถุประสงค์ของการจัดเวทีนี้ คือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่สานพลังเครือข่าย YSDN ภาคกลางสร้างสรรค์นวัตกรรมและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และพัฒนาทักษะแกนนำเยาวชน YSDN ให้มีทักษะการออกแบบกระบวนการ หรือจัดกระบวนการเรียนรู้ได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักที่เข้าร่วม คือ แกนนำเยาวชน YSDN ภาคกลางจังหวัดละ 4 คนที่ผ่านกระบวนการพัฒนาทักษะกับทาง สคล.อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

    ในช่วงเวลาหนึ่งของกิจกรรมผู้ใหญ่ใจดีพบปะน้องเยาวชน YSDN ภาคกลาง นางสาวนุชจรินทร์ แก้วประเสริฐ (ผู้ประสานงานเยาวชนสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง) กล่าวว่า “เป้าหมายงานเยาวชน YSDN ระดับภาคกลางปีนี้เรามุ่งเน้นเรื่องการสร้างชุด Core Team เยาวชน YSDN ภาคกลาง ที่มีทักษะการผลิตสื่อ เป็นเยาวชนนักสื่อสารสร้างสรรค์รณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง และมีทักษะออกแบบกระบวนการ สามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการได้ในระดับภาคและจังหวัดของตนเอง หนุนเสริมการขับเคลื่อนงานแบบเพื่อนช่วยเพื่อนได้”

    คุณอาทิตย์ เตชะเวฬุกุล (อาจารย์เม้ง) วิทยากรจากทีมงานสร้างสุข ได้ให้นิยามความหมายของ นักกิจกรรมกระบวนกรไว้ว่า “นักกิจกรรมกระบวนกร” เป็นผู้ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนเป็นสำคัญ หรือเรียกอีกอย่างว่า การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Active-Based Learning : ABL) ฉะนั้น นักจัดกิจกรรมกระบวนกร ไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว พวกเขาจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งนอกจากนี้ อาจารย์เม้ง ได้สร้างกฎและกติกาในการเรียนรู้ร่วมกันของแกนนำเยาวชน YSDN ภาคกลางที่ว่า “เรียนรู้ และทำทุกอย่างกันแบบ 100%”

    นอกจากนี้ อาจารย์เม้ง ยังได้ถ่ายทอดเรื่องเทคนิคการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship) ผ่านกระบวนการละลายพฤติกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และสอดแทรกเรื่องของการทำงานเป็นทีม รวมทั้งการออกแบบกิจกรรมละลายพฤติกรรมด้วยเส้นโค้งกระบวนการเรียนรู้ (Learning Curve) และลงมือปฏิบัติจริงโดยมีอาจารย์เม้ง ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะการทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมของ YSDN แต่ละกลุ่ม ซึ่งผลที่ได้ทำให้ YSDN ภาคกลางได้เรียนรู้เทคนิคการออกแบบกระบวนการ และได้ลงมือปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดทักษะการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นทีม YSDN ภาคกลางนักกระบวนกรสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่กับ สคล. ต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    – Facebook : สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง
    Link : https://web.facebook.com/SDNCentral
    – TikTok : สคล.ภาคกลาง
    Link : https://www.tiktok.com/@sdncentralregion

    ภาพและข่าว โดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง

  • สสส.-เครือข่ายงดเหล้า หนุนต้นแบบ “ชมรมฯ และกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร” สงขลา ชูกระบวนการ ชวน ช่วย ชมเชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษา เปลี่ยนวิถีสู่สุขภาพดี

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้า หนุนต้นแบบ “ชมรมฯ และกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร” สงขลา ชูกระบวนการ ชวน ช่วย ชมเชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษา เปลี่ยนวิถีสู่สุขภาพดี

    เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่จังหวัดสงขลา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ลงพื้นที่ติดตามการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ณ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนตำบลท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมร่วมกิจกรรม “ชวน ช่วย ชมเชียร์” โดยชมรมคนหัวใจเพชร และกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร ที่ร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนปลอดเหล้า ควบคู่กับการสร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

    นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่าการมีสุขภาพที่ดีเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดี ของชุมชน ทั้งนี้แม้โรงพยาบาลจะมีศักยภาพในการรักษา แต่พิสูจน์แล้วทั่วโลกโรงพยาบาลช่วยได้ไม่ถึง 20% ดังนั้นสิ่งต่างๆ ที่สสส.ทำไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหล้า เลิกบุหรี่ ลดการกินหวาน มัน เค็ม การออกกำลังกาย อาหารที่ปลอดภัยหรือวิถีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีก็สามารถป่วยได้ ดังนั้นเราเชื่อว่ามีแต่พลังองค์ชุมชน ทางสังคมที่ช่วยเหลือกันเข้าใจวิถีชีวิต สำหรับการเลิกเหล้าเข้าพรรษาปัจจุบันเรารู้ว่าในเมืองไทยขายอยู่ 6 แสนล้านบาทต่อปี และมีกฎหมายใหม่ สามารถโฆษณาสื่อทางสังคมได้เด็กรุ่นใหม่ คนจน ผู้หญิงมีการดื่มมากขึ้นกลายเป็นค่านิยมอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นกฎหมายบางเรื่องจัดการไม่ได้แต่มีเพียงชุมชนที่เข้มแข็งที่จะสามารถจับและลดอบายมุขเหล่านี้ ลดค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและลดภาระต้นทุนของครอบครัว

    นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส.

    “ผมขอชื่นชมกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร ที่ใช้กลไกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่เพียงจะช่วยลดการพึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพของผู้หญิงในพื้นที่ เช่น การแปรรูปขนมพื้นบ้าน ข้าวต้มใบพ้อ พริกแกงใต้ กล้วยฉาบ ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์วัฒนธรรมของถิ่นใต้ได้อย่างงดงาม และยกย่องกลุ่มเยาวชน “สานศิลป์ถิ่นใต้” ที่นำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น หนังตะลุง มโนราห์ และดนตรีพื้นบ้าน มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน ห่างไกลอบายมุข และ สสส. ยังคงยึดมั่นในบทบาทจุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลังให้ทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติของการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องอาศัยแนวทางที่เข้าใจมนุษย์ เคารพวิถีชีวิต และสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้ทุกคนมีทางเลือกที่ดี” นพ.สุรเชษฐ์ กล่าว

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2546 โดยใช้พลังศาสนาและวัฒนธรรมเป็นแกนกลางในการเปลี่ยนค่านิยมการดื่มของสังคมไทย ปัจจุบันขยายผลไปตลอดทั้งปี และผลักดันสู่ระดับนโยบาย ทั้งในระดับจังหวัดและประเทศ ตั้งแต่ปี 2565 – 2567 มีภาคีเครือข่ายฯ เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นจาก 2,500 เป็น 3,500 เครือข่าย, ชุมชน โดยลงนามผ่านโปรแกรม SoBer CHEERs จำนวน 1,010 แห่ง และมีผู้ “บวชใจงดเหล้า” ในจำนวน 32,495 คนในปีล่าสุด, ผู้เลิกเหล้าตลอดชีวิต หรือ “คนหัวใจเพชร” พุ่งจาก 600 เป็นกว่า 12,598 คน ซึ่งในปี 2567 ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการเลิกเหล้ากว่า 93 ล้านบาท

    “จากรายงานสถานการณ์ของศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) พบว่า จังหวัดสงขลาในปี 2565 มีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์อยู่ที่ร้อยละ 0.430 ติดอันดับที่ 52 ของประเทศ ขณะที่ความชุกของนักดื่มในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 16.4 โดยร้อยละ 50.9 ดื่มแล้วขับ และพบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ห้ามขายสูงถึงร้อยละ 14.1 ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ” นายธีระ กล่าว

    นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

    นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า บริบทพื้นที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา มีความเป็นชุมชนกึ่งชนบทและกึ่งชุมชนเมือง ส่งผลให้กรณีงานบุญประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ยังมักมีการดื่มสังสรรค์ และตั้งวงดื่มในช่วงเย็น ทำให้เห็นชัดเจนถึงผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นการเข้ามาขับเคลื่อนของ สสส. ร่วมกับภาคีและชุมชนในการเดินหน้าส่งเสริมและรณรงค์ให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตามบริบทและวิถีชีวิตของชาวชุมชนพื้นที่ภาคใต้ส่งผลให้เกิดครอบครัวเลิกเหล้า ชุมชนหันมาเห็นความสำคัญของการเลิกเหล้ามากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาที่เป็นโมเดลสำคัญต่อการสร้างสังคมสุขภาวะยั่งยืน

    นายณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ ผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    นายณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ ผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีโรงกลั่นและโรงแช่สุราที่ได้รับอนุญาตถึง 72 แห่งมากที่สุดในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านควนเหนือและบ้านหัวนอนวัด ที่เคยมีการผลิตสุราชุมชนจำนวนมาก ปัจจุบันมีการขับเคลื่อน “ชุมชนคนสู้เหล้า” ผ่านกิจกรรมหลากหลาย (1) ชมรมคนหัวใจเพชร ก่อตั้งเมื่อปี 2564 เริ่มจากการเลิกเหล้าด้วยตนเองและชวนชุมชนร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา (2) กลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร เริ่มดำเนินการปี 2566 ต่อยอดจากกลุ่มแปรรูปอาหารในชุมชน มุ่งส่งเสริมอาชีพให้ผู้หญิงที่เลิกเหล้า โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผลิตสินค้า เช่น พริกแกงใต้ กล้วยฉาบ ข้าวต้มใบพ้อ และขายในตลาดนัด เพิ่มรายได้และความมั่นคงในครัวเรือน และ (3) กลุ่มเยาวชน “สานศิลป์ถิ่นใต้” ภายใต้การสนับสนุนของ “ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้าน” สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม สะท้อนถึงพลังของชุมชนในการรวมพลังเพื่อพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ด้วยแนวทางที่ผสาน “การงดเหล้า” เข้ากับการสร้างอาชีพ ฟื้นฟูวัฒนธรรม

    “เรายังชวนร้านค้าหยุดขาย สร้างอาชีพทางเลือก รวมถึงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐและวัฒนธรรม จัดงานบุญปลอดเหล้า พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ และขยายต้นแบบ CBTx เพื่อฟื้นฟูผู้ใช้สารเสพติด พร้อมเตรียมจัดเวทีเชิดชู “คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร” หลังออกพรรษา” นายณัฐวัฒน์ กล่าว

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : ผู้จัดการออนไลน์
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล