Author: Chompoo SDN

  • ชาติพันธุ์สร้างสุข ต้นแบบปลอดเหล้าในงานบุญประเพณี

    ชาติพันธุ์สร้างสุข ต้นแบบปลอดเหล้าในงานบุญประเพณี

    วันที่ 4 มีนาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) สสส. ร่วมกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดเวทีแลกเปลี่ยนนโยบายสาธารณะชาติพันธุ์ ด้านงานบุญประเพณี เทศกาลและการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน จาก 20 ชาติพันธุ์  27 กลุ่มพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงานงดเหล้าและส่งเสริมสุขภาวะในกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์มีบริบท มีการออกแบบกิจกรรมและความสำเร็จที่แตกต่างกัน ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาการขับเคลื่อนสุขภาวะของกลุ่มชาติพันธ์ผ่านกลไกของ สภาชาติพันธุ์ และการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องเหล้าของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายเชษฐา โมสิกรัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในกิจกรรมครั้งนี้ ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  

             นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 8 ของประเทศไทย แต่มีประชากรเบาบาง มีกลุ่มชาติพันธุ์มากถึง 9 ชาติพันธุ์ 13 กลุ่ม โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนแม้ว่าเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มชาติพันธ์มากที่สุด การที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการผลักดันประเด็น การสร้างคุณค่าในงานประเพณีวัฒนธรรม ปลอดเครื่องดื่มแอลกอออล์ ซึ่งทางจังหวัดมีความยินดีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเต็มที่ ซึ่งจะเกิดเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

               อาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์  ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้น่าจะเป็นการรวมของพี่น้องชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดจากเครือข่ายทั่วประเทศ ถึง 27 กลุ่ม ได้แก่ (1) กะเหรี่ยงแดงกะยันกะยอ (2) ไทใหญ่ (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) (3) ลีซู (4) ลาหู่ (5) ลเวือะ (6) ปะโอ (7) ไทใหญ่  (8) ม้ง (9) ปกาเกอญอ (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) (10) ปกาเกอญอ (จังหวัดเชียงใหม่) (11) โผล่ง (กะเหรี่ยงโปว์) (12) ไทยญวน (น่าน) (13) ไทใหญ่ (แม่สอด) (14) ไทยวน (ลพบุรี) (15) ไทเบิ้ง (16) ลาวแง้ว/ลาวหลวง (17) ไทพวน (18) ผู้ไทกุดหว้า กาฬสินธุ์ (19) ไทยทรงดำ (20) ไทย-รามัญ (มอญ) (21) ลาวเวียง (22) ไทย-กระเหรี่ยง (23) ไทย-ยวน (ราชบุรี) (24) กูย (25) เขมร (26) ลาว และ (27) ภูไท ซึ่งผมขอต้อนรับทุกท่านสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง (ฮับโหมโจมต้อนข้า)

               เราเตรียมสถานที่ดูงานต้อนรับท่าน 3 แห่ง สามประสบการณ์เรียนรู้ แห่งแรกคือบ้านห้วยขานซึ่งโดดเด่นเรื่องการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีลห้าและการเป็นหมู่บ้านเครือข่ายงานบุญประเพณีปลอดเหล้า แห่งที่สองเป็นการดูงานบ้านผาบ่อง(ผาบ่องโมเดล)ของท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งโดดเด่นเรื่องการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในระดับตำบล หมู่บ้านนวัตวิถี ไทใหญ่ทาวส์ และชุมชนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สถานที่สุดท้ายเป็นการดูการจัดงานสังคมเมือง จากชุมชนป๊อกกาดเก่า ส่วนชุมชนต้นแบบการขับเคลื่อนงานปอยส่างลองปลอดเหล้า และงานบุญประเพณีปลอดเหล้าทั้งหมดของตำบลจองคำ

    ด้านนายธีระ  วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงาน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ากล่าวว่า เมื่อปี 2554 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอัตราการดื่ม ติด 10 อันดับแรงของประเทศ  ทำให้ สคล.เข้าดำเนินงานรณรงค์งดเหล้าในชุมชน,งานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆ เมื่อปี 2560 อยู่ในอันดับที่ 37 และปี 2564 อยู่ในอันดับที่ 39 ซึ่งลดลงตามลำดับ ส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการมีการรณรงค์ของภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงาน ทั้งนี้ทำให้มีพื้นที่ต้นแบบหลายพื้นที่ อาทิ งานปอยสางลอง(ปลอดเหล้า) อ.ปางมะผ้า ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่กฎระเบียบในชุมชน เช่น เจ้าภาพห้ามเลี้ยงเหล้าในงาน ถ้าเจ้าภาพเลี้ยงเหล้าชาวบ้านจะไม่ไปช่วยงาน ห้ามดื่มและนำสุราเข้าไปในสถานที่สำคัญทางศาสนา ห้ามนำสุราเข้าไปในงานศพและงานบุญ รวมถึงงานบุญ ประเพณีห้ามเลี้ยงสุรา เป็นต้น

    ความสำเร็จของพื้นที่ต่างๆ ในการลดการดื่มของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เป็นต้นแบบที่ดีที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ การจัด “เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนงานบุญประเพณีและค่านิยมในการลดปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาวะในพี่น้องชาติพันธุ์” ซึ่งจะมีพี่น้องชาติพันธุ์จาก 20 ชาติพันธุ์ 27 กลุ่ม จากพื้นที่ทั่วประเทศ มาแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์การทำงานรณรงค์งดเหล้า ซึ่งจะได้นำบทเรียนที่ได้มายกระดับและพัฒนาการทำงานรณรงค์ โดยร่วมกันค้นหาแนวทางและข้อเสนอในการขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในภาพรวมและในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกลุ่มชาติพันธุ์มากที่สุด จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจะให้เกิดการพัฒนาการดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ รวมถึงเป็นการขยายเรื่องเล่ากระบวนการดำเนินงานและความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นแบบไปสู่กลุ่มชาติพื้นอื่นๆ ในที่ต่างๆ อีกด้วย

  • เทพินท์ พงษ์วดี – ผู้หญิงแกร่ง..กลุ่มชาติพันธุ์แม่ฮ่องสอน

    เทพินท์ พงษ์วดี – ผู้หญิงแกร่ง..กลุ่มชาติพันธุ์แม่ฮ่องสอน

    นางเทพินท์ พงษ์วดี ประทานสตรีตำบลจองคำ

    สังคมมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาจะคิดว่าวันนี้ฉันจะทำอะไร ฉันจะช่วยเหลือใครได้บ้าง  อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะคอยช่วยพวกเขาได้บ้าง..จะมากจะน้อย ก็ยังดี

    นางเทพินท์ พงษ์วดี ประธานสตรีตำบลจองคำ, ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลและอำเภอ, ประธานสภาองค์กรชุมชน ตำบลจองคำ, ประธานสภาและนายกสมาคมสวัสดิการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ประธานไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประธานอสม.ตำบลจองคำ, ประธานศูนย์ส่งเสริมการช่วยเหลือสังคมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  เปิดเผยว่า ได้มาทำงานช่วยเหลือสังคม มันก็เป็นความสุขที่ได้ทำ ได้ช่วยเหลือคนทุกคนที่มีความเดือดร้อน ไม่เคยคิดเหนื่อย ทำงานมานาน ตั้งแต่อายุ 20 ปี จนทุกวันนี้อายุ 73 ปีแล้ว

    ปัจจุบัน สังคมมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาจะคิดว่าวันนี้ฉันจะทำอะไรบ้าง ฉันจะช่วยเหลือใครได้บ้าง  อดีตครอบครัวเคยยากจน ทำให้เรารู้จักช่วยเหลือสังคม จึงเห็นถึงความเดือดร้อนของคนในชุมชน คนที่เขาไม่ได้รับโอกาส อยากเป็นส่วนหนึ่งที่คอยช่วยพวกเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย

    ที่ผ่านมาในกลุ่มชาติพันธุ์เขาดื่มเหล้ากันเยอะ ทำให้ร่างกายของพวกเขาทรุดโทรม เขาสูบบุหรี่ เล่นไพ่ด้วยกันคนที่ เคยเป็นทีมทำงานของแม่ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง เขาก็สูบบุหรี่-ดื่มเหล้า ปรากฏว่าเสียชีวิตไป 2 คน และที่เหลืออีก 2 คน ก็กำลังสุขภาพร่างกายทรุดโทรม เพราะเขาเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เมื่อก่อนในชุมชนนี้ก็เคยเห็นการทะเลาะเบาะแว้งกัน เนื่องจากการดื่มเหล้าในครอบครัว ตั้งแต่ปากซอย จนท้ายซอย ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นแล้ว

    แม่เทพินท์กล่าวต่อว่า ทำงานในหลายๆด้าน ทั้งเชิงรุก และลงพื้นที่อย่างทั่วถึง อีกทั้งทำงานการประชาสัมพันธ์ใช้เสียงตามสายเพื่อประชาสัมพันธ์บอกกล่าวข่าวสารต่างๆ โดยนำสปอร์ตวิทยุรณรงค์ประเด็นต่างๆมาเปิดให้คนในชุมชนได้รับทราบ ให้เขาได้รับรู้ถึงโทษ พิษภัย ต่างๆ ให้เขาได้ยินทุกวัน แต่บางคนก็ปัดลำโพงขึ้นฟ้า แต่แม่ก็ไม่ละความพยายาม เพราะคนส่วนใหญ่ ได้ให้การยอมรับ และเห็นความสำคัญของประเด็น เหล่านี้

    อยากจะบอกสังคมว่าให้ลุกขึ้นมาช่วยกันช่วยเหลือสังคมเถอะและเพื่อนจะมีความสุขที่ได้ให้ที่ได้ช่วยเหลือใครจะคิดไม่ดีสำหรับคนแม่ฮ่องสอนเราก็จะบอกว่าช่างมันเถอะถ้าเขาคิดไม่ดีเขาก็จะได้รับบาปกรรมตามที่เขาทำเพราะถ้าเราไม่ตั้งมั่น มัวแต่แคร์คนเราก็จะไม่ได้ทำ ที่ทำมาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและงานที่เราทำก็เป็นงานบุญทั้งอสม.หรือทำงานเครือข่ายมันจะเป็นบุญและจะเป็นผลให้ท่านและครอบครัวมีความสุขแล้วก็สุขภาพแข็งแรง

  • ของขวัญแทนใจ ให้แต่สิ่งดี..ไม่มีเหล้า

    ของขวัญแทนใจ ให้แต่สิ่งดี..ไม่มีเหล้า

    สวัสดีปีใหม่ 2566 (ให้เหล้า=แช่ง)


    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    นายธีระ  วัชรปราณี  ผู้จัดการฯ ออกมาต้อนรับ คณะทำงานเครือข่ายสื่อสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยง คุณปัทมาพร ไชยเชษฐ์พิพัฒกุล  และ คุณภัทรมน ทองในแก้วผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ Cable Chanel 37 HD  เข้าพบมอบของขวัญสวัสดีปีใหม่ 2566   ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับงานรณรงค์งดเหล้าและเลี่ยงพนัน ซึ่งมีการประสานงานความร่วมมือเพื่อการสื่อสาร กับเครือข่ายสื่อสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยง ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ Cable Chanel 37 HD เป็นแม่ข่ายหลักเชื่อมสถานีเคเบิ้ลทั่วประเทศ โดยเน้นการทำ Content เพื่อสื่อสารประเด็นงานรณรงค์งดเหล้า เพื่อสร้างค่านิยม นโยบายจากส่วนกลาง ลงสู่ภูมิภาคต่างๆ และระดับจังหวัดทั้ง 77 รวมไปถึงภาคีเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ อีกด้วย

    นายธีระ วัชรปราณี  กล่าวว่า ขอบคุณสำหรับของขวัญสวัสดีปีใหม่ ทั้งนี้ได้มีโอกาสชวนคิดสำหรับกิจกรรมงานของเครือข่ายงดเหล้าจากทั่วประเทศที่มีหลากหลาย ทั้งงานบุญประเพณีต่างๆ งานกิจกรรมสร้างสรรค์ ในกลุ่มเยาวชน ดนตรี กีฬา หรือการทำงานชุมชนในพื้นที่อำเภอบูรณาการต่างๆ หรือแม้แต่สินค้าชุมชนคนสู่เหล้า ทั้งนี้ สถานีสถานีโทรทัศน์ Cable Chanel 37 HD  ได้ให้การตอบรับร่วมสื่อสารเชิงประเด็นด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ ในอนาคตทาง สคล.จะสามารถผลิตสื่อได้จากพื้นที่  พร้อมส่งต่อข้อมูลหรือคลิปข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆของ สคล.จากระดับภูมิภาคและระดับจังหวัดต่อไป

    สำหรับของขวัญปีใหม่ที่ เครือข่ายงดเหล้า นำมามอบเป็นชุดของขวัญ ล้วนเป็นของที่ผลิตขึ้นจากทางพื้นที่ของชมรมคนหัวใจเพชร คนเลิกเหล้าสร้างวิสาหกิจชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ “กล้วยแผ่นอบม้วน” ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหัวไผ่ ชุมชนคนสู้เหล้า ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง ผลิตภัณฑ์“ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์” จากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชน “เรือนนา” ของ ต.ขลุง อ.โป่งน้ำร้อน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี  ผลิตภัณฑ์ “กระยาสารทสูตรโบราณ” จากกลุ่มคนหัวใจเพชร ต.หนองกระเบียน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี  ผลิตภัณฑ์“สบู่สมุนไพรเสม็ดขาวผสมน้ำผึ้ง” ผลิตโดยชุมชนสมุนไพรคุณธรรมคนสู้เหล้า วัดคูเต่า ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา  ผลิตภัณฑ์ “น้ำตาลอ้อยสีรำ” จากชุมชนคนสู้เหล้าตำบลพระแท่นดินแดนแห่งสุขภาวะ ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี  ผลิตภัณฑ์“ยาหอมหัวใจเพชร”  ผลิตโดยชมรมคนหัวใจเพชร บ้านสันทราย ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์“ตุ๊กตาการบูรหอม” ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มตลาดนัดสินค้าชุมชนคนสู้เหล้าหนองภัยศูนย์ จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น

    ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นผลงานของชุมชนคนสู้เหล้าที่ประสบผลสำเร็จและเป็นต้นแบบ ด้านสัมมาชีพของคนเลิกเหล้าในพื้นที่จากการทำงานของ เครือข่ายงดเหล้าทั้งสิ้น ท่านที่สนใจสามารถอุดหนุนเพื่อภาคีของเราได้ ที่ facebook page : สินค้าชุมชนเพื่อนภาคีงดเหล้า และขอเชิญชวนให้ของขวัญในทุกๆเทศกาล “ถ้าคิดจะให้.. น่าจะให้อะไรก็ได้ที่ ไม่ใช่เหล้า” ขอบคุณครับ.

  • กระทรวงศึกษาฯ สสส. – สคล. จับมือเครือข่ายโครงการคำพ่อสอน เสริมแรงสร้าง “ความเพียรผลิใบ” เร่งสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก

    กระทรวงศึกษาฯ สสส. – สคล. จับมือเครือข่ายโครงการคำพ่อสอน เสริมแรงสร้าง “ความเพียรผลิใบ” เร่งสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก

    กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. รวมพลัง สสส. สคล. และเครือข่ายโครงเรียนคำพ่อสอน เสริมแรงสร้าง“ความเพียรผลิใบ” แสดงจุดยืนผลลัพธ์ส่งถึงคนรอบข้าง ย้ำ ต้องเร่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก ปูรากฐานสังคมที่ดีสู่อนาคต

    เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 65  นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ได้รับมอบหมายจากนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ความเพียรผลิใบ ให้กับโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจากการเข้าร่วมกิจกรรมโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่ เลิกเหล้า ภายใต้โครงการโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า โดยมี​ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยารัตน์ คณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 แผนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยกรสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนายชัยณรงค์  คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมมอบประกาศเกียรติคุณ ให้กับครูและนักเรียน ณ​ ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

    นายอโณทัย ไทยวรรณศรี กล่าวว่า สังคมเห็นและตระหนักแล้วว่า เด็กๆ คือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีแนวโน้มที่จะเป็นนักดื่มแอลกอฮอล์หน้าใหม่ จากซึมซับพฤติกรรมของผู้ปกครอง  และคนรอบข้าง ทาง สพฐ.ได้เล็งเห็นปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากมีคนในครอบครัวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลูกๆ จะขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่  เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพ ของคนในครอบครัวตามมา ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อการเรียนของนักเรียนโดยตรง  โครงการโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ที่เราร่วมมือกันนี้ เป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยทำให้ลูกๆ ที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบ จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นผู้กระตุ้นให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลด ละ เลิกดื่ม ซึ่งกระบวนการที่นักเรียนได้เรียนรู้จากโครงการนี้ ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความตระหนักในพิษภัยจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย

    ทางด้านศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยารัตน์ กล่าวในกิจกรรมว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งกายและใจ กิจกรรมโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ ที่นำการใช้วัฒนธรรมความเป็นไทยที่มีความรัก ความผูกพันกันในครอบครัว สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ ที่มีความรักต่อลูกอย่างไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อจำกัดเป็นการใช้ Soft Power มาใช้ในการทำงาน ใช้ครอบครัวเป็นจุดแข็ง โดยการเอาพลังความรักของพ่อแม่ที่บริสุทธิ์ที่มีต่อลูกมาทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว การที่พ่อแม่ตักเตือน ลูกนั้นจะไม่ค่อยฟัง แต่หากลูกเป็นฝ่ายเตือน หรือร้องขอพ่อแม่กลับได้รับการตอบรับที่ดีอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ เป็นการนำพลังความรักกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับตัวพ่อแม่ ส่งผลให้เกิดความแข็งแรงขึ้นในครอบครัว ต้องขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่คิดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ช่วยกันสร้างความดีเหล่านี้ให้เกิดขึ้น จนกระทั้งเป็นความเพียรที่ผลิใบ ดอก​ ที่งอกงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่งดงามเป็นความภาคภูมิใจของ สสส. ที่จะมีส่วนได้เกื้อกูลสังคมนี้ด้วย

          สำหรับนางสาวอภิศา  มะหะมาน ผู้ประสานงานโครงการ โรงเรียนคำพ่อสอน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า  การจัดเวทีมอบโล่ประกาศเกียตริคุณ “ความเพียรผลิใบ” เป็นการถอดบทเรียนการทำงาน จากกิจกรรมโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ภายใต้โครงการโรงเรียนคำพ่อสอน  ตั้งต้นจากการน้อมนำกระแสพระราชดำรัสพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร จากพระบรมราโชวาทในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก นำแปลงสู่ภาคปฏิบัติด้านการศึกษา กิจกรรมครั้งนี้เป็นการทบทวนการทำงาน และได้นำเด็กทั้งนี้มีโครงเรียนเข้าร่วมโครงการ 1,500 แห่งทั่วประเทศ  ซึ่งได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณสำหรับโรงเรียนที่ทำผลงาน แนวทางของอิทธิบาท 4  “รางวัลความเพียรผลิใบ” 4 ประเภท ฉันทะ, วิริยะ, จิตตะ,  วิมังสา กิจกรรมดังกล่าว

    สำหรับโครงการฯ ในปี2565 นี้จะทำความร่วมมือร่วมกับ โรงเรียนสังกัด สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และจะขยายความร่วมมือไปกับโรงเรียนในสังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย  และจากการถอดบทเรียนครั้งนี้เราพาเด็กๆทำโครงการ “ชวนพ่อแม่งดเหล้าในวันเกิดของลูกๆ”​ ซึ่งจะนำไปทำเป็นคู่มือเสนอ​และร่วมทำเป็นงานความร่วมมือ กับ สพฐ.​ เพื่อส่งต่อแนวทางแผนการดำเนินงานในช่วงตลอด 12 ​เดือนต่อไป​

    จากกิจกรรม เด็กๆเลือกทำ 3 ประเด็น

    1) ตั้งเป้าโน้มน้าว ให้ใจอ่อน  ต่อรอง และแลกเปลี่ยนให้เกิดแรงจูงใจ

    2) ชวนกันทำกิจกรรม ใช้เวลาว่างอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด เพื่อไม่ไปดื่ม

    3) ร้องขอ โดยพูดแสดงความในใจ หวังแค่เพียงให้วันเกิดของพวกเขา เป็นวันที่มีความสุขมากที่สุด ถึงแม่จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันก็มีความหมายมาก ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ ปีละ 1 ครั้ง หรือ สัปดาห์ ละ 1 ครั้ง อยู่กับการออกแบบดีไซน์ ซึ่งผลลัพธ์ของการที่ได้มีเวลาอยู่ร่วมกัน จะทำให้ทุกอย่างมันจะดีขึ้นได้ เงินในครอบครัวที่เสียไปกับเหล้ามันก็จะน้อยลงไป การทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุก็จะมีอัตราการเกิดที่น้อยลง แล้วพวกเด็กเขาก็จะตั้งใจเรียน มีสมาธิ โดยไม่ต้องหวาดระแวงหรือกังวลว่าคนที่เขารักจะเป็นอันตรายจากเจ้ายักษ์ร้ายปีศาจน้ำเมาและบุหรี่อีกต่อไป..

  • สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค

    สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค

    สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค แก้ไขปัญหาปกป้องเยาวชน ปลูกฝังทักษะชีวิต แยกแยะ รู้เท่าทันเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด หวังเครือข่ายสถานศึกษาเป็นโมเดลสู่การปรับใช้ในพื้นที่ทั่วประเทศ

    วันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2565  ณ โรงแรมเอบีน่า เฮาส์  วิภาวดี  64  นายศรีสุวรรณ ควรขจร รองประธานคณะกรรมการบริหารแผนการควบคุมปัจจัยเสี่ยง สสส.(สำนัก1)

    กล่าวในเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานและวิทยากรระดับภูมิภาคว่า เด็กปฐมวัย มีความสำคัญ เพราะอาจมีโอกาสเข้าสู่วงจรนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ ดังนั้น สสส. และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสถานศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ และได้จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อสร้างกลไกคณะทำงานให้เกิดการกระตุ้นหนุนเสริม จากโครงการ“ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย” ซึ่งมีศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการการศึกษาสนใจเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ จำนวน 50 ท่าน จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ  ซึ่งโรงเรียนเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศของเด็กอย่างมาก ตั้งแต่ออกจากบ้านไปศูนย์เด็กเล็ก ออกจากศูนย์เด็กเล็กก็กลับมาบ้าน หรือวันพระก็ไปวัดกับพ่อแม่ เห็นควรว่าหากเกื้อกูลให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นสุขภาพ ซึ่งเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว เป็นที่วัยที่สมองส่วนหน้ากำลังเติบโตพัฒนาอย่างรวดเร็ว ควรให้จะจดจำสิ่งที่ดีที่ควร ในทางตรงกันข้ามหากสิ่งที่ไม่ดี ก็จดจำเช่นกัน เหมือนคำพูดที่ว่าเด็กเห็นผู้ใหญ่ดื่มเหล้า เห็นผู้ใหญ่สูบบุหรี่ ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก เห็นผู้ใหญ่ทำเช่นนั้นในบ้าน ในชุมชน และกลายเป็นความเคยชินและเป็นภาพจำตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นถ้าโรงเรียนสามารถเชื่อมต่อกับครอบครัว และชุมชนได้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์

    ทางด้านดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึง โครงการปลูกพลังบวกว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู ถือเป็นปัญหาร้ายแรงปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย ทำอย่างไรให้ทุกคนตระหนักรู้ หากเราปล่อยให้เหล้า บุหรี่ และยาเสพติด ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมแบบนี้ ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ก็อาจจะกลับมาวนเวียนอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ดังนั้นเราต้องช่วยกันปลูกฝังสิ่งต่างๆ ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะก่อนวัยเรียน จึงจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ลงได้อย่างเป็นรูปธรรม  โครงการปลูกพลังบวกฯ  ได้บูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และทางกระทรวงศึกษาธิการ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนกับทาง สสส.และสคล. นำไปสู่การขยายผล ทั้งนี้เราต้องแต่งตั้งคณะกรรมการในการติดตามสนับสนุน อย่างเป็นรูปธรรมในระดับจังหวัด และมีคำสั่งตรงไปยังศึกษาธิการจังหวัด เพื่อได้นำโครงการปลูกพลังบวกไปขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับครูปฐมวัยให้มีความเข้าใจในโครงการและมีส่วนสำคัญในการทำให้โครงการมีความสำเร็จมากยิ่งขึ้นซึ่งหวังว่าจะได้ร่วมกันนำโครงการนี้ไปขับเคลื่อนและขยายผลอย่างต่อเนื่องจนสามารถครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    ดร.รัติพร ภาธรธุวานนท์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า บทบาทของศึกษานิเทศก็คือ ผู้ร่วมพัฒนาครู ในที่นี้เมื่อโครงการฯ เน้นในเรื่องทักษะชีวิตซึ่งก็จะสอดคล้องกับมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติสอดคล้องกับพรบของเด็กปฐมวัยนั่นคือคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดก็ได้ร่วมด้วยช่วยกันในการปลูกพลังบวก ซึ่งจะต้องเริ่มที่ใจจะขอยกตัวอย่างของจังหวัดมหาสารคาม ก็คือให้ใจโมเดลเพื่อที่จะปลูกพลังบวกเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกโดยการดำเนินงานเราไม่ได้ดำเนินงานเฉพาะเด็กเท่านั้นเราจะต้องมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั่นก็คือผู้ดูแลเด็ก นอกจากครูแล้วก็จะมีผู้ปกครองด้วยซึ่งการดูแลเด็กปฐมวัยก็คือ การอบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษา เราจะต้องเริ่มที่ตัวเราหมายถึงคุณครูจะต้องชี้แนะในสิ่งที่ดีงามสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังยุคโควิดเราจะต้องใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะ ส่วนใหญ่เด็กก็จะใช้สมาร์ทโฟนจึงต้องชี้แนะสิ่งที่ดีๆรวมถึงการเอานิทานสิ่งที่ดีๆ มาปลูกฝังให้เด็กๆได้

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เปิดเผยว่า การดำเนินงานของโครงการฯ ได้สร้างเครือข่ายครูปฐมวัย ซึ่งเป็นบุคลากรในสถานศึกษาระดับปฐมวัย (อายุระหว่าง 2 -6  ขวบ) โครงการปลูกพลังบวกฯ ระแรกเริ่มจาก 4 จังหวัดใน 4 ภูมิภาค ที่ขับเคลื่อนงานปฐมวัยทั้งจังหวัด ภาคเหนือที่จังหวัดน่าน ภาคอีสานที่จังหวัดศรีษะเกศ ภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร ภาคกลางที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 1,443 แห่งใน  35 จังหวัดทั่วประเทศ จากการดำเนินงานที่ผ่านมามีตัวอย่างที่ดีของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลหลักห้า (โรงเรียนบ้านดอนไผ่) ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมโครงการฯ จนเกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครองทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เด็กเรียนรู้ถึงโทษภัย จากการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้า ส่งผลทำให้ผู้ปกครองได้ตระหนักโทษภัยของบุหรี่และสุราไปด้วย การดำเนินงาน 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ในชุมชนมีการลด ละ เลิกการดื่ม และร้านค้าของชุมชนงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดำเนินงานงานของโครงการจึงเป็นการสร้างสังคมสุขภาวะผ่านการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก และทำให้เด็กเปลี่ยนครูและเปลี่ยนผู้ปกครอง รวมถึงเปลี่ยนสังคมรอบตัวเด็กๆอีกด้วย

    นางสาวมาลัย กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในระยะต่อไป เน้นสร้างกลไกและสร้างเครือข่ายคณะทำงานปลูกพลังบวกฯ ซึ่งคุณครูนิเทศก์จะเป็นคณะทำงานที่มีบทบาทต่อโครงการนี้อย่างมาก เมื่อผู้ปกครองนำเด็กเข้าไปฝากไว้ที่ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ซึ่งครูกลายเป็นปัจจัยหลักในการฝึกตัวตนของเด็กๆ และเกิดความคาดหวังในตัวครูผู้สอน ทางโครงการจึงต้องมีคุณครูนิเทศก์ในเขตต่างๆเป็นพี่เลี้ยง เพื่อเป็นหน่วยช่วยกระตุ้น หนุนเสริม ติดตาม ให้แนวคิด และหาเครื่องมือใหม่ๆ  จึงได้มีการคัดเลือกศึกษานิเทศก์ที่มีใจ มีความรู้ เข้ามาร่วมปฏิบัติงานและเกิดเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ นอกจากนี้ในระยะปี 2566-2567 ทางโครงการฯ มีแผนขยายห้องเรียน สถานศึกษาเข้าร่วมโครงการอีก 800 ห้องเรียน พัฒนาแหล่งเรียนรู้ พัฒนาต้นแบบในแต่ละจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมสถานศึกษาได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์นำประสบการณ์การรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ สู่ชมชนต่อไป