Category: Event

จัดกิจกรรมรณรงค์

  • ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

    ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

      งานวันเด็กแห่งชาติปี 2566 เด็กๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 14 มกราคม 2566 ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
      วันที่ 13 มกราคม 2566 นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน, สาขารัฐศาสตร์ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีและ แกนนำเยาวชน South Youth Ranger รวมถึงประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจ.สุราษฎร์ธานี  ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายอาสาและกิจกรรมวันเด็กให้กับน้องๆชุมชนสันติพัฒนา และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆน้องๆและผู้ใหญ่ในชุมชนสันติพัฒนา ซึ่งกิจกรรมภายในวันนี้จะมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z – two ที่เป็นแกนนำนักศึกษากลุ่ม เยาวชนพลเมืองคิดต่าง
    และมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “เรื่องราวอุดมการณ์ชาวสันติพัฒนาสู่คนรุ่นใหม่” โดยเป็นการเล่าถึงประวัติการต่อสู้ด้านที่ดินและการต่อสู้หลายด้านๆของชาวสันติพัฒนาสู่การส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน 
    ส่วนชาวบ้านมีการทำข้าวหลาม ปลายอก(เป็นการนำปลามาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผัดเผ็ดและเครื่องปรุงอีกเล็กน้อย แล้วนำใส่กระบอกไม้ไผ่ เพื่อย่างไฟให้สุกระหว่างที่ย่างอยู่นั้นก็ใช้ไม่จิ้มลงไปในกระบอกไม้ไผ่ เพื่อให้ก้างของปลาแยกชั้นไปอยู่ก้นกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นกรรมวิธีทำอาหารของชาวบ้านในสมัยเดินป่าและเข้ามาอยู่ในพื้นที่ธุระกันดารในอดีต)  กล้วยปิ้ง ไข่ปิ้ง และขนมจากให้ได้รับประทานระหว่างทำกิจกรรม
    หลังจากนั้นก็มีการฉายหนังกางแปลง เรื่อง THE SEA BEAST ให้กับเด็กๆได้ดูก่อนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน

    และวันที่ 14 มกราคม 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันเด็ก และ เล่าว่า นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชนและสาขารัฐศาสตร์ เป็นนักศึกษาที่ทำงานร่วมกับชุมชนมาก่อน จึงสนับสนุนให้นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนและร่วมกันรณรงค์สร้างการเท่าทันปัญหาปัจัยยเสี่ยงกับชุมชนและเด็ก-เยาวชนอีกด้วย

    ด้าน นายจักราวุธ  ธุวรัฐคีรี ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ชุมชนสันติพัฒนาเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา และได้ดำเนินงานรณรงค์งดเหล้ามาหลายปี แต่ในชุมชนยังขาดแคลน เครื่องอำนวยความสะดวกแบบชุมชนทั่วไป เนื่องจากเป็นชุมชนใหม่ที่เป็นการต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินทำกินโดยคนในพื้นที่ เช่นไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา จึงได้ถือโอกาสในวันเด็ก ชวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แกนนำเยาวชน South Youth Ranger (SYS) และบุคคลที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ร่วม อีกทั้งอยากให้การจัดงานวันเด็กในครั้งนี้เป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถทำกิจกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ ปลอดปัจจัยเสี่ยง

    กิจกรรมในวันนี้เน้นในเรื่องของการสร้างความสามัคคี การทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยให้เด็กทำกิจกรรมตามฐานเพื่อรับของรางวัล มีการแข่งกีฬาพื้นบ้าน และมีการแข่งฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับชาวบ้านในชุมชน

    ทั้งนี้เด็กๆและผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมต่างมีความสุข สนุกสนาน และได้รับของรางวัลกลับบ้านกันทุกคน  
  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนร่วม จัดกิจกรรมวันเด็กปี 2566 สร้างความสุขทั้งครอบครัว

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนร่วม จัดกิจกรรมวันเด็กปี 2566 สร้างความสุขทั้งครอบครัว

     เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้บน) ได้ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 เพื่อสร้างความรักความอบอุ่นและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ของแจก ขนมเพียบ ทำให้เด็กๆ มีความสุขเป็นอย่างมาก หลังจากไม่ได้มีกิจกรรมวันเด็กมาหลายปีแล้ว ในส่วนของ สคล.ภาคใต้ ตอนบนมีพื้นที่จัดกิจกรรมดังนี้
    • จังหวัดกระบี่ ได้จัดกิจกรรมวันเด็กร่วมกับหน่วยฯ50(5)​ และ อสม.ต.พรุเตียว สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กในพื้นที่ อำเภอเขาพนม​
    • จังหวัดพังงา จัดกิจกรรมร่วมกับเทศบาลตำบลคุระบุรี ภายบูธกิจกรรมจะมีเกมส์โยนบอลทดสอบความแม่นยำของเด็ก พร้อมทั้งมีของรางวัลให้กับเด็กๆมากมาย
    จังหวัดพังงา
    • จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดห้องทำงานของผู้ว่าที่บริเวณชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชต้อนรับผู้ว่าตัวน้อย ให้ได้นั่งเก้าอี้พร้อมทั้งทดลองนอกจากนี้ บริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีกิจกรรมเล่นเกมส์รับรางวัล ของเล่น และขนมให้กับเด็กๆ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ
    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • จังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมวันเด็กในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลเขาค่าย ตำบลนาขา และตำบลหาดยายเพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงให้กับเด็กๆและผู้ที่มาร่วมกิจกรรม
    จังหวัดชุมพร
    จังหวัดชุมพร
    • จังหวัดระนอง จัดกิจกรรมวันเด็กร่วมกับศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง และศูนย์สังคมพัฒนา มูลนิธิคาทอลิก สุราษฎร์ธานี (DISEC) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ภายในบูทมีการเล่นเกมส์ชิงรางวัล แจกขนม ข้าว น้ำผลไม้ เครื่องเขียน กระบอกน้ำ กระปุกออมสิน ฯลฯ  และเชิญชวนให้ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกออล์ โดยมีน้องๆเยาวชนอุ่นไอรักษ์เขาฝาชีและเยาวชนชาวเมียนมาร์มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
    จังหวัดระนอง
    • จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีเด็กๆและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 250 คน
    จังหวัดสุราษฎร์ธานี
       โดยปีนี้ถือเป็นวันปีใหม่ของเด็กๆ และครอบครัว สร้างความอบอุ่น สนุกสนานให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาร่วมงาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยห่างไกลปัจจัยเสี่ยงอีกด้วย
  • งานวันเด็ก รร.บ้านชัยมงคล “YSDN อำเภอนาทม สร้างสุข วันเด็กสนุกอย่างสร้างสรรค์ ไร้แอลกอฮอล์”

    งานวันเด็ก รร.บ้านชัยมงคล “YSDN อำเภอนาทม สร้างสุข วันเด็กสนุกอย่างสร้างสรรค์ ไร้แอลกอฮอล์”

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงเรียนหนองซนวิทยาคม โรงเรียนนาทมวิทยา โรงเรียนบ้านนาดีวิทยา โรงเรียนบ้านชัยมงคล โรงเรียนคำแม่นาง กลุ่มเยาวชนYSDN อำเภอนาทม และผู้นำชุมชนตำบลหนองซน ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก ปี 2566 ณ โรงเรียนบ้านชัยมงคล ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    โดยได้รับเกียรติจากนายเกษม สมสู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน เป็นประธานอ่านสาส์นวันเด็กและนายจิราวัฒน์ วงศ์พิมพ์คำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชัยมงคลรายงาน ซึ่ง YSDN อำเภอนาทม มีการประชุมเตรียมออกแบบกิจกรรม ภายใต้ “ปลูกพลังบวก ผู้ใหญ่ใจดี หนูน้อยใจเข็มแข็ง เรียนรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด” โดยมีการเดินขบวนรณรงค์ ชวนลดละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนบ้านนาดี การแสดงวงดนตรีโรงเรียนนาทมวิทยา กิจกรรมสอยดาว การตอบคำถามความรู้พิษภัยเครื่องดื่มแอลกอฮล์ และการเสวนาบุคคลต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจการเลิกเหล้าสำเร็จ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีนักเรียนบ้านชัยมงคลชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ครู และเยาวชนYSDN อำเภอนาทมร่วมกิจกรรมครั้งนี้มากกว่า 200 คน

    นายเกษม สมสู่ นายกองค์การบริหารส่วนหนองซน กล่าวว่า

    เด็กและเยาวชนได้รับความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ ความปราถนาดีจากผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กรู้สึกตะหนักถึงความสำคัญในบทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม และวันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้ใหญ่ให้เด็กมีความกล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี ทำให้เกิดทักษะและประสบการณ์นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

    นางสาวญาณิศา เวียงสมุทร ประธานกลุ่มYSDN อำเภอนาทม กล่าวว่า

    “กลุ่มYSDN เป็นเครือข่ายแกนนำเยาวชนต้นแบบ ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ มีส่วนรณรงค์งดเกล้า บุหรีและยาสพติด รณรงค์หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ สื่อสร้างสรรค์ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ ผู้ปกครองน้องๆที่น่ารักทุกคนมาลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับน้องๆค่ะ”

    นายกฤษฎา จันทระ อายุ 57 ปี ผู้ช่วยฝ่ายปกครองหมู่10 ตำบลหนองซน เล่าว่า

    “เมื่อก่อนดื่มสุราหนักมากทำให้มีผลต่อสุขภาพ มีปัญหาครอบครัว เกิดการทะเลาะกันครอบครัวเนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่พอใช้ในครอบครัวเพราะตนเองดื่มสุรา มีคนมาชวนให้งดเหล้าจึงตัดสินใจเลิก แต่ตอนที่จะเลิกก็คิดเหมือนกันว่าถ้าตนเองเลิกแล้วจะมีเพื่อนไหม แต่ก็ตัดสินใจเลิกเพื่อครอบครัวเพราะลองมาคิดดูสุขภาพเราก็ไม่ดี เงินในครอบครัวก็ไม่พอใช้จ่าย จึงตัดสินใจเลิกในปี63 หลังจากที่เลิกได้สุขภาพตนเองดีขึ้นแข็งแรงภรรยาและลูกก็ดีใจที่เราเลิกได้ ส่งเงินมาให้ตัดชุด ซื้อนาฬิกามาให้ สิ่งที่ตนเองคิดว่าไม่มีเพื่อถ้าไม่ดื่ม ไม่จริงเลย มีเพื่อนมากกว่าเดิมเสียอีก และคนอื่นก็เชื่อถือเรามากขึ้น และตั้งใจว่าจะเลิกตลอดชีวิต “

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ถอดบทเรียน : งานบวชสร้างสุข “ร่วมอุดมการณ์ ร่วมใจ ร่วมกลไก เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง”

    ถอดบทเรียน : งานบวชสร้างสุข “ร่วมอุดมการณ์ ร่วมใจ ร่วมกลไก เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง”

    เมื่อวันที่ 19 -20 พฤศจิกายน 2565 คณะทำงานกลไกขับเคลื่อนเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง  ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง กระบวนการจัดการความรู้ : ถอดบทเรียน “งานบวชสร้างสุข” ภาคกลาง ในฐานะ ทีมงานร่วมอุดมการณ์ ร่วมใจ กลไกสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ณ อุ่นเรือน รีสอร์ท อ.เมือง จ.นครนายก มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 19 คน ประกอบด้วย แกนนำเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา พุทธอาสา นักวิชาการ ผู้ประสานเครือข่าย สคล.ระดับจังหวัดและระดับภาคภาค เพื่อเสริมทักษะการถอดบทเรียน สร้างการเรียนรู้ (อารมณ์/ความรู้สึก และ การสังเกตการณ์) อย่างมีส่วนร่วม และเพื่อพัฒนากลไกในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขโดยมี พระครูภัทรธรรมคุณ, ดร. เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม รักษาการประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง เป็นประธานเปิดการอบรม

    พระปัญญา จิตฺปญโญ, ดร. ผู้จัดการเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ชี้แจงวัตถุประสงค์ความเป็นมา แนะนำวิทยากร ตลอดจนอธิบายถึง คุณค่า/ความหมายในการจัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพ “ทีมงาน” เปรียบเสมือนการ “ติดอาวุธทางปัญญา” ที่มีทั้งแบบลุ่มลึกต้องอาศัยวิจารณญาณในการคิดตาม และ แบบซึ่งหน้า ตรงไปตรงมา ชัดเจน เข้าถึงง่าย ซึ่งหากนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ย่อมสามารถบรรลุเป็นมรรคเป็นผลได้ ทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และบั้นปลาย ตามกำลังสติปัญญาและความเพียรของแต่ละคน กระบวนการอบรมในครั้งนี้ เป็นไปตามหลักธรรม คือ มีลักษณะเป็น “อกาลิโก” ทันสมัย ถูกกาลเวลา ซึ่งวิทยากร และทีมผู้จัด ได้ออกแบบมาอย่างละเมียดละไม สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

    1) ในเบื้องต้น ใช้กลยุทธ์ “สังฆะนักพัฒนาอาสานำ พุทธอาสาตาม” เริ่มด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์งาน “บวชสร้างสุข” จาก “นิยาม/ความหมาย” ที่เป็นแก่นแท้ของ “การบวช” โดยมีท่านมหาทนงชัย บูรณพิสุทธิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง และ มหาประชาญ มีสี ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสิงห์บุรี ได้นำประสบการณ์ในฐานะที่เคยบวชศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรม จนสำเร็จเป็นมหาจริงๆ ถึงเปรียญธรรม 7 ประโยค และ เปรียญธรรม 3 ประโยค ตามลำดับ

    รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นวิทยากรกระบวนการ ได้อธิบายเชื่อมประเด็นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เข้าสู่หลักการ แนวคิด กระบวนการถอดบทเรียน โดยใช้เทคนิค “เพื่อนช่วยเพื่อน” นั่นคือ การหยิบยกตัวอย่างการถอดบทเรียนพื้นที่อื่น ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ข้อดี คือ ผู้เข้าร่วม/ผู้เรียน จะสามารถเชื่อมกับประสบการณ์การทำงานของตนเองในพื้นที่ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว (ประหยัดเวลา/ช่วยให้ผู้เรียนไม่ฟุ้ง) โดยเน้นให้เห็น/เข้าใจ/ตระหนักว่า “หัวใจ” ของกระบวนการถอดบทเรียน ใช้การแบ่งกลุ่มย่อย (3 กลุ่ม ๆ ละ 3-4 รูป/คน) เป็นเครื่องมือ กระตุ้นให้ “ผู้เรียน” ได้นำความรู้จากประสบการณ์ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ภายใต้โจทย์แรก คือ การวางกรอบแนวคิด Conceptual Flame Work “งานบวชสร้างสุข”

    บรรยากาศการเรียนรู้ ช่วงนี้ เป็นเรื่องของการ “เปิดจิตจูนใจ” ละมุน ละไม หากว่ากันที่ “แก่นธรรม” คำสอนของพระพุทธเจ้า พระสงฆ์มีองค์ความรู้ ชัดแจ้ง ขณะที่ฝั่งฆราวาส ก็มี “แก่นแห่งศรัทธาและทาน” ที่เหนียวแน่น คารวะธรรม และกัลยาณมิตร จึงเจืออยู่ในทุกขณะจิตของ ผู้เรียน ผู้สอน และผู้จัด ทุกคนตระหนัก และ รับรู้ได้ถึง สภาวะการเรียนรู้ ในแบบที่เรียกได้ว่า “เราเป็นดั่งครูของกันและกัน” ทำให้ทุกคนมองเห็นทางสว่าง ในการเชื่อมงานทางโลก และทางธรรม เข้าด้วยกัน

    2) ในท่ามกลาง ใช้กลยุทธ์ สังฆะอาสานำ พุทธะอาสาหนุน อบอุ่นด้วย รักและสามัคคีที่มีพลัง โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มย่อย และให้ “เพื่อนร่วมเรียนรู้” แต่ละกลุ่ม ช่วยกัน “เติมเต็ม/ต่อยอด” เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคน ต้องกลับถิ่นฐาน ไปจัดการความรู้ “บวชสร้างสุขบ้านตัวเอง” ก่อนจะนำมา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนอีกครั้ง เพื่อมองหาโอกาสในการ “ต่อยอด/ขยายผล” ต่อไป จังหวะนี้ทำให้นึกถึงสุภาษิตไทยที่ว่า “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ

    3) ในบั้นปลาย วิทยากรหลัก ได้หยิบยกบทความ “ปลาร้า…รากเหง้าภูมิปัญญา สู่การพัฒนาสุขวิถีอย่างยั่งยืน” มาให้ “ผู้เรียน” ได้เรียนรู้ร่วมกัน โดยชั้นแรกให้ทุกคนอ่าน (อยู่กับตัวเอง เรียนรู้การอ่านจับประเด็น) จากนั้น ตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ว่าอ่านแล้ว ใคร สะดุดใจ กับ “คำเด่น” หรือ “ประโยคเด็ด” ไหนบ้าง (ข้อดีของการเรียนรู้แบบนี้คือ “ผู้สอน” วัดความรู้/ความเข้าใจ “ผู้เรียน” ได้ และ “ประเมินได้ว่า ควรจะเติมอะไร อย่างไรให้ผู้เรียน”

    จากนั้น ผู้จัดการฯ ในฐานะวิทยากรร่วม ได้ออกแบบให้ “ผู้เรียน” ได้ฝึก/พัฒนาทักษะ “การประเมินตนเอง” แบบมีส่วนร่วม ด้วยเครื่องมือง่ายๆ ในการสรุปบทเรียนหลังจบปฏิบัติการ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า After Action Review : AAR โดยใช้กระดาษ 3 สี ๆ ละ แผ่น โดย แผ่นที่ 1 (สีเขียว : ใน 2 วันนี้ ท่านได้ความรู้ใหม่อะไรบ้าง) แผ่นที่ 2 (สีส้ม : ใน 2 วันนี้ อยากบอกและชื่นชม อะไร อย่างไรบ้าง) และ แผ่นสุดท้าย (สีชมพู : แล้วท่านจะนำความรู้ที่ได้จาก 2 วันนี้ กลับไปทำอะไร อย่างไรบ้าง)

    ความรู้ที่ได้ (จากกระดาษสีเขียว)

              1.ความรู้ทางโลก

    • เปิดโลกทัศน์
      • สถานที่
      • บุคคล : จากการพบปะ เสวนา และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้
    • กระบวนการถอดบทเรียนในเชิงทฤษฎีเชื่อมกับประสบการณ์การปฏิบัติจริง
      • การเก็บข้อมูล : เรื่องอะไร/เก็บกับใคร (ใครคือผู้รู้)/ใช้เครื่องมืออะไร
      • การวิเคราะห์ข้อมูล : สาระสำคัญในข้อมูล/ความเชื่อมโยงของข้อมูล
      • กรอบแนวคิด/องค์ประกอบ : ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และ ผลลัพธ์ (Output Outcome Impact)
      • กระบวนการทำงาน : มีขั้นตอน สนุก มีสาระ
    • การบริหารจัดการงาน/การบูรณาการเครือข่าย
      • การทำงานเป็นระบบ : 1) โจทย์ 2) ประเด็น 3) เก็บข้อมูล 4) วิเคราะห์ 5)สังเคราะห์ข้อมูล และ 6) สรุปผลการดำเนินงาน
      • การเชื่อมคน/งาน/สิ่งแวดล้อม
      • การตั้งคำถาม : การสร้างชุดคำถาม ,แบบสอบถาม/สัมภาษณ์ ครอบคลุมรอบด้าน เช่น โครงการบวชสร้างสุข (นาค,ญาติ,อุปัชฌาย์,ผู้นำฯ ฯลฯ)

    2.ความรู้ทางธรรม

    • คุณค่า/ความหมาย “การบวช”
    • วัฒนธรรมองค์กรของ คณะสงฆ์ที่ควรรู้ นำสู่การปรับใช้ในการทำงาน
    • วิถีปฏิบัติของพระสงฆ์ตามพระธรรมวินัย
    • แง่มุมการบวช มิติใหม่ๆ

    ชื่นชม/ให้กำลังใจ (กระดาษสีส้ม)

    • สถานที่ : สับปายะ ท่ามกลางการสนับสนุนของพลังบวร ก่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ “วิสาสา ปรมา ญาติ” มีการเชื่อมกับพลังธรรมชาติ (เขื่อนขุนด่านปราการชล) ทำให้ผ่อนคลาย
    • บรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : เป็นกันเอง /ไม่เครียด /รู้สึกมีคุณค่า ที่ได้มีส่วนร่วม ได้รับพลัง ทางความรู้/ความคิด
    • วิทยาการ : ชื่นชมวิทยากรที่ตั้งใจ ทุ่มเทออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
    • คณะทำงาน : มีความตั้งใจ ร่วมมือ ร่วมใจกัน เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทุกท่านสามารถให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์นำไปต่อยอดในพื้นที่ได้/เห็นพัฒนาการตนเอง /ทีมงาน
    • ทีมพระสงฆ์นักพัฒนารุ่นใหม่ : มีความตั้งใจเรียนรู้ /ให้ความรู้/เสียสละ (เวลา/ความคิด) /ให้คำปรึกษาและแนะนำดี (พระสงฆ์ 3 รูปจาก อ.พัฒนานิคม เป็นดาวรุ่ง ของ วงการเครือข่ายพระสงฆ์ ขออนุโมทนาสาธุ) ชื่นชมความตั้งใจทุกรูปในการทำงานบวชสร้างสุข
    • เนื้อหา/กระบวนการ :
      • เนื้อหา : แนวทาง หลักการทำงาน ชัดเจน ทำให้สามารถนำไปทำงานต่อในพื้นที่ได้
      • การออกแบบกระบวนการ

    สิ่งที่จะกลับไปทำต่อ (กระดาษสีชมพู)

    • ออกแบบกรอบแนวคิด/กระบวนการถอดบทเรียนและเขียนรายงานเชิงวิจัย
    • มีพลังความเชื่อมั่นที่จะกลับไปดำเนินงานต่อในพื้นที่
    • ทำงานบวชสร้างสุขให้มีรูปธรรมมากขึ้น
    • นำความรู้
    • พัฒนากระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล/จัดเรียงข้อมูล/เชื่อมโยงข้อมูลในการพัฒนางาน 1 ชุมชน/เพื่อนมิตรธรรม ร่วมเรียนรู้
      • พัฒนาคน/ชุมชน (วิเคราะห์คน/วิเคราะห์งาน) ได้อย่างเป็นระบบ
      • ลงพื้นที่ ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ กับเจ้าอาวาส /ผู้นำชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเก็บข้อมูลอย่างมีขั้นตอน
      • ต่อยอดกระบวนการทำงานโครงการกิจกรรม (กรอบแนวคิดการถอดบทเรียน : เชิงวิชาการ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น/มั่นใจมากขึ้น
      • ถอดบทเรียนการทำงาน “บวชสร้างสุข”ในชุมชน (วัดโคนอน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี)
      • ทำหน้าที่ Back stopping ลมใต้ปีกให้กับขบวนการสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ในฐานะ พุทธะอาสาด้านวิชาการ/การสื่อสาร
      • สื่อสารสาธารณะ/สร้างกระแสบวชสร้างสุข
    • ต่อยอด/ขยายผล
      • แบบอย่างการทำงานเป็น “ทีม”
      • นำ “บวชสร้างสุข”ขยายผลสู่วัดอื่นๆ ต่อไป
      • ขยายความรู้/ความเข้าใจงานโครงการบวชสร้างสุขในพื้นที่ ให้มากขึ้น

    อารีย์  เหมะธุลิน พุทธอาสาด้านวิชาการ รายงาน

  • ศึกลูกยาง “สาวเหล็ก No L Cup” ปิดฤดูกาลได้อย่างสวยงาม กระแสตอบรับดีแบบหยุดไม่อยู่

    ศึกลูกยาง “สาวเหล็ก No L Cup” ปิดฤดูกาลได้อย่างสวยงาม กระแสตอบรับดีแบบหยุดไม่อยู่

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) พร้อมด้วยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จับมือการสร้างตำนานบทใหม่ ด้วยการจัดกิจกรรมแข่งขันวอลเลย์บอล ภายใต้รูปแบบวาไรตี้ ทั้งสนุก ทั้งมันส์ ที่สำคัญปลอกภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับโครงการ กีฬาสร้างสุข สนุกสร้างสรรค์ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์ VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่มไม่เสพ ชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งในกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็นแบบโซนภูมิภาค 2 สนาม และระดับประเทศอีก 1 สนาม 

    สนามที่ 1 (รอบคัดเลือก) จัดกันที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีทีมที่สมัครเข้าร่วมทั้งหมด 8 ทีม ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา จ.บึงกาฬ , ทีม ATHENA จ.กรุงเทพมหานคร , ทีม SHOPGIFTSTORY VC จ.สมุทรปราการ , ทีมสินปุระ จ.นครราชสีมา , ทีมสินปุระ 2 จ.นครราชสีมา , ทีมรร.โตนดพิทยาคม จ.นครราชสีมา ,ทีมดาวประชาสาว 2 จ.นครราชสีมา และทีมสมเด็จฯ จ.นครราชสีมา เมื่อการแข่งขันจบลงในสนามนี้ จึงได้ 4 ทีมที่จะได้เป็นตัวแทนเข้ารอบมาชิงแชมป์ระดับประเทศต่อไป ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุล ทีม SHOPGIFTSTORY VC ทีม ATHENA และทีมโตนดพิทยาคม 

    สนามที่ 2 (รอบคัดเลือก) จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม มีทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 ทีมเช่นกันได้แก่ ทีมควีนโพธา จ.ราชบุรี , ทีมราชาบุรี , ทีมลูกแม่หน่อง จ.ราชบุรี , ทีมฟลุ๊ครับหิ้ว จ.อุบลราชธานี , ทีมปลาทู(ครูเข่ง) VC , ทีม UNIVERSE บ้านนางงาม จ.กรุงเทพมหานคร , ทีมชะอำคุณหญิงเนื่อง จ.เพชรบุรี , ทีมWOLF WORRIOR จ.นครปฐม และสนามนี้สามารถได้ 4 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบไปสู่การแข่งขันในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย ได้แก่ ทีมควีนโพธา ทีมราชาบุรี ทีมปลาทู (ครูเข่ง) และทีมรร.ชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี และสนามนี้มีทีมที่มีการถอนตัวระหว่างการแข่งขันไป จากสนามนครราชสีมา ได้แก่ ทีมโตนดพิทยาคม จึงส่งผลให้ฟลุ๊ครับหิ้วจากสนามนครปฐม ได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงด้วยเช่นกัน

    สนามที่ 3 (รอบชิงแชมป์) ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย เป็นสนามชิงแชมป์ประเทศไทย ได้มาจัดกันที่โรงยิมเนเซียมราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งสนามนี้มีทีมที่ได้จากการคัดเลือกในรอบการแข่งขันมีความเข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่คู่แรกของการแข่งขันเลยก็ว่าได้ เพราะครั้งนี้เป็นการรวมทีมที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกทั้งหมด 8 ทีมด้วยกัน ดังนั้นการแข่งขันรอบนี้แต่ละทีมจะต้องใช้กลยุทธการเล่นทั้งหมดที่มีใส่ให้เต็มที่ เพราะการจะไปถึงเป้าหมายที่ฝันได้ต้องใช้ความพยายามและรับมือกับความกดดันจากคู่แข่งอีกด้วยเช่นกัน

    จากการแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทยนี้ ในรอบแรก มีการแบ่งการแข่งขันเป็นคู่ กติกาการเล่น คือ 3 ใน5 เซ็ต และได้ผลการแข่งขันดังนี้

    • คู่ที่ 1 ราชาบุรี พบกับ ฟลุ๊ครับหิ้ว (2:0)
    • คู่ที่ 2 ควีนโพธา พบกับ ATHENA (3:1)
    • คู่ที่ 3 SHOPGIFTSTORY พบกับ ชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี (3:2)
    • คู่ที่ 4 ประเสริฐนิกรกุล พบกับ ปลาทู (ครูเข่ง) (3:0)
    • คู่ที่ 5 SHOPGIFTSTORY พบกับ ราชาบุรี (0:2)
    • คู่ที่ 6 ราชาบุรี พบกับ ประเสริฐนิกรกุล (2:0)

    จึงส่งผลให้ได้ 4 ทีมที่จะเข้ารอบชิง ได้แก่ ทีมราชาบุรี ทีมควีนโพธา ทีม SHOPGIFTSTORY และทีมประเสริฐนิกรกุล  ที่จะต้องเข้าไปชิงที่ 3 และชิงที่ 1 ในรอบชิงแชมป์ และผลจากการแข่งขันได้รอบชิงทำให้ทีมราชาบุรีคว้าแชมป์ของประเทศไปได้ ตามมาด้วยทีมประเสริฐนิกรกุล ได้รองชนะเลิศ อันดับ 1 ควีนโพธาได้รองชนะเลิศอันดับ 2 และ SHOPGIFTSTORY ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 

    จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดผลจากการจัดกิจกรรมคือการที่กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมพื้นทีสร้างสรรค์ โดยปลอดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติด เป็นการปรับสภาพล้อมโดยความร่วมมือจากทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ตอบรับการจัดกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยเล็งเห็นเรื่องของพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQ+) ได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตนเองถนัดอีกด้วย

    เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565​ นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ พร้อมด้วย​ ดร.กาณชาญ รังสีวรรธนะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ นางอุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก​ นายบุญส่ง ใจชื่น ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จังหวัดราชบุรี​ และนายรัชชนนท์ พูลมิน ผู้ประสานงานเยาวชนภาคตะวันตก ร่วมรับชมการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย การแข่งขันวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก No L Cup By Thai PBS” ประจำปี​ 2565​ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ พร้อมมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศ​ ณ โรงยิมเนเซียม อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี    

    สำหรับการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลในรายการนี้​ จัดขึ้นโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก​ ร่วมกับ​ ไทย​ พีบีเอส​ ภายใต้โครงการกีฬาสร้างสุข​ สนุกสร้างสรรค์​ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์”  Volleyball สาวเหล็ก​  No L Cup By Thai PBS   #Season3   เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาอย่างสร้างสรรค์​  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์​ และพัฒนาความสามารถไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น​ ในครั้งนี้​ได้รับการสนับสนุนสนามแข่ง  สนามที่​ 3  จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี​ ทำให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    สำหรับผลการแข่งขันมีดังนี้ 

    • รางวัลชนะเลิศ​  ได้รับเงินรางวัล​ 50,000​ บาท​ ได้แก่ ทีมราชาบุรี จากจังหวัดราชบุรี 
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล​ 30,000​ บาท ได้แก่ ทีมประเสริฐนิกรกุลฯ จากจังหวัดบึงกาฬ 
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล​ 20,000​ บาท​ และรางวัลสาแกใจผู้จัด  ได้แก่ ทีม​ SHOPGIFT Story จากจังหวัดสมุทรปราการ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3​ ได้รับเงินรางวัล​ 10,000​ บาท​  ได้แก่ ทีมควีนโพธา จากจังหวัดราชบุรี​ 

    ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินกิจกรรมบรรลุผลสำเร็จดังต่อไปนี้ 

    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) 
    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก
    • สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง
    • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    • เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
    • ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตร
    • สำนักงานการกีฬาและการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา
    • สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย
    • กรมพละศึกษา 
    • องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
    • สถานีโทรทัศน์ Thai PBS
    • มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
    • มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
    • องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี
    • ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 18 ทีม

  • สะเทือนวงการวอลเลย์บอล เมื่อ สคล. สสส ThaiPBS จับมือสร้างประวัติศาสตร์ “สาวเหล็ก”

    สะเทือนวงการวอลเลย์บอล เมื่อ สคล. สสส ThaiPBS จับมือสร้างประวัติศาสตร์ “สาวเหล็ก”

    เครือข่ายงดเหล้า สสส. ThaiPBS ผนึกกำลังปลุกกระแสวอลเลย์บอล “สาวเหล็ก” ก้าวสู่กีฬาปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด “สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์”

    จากการที่รัฐบาลได้มียุทธศาสตร์นโยบายควบคุมแอลกอฮอล์ระดับชาติ ปี 2554-2563 เนื่องจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคมมากกว่า 200,000 ล้านบาท โดยมีมาตรการที่สำคัญ คือ การเพิ่มภาษี การจำกัดใบอนุญาต การควบคุมสถานที่ดื่ม/ขาย การควบคุมอายุผู้ดื่ม ผู้ซื้อ การควบคุมเวลาขาย การควบคุมโฆษณาส่งเสริมการขาย การรณรงค์สร้างจิตสำนึก เป็นต้น

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดหล้า (สคล.) เป็นองค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม มีบทบาทหน้าที่ช่วยเหลือสังคมด้านการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการรณรงค์ลดละเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสร้างให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์โดยเน้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ตลอดจนรณรงค์ส่งเสริมงานบุญประเพณี งานเทศกาลให้เป็นงานปลอดเหล้าและเป็นวัฒนธรรมอันดีที่จะทำให้สังคมไทยก้าวสู่วิถีพอเพียงอย่างยั่งยืนในอนาคต สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล  

    ทั้งนี้ เพื่อปกป้องเด็กเยาวชน เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ และสอดแทรกพิษภัยของปัจจัยเสี่ยง สร้างความตระหนักโดยไม่ยัดเยียด จึงได้จัดให้มี โครงการ “กีฬาสร้างสุข สนุกสร้างสรรค์ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์ VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By ThaiPBS” #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย โดยความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์และถ่ายทอด โดยกีฬาวอลเลย์บอลนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยเยาวชนแล้วยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสได้ออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างความสนุกสนานสามัคคีในหมู่คณะ สร้างการมีระเบียบ วินัย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และที่สำคัญอยู่ห่างไกลจากเหล้าบุหรี่และยาเสพติดใดๆ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติและนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะด้านกีฬาปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในอนาคต

    ซึ่งจะได้มีการจัดแข่งขันทั้งหมด 3 สนาม โดยแยกเป็น โซนภาคเหนืออีสานตะวันออก และโซนภาคกลางตะวันตกใต้ และปิดท้ายด้วยสนามชิงแชมป์ประเทศไทย โดยทั้ง 3 สนาม จะมีการถ่ายทอดสดสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขัน VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By ThaiPBS #Season 3 การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งจะจัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน  

    “คุณรัชชนนท์ พูลมิน ผู้ประสานงานเยาวชน เป็นผู้ทำโปรเจค “สาวเหล็ก” พูดถึงเป้าหมายในการจัดกิจกรรมวัตถุประสงค์เพื่อ ผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดในชุมชนและสถานศึกษาที่สอดคล้องตามวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะ และสถานศึกษา ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการทำงานร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างกิจกรรม และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนกลุ่ม LGBTQ ได้แสดงออกถึงความสามารถในทางที่เหมาะสมเปลี่ยนค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดปัญหานักดื่มหน้าใหม่  และพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาต้นแบบที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

    เมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2565 ได้ทำการจัดการแข่งขันสนามแรกที่สนามเทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนานแต่ละทีมต่างเต็มที่และเล่นด้วยการมีน้ำใจนักกีฬาอีกด้วยเช่นกัน ในรอบนี้มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 8 ทีม ได้แก่ ทีม SHOPGIFTSTORY VC , ATENA , สมเด็จ , ดาวประชาสาว 2 , ประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา , สินปุระ 1 , สินปุระ 2 และ รร.โตนดพิทยาคม โดยในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากนายธณเดช ศรีณรงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัก นายสราวุธ  แช่มเมืองปัก ผู้อำนวยการโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต และนายอิสระ ทองคำ รองผู้อำนวยกลุ่มอำนวยการฯ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต ในการให้ความอนุเคราะห์ในส่วนของสถานที่และบุคลากรในครั้งนี้ ผลการแข่งขันได้ 4 ทีมที่เข้ารอบไปชิงแชมป์ประเทศ ได้แก่ ชนะเลิศ ประเสริฐนิกรกุลครัวมัสยา รองที่ 1 SHOPGIFTSTORY VC รองที่ 2 ATENA รองที่ 3 โตนดพิทยาคม

    “คุณกัญญานันต์ ตาทิพย์ ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดหล้า ภาคอีสานตอนล่าง ในส่วนตรงนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนนักกีฬาเรื่องการแข่งขันกีฬาที่หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นฟุตซอล วอลเล่ย์บอล ซึ่งตรงนี้เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เพราะฉะนั้นกีฬาก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังส่งเสริมให้น้องๆได้สามารถจุดประกายไปถึงในเรื่องของกีฬามืออาชีพได้ ในส่วนของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ถือเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จึงอยากจะบอกน้องว่าตรงนี้คือพื้นที่หนึ่งที่เด็กและเยาวชนสามารถจะแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าในส่วนของบ้านเราได้เปิดโอกาสให้กับทุกเพศทุกวัย และกิจกรรมสร้างสรรค์มีอยู่ทุกพื้นที่ ดังนั้นจังอยากให้น้องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ค้นห้าตัวเองให้เจอ แล้วซักวันพลังที่อยู่กับตัวเราจะเกิดคุณค่าให้กับตัวเองพร้อมทั้งสร้างพลังของเยาวชนในการสนุกได้ไร้แอลกอฮอล์”

    “คุณอิสระ ทองคำ รองผู้อำนวยกลุ่มอำนวยการโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต กล่าวว่าในส่วนของโรงเรียนในด้านการส่งเสริมของการแข่งขันกีฬาโรงเรียนให้การสนับสนุนในทุกประเภทกีฬามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของรายการ “สาวเหล็ก” No L Cup By ThaiPBS ก็ถือว่าเป็นการดึงดูให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬามากขึ้น ต้องขอขอบคุณทาง สสส.ในการจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนขยันในการฝึกซ้อม และเชิญชวนเพื่อนๆ และคนรอบข้างมาออกกำลังกายกันมากๆ ครับ“

    ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการสร้างสัมพันธ์ที่ดี โดยการใช้กีฬาในการเป็นตัวเชื่อมเชื่อมประสานความร่วมมือกันระหว่างภาคีความร่วมมือผู้มีส่วน นอกจากนั้นยังสร้างกระแสเปิดพื้นที่สำหรับมีผู้ที่สนในกีฬาได้ให้ความสนใจในการแข่งขันจำนวนมาก พร้อมเชื่อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดกิจกรรมต้นแบบในพื้นที่ ขยายผลสู่งานกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด ในชุมชนและสถานศึกษา เกิดการบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานศึกษา ชุมชน เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายนักกีฬาวอลเลย์บอล เกิดนักกีฬาต้นแบบ ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน เป็นต้นแบบให้แก่นักกีฬาเยาวชนรุ่นหลัง งานนี้จะสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มีผู้คอยให้การสนับสนุนจาก ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักและผู้มีอุปการะทุกท่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.),สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง,สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS,กรรมการผู้ตัดสิน กรมพละศึกษา,นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา,ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตร,ผู้อำนวยการ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย,ทีม Facebook Live ,เครือข่ายเยาวชน YSDN ภาคอีสานตอนล่าง,สำนักงานการกีฬาและการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา,นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน