Tag: แข่งเรือปลอดเหล้า

  • การแข่งขันเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 ชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2567 พื้นที่ต้นแบบงานบุญประเพณี ปลอดเหล้า ปลอดภัย

    การแข่งขันเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 ชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2567 พื้นที่ต้นแบบงานบุญประเพณี ปลอดเหล้า ปลอดภัย


    เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย กับการแข่งเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 27 ประจำปี 2567 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ตลาดน้ำบางกล่ำ ท่าน้ำวัดบางหยี อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด ” วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ ” ซึ่งได้รับความรวมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอบางกล่ำ สาธารณสุขอำเภอบางกล่ำ เทศบาลตำบลบางเหรียง องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ สำนักงานเครือข่ายองค์การงดเหล้า และสถานีตำรวจภูธรบางกล่ำ และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ที่ร่วม ลงนามความร่วมมือ (MOU) และขับเคลื่อนกิจกรรม จนประสบความสำเร็จ

    ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพื้นที่ตำบลบางเหรียง ขยายพื้นที่ห้ามดื่ม ห้ามขาย ในเขตบริเวณการแข่งขันสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม เชียร์สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์อีกทั้งปีนี้มีความพิเศษ จากเดิมมีเรือเข้าแข่งขัน 45 ลำ แต่ปีนี้มีถึง 62 ลำ รวมไปถึงการสร้างสีสันภายในงาน ที่มีนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่มาร่วมสร้างเสียงหัวเราะก ร้องเล่น เต้นรำ ทำให้การแข่งเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์อย่างแท้จริง

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ออกบูธ รณรงค์สื่อสาร การชวนลด ละ เลิก การดื่ม และ การห้ามจำหน่าย สุราภาย ในงาน

    โดยภายในบูธมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
    – สื่อรณรงค์ ให้ความรู้ เกี่ยวกับพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    – กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน เช่น ระบายสี วาดรูป เกมส์บันไดงู จิ๊กซอ
    – บริการน้ำดื่มทางเลือกแจกฟรี สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมภายในงาน

    กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนในปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตระหนักถึงความสำคัญของการลดการดื่ม

    นอกจากนี้ เครือข่ายงดเหล้า (สคล.) ภาคใต้ตอนล่าง ยังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รณรงค์ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน และรณรงค์การจำหน่ายสินค้า อาหารที่ถูกหลักอนามัย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้งานแข่งเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลาเป็นงานประเพณีที่สนุก ปลอดภัย และสร้างสรรค์ อย่างแท้จริง


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • (มีคลิป) ลงนาม MOU การแข่งขันกีฬาเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 ชูพื้นที่ต้นแบบปลอดเหล้า ปลอดภัย สร้างค่านิยมใหม่งานบุญประเพณี

    (มีคลิป) ลงนาม MOU การแข่งขันกีฬาเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 ชูพื้นที่ต้นแบบปลอดเหล้า ปลอดภัย สร้างค่านิยมใหม่งานบุญประเพณี


    วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ที่ศาลาประชาคมอำเภอบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานการแข่งขันกีฬาเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 27 ประจำปี 2567 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำหนดจัดงานในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2567 ณ ท่าน้ำวัดบางหยี ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา โดยวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมรณรงค์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้สโลแกน ” วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ “

    โดยก่อนเริ่มพิธีลงนาม (MOU) ได้จัดกระบวนการ เสริมความรอบรู้ด้านอาหารปลอดภัย สุขอนามัย โดย ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนระบบอาหารตลอดห่วงโซ่อาหารในโรงเรียนและชุมชน และความรู้เรื่อง พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย นายอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ ผู้ประสานงานด้านกฏหมาย ศูนย์ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ที่จำหน่ายสินค้าภายในงานแข่งเรือยาวประเพณี ในครั้งนี้

    โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอบางกล่ำ สาธารณสุขอำเภอบางกล่ำ เทศบาลตำบลบางเหรียง องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ สำนักงานเครือข่ายองค์การงดเหล้า และสถานีตำรวจภูธรบางกล่ำ เพื่อร่วมรณรงค์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้สโลแกน “วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นไปพร้อมกัน


    นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดการแข่งขันเรือยาว จ.สงขลา เป็นประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน ซึ่งอบจ.สงขลาให้การสนับสนุนงบประมาณมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์การแข่งขันเรือยาว จ.สงขลา ส่งเสริมการท่องเที่ยวใน อ.บางกล่ำกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นให้ดีขึ้น และเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชน ที่สำคัญอยากให้กิจกรรมการแข่งขันเรือยาว จ.สงขลา ที่เป็นกิจกรรมปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นแบบอย่างให้กับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆของ จ.สงขลาต่อไป เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหาสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณีอาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ และอุบัติเหตุตามมาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ถ้ารณรงค์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิดในการจัดกิจกรรมได้ในทุกกิจกรรมจะช่วยลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้จากสาเหตุของการดื่มแอลกอฮอลล์ทำให้ผู้มาร่วมกิจกรรมเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย อีกทั้งสามารถสนุกกับกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอลล์


    ด้าน นาย ณัฐวัฒน์ กิตติธนาชูพันธ์ ผู้จัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง เปิดเผยว่า การลงนาม MOU บันทึกข้อตกลง ในการจัดการแข่งขันเรือยาว จ.สงขลา ภายใต้สโลแกน “วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นไปพร้อมกัน โดยมุ่งเน้นความร่วมมือใน 4 ด้าน คือ 1.ด้านการบังคับใช้กฎหมาย 2.ด้านการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์งานประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดสงขลา ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ 3.ด้านอาหารปลอดภัย Food Safety ใส่ใจผู้บริโภค และ 4.ด้านการเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา อีกด้วย

    นายอักษร บุตรโคตร ปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ ได้กล่าวถึงไฮไลท์ของการจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณี จ.สงขลาว่า ปีนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าทุกปีเพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลกว่า 3 แสนบาท ถือเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน มีมาตรฐานการแข่งขัน และที่สำคัญจัดกิจกรรมแบบปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ พ.ศ.2551 ได้กำหนดไว้ โดยห้ามมิให้มีการจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในสถานที่หรือบริเวณต้องห้าม ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคีเครือข่ายได้ร่วมขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณี จ.สงขลา ครั้งที่ 27 ประจำปี 2567 โดยปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิด เพื่อปกป้องเด็ก เยาวชนไม่ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์โดยง่าย และเพื่อพัฒนาให้ จ.สงขลา เป็นจังหวัดต้นแบบในการจัดแข่งขันกีฬาเรือยาวประเพณีปลอดภัยและส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    การลงบันทึกข้อตกลง (MOU) ในครั้งนี้ มุ่งเน้นความร่วมมือใน 4 ด้าน คือ 1.ด้านการบังคับใช้กฎหมาย 2.ด้านการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์งานประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดสงขลา ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ 3.ด้านอาหารปลอดภัย Food Safety ใส่ใจผู้บริโภค 4.ด้านการเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา และเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา อีกด้วย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    Youtube : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : www.youtube.com/@user-of7gt4dr7u
    Tiktok : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.tiktok.com/@sdnstopdrink?_t=8oThF45F8p2&_r=1
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา Songkhlapao
    ภาพ : ธนบดี เจริญผล

  • “ส่วงเฮือ” อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์(ประเพณีแข่งขันเรือยาว) 2566

    “ส่วงเฮือ” อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์(ประเพณีแข่งขันเรือยาว) 2566

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    “ส่วงเฮือ” กมลาไสย

    “อำเภอกมลาไสย” เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำน้ำปาว วิถีชีวิตของชาวอำเภอกมลาไสย จึงผูกพันอยู่กับสายน้ำและมีประเพณีการแข่งขันเรือ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ส่วงเฮือ” มีมาช้านานเป็นเวลาเกือบร้อยปี เป็นประเพณีที่ชาวอำเภอกมลาไสย และพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง การแข่งขันเรือของชาวอำเภอกมลาไสย ได้รับการพัฒนาปรับเปลี่ยนมาตามกาลเวลา และมีสืบสานประเพณีที่มีมากกว่าร้อยปี กับประเพณีการแข่งเรือที่เรียกว่า ส่วงเฮือ ตามวิถีชีวิตของชาวอำเภอกมลาไสย

    ปี 2566 เทศบาลตำบลกมลไสย จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดกาฬสินธุ์ (ปลอดเหล้า-เบียร์) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามลำน้ำปาว อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมการแข่งขันเรือยาวของท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างเสริมเอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นการแข่งขันเรือยาวประเภท 10, 40 และ 55 ฝีพาย ระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน 2566 ณ สนามลำน้ำปาว อำเภอกมลาไสย

    วันที่ 22 กันยายน 2566 มีการแห่ถ้วยพระราชทานฯ และพิธีเปิด มีนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีร่วมเปิดงานแข่งขันเรือยาวประเพณี

    แข่งเรือปลอดเหล้า-เบียร์

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับเทศบาลกมลาไสย ร่วมรณรงค์การแข่งขันเรือยาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ปลอดเหล้า-เบียร์ ซึ่งพื้นที่กมลาไสย เป็นสนมแข่งเรือที่มีการจัดเป็นงานแข่งเรือปลอดเหล้า-เบียร์ มาอย่งต่อเนื่องหลายปี มีกิจกรรมเดินรณรงค์ในขบวนแห่ของเยาวชน กิจกรรมรณรงค์แจกน้ำดื่มทางเลือก และการรณรงค์เฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยความร่วมมือกับภาคส่วนาชการในพื้นที่ ทั้งกรมการปกครองกมลาไสย โรงพยาบาลกมลาไสย สาธารณสุขกมลาไสย กองการสาธารณสุขเทศบาลกมลาไสย และ สภ.กาฬสินธุ์ ในการให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ตรวจเตือนด้านกฎหมาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแลกอฮอล์ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง และเพื่อความเรียบร้อยของการจัดงาน โดยเน้นไปที่ความปลอดภัยของประชาชนและคนที่มาเที่ยงานเป็นหลักสำคัญ

    นางกัลยา เลิศล้ำ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการดำเนินการในหลายมิติ ผ่านการประสานการทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลกมลาไสย หน่วยงานในพื้นที่ เครือข่ายเยาวชน และชุมชนคนสู้เหล้า เพื่อสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานแข่งขันเรือยาวกมลาไสย ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการมาเที่ยวงาน เพราะงานแข่งขันเรือยาวประเพณีของอำเภอกมลาไสย เป็นงานบุญประเพณีหลักและขึ้นชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มีเรือมาแข่งจากหลากหลายพื้นที่ และคนต่างพื้นที่มาเที่ยวจำนวนมาก การได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนในพื้นที่จึงเป็นเรื่องที่ดี ในการสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดเหล้า ปลอดภัยต่อไป

    ภาพ/ข่าว จากเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์/เทศบาลตำบลกมลาไสย อ.กมลาไสย

    https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan/

  • ประเพณีแข่งเรือยาวหัวพญานาค เอกลักษณ์แห่งเมืองน่าน อายุร่วม 200 ปี

    เรือหัวพญานาค เอกลักษณ์แห่งเมืองน่าน อายุร่วม 200 ปี

    ภาพและเรื่องโดย ศุภกิตติ์ คุณา

    หากพูดถึง “ประเพณีการแข่งเรือ” เป็นวิถีชีวิตความผูกพันแห่งสายน้ำ และความเป็นอยู่ของชาวไทยในชนบท ถิ่นที่อยู่อาศัยใกล้แม่น้ำ ประเพณีแข่งเรือนั้น ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถรับชมได้ตามชุมชนลุ่มน้ำของไทย ในบางพื้นที่จัดให้มีการแข่งขันการแข่งเรือจนกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่ยาวนาน

    ขึ้นเหนือไปที่เมืองน่าน ประเพณีการแข่งเรือชาวเมืองน่านนั้น สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้ระบุว่า การแข่งเรือของจังหวัดน่านมีความผูกพันกับ “พญานาค” โดยมีความเชื่อที่ว่า พญานาคจะปกป้องคุ้มครองโบราณสถาน วัดวาอารามและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ จึงขุดเรือยาวและตกแต่งหัวเรือและหางเรือตลอดจนลำเรือให้มีลักษณะคล้ายพญานาค ปีไหนมีภาวะฝนแล้ว ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล บรรพบุรุษชาวน่านก็จะนำเรือแข่งไปพายแข่งกัน ซึ่งเปรียบเสมือนกับพญานาคกำลังเล่นน้ำ เพื่อขอฝนและก็เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะว่าหลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาจริงๆ

    ประเพณีแข่งเรือหัวพญานาคที่จังหวัดน่าน จะจัดขึ้นกันหลายอำเภอ แต่ที่จังหวัดน่านมีเอกลักษณ์ที่แต่งต่างกับพื้นที่อื่นคือ เรือที่นำมาแข่งขันนั้นเป็นเรือลักษณะเป็นหัวพญานาค หรือเรียกว่า “หัวโอ้” เป็นโอกาสอันดีที่ทางพวกเราได้ลงพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามแข่งเรือที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน

    แข่งเรือเมืองน่าน มีประวัติมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

    อาจารย์สง่า อินยา ปัจจุบันเป็นอุปนายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน และรองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้เล่าความเป็นมาให้กับพวกเราว่า จากการที่สืบค้นตามผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลายท่าน ก็บอกว่า ตั้งแต่ท่านเกิดมา ท่านก็เห็นการแข่งเรืออย่างนี้มาตลอด ดังนั้นจึงไม่สามารถทราบแน่ชัดว่าได้ว่า การแข่งเรือเมืองน่านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ก็ไม่ปรากฏหลักฐานบอกไว้ จากการบันทึกในประวัติศาสตร์เมืองน่าน จากหลักฐานการบันทึกเขียนไว้ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 5 ท่านย้ายเมืองจากเมืองปัว เมืองวรนคร ไปสู่เมืองน่านในปีนั้น พ.ศ.1902  พระยาการเมือง เจ้าเมืองวรนคร เมืองปัว ได้ใช้เรืออพยพขนย้ายผู้คนล่องมาตามลำน้ำน่านเพื่อสร้างเมืองใหม่ที่เมืองภูเพียง แช่แห้ง มาจากแม่น้ำน่าน ก็เลยเกิดว่าน่าจะต้องมีเรือแข่งกันขึ้นมา ทุกคนก็เลยมองไปที่เรือแข่งสร้างเรือแข่งขึ้นมา

    (ภาพจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน)

    ถ้าจากเอกสารอ้างอิงประวัติศาสตร์ที่ได้กล่าวถึง “นครน่าน” ซึ่งเป็นเมืองนครรัฐที่เมืองต่างๆ เข้ามาสวามิภักดิ์ถึง 57 เมือง โดยมีเจ้าผู้ครองนครสืบราชวงศ์ติดต่อกันถึง 64 พระองค์ นับตั้งแต่ราชวงศ์ภูคาเป็นปฐมสันตติวงศ์จนถึงราชวงศ์เติ๋นมหาวงศ์ ต้นตระกูล ณ น่าน เป็นราชวงศ์สุดท้าย ไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัดว่า เป็นเจ้าผู้ครองนครพระองค์ใด มีรับสั่งให้บรรดาเสนาอำมาตย์ทหารข้าราชบริพารไปตัดต้นตะเคียนที่ป่าขุนห้วยสมุน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่าน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นต้นตะเคียนที่มีขนาดใหญ่มาก ว่ากันว่าถึงขนาดตอของต้นตะเคียนนั้น สามารถวางโก๊ะข้าว (สำรับข้าวสำหรับคนเหนือ) ได้ถึง 100 โก๊ะ ขุดรากตัดแล้ว ประชาชนต่างก็ช่วยกันชักลากออกมาจากป่า

    จากนั้นก็ลากเอาไม้ดังกล่าวนั้น ล่องมาเรื่อยๆจนถึงแม่น้ำน่านระยะทาง 30 กิโลเมตร เกิดเป็นรอยลากเป็นร่องน้ำขึ้นมา คือ แม่น้ำสมุน ในอำเภอเมืองน่านปัจจุบันนี้  และนำไม้ตะเคียน 1 ต้นมาขุด  ได้ 2 ลำ ตกแต่งเป็นเรือแข่งเมืองน่าน ตั้งชื่อว่า “เรือท้ายหล้า-ตาตอง” คำว่า ท้ายหล้า หมายถึง เรือที่ท้ายเรือยังทำไม่เสร็จ ตาตอง หมายถึง เรือที่มีตาทำด้วยทองเหลืองหรืออีกความหมายหนึ่ง คือมีตาของไม้ที่นำมาขุดเรือเป็นสีทองเหลือง เจ้าผู้ครองนครน่าน เลยประกาศให้เป็นรูปแบบของเรือเมืองน่าน โดยมีหัวเป็นพญานาค และหางเป็นหงส์ ตั้งแต่นั้นเป็นมาคนเมืองน่านก็สร้างเรือ เป็นแบบเรือแข่ง โดยปรากฏเป็นหลักฐานได้บันทึกไว้ตามฝาผนังวัดต่าง เช่น วัดภูมินทร์

    การจัดแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน ปรากฏหลักฐานอ้างอิงได้ ตั้งแต่ พ.ศ.2460 เมื่อครั้งสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตฯ เสด็จตรวจราชการเมืองน่าน เจ้าผู้ครองนครน่านพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการประจำเมืองจัดให้มีการแข่งขันเรือประเพณีให้ทอดพระเนตร เจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย เมื่อดำรงตำแหน่งเจ้าอุปราชพร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายเหนือได้ลงไปฟ้อนในเรือลำที่ชนะเลิศด้วย หลังจากนั้นผู้ปกครองน่านในยุคต่อๆ มาได้สืบสานประเพณีการแข่งเรือนี้ซึ่งมีวิวัฒนาการและมีผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเพิ่มความสำคัญของการแข่งขันจนเป็นประเพณียิ่งใหญ่และเป็นเทศกาลสำคัญระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานถ้วยรางวัลการแข่งขันทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ เรือใหญ่ เรือกลาง และเรือเล็ก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวจังหวัดน่านอย่างยิ่ง

    ประเภทการแข่งเรือที่เมืองน่าน

    เมื่อสมัยก่อน การแข่งเรือนั้นจะมี เรือเล็ก ที่นั่งไม่เกิน 30 ฝีพาย, เรือกลาง 40 ฝีพายและเรือใหญ่ไม่เกิน 55 ฝีพาย ในสมัยนี้มีการปรับไปตามยุคสมัย เมื่อทุกคนอยากต้องการเอาชนะ ทำให้พื้นที่ของตัวเรือมีการปรับหัวเรือเล็กลงและน้ำหนักเบา จึงเกิดปัญหาขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่ไม่ยอมไปนั่งแข่งเรือ หากไปนั่งแข่งเรือก็จะแพ้เด็ก และสู้เด็กไม่ไหว เพราะเด็กนั้นมีการฝึกซ้อม 2-3 เดือน ที่สนามแข่งเรือ อ.ท่าวังผา เลยสร้างขึ้นมาอีกสนาม คือ เรือเล็กเอกลักษณ์น่าน คือนั่ง 30 ฝีพาย แต่เอาเฉพาะผู้ใหญ่ที่อายุ 45 ปี ขึ้นไป มาแข่งกัน ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบ ชาวบ้านดูกันเต็มสองฝั่ง เพราะว่าเป็นเฉพาะผู้ใหญ่แข่งกัน ลูกหลานที่อยู่ทางกรุงเทพฯก็จะกลับบ้านเพื่อมาดู ส่วนลูกหลานอยู่แถวนี้ก็พากันมาดูมาดูพ่อแม่เข้าแข่งขัน  ก็เลยกลายเป็นสถานที่ที่รวมคนได้มากที่สุดอีกสนามหนึ่ง แล้วก็เขาชื่นชมก็เพราะตรงนี้ล่ะครับเพราะว่าตรงนี้ต่อไปน่าจะเอาผู้ใหญ่ที่อายุ 45 ปีนี้มาแข่งกันโดยไม่มีเด็ก

    ส่วนการแข่งขันของเด็กนั้น ก็มีแนวทางประเภทเด็ก เราก็มีประเภทผู้สูงวัยอายุ 45 ปีขึ้นไป ก็เลยกลายเป็นเรื่องเอกลักษณ์น่าน เรือโบราณ เรือเร็ว ถ้าหากไม่คุมเรื่องหัวเรือ ไม่มีควบคุม หรือกำหนดเอกลักษณ์ของเรือ ก็เรียกว่า เรือโอเพ่น ก็คือเอาตามความอิสระ ส่วนการแข่งขันเรือหัวพญานาค ก็จะมีเอกลักษณ์ที่บังคับเกี่ยวกับเรือ หัวเรือจะต้องใหญ่เท่าไหร่ ขนาดไหนบ้าง ลำเรือต้องเป็นลักษณะแบบนี้ ส่วนเรือโบราณจะต้องเป็นตามลักษณะที่กำหนดขึ้นมา ก็เลยทำให้เรือที่เป็นโบราณกลับหวนฟื้นคืนมา ส่วนเรือหัวเล็กที่ไม่ใช่เอกลักษณ์ก็เลยจะค่อยๆหายไป

    เรือแข่งเมืองน่าน อายุร่วม 200 ปี

    ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานร่วม 200 กว่าปี สิ่งที่เห็นชัดเจน ณ ตอนนี้ อาจารย์สง่า อินยา เล่าต่อเรื่องราวเรือที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันยังทำการแข่งขันได้อันดับ 1 คือ “เรือเสือเฒ่าท่าล้อ” บ้านท่าล้อ อำเภอภูเพียง (ปี 2566) อายุ 207 ปี ซึ่งยังสามารถใช้แข่งได้ ถัดมาอันดับ 2 คือ “เสือเฒ่าบุญเรือง” บ้านบุญเรือง อำเภอเวียงสา เป็นเรือที่มีอายุเก่าแก่ของจังหวัดน่าน ปัจจุบัน (ปี 2566) มีอายุ 186 ปี  เรือลำนี้ขุดเมื่อปี พ.ศ.2380 โดยพระอธิการธนะวงค์ หรือครูบาธนะวงค์ เจ้าอาวาสวัดบุญเรือง (หรือวัดห้วยบงในสมัยนั้น) ขุดด้วยไม้ตะเคียนทองที่บริเวณป่าขุนแม่น้ำมวบ บ้านน้ำมวบ อ.เวียงสา เดิมชื่อ “เจ้าแม่บัวเขียว”, “บัวเรียว”,  “บัวลอย” เป็นเรือที่สวยงามและมีความเร็วจนหาคู่แข่งได้ยากในสมัยนั้น เรือที่เก่าแก่อันดับ 3 คือ “เรือคำแดงเทวี (นางดู่งาม)” บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา เรือคำแดงเทวี เป็นเรือไม้ประดู่อยู่ที่บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา อายุ 176 ปี และถัดมาอันดับ 4 คือ “เรือแม่คำปิ๋ว” บ้านนาหนุน อายุ 140 ปี และเรือเล็กเอกลักษณ์น่าน “เรือนางพญาคำปิ๋ว” บ้านดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา อายุ 97 ปี

    พญานาค กับความเชื่อประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน

    เมื่อ “พญานาค” เป็นตัวแทนของความชุ่มชื้นเป็นตัวแทนของความชุ่มเย็น เป็นผู้บันดาลให้ฝนตก ให้น้ำ เมื่อชาวไร่ชาวนาไม่มีน้ำทำเกษตรกรรมไม่มีฝนฟ้าคะนองหรือไม่มีน้ำทำนา ก็จะเอาเรือลงไปเล่นน้ำเอาไปแข่งกันเหมือนกับว่าขอฝนมันเป็นที่อัศจรรย์ ถ้าเอาลงเรือแข่งกันเมื่อไหร่ ฝนจะตกลงมา เล่ากันว่าที่จังหวัดน่านหากต้องการฝนแล้วเอาพญานาคไปเล่นน้ำแล้ว ฝนก็จะตกลงมาจริงๆ อย่างเช่นการแข่งเรือทุกวันนี้ก็จะมีฝนตกลงมาด้วย ถ้าต้องการน้ำฝนตกแล้วก็ต้องใช้เรือหัวพญานาคลงแข่งขัน หากหัวเรือเป็นหัวอย่างอื่น จะไม่ให้เข้าร่วมแข่งขัน ฉะนั้นจึงต้องเป็นหัวพญานาคเพียงอย่างเดียว

    การแข่งเรือหัวพญานาค โดยเฉพาะที่อำเภอท่าวังผา ไม่มีใครทราบเหมือนกันว่าเริ่มต้นการแข่งขันครั้งแรกเมื่อไหร่ จนถึงปี พ.ศ.2518 ต้องหยุดการแข่งขันไป เพราะว่าการแข่งขันได้สร้างปัญหาทำให้คนแตกแยกกัน จึงมีการหยุดแข่งขันไปหยุดไปประมาณ 7 ปี และต่อมาในปี พ.ศ. 2525 นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยกันฟื้นฟูประเพณีการแข่งเรือหัวพญานาคขึ้นมาใหม่ และนำเอากติกาของกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาเป็นกติกาหลัก มีการถ่ายทำวีดีโอในการตัดสินหน้าเส้นชัย ลดการเกิดปัญหา และเป็นสิ่งที่ดี จากนั้นไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยกลายเป็นวัฒนธรรมเป็นประเพณีที่ดีงามทำการแข่งเรือเรียกว่า “ประเพณีแข่งเรือพญานาคจังหวัดน่าน

    ในยุคสมัยนี้ อาจารย์สง่าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเราว่า การใช้คำว่า การแข่งเรือพญานาคจังหวัดน่าน ในสถานที่ต่างๆจะต่อเติมท้ายชื่องานด้วยชื่อพื้นที่นั้น เช่น การแข่งเรือพญานาค อำเภอท่าวังผา เป็นต้น นักท่องเที่ยวเริ่มให้ความนิยทเข้ามาชมประเพณีแข่งเรือหัวพญานาคมากขึ้นเรื่อยๆ

    “คนน่านภูมิใจ๋ แข่งเฮือยิ่งใหญ่ บ่มีเหล้าเบียร์”

    ประเพณีแข่งเรือที่จังหวัดน่าน จึงเป็นที่ชื่นชมของชาวจังหวัดน่าน และเป็นที่ชื่นชมของบุคคลทั่วไปว่า ไม่มีกิจกรรมใดที่จะยิ่งใหญ่กว่าการแข่งเรือและมีคนมารวมตัวกันมากกว่าการแข่งกีฬาชนิดอื่น ดังนั้นจึงเป็นที่ภาคภูมิใจในการแข่งเรือเมืองน่าน และกลายเป็นการแข่งเรือปลอดเหล้า ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าแข่งเรือจะต้องไม่กินเหล้า แต่ที่เมืองน่านสามารถทำให้เห็นแล้วว่าเป็นการแข่งเรือปลอดเหล้า ดั่งงานที่สนามแข่งขัน อ.ท่าวังผา เรียกว่า การแข่งเรือปลอดเหล้า เข้าหาพระธรรม สนามแข่งเรือแห่งนี้ ก็จะมีพระสงฆ์มาอนุโมทนาสาธุด้วย

    การแข่งเรือปลอดเหล้า ที่ จ.น่าน เห็นความชัดเจนเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างในพื้นที่ สมัยก่อนถ้ามีประเพณีแข่งเรือ โรงพยาบาลน่าน และโรงพยาบาลท่าวังผา จะต้องรวบรวมหมอ รวบรวมพยาบาลเต็มอัตราศึก เพราะจะเกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกัน และเกิดอุบัติเหตุ หามเข้าโรงพยาบาลกันตลอดเลย หลักจากที่ การแข่งเรือปลอดเหล้าแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไร หากถามว่ามันมีการปลอดเหล้าจริงไหม ปัจจุบันต้องบอกได้เลยว่า ถึงไม่มีโครงการปลอดเหล้า ประเพณีแข่งเรือที่นี่ก็แข่งขันกันแบบไม่มีเหล้ากันได้ กลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัดน่านในการแข่งเรือปลอดเหล้า ซึ่งเป็นที่มาของว่า “คนน่านภูมิใจ๋แข่งเฮือยิ่งใหญ่บ่มีเหล้าเบียร์” ซึ่งหมายถึง คนจังหวัดน่านภาคภูมิใจ งานประเพณีแข่งเรือที่ยิ่งใหญ่ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


    Reference

    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน, คลังข้อมูลภาพเก่า https://www.finearts.go.th
    • อาจารย์ราเชนทร์ กาบคำ นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน
    • บทสัมภาษณ์ อาจารย์สง่า อินยา อุปนายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน โดย ศุภกิตติ์ คุณา, แข่งเรือเอกลักษณ์หัวพญานาค อ.ท่าวังผา พ.ศ.2563
    • สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน, ประเพณีท้องถิ่น
  • เชียงคาน…มนต์เสน่ห์เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

    เชียงคาน…มนต์เสน่ห์เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

    เชียงคาน  ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ริมน้ำโขงอันเลื่องชื่อ  ที่หลายคนต่างเฝ้าถวิลหา  อยากจะมาเยือนให้ได้สักครั้ง  ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ  กอปรกับความร่ำรวยทางวัฒนธรรม  ที่ผนวกเข้ากันได้อย่างประจวบเหมาะ  ทำให้เชียงคาน  กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยม  ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมานานเนิ่น

    ท่ามกลางสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติอันตระการตา  เช่น  แก่งคุดคู้  ภูทอก  และมรดกทางวัฒนธรรมที่พรั่งพร้อม  ที่แฝงฝังอยู่ในความเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์  ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย  อาทิ  การตักบาตรตอนเช้า  การขี่จักรยานแทนการขับรถยนต์  การเดินเที่ยวไปในกลุ่มอาคารเก่าย้อนยุค  และการหลับฝันในที่พักแบบโฮมสเตย์  ซึ่งดึงดูดผู้คนให้มาเยือนดินแดนแห่งนี้อยู่อย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี  ใครเลยจะรู้ว่า  เชียงคาน  ยังมีจุดเด่นอีกประการ  ที่นับวันจะถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ  นั่นคือ  ความเป็นเมืองปลอดเหล้า  ซึ่งในวันนี้ “สนสามใบ” จะพาไปพิสูจน์กันว่า  เมืองท่องเที่ยวติดอันดับอย่างเชียงคานนั้น  ปลอดเหล้าได้อย่างไร (more…)