Author: Chompoo SDN

  • สคล. ชวนคนไทยงดเหล้า “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ใน 90 วัน”

    สคล. ชวนคนไทยงดเหล้า “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ใน 90 วัน”

    เข้าพรรษนี้ สสส.-สคล. ชวนคนไทยงดเหล้า “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ใน 90 วัน” นำสังคมเปี่ยมสุข ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ชูหลักสูตร “SoBrink” เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เปลี่ยนค่าเหล้าเป็นเงินออม เผย ปี 66 ปชช. ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มเป็น 10.2 ล้านคน พบ 66.3% มีสุขภาพกาย-ใจดีขึ้น ประหยัดเงินค่าเหล้า 4.2 พันล้านบาท

    เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2567 ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา 2567 “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ใน 90 วัน” พร้อมเปิดตัว TVC รณรงค์ แคมเปญ “งดเหล้า ได้คุณคนใหม่” สื่อสารสังคมว่าการเริ่มงดเหล้าแม้จะช่วงระยะสั้นๆ ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลง จนเสมือนเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้

    โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2566 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่า มีผู้เปลี่ยนพฤติกรรมลด ละ เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา 10.2 ล้านคน จากจำนวนผู้ที่ดื่มทั้งหมด 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากถึง 7.7 แสนคน แบ่งเป็น ผู้งดดื่มตลอดพรรษา 21.3% ผู้ที่งดบางช่วง 9.1% และผู้ที่ไม่งดแต่ลดการดื่มลง 10.5% โดยกลุ่มตัวอย่าง 66.3% ระบุว่าได้รับผลดีจากการลด ละ เลิกดื่มในช่วงเข้าพรรษา โดยเฉพาะสุขภาพร่างกายดีขึ้น สุขภาพจิตใจดีขึ้น รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยคนละ 1,506.97 บาท รวมทั้งประเทศประหยัดได้ราว 4.2 พันล้านบาท สำหรับการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ สสส. ใช้แนวคิดขับเคลื่อนงานที่เชื่อมโยงสู่มิติทางสุขภาวะ Healthy Sobriety สังคมสุขปลอดเหล้า จึงขอใช้โอกาสช่วงเข้าพรรษา 90 วัน เชิญชวนให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงตัวเอง ภายใต้แคมเปญ “งดเหล้า 3 เดือน ได้คุณคนใหม่” โดยเริ่มจากการลด ละ และนำไปสู่การเลิกดื่มถาวร ฟื้นกาย ฟื้นใจ ฟื้นความสัมพันธ์ ถือเป็นการตัดโอกาสความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายอีกหลายชนิด

    “ทำไมต้องสุขปลอดเหล้า ทำไมดื่มเหล้าแล้วทำให้สุขยาก เพราะเหล้าไปกระตุ้นให้สร้างสารแห่งความสุขเทียม ทำให้ร่างกายชาชินกับสุขจากสารภายนอก สารแห่งความสุขจากภายในจึงสร้างน้อยลง จนต้องพึ่งพาแต่เหล้าเพื่อสร้างสารแห่งความสุข ไม่ดื่มก็ไม่สุข แต่เมื่อดื่มมากขึ้น ก็ทำให้ไม่อยากได้ความสุขจากอย่างอื่น เช่น ความสุขจากความภาคภูมิใจ การทำความดี ทำเพื่อคนอื่น ทำให้หมกมุ่นแต่ความสุขเทียมจากเหล้า เมื่อดื่มหนักส่งผลให้เสียการเรียน เสียหน้าที่การงาน สุดท้ายเกิดโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ ความสุขที่แท้จริง จึงเป็นสุขที่ไม่ต้องพึ่งพาเหล้า หรือสารใดๆ จากภายนอก ถือเป็นความสุขภายในที่แท้จริง” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2567 นี้ สคล. ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน กว่า 3,500 แห่ง ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างการรับรู้และเชิญชวนงดเหล้าเข้าพรรษา รวมทั้งตั้งจุดลงนามปฏิญาณตน โดยมีโปรแกรม Sober CHEERs ซึ่งเป็นการจัดเก็บระบบฐานข้อมูล และติดตามผู้ที่เข้าร่วมบวชใจงดเหล้า ที่สมัครใจร่วม ลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา โดยใช้โมเดล SoBrink Soclub มีชมรมคนหัวใจเพชร 40 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกันรณรงค์สร้างความเปลี่ยนแปลง ร่วมงดเหล้า ออมเงิน ลดหนี้ เพิ่มสุขให้ครอบครัว และกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร 80 แห่งทั่วประเทศ ร่วมรณรงค์สร้างการเปลี่ยนแปลงด้าน เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต ด้วยสมุนไพรและธรรมชาติบำบัด ให้แก่ว่าที่คนหัวใจเพชร ได้รับประสบการณ์การเป็นคนใหม่ ในช่วง 3 เดือนนี้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาวิทยากรชมรมคนหัวใจเพชร เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรม SoBrink Soclub

    นางสาวฟ้าอิงตะวัน ไวยกรรณ์ นักกระบวนกรหลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต สคล. กล่าวว่า ตนเป็นสาวสายปาร์ตี้ ชีวิตวนเวียนอยู่กับเหล้าเกือบ 24 ชม. จนเมื่ออายุ 38 ปี ตรวจพบอาการตับแข็ง และค่าตับที่สูงมีแนวโน้มของการเป็นมะเร็งตับ จึงหันมาเริ่มศึกษาภูมิปัญญาจากแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เพื่อช่วยล้างพิษและเสริมพลังตับ จนพบว่าสมุนไพรไม่ได้ปรุงเป็นยาเพื่อรักษาเท่านั้น แต่ปรุงเป็นอาหาร และเครื่องดื่มได้ จึงพัฒนา สูตร SoBrink ใช้สมุนไพรต่อต้านอนุมูลอิสระ มีทั้งสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม จากพืช ผัก สมุนไพรที่หาได้จากหลังบ้าน มาแปลงเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อล้างพิษตับ เสริมพลังตับ และเลือกวัตถุดิบที่ไม่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูป และทำควบคู่กับกิจวัตรประจำวันตามนาฬิกาชีวิต คือ นอนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด ออกแดด ออกกำลังกาย ให้อภัยไม่เครียด ซึ่งจะทำให้ผู้ที่นำสูตรนี้ไปใช้ได้รับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ในช่วง 3 เดือนนี้ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูล และการจัดอบรมให้ความรู้ต่างๆ ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “SoBrink”

    นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า กอช. เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลัง มุ่งสร้างรากฐานการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ หนี้ครัวเรือน และหนี้ส่วนบุคคล เพราะมีรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ ขาดการวางแผนด้านการเงิน ปัญหาคือไม่มีเงินเก็บ แนวทางการแก้ไข ต้องเสริมทักษะการวางแผนทางด้านการเงิน ให้ความสำคัญในการออมเงิน เก็บทีละเล็ก ทีละน้อยจนเป็นนิสัย จึงอยากแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่จำเป็น และทำลายสุขภาพ ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเงินค่าเหล้ามาเป็นเงินออม โดยเริ่มออมกับ กอช. เป็นการออมเพื่ออนาคต สำหรับเป็นเงินบำนาญหลังจากเกษียณ ท่านที่สนใจ สอบถามที่ สายด่วนเงินออม โทร. 02 049 9000

    นายชาคริต จินะคำปัน อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บ้านเกาะกลาง ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และคนหัวใจเพชรชุมชนสุขปลอดเหล้าบ้านเกาะกลาง กล่าวว่า ดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 20 ปี กลายเป็นคนขี้เหล้า ไม่ทำอะไร ไม่มีใครไว้ใจ หลังจากพ่อป่วยทำอะไรไม่ได้ จึงตัดสินใจ “หักดิบ” เลิกดื่มแบบจริงจัง พอได้กินอิ่มนอนหลับ ร่างกายได้พักผ่อนก็มีแรง สามารถมาทำงานประกอบอาชีพ มีรายได้ มีเงินเก็บ คนในชุมชนได้เปิดโอกาสให้เราเข้ามาช่วยงานสังคม ช่วยกิจกรรมต่าง ๆ ได้ชักชวนคนในหมู่บ้านเลิกดื่มเหล้าไปได้แล้วหลายคน ต่อมาเก็บออมเงินซื้อรถป้ายแดง ไว้ใช้ประกอบอาชีพ และออมเงินต่อ จนปลูกบ้านสำหรับครอบครัวได้สำเร็จ

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดยอ.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมา

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดยอ.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมา

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดย.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมาหวังสร้างนักกีฬาเยาวชนในวิถีห่างไกลสุราบุหรี่สารเสพติดและการพนันจากภูธรสู่อนาคตทีมชาติไทย 

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมพลศึกษา ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล (ระดับพื้นฐาน) ภายใต้โครงการ “โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ปี 2567 (ครั้งที่ 4) โดยคัดเลือกโค้ชจำนวน 100 คน โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น ณ ศูนย์ฝึกกีฬากรมพลศึกษา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี 

    รศ.ดร.แล  ดิลกวิทยารัตน์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส.  ประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ ชื่นชมและให้กำลังใจผู้ฝึกสอนที่เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ สานฝันสู่ความเป็นจริง” ครั้งที่ 4 กล่าวว่า “โค้ช” ก็คือ “ครู” ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน มีสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ทั้งในและนอกตำราให้กับเยาวชนได้โดยตลอด ทางสสส. มีความเป็นห่วง เห็นว่าปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ การพนัน และอุบัติเหตุ ล้วนเป็นสิ่งขัดขวางทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ  โดยเฉพาะปัจจุบันที่เหล้ามีหลายรูปแบบ  บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีแพคเกจที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนการพนันเข้าถึงได้ง่ายในระบบออนไลน์ รวมถึงอุบัติเหตุกลายเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยไปมากในแต่ละปี การกีฬาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นความนิยมที่มีความท้าทาย สามารถสร้างแรงบันดาลใจสู่เป้าหมาย เพราะเยาวชนเป็นกำลังสำคัญของชาติ จึงไม่ควรให้คนเหล่านี้ต้องตกเป็นเหยื่อของอบายมุขเหล่านี้ ควรต้องสร้างให้เยาวชนพ้นไปจากปัจจัยเสี่ยง  โค้ช จึงนับว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อแผ่นดิน เป็นผู้ที่ประเทศไทยฝากความหวังไว้ ว่าจะช่วยให้เยาวชนเติบโตมาอย่างมีสุขภาพดีทั้งกายและใจได้สืบไป

    นายธีระ  วัชรปราณี  ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า  จากปัญหาความรุนแรงที่มีนักกีฬาเยาวชนวิ่งไล่ทำร้ายคู่แข่งขันในสนามฟุตบอล กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ในสื่อสังคมออนไลน์ แม้ สคล. จะทำงานเกี่ยวกับงดเหล้า แต่สนับสนุนการกีฬา เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของสังคม โดยเฉพาะเยาวชน ให้เกิดการตระหนักรู้ ผ่าน“โค้ช” ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสกับเด็กและเยาวชนมากที่สุด ปัจจุบันที่ธุรกิจแอลกอฮอล์นั้นพยายามแย่งชิงเยาวชนไปอยู่กับฝั่งของตนและกลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ในที่สุด  หากโค้ชสามารถเป็นทั้งต้นแบบที่ดี  สื่อสารสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะไม่ตกไปเป็นเครื่องมือทางการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ นับว่าเป็นการสกัดนักดื่มหน้าใหม่ได้ โดยเฉพาะกับเยาวชนที่ยังอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต สามารถใช้กีฬาช่วยให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านความพ่ายแพ้และได้รับชัยชนะ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในสนามเท่านั้น  เยาวชนที่เล่นกีฬาหลายคนเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีชื่อเสียงได้ ดังนั้น โค้ชจึงควรมองนักกีฬาเยาวชนเป็น “พลเมืองของประเทศ” โดยไม่มองเป็นเพียงนักกีฬาที่จะลงสนามไปคว้าชัยชนะเท่านั้น

    อาจารย์บุญเลิศ  เจริญวงศ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลชายทีมชาติเมียนมา และวิทยากรฟุตซอล AFCLevel3  สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียกล่าวว่า  20 ปีที่ผ่านมา กีฬาฟุตซอลนั้นไม่เคยหยุดนิ่งเลย มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล เพื่อผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน ครั้งนี้จะได้แนวทางการเล่น หรือเทคนิค การหาข้อมูลต่างๆ ทำให้มีหลายทีมที่โดดเด่นขึ้นมา ทดแทนบางทีมที่ตกลงไป  ดังนั้น หากหยุดการเรียนรู้ จะทำให้ตามโลกฟุตซอลไม่ทันอย่างแน่นอน  โค้ชจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา  เพื่อให้มีความรู้ที่อัพเดทอยู่เสมอ  ก่อนที่จะไปสอนเยาวชน กีฬากับยาเสพติดจะอยู่คงละขั้วกัน  หากเสพยา  ดื่มเหล้า  จะทำให้กำลังวังชาในการเล่นนั้นลดน้อยถอยลง นักกีฬาเยาวชนในภูมิภาคหลายตนไม่มีโอกาสเล่นกีฬา  ทำให้ตกไปอยู่ในวังวนของยาเสพติด  ที่นับวันจะหาง่ายขึ้นมาก  จึงเป็นเรื่องดีที่โค้ชไปช่วยดึงเยาวชนเหล่านั้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของอบายมุข  และกลายเป็นนักกีฬาที่ถึงแม้บางคนจะไปไม่ถึงความเป้นเลิศทางด้านกีฬา  แต่ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้

    นายธีรพลสัญญาปลื้ม ผู้เข้าร่วมจากจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผมทำทีมมาจากศูนย์ ครั้งนี้เป็นการเข้ารับการอบรมครั้งแรก ผมได้ประโยชน์มาก ทั้งหลักการ วิธีการ แนวทางของการเป็นโค้ชที่ดี ด้านคุณธรรมจริยธรรม นักกีฬาทุกคน ตั้งใจเต็มร้อยมุ่งมั่นฝึกฝนที่จะมาแข่งขัน อาจมีความก้าวร้าวรุนแรง กระทบกระทั่งกันบ้างในเกมการแข่งขัน สำหรับผมคิดว่าการแข่งขันมีแพ้ ชนะมีได้เปรียบเสียเปรียบ มักจะส่งผลทางอารมณ์ ซึ่งโค้ชจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีส่งเสริมสุขภาวะ ด้านการดูแลตัวเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เหล้า-บุหรี่ รวมถึงสอนเด็กๆในเรื่องของการมีสติ มีสมาธิ ควบคุมเกม ควบคุมสถานการณ์ ในสนามแข่ง ใครเป็นผู้มีสติสมาธิมากที่สุด ทีมนั้น นั้นคือผู้ชนะ เมื่อการแข่งขัน SDN FUTSAL No- L CUP “เพื่อนกันมัน โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน” รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์ระดับประเทศ ชนะเป็นอันดับที่ 4  ในครั้งต่อไปจะกลับมาสู้อย่างสุดความสามารถ เพราะเป็นรายการเดียวที่ทำให้เด็กรากหญ้า เยาวชนจากภูธร ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแข่งขัน ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมเพื่อเยาวชนทุกคนจริงๆ

    นายกาญนุวัฒน์ อาจภักดี ผู้เข้าร่วมอบรมจากจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ผมได้เคยนำทีมเข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ มาได้แค่รอบจังหวัดเท่านั้น แต่การอบรมครั้งนี้ ผมตั้งใจมาเก็บเกี่ยววิชาความรู้ไปเต็มๆเลยครับ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับ ทั้งคณะผู้จัดที่ดูแลเป็นอย่างดี และทีมอาจารย์ผู้สอนที่ให้ความรู้แบบไม่กั๊ก ทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจ ตั้งแต่หลักการ ขั้นตอนและข้อแนะนำต่างๆ จะนำไปใช้ปรับปรุงพัฒนาทักษะในการสอนให้ได้มากที่สุด ปลื้มใจแทนเด็กๆ นักกีฬาเยาวชนที่ห่างไกล เพราะผมเป็นทีมเล็กๆที่อยู่ติดชายแดน จังหวัดศรีสะเกศ เราดูแลกันแบบครอบครัว อยู่ด้วยกันตลอดเวลาพวกเขามุ่งมั่นไม่แพ้ใคร ซึ่งการมาอบรมครั้งนี้ทำให้ผมมั่นใจในการที่จะกลับไป ทำงานเพื่อเด็กๆ ในชนบทที่เขาไม่มีโอกาสทำให้เขามีโอกาส ได้มาสู้กับ ทีมต่างๆต่อไป

  • สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้าลงพื้นที่ต้นแบบงดเหล้า.เพชรบุรีชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิดเลิกเหล้าเลิกจนต่อยอดลดรายจ่ายสร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัวสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบ หมู่บ้านโพธิ์ด้วน ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายงดเหล้า นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจากกระบวนการ ชวนช่วยเชียร์ ของเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศไทย คณะทำงานประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบุรี สู่การต่อยอด“เลิกเหล้า เลิกจน” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัว ..รุ่งอรุณลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักสสส. กล่าวว่า สสส. ขับเคลื่อนรณรงค์ “ลดเหล้า ลดรายจ่าย”เป็นการสร้างความตระหนักในการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ชุมชน สังคม จัดการสิ่งแวดล้อมปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ลดปัจจัยเสี่ยง ส่งผลดีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสังคมสุขภาพดี มีความสุขมากขึ้น เศรษฐกิจระดับประเทศดีขึ้นต่อไป

    “กระบวนการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ นอกจากจะช่วยออมเงินค่าเหล้าแล้ว สคล. และคณะทำงานสร้างกิจกรรมสนับสนุนการเข้าถึงศักยภาพ และฟื้นฟูอาชีพเดิม เพิ่มอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มเติม ในระยะสั้น และในระยะยาว พัฒนาศักยภาพให้สามารถพึ่งตนเองได้ และการรณรงค์ให้เกิดคนหัวใจหิน หัวใจเหล็ก และหัวใจเพชร เพิ่มขึ้นเพื่อลดเงินไหลออก จึงเป็นการสร้างต้นทุนที่ดีทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ ปัญญา ให้บุคคลพร้อมสำหรับการพัฒนาทักษะความสามารถ และพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว เห็นผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” ..รุ่งอรุณกล่าว

    ...กนกศักดิ์มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลมีจำนวนมาก โดยเกิดจากเมาแล้วขับ การทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนคุ้มครองเด็ก และเยาวชนได้ ได้นำร่องสถานที่ราชการปลอดเหล้า และเชื่อมโครงการต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นนโยบาย และแนวทางการทำงาน ร่วมกับประชาคมเครือข่ายงดเหล้า จ.เพชรบุรี โดยแกนนำพลังหญิงหัวใจเพชรร่วมขับเคลื่อนงาน ชวน ช่วย เชียร์ ในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดกลุ่มต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยเฉพาะ “งดเหล้า ลดรายจ่าย” พร้อม ๆ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทางอบต. พร้อมที่จะสนับสนุน ในการเชื่อมประสานเครือข่ายให้เกิดชุมชนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

      นางนงค์นุชขำขมแกนชุมชนตำบลต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ตนเองเป็นแพทย์ประจำตำบล และเป็น อสม. ด้วย ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2561 และร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่สนับสนุนโดย อบต.บ้านต้นมะม่วง โดยตั้งเป็นกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร ขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าผ่านกระบวนการ “ชวน ช่วย ชม เชียร์” โดยเตรียมออกแบบการทำงานแบ่งบทบาทหน้าที่ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจชุมชน เพื่อหาข้อมูล ชวนเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม มีการลงเยี่ยม ชุมชน หนุนเสริม พบปะ พูดคุย ติดตาม ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 คน สามารถงดเหล้าได้ครบพรรษา 3 เดือน และตั้งใจเลิกตลอดชีวิต 2 คน 

    “การทำงานต้องวางแผนเป็นระบบ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ มีอาสาสมัครกระจายตัวในพื้นที่ 1 คน รับผิดชอบ 1 ครัวเรือน ทั้งนี้มีครู กศน. กลุ่มงานคุมประพฤติ มาร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า เชิญชวนกลุ่มนักศึกษาเป็นนักรณรงค์ชักชวนร้านค้าในชุมชนให้ปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากชวนคนให้งดเหล้าเข้าพรรษา ยังชวนหยอดกระปุกออมเงินค่าเหล้าแล้ว และตั้งกลุ่มกันสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อเป็นการ “ลดรายจ่าย สร้างรายได้” เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในครอบครัวและชุมชนเพิ่มขึ้น”  นางนงค์นุช กล่าว

    นายภานุพงศ์อยู่ยั่งยืนอายุ 56 ปีคนต้นแบบตำบลต้นมะม่วง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า เริ่มดื่มตั้งแต่อายุ 18 ปี จนอายุ 51 ปี พอมีครอบครัวก็ยังดื่มทุกวัน คิดว่าร่างกายไหว ดื่มเบียร์ครั้งละ 5-6 ขวด เหล้าวันละ 1 ขวด คิดเป็นเงินวันละ 300 บาทเป็นอย่างต่ำ ดื่มแล้วก็เมา เมาแล้วก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ล้ม เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้รับบาดเจ็บถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ครอบครัวทุกข์ใจ ลูกสาวขอให้เลิกกิน จึงรับปากลูก และไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ เมื่อ 5 ปีที่แล้วทาง สคล. จ.เพชรบุรี ร่วมกับแกนนำในชุมชน รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจึงตั้งใจเข้าร่วม ช่วงที่ยากที่สุด คือ 3-4 เดือนแรก รู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนแอ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ แต่ครอบครัวคอยให้กำลังใจ  สคล. จ.เพชรบุรี มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตลอด ช่วยแนะนำ เชียร์ให้สามารถเลิกได้จนถึงทุกวันนี้ ตอนหยุดดื่มเหล้าได้แล้ว ออมเงินหยอดกระปุกทุกวัน ในช่วงเข้าพรรษาออมเงินได้กว่า 20,000 บาท สามารถนำเงินไปต่อเติมบ้าน ทำในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าการนำเงินไปซื้อแอลกอฮอล์ ทำให้มีแรงจูงใจงดดื่มแอลกอฮอล์ต่อไป หลังจากเลิกดื่มแอลกอฮอล์สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเอง การเลิกดื่มส่งผลให้เพื่อน ญาติ สังคมเกิดการยอมรับ 

  • สมศักดิ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีสั่งเดินหน้า ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ

    สมศักดิ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีสั่งเดินหน้า ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ

    สมศักดิ์ลงพื้นที่.เพชรบุรีสั่งเดินหน้าลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพชูโมเดลสสส. คนหัวใจเพชรลดเหล้าบุหรี่ออมเงินได้กว่า 120 ล้านบาทลดพนันเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออมนำร่องรร.ผู้สูงอายุ 150 แห่งสานพลังชุมชนเข้มแข็งสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาหารเตรียมขยายขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องระดับตำบล/ ชุมชน 2,000 แห่งทั่วประเทศ

    เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2567 ที่ อบต.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่รับฟังสรุปการดำเนินงานลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ.เพชรบุรีโมเดลการแก้ไขปัญหา และลดสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนนายสมศักดิ์เทพสุทินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสสส. คนที่ 1 กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สินครัวเรือน ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และเร่งวางแนวทางแก้ไขปัญหา เนื่องจากข้อมูลหนี้สินครัวเรือนไทยปี 2566 สูงถึง 16.2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะครอบครัวผู้มีรายได้น้อย มีค่าใช้จ่ายการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าครอบครัวรายได้สูงถึง 6 เท่า และใช้เงิน 21.5% ของรายได้ไปกับการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีหนี้สินจากการพนันที่พบว่า มีผู้ติดหนี้พนันถึง 1.6 ล้านคน ในปี 2566 เพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนคน จากปี 2564 คิดเป็นมูลค่าหนี้สินรวมมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ย 12,335 บาท/คน

    “หลายครอบครัวมีหนี้สินสูงกว่ารายได้ การแก้ไขปัญหาหนี้ต้องพัฒนากลไกให้เกิดเป็นระบบ ลดรายจ่ายจากปัจจัยเสี่ยงที่บั่นทอนสุขภาพ และทำให้เกิดแผนเศรษฐกิจชุมชน อาทิ สร้างอาชีพ เชื่อมโยงองค์กร/สถาบันการเงิน ส่งเสริมการผลิต และใช้เอง รวมถึงแผนปลดหนี้ พัฒนาอาชีพเสริมรายได้ พัฒนาผู้ประกอบการอินทรีย์ตลาดสีเขียว ให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร เชื่อมั่นว่าเป้าหมายขยายโมเดลการทำงานของ สสส. สามารถไปสู่การสร้างชุมชนปลอดความยากจน ที่จะนำร่องระดับตำบล/ ชุมชน ไม่น้อยกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเอง ชุมชน สังคม นอกจากเกิดผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจระดับประเทศด้วย” นายสมศักดิ์กล่าว

    นางเบญจมาภรณ์ลิมปิษเฐียรรองผู้จัดการกองทุนสสส. กล่าวว่ามาตรการ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุน สสส. มีมติให้ร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) พัฒนาแนวทางจัดการหนี้ครัวเรือน โดยตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่ายบั่นทอนสุขภาพ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ การพนัน เพื่อแก้ไขปัญหา และลดสัดส่วนหนี้สินครัวเรือน ที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ ขับเคลื่อนงานระดับตำบล/ชุมชน 626 พื้นที่ โครงการ “คนหัวใจเพชร” ลดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา นำไปสู่การงดเหล้าตลอดชีวิต เฉพาะปี 2565 มีผู้เข้าร่วม 151,948 คน สามารถประหยัดเงินได้ถึง 121,784,378 บาท  ลดการพนัน เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออมในโรงเรียนผู้สูงอายุกว่า 150 โรงเรียน นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดรายจ่าย สสส. และภาคีเครือข่ายได้สานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง พัฒนาแผนเศรษฐกิจชุมชน และแผนปลดหนี้ครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยสวนผักชุมชน ลดรายจ่าย สามารถนำไปจำหน่าย สร้างรายได้ ให้ครอบครัว และชุมชน

    ภก.สงกรานต์ภาคโชคดีประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า เครือข่ายประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบุรี ขับเคลื่อนผ่านทีมอาสาเครือข่ายคนต้านเหล้า จำนวน 15 ชุมชน เน้นงานชวน ช่วย ชมเชียร์ คนเลิกเหล้า และออมเงิน ฟื้นฟู ผู้ติดสุรา ส่งเสริมให้ลดรายจ่ายสร้างรายได้ รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา งดเหล้าในงานบุญ งานศพ และงดเหล้าตลอดทั้งปี ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือสามารถลดรายจ่ายการจัดงานจาก 63,000 บาท หลังเข้าร่วมโครงการ เหลือ 13,500 บาท เหลือเงินออมได้ถึง 49,500 บาท นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งกองทุนเจ้าภาพ และสวัสดิการ สนับสนุนเจ้าภาพงานเลี้ยงปลอดเหล้าจากกองทุนชุมชน เจ้าภาพละ 1,000 บาท และสนับสนุนทุนตั้งต้นเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมงดเหล้า กองทุนละ 4,000 – 5,000 บาท 

    นายธีรศักดิ์พานิชวิทย์  นายกสมาคมพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไทยอดีตนายกอบต.บ้านหม้อ.เมือง.เพชรบุรีหนึ่งในตำบลสุขภาวะกล่าวว่า อปท.ใน จ.เพชรบุรี มีจำนวน 84 แห่ง ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่จำนวน 55 แห่ง กระจายทั้ง 8 อำเภอ คิดเป็น 65.5% ทำงานร่วมกับแผนสุขภาวะชุมชน สสส. ดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ด้วยแผนเศรษฐกิจชุมชน และแผนปลดหนี้ครัวเรือน เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นำผลผลิตท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า เช่น กลุ่มต้นตาลประดิษฐ์ กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์จากใบตาล หมู่บ้านจัดการตนเองด้านส่งเศรษฐกิจ และผลักดันกลุ่มอาชีพเสริมรายได้ มีทุนหมุนเวียน 50,000 บาท ให้สมาชิกสามารถกู้ยืมไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก

    นายธนากรคมกฤสเลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า พนันเป็นปัญหาต่อหนี้สินครัวเรือน และยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว จึงต้องสร้างความตระหนักพิษภัยของพนัน ผ่านหลักสูตร ลอตเตอรี่ศึกษา สร้างการเรียนรู้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 150 โรงเรียนผู้สูงอายุ เชื่อมการทำงานต่อที่การอบรมพี่เลี้ยงการเงิน และหลักสูตรพี่เลี้ยงการเงินรู้ทันการพนัน ทดลองทำในพื้นที่ 10 จังหวัด “เปลี่ยนเงินหวย เป็นเงินออม” ชักชวนให้ครอบครัวในท้องที่ต่าง ๆ ลด ละ เลิกพนัน จากการทำงานที่ผ่านมา พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการเห็นถึงเงินเล่นพนันที่เสียไป หันมาจดบัญชีครัวเรือน ทำให้ทราบว่าทิศทางรายจ่ายของครอบครัวมีมากกว่ารายรับ จึงทำให้ครอบครัวหันมาลดรายจ่าย ลดการใช้จ่ายไม่จำเป็นลงได้

  • มสส. เครือข่ายสื่อมวลชน และภาคีเครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง จัดทัพร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

    มสส. เครือข่ายสื่อมวลชน และภาคีเครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง จัดทัพร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับ เครือข่ายสื่อมวลชนขับแคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.)  ได้จัดเวทีถอดบทเรียน โครงการเสริมพลังสื่อมวลชนไทย สร้างเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ขึ้น ณ โรงแรมเอบิน่า เฮ้าส์ (วิภาวดี 64)  โดยภายในเวทีมีผู้แทนจากเครือข่ายสื่อมวลชนอาวุโส  เพื่อนพ้องสื่อมวลชนหลายสาขา เข้าร่วมถกปัญหาสังคมที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงร่วมกับภาคีเครือข่ายเชิงประเด็นสุขภาวะ ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ยาเพสติด บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และพนัน  เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทาง ปักธงในการเดินไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน

            นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน สะท้อนถึงการทำงานของสื่อมวลชนในปัจจุบันมีความอยากลำบากมากขึ้น เมื่อทุนของปัจจัยเสี่ยงมีอิทธิพลสูงมากในสังคม สื่อมวลชนไม่สามารถทำงานด้านสุขภาวะด้วย “พลังทุน” เพียงอย่างเดียว  จำเป็นต้องนำ “พลังปัญญาและความรู้” มาเสริมการทำงานให้มากขึ้น  เพราะยังเชื่อมั่นว่า “สื่อมวลชน” เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม  สามารถนำข้อเท็จจริงที่ถูกต้องสู่สังคม และต่อกรกับทุนของธุรกิจปัจจัยเสี่ยงได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ภาครัฐ และการเมือง พยายามดันธุรกิจสีเทา หรือสิ่งที่ผิดกฎหมายมาทำให้ถูกต้อง ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ และสุราเสรี จึงมีความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชน ที่เป็น “เหยื่อ” อันโชะ ที่ธุรกิจปัจจัยเสี่ยงพุ่งเป้ามา “ล่าเหยื่อ” ดังนั้นสื่อมวลชนต้องปรับกระบวนยุทธ์การทำงาน ทำอย่างไรให้เด็กเยาวขนมีภูมิรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง  ไม่ใช่แค่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้องเท่านั้น  แต่ทำอย่างไรให้เปลี่ยน “เหยื่อ”  เป็น “นักรบ” ที่กล้าปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นอย่างฉลาดเฉลียว จึงขอเสนอให้ เครือข่ายสื่อมวลชนสร้าง – สาน – เสริม “สร้าง” New Gen New Media ที่ตามทันความสนใจและความนิยมของคนรุ่นใหม่ เด็กและเยาวชน  “สาน” New Network New Area  เชื่อมโยง ประสานการทำงานที่มีการพบปะและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อทันต่อสถานการณ์ปัญหาของสังคม และ  “เสริม” New Action เพิ่มกิจกรรม พื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อดึงเด็กเยาวชน หรือกลุ่มเสี่ยงให้ออกจากสภาพแวดล้อมที่มีแต่ปัจจัยเสี่ยง

          

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แสดงมุมมองการสร้างสังคมให้น่าอยู่ มีสุขภาวะตามแนวคิดของ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” พลังปัญญา – พลังสังคม – พลังนโยบาย เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม นั้น จำเป็นเป็นต้องเพิ่มอีก 3 เหลี่ยมในการขับเคลื่อนร่วมกันเข้าไปด้วย คือ ด้านการเมือง ด้านสื่อมวลชน และด้านธุรกิจหรือทุน ขณะเดียวกันก็อยากให้เห็นภาพการทำงานของเครือข่ายสื่อมวลชนในรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดรับกับกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจปัจจัยเสี่ยงที่เน้นช่องทางสื่อใหม่เช่นกัน

            รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ผอ.ศูนย์วิจัยและติดตามและเฝ้าระวังอุตสาหกรรมยาสูบฯ แสดงความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชนอย่างมาก  เพราะนายทุนบุหรี่ไฟฟ้าเน้นกลยุทธ์การให้ข่าวลวง สร้างการยอมรับด้วยรูปแบบน่ารัก เป็นมิตรแบบ Toy Pod  ซื้อได้ หาได้ง่าย บางครั้งมีการแจกให้ทดลองใช้ จึงขอเสนอให้เครือข่ายสื่อมวลชนอาวุโส ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มขับเคลื่อนนโนบายระดับประเทศ ได้รับข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ถูกต้องของปัจจัยเสี่ยงอย่างถูกต้อง และเที่ยงตรง มิได้รับฟัง รับทราบข้อมูลจากฝ่ายนายทุนเพียงด้านเดียว

            นายชูวิทย์ จันทรรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ สะท้อนการทำงานของเครือข่ายรณรงค์ปัจจัยเสี่ยงที่ผ่านมา ยอมรับว่าการทำงานเพื่อสร้างภูมิรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง ต้องมีความใส่ใจ และจิตวิทยาในการสื่อสารกับเด็กเยาวชนอย่างละเมียด  เพราะการสั่งการสอนมากเกินไปไม่สามารถจะเข้าถึงใจเขาแล้ว และยอมรับว่าที่ผ่านมาการทำงานของพี่น้องสื่อมวลชนก็ไม่ง่ายเลย ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางระบบทุนในวงการสื่อ และหน้าที่การงานที่มากมายเกินไป  จึงขอส่งกำลังใจให้เครือข่ายสื่อมวลชนทุกคน  และหากมีข้อแนะนำในการทำงานเชิงรณรงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้วยกันในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะก็พร้อมเดินไปด้วยกัน

           

    เวทีถอดบทเรียนครั้งนี้ เป็นการกำหนดทิศทางเพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงรุกคืบมาแทบจะยึดหน้าบ้านของทุกครัวเรือน  การทำงานของภาคีเครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง และเครือข่ายสื่อมวลชนสุขภาวะ แม้จะถูกมองว่าสุดโต่ง !!! คงเป็นความสุดโต่งที่ทำเพื่อลูกหลานของเรา

  • สคล. นำ Sobrink Mocktail ร่วมกิจกรรม รัฐสภาไทย ยกระดับงานป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางถนน

    สคล. นำ Sobrink Mocktail ร่วมกิจกรรม รัฐสภาไทย ยกระดับงานป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางถนน

    รัฐสภา จับมือ WHO-สสส.-ภาคีเครือข่าย ยกระดับงานความปลอดภัยทางถนน ตั้งคกก. ศึกษาแนวทางลด-ป้องกันอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความสูญเสียด้วยเทคโนโลยี

    วันนี้( 10 ม.ค. 67 ) ที่รัฐสภา เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมรณรงค์ขับไม่ดื่มในกิจกรรม “รัฐสภาไทย…สานพลังเพื่อความปลอดภัยทางถนน” ยกระดับการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคนโยบาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย แผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน (WHO-Country Cooperation Strategy for Road Safety) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมควบคุมโรค มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน ภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคนโยบาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา

    นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวว่า สถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนปี 2566 พบว่า ไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นลำดับ 18 ของโลก รายงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ช่วง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 2,888 ครั้ง บาดเจ็บ 2,307 คน เสียชีวิต 284 คน สาเหตุหลักเกิดจากขับเร็ว เมาแล้วขับ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่คือจักรยานยนต์ หากเปรียบเทียบสถิติ 7 วันอันตรายในช่วงปี 2566 พบว่า อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลงระดับหนึ่ง นับเป็นสัญญาณและจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางถนนควรได้รับการขับเคลื่อนแก้ไขผ่านบทบาทด้านกระบวนการนิติบัญญัติ กำหนดนโยบายลดและป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาทุกคนพร้อมให้ความสำคัญกับมิติด้านความปลอดภัยทางถนนทั้งระดับนโยบาย ระดับการกำกับดูแล และระดับปฏิบัติ

    “สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทน WHO ประจำประเทศไทย สสส. และภาคีเครือข่าย ร่วมหารือ เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางลดและป้องกันอุบัติเหตุ สานพลังความร่วมมือแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุระดับชาติ โดยมีหน้าที่สำคัญ 1. ผลักดันนโยบายและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 2. จัดทำแผนปฏิบัติการ ติดตาม ตรวจสอบ และพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และ 3. ผลักดันความปลอดภัยทางถนนต่อเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนนระดับภูมิภาค และระดับโลก เสริมสร้างกลไกการลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ให้เป็นระบบ และเข้มแข็ง รัฐสภาจะผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นวาระสำคัญ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับสังคมไทยต่อไป”  นายพิเชษฐ์ กล่าว

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียชีวิตในกลุ่มประชากรวัยเด็กเยาวชน และวัยทำงาน ที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงต้องสร้างความร่วมมือจากทุกส่วน ยกระดับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ส่งเสริมให้มีการบังคับใช้กฎหมายจราจรโดยใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาช่วย มีตัวอย่างความสำเร็จในหลายพื้นที่ที่สามารถนำมาปรับใช้แก้ไขปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านคน รถ ถนนและสภาพแวดล้อม ซึ่งหากรวบรวมความรู้ทางวิชาการอย่างเป็นระบบจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    “สสส. และภาคีเครือข่าย ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในวาระสำคัญ ร่วมสานพลังสร้างความตระหนัก และร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ขับเคลื่อนให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของคนไทยทุกคน รวมถึงสื่อสารกับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านความปลอดภัยทางถนน สังคม และประชาชนร่วมกับรัฐสภา ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ที่จะเข้ามาสนับสนุนให้ประเทศ สามารถลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้ตามเป้าหมายของ “แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ปี พ.ศ.2565-2570 ” คือ ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 ต่อแสนประชากร หรือ 8,474 ในปี 2570 สร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกันอย่างยั่งยืน” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

    ในกิจกรรมครั้งนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้จัดทีมรณรงค์เข้าร่วมกิจกรรม โดยนำเครื่องดื่ม SoBrink Mocktail คือ Sober+ Drink + Blink ซึ่งเชื่อมโยงการจัดการชุมชนพึ่งตนเองจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ลด ละ เลิกเหล้า ภายใต้แนวคิด New Me Sobriety Celebration ในกิจกรรม Sobrink Mocktail เป็นการผสมผสานสมุนไพรจากท้องถิ่นปรุงร่วมกับผลไม้ตามฤดูกาลให้มีสีสันและรสชาติเปรี้ยวหวานตามธรรมชาติ เพื่อให้ชุมชนได้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรในสูตรต่างๆ เป็นการนำสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น มาผสมผสานรสชาติร่วมกับผลไม่ตามฤดูกาล ออกมาเป็นสูตรเครื่องดื่ม “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ที่มีรสเปรี้ยวนำทำให้สดชื่น ดื่มง่ายอร่อยถูกปากเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก