Category: SDN News

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ จับมือ 6 โรงเรียน สร้างแกนนำเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่ตำบลกระบี่น้อย

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ จับมือ 6 โรงเรียน สร้างแกนนำเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่ตำบลกระบี่น้อย

    เมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 ณ โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่ตำบลกระบี่น้อยจำนวน 6 โรงเรียน จัดกิจกรรม “ค่ายเยาวชนคนกล้า คนกระบี่น้อยพันธุ์ดี” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 6 โรงเรียน ดังนี้

    1)โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง 2)โรงเรียนบ้านน้ำจาน 3)โรงเรียนบ้านเขาตั้ง 4)โรงเรียนบ้านนานอก 5)โรงเรียนทุ่งพระยอม 6)โรงเรียนบ้านหว่างคลอง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ภูมิคุ้มกัน และพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตให้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงยุคปัจจุบัน รวมถึงสร้างแกนนำปกป้องปัจจัยเสี่ยงในชุมชน และเปิดโอกาสสร้างกระบวนการคิด สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน โดยมีแกนนำเยาวชนที่ผ่านการทำกิจกรรม “ค่ายก่อการดีกระบี่น้อย” ยกระดับกลายมาเป็นพี่เลี้ยงกระบวนการค่ายร่วมกับทีมวิทยากร และคุณครูจากทั้ง 6 โรงเรียน ซึ่งกิจกรรม“ค่ายเยาวชนคนกล้า คนกระบี่น้อยพันธุ์ดี” ได้รับเกียรติจากนายนิรันดร์ ปราบอักษร นายอำเภอเมืองกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

    ด้าน นายสหัส ทุมรัตน์ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทางสถานศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องของการสร้างแกนนำเยาวชน ภูมิคุ้มกัน  และทักษะชีวิต ในการปกป้องเด็กเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงในยุคปัจจุบัน จึงจับมือกันจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีการสอดแทรกเนื้อหาความรู้ในเรื่องโทษและพิษภัยของยาเสพติด ทักษะชีวิตในการป้องกันยาเสพติด ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการใช้สื่อโซเซียลในชีวิตประจำวัน และแผนผู้นำเยาวชนกับภารกิจการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เพื่อนำไปต่อยอดการทำกิจกรรมของแกนนำเยาวชนในโรงเรียนและชุมชนต่อไป

    และได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทางศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ โดยมอบหมายให้ นายชัชวาล วิภวชาติ รองศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีปิด และ มอบประกาศนียบัตร ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • พังงาเชิดชูคนเลิกเหล้าประกาศคนต้นแบบในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    พังงาเชิดชูคนเลิกเหล้าประกาศคนต้นแบบในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    วันที่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมภูงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดโครงการสมัชชาแห่งความสุข ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา โดยมีนายธราธิป ทองเจิม นายก อบจ.พังงา กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพังงา ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมของพังงา และประชาชนเข้าร่วมงาน

    ด้านนายทรงวุฒิ อินทรสวัสดิ์ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพังงา กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัดพังงา เป็นหนึ่งในประเด็นที่สมัชชาแห่งความสุขให้ความสำคัญ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย “พังงาแห่งความสุข” จึงมีการมอบเกียรติบัตรให้กับแกนนำชุมชนที่ขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ รณรงค์เชิญชวนคนเลิกเหล้า บ้านไทรทอง ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา และกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล “ชาวเลมอแกลน” พังงา เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะบุคคลต้นแบบช่วยเลิกเหล้า และบุคคลต้นแบบเลิกเหล้าตลอดชีวิต

    โดยมีนายนัย กล้าทะเล อายุ 66 ปี …ดื่มเหล้ามา 45 ปีตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี โดยลุงแนะบอกว่า ลูกหลานเตือนมาตลอด จนตัดสินใจเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด จนวันนี้สุขภาพดีขึ้นมากทำงานได้ปกติ นายทรงวุฒิ อินทรสวัสดิ์ ยังกล่าวอีกว่าจะชวนลุงแนะเป็นแรงบันดาลใจ ชวนพี่น้องชาวเลให้เลิกเหล้า หรือ ดื่มน้อยลง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้ยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • แถลงการณ์ 1001 บุคลากรทางการแพทย์ คณาจารย์ นักวิชาการ และนักการศาสนา

    แถลงการณ์ 1001 บุคลากรทางการแพทย์ คณาจารย์ นักวิชาการ และนักการศาสนา

    แสดงความห่วงใยและเสนอแนะแนวทางเกี่ยวกับร่าง พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่

    ด้วยร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ… อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 ขั้นการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการ  จากการรายงานข่าวของสื่อพบว่า ร่างฯ อาจมีเนื้อหาที่ลดทอนการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ การขยายเวลาการจำหน่าย การอนุญาตให้โฆษณา ฯลฯ บุคลากรทางการแพทย์ คณาจารย์ นักวิชาการ และนักการศาสนา ตามรายนามด้านท้าย จึงเป็นตัวแทนขอแสดงความห่วงใย และเสนอแนะความเห็นต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ดังนี้

    1. ด้านเศรษฐศาสตร์ : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าที่เสรีภาพในการบริโภคของบุคคล สามารถก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงละเมิดต่อสิทธิบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การบาดเจ็บ/ทุพพลภาพ/เสียชีวิตจากการเมาแล้วขับ การถูกทำความรุนแรงทางร่างกาย ฯลฯ นอกจากนี้ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ก่อให้เกิด
    การบาดเจ็บ และโรคไม่ติดต่อหลายชนิด ส่งผลต่อเนื่องถึงผลิตภาพของแรงงาน และงบประมาณภาครัฐด้านสาธารณสุข ทั้งหมดนี้ฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่รัฐบาลทุกประเทศต้องควบคุม เพื่อลดการบริโภคให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า มาตรการด้านภาษี การจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการห้ามการโฆษณา เป็น 3 วิธีที่มีประสิทธิผลและคุ้มค่า รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วจึงใช้ 3 มาตรการนี้ เพื่อควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคม 

    2. ด้านการแพทย์ : การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และจดจำ โดยการดื่ม
    ในระดับสูง อาจทำให้พัฒนาการของสมองบกพร่องอย่างถาวร รวมทั้งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคและ
    มีผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นหนึ่งในสาเหตุการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้มีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 3 ล้านคนต่อปี ในกรณีประเทศไทย การศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ตามที่สื่อรายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 พบว่า แต่ละปีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดต้นทุนความเสียหายกว่า 1.7 แสนล้านบาท จำแนกเป็นผลกระทบต่อสุขภาพ 9.4 หมื่นล้านบาท ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน 5.3 หมื่นล้านบาท
    การบาดเจ็บต่าง ๆ 1.7 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นภาระต่อครอบครัวและชุมชน ในการดูแลผู้ป่วยตลอดช่วงของการรักษาเยียวยา การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงเป็นสาเหตุของการเซาะกร่อน บ่อนทำลายสุขภาพของสังคมโดยรวม

    3. ด้านสังคมศาสตร์ : การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ดื่มและครอบครัว เพราะการใช้จ่ายด้านนี้ หมายถึง ค่าเสียโอกาสในการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในสิ่งจำเป็น การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงมักส่งผลต่อเนื่องถึงปัญหาสังคมอื่น ๆ อาทิ ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งท้ายที่สุดต้องได้รับการแก้ไขโดยงบประมาณภาครัฐ เป็นค่าเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ เมื่อพิจารณามิติผลกระทบต่อเยาวชน การศึกษาในต่างประเทศพบว่า การดื่มในวัยรุ่นมีความเกี่ยวพันกับภาวะซึมเศร้า การขาดเรียน ผลการเรียนตกต่ำ รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ว่า การที่พ่อแม่
    ดื่มเหล้า ส่งผลให้ลูกมีปัญหาด้านอารมณ์ รวมถึงมีแนวโน้มติดเหล้าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะเห็นได้ว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บั่นทอนคุณภาพ ศักยภาพ ความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

    4. ด้านศาสนา : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่ผิดหลักคำสอนของทุกศาสนา เมื่อพิจารณาศาสนาพุทธ การรักษาศีลข้อ 5 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการดื่มสุราทำให้ขาดสติ จนเป็นเหตุให้ผิดศีลข้ออื่น ๆ อาทิ การผิดลูกผัวเมียคนอื่น การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย การใช้วาจาหยาบคาย เหลวไหล แทะโลม รวมไปถึงการฆ่าข่มขืน เช่นเดียวกัน การดื่มสุราเป็นข้อห้ามเด็ดขาดตามวินัยแห่งศาสนาซิกข์ เพราะสุราทำให้เสียซึ่งสติ ดังวจนะของพระศาสดาองค์ที่ 3  ในขณะที่ศาสนาคริสต์ มีบทบัญญัติในคัมภีร์ไบเบิล
    ความว่า “การดื่มมากเกินไปทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจและ ‘ปลิดเอาสติไปเสีย’” “พระเจ้าไม่ชอบการดื่มจัดและการเมาเหล้า” “ทำให้ยากจนและมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง” เป็นต้น สำหรับศาสนาอิสลาม
    บรมศาสดามูฮัมหมัด ประกาศเจตนารมณ์เมื่อประมาณ 1,400 ปี ที่ผ่านมาว่า สุราเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดตามบทบัญญัติอิสลาม เพื่อรักษาไว้ซึ่งศาสนา ชีวิต สติปัญญา เทือกเถาเหล่ากอ และทรัพย์สิน จะเห็นได้ว่า ทุกศาสนามีหลักการสำคัญพื้นฐาน ให้ประชาชนหลีกห่างจากน้ำเมา เพื่อดำรงไว้ซึ่งชีวิตที่มีคุณภาพ และทำคุณประโยชน์แก่สังคมต่อไป

    ด้วยเหตุผลที่กล่าวอ้างมา จึงนำมาสู่ข้อเสนอแนะ ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และพรรคการเมืองทุกพรรค ดังนี้

    เนื่องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน สังคม และเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงควรคงมาตรการควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งด้านอายุ เวลา และสถานที่ รวมถึง
    มีมาตรการห้ามการโฆษณา ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก พร้อมกับเร่งปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคม ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งการบัญญัติกฎหมาย อนึ่ง การหวังพัฒนาเศรษฐกิจด้วยสินค้าอบายมุข เป็นแนวนโยบายสาธารณะ ที่ผู้แทนปวงชนและรัฐบาลพึงสังวร เพราะอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางความคิด รวมถึงพฤติกรรมของคนในสังคม 

    จึงเรียนมาเพื่อแสดงความห่วงใย และเสนอแนะความเห็น ประกอบการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชนต่อไป

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดยอ.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมา

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดยอ.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมา

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าและกรมพลศึกษาจัดอบรมโค้ชยาวชนฟุตซอลแนวใหม่เน้นสปิริตทักษะดีพื้นฐานแน่นโดย.บุญเลิศกุลซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติเมียนมาหวังสร้างนักกีฬาเยาวชนในวิถีห่างไกลสุราบุหรี่สารเสพติดและการพนันจากภูธรสู่อนาคตทีมชาติไทย 

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมพลศึกษา ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล (ระดับพื้นฐาน) ภายใต้โครงการ “โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ปี 2567 (ครั้งที่ 4) โดยคัดเลือกโค้ชจำนวน 100 คน โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น ณ ศูนย์ฝึกกีฬากรมพลศึกษา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี 

    รศ.ดร.แล  ดิลกวิทยารัตน์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส.  ประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ ชื่นชมและให้กำลังใจผู้ฝึกสอนที่เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ สานฝันสู่ความเป็นจริง” ครั้งที่ 4 กล่าวว่า “โค้ช” ก็คือ “ครู” ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน มีสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ทั้งในและนอกตำราให้กับเยาวชนได้โดยตลอด ทางสสส. มีความเป็นห่วง เห็นว่าปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ การพนัน และอุบัติเหตุ ล้วนเป็นสิ่งขัดขวางทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ  โดยเฉพาะปัจจุบันที่เหล้ามีหลายรูปแบบ  บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีแพคเกจที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนการพนันเข้าถึงได้ง่ายในระบบออนไลน์ รวมถึงอุบัติเหตุกลายเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยไปมากในแต่ละปี การกีฬาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นความนิยมที่มีความท้าทาย สามารถสร้างแรงบันดาลใจสู่เป้าหมาย เพราะเยาวชนเป็นกำลังสำคัญของชาติ จึงไม่ควรให้คนเหล่านี้ต้องตกเป็นเหยื่อของอบายมุขเหล่านี้ ควรต้องสร้างให้เยาวชนพ้นไปจากปัจจัยเสี่ยง  โค้ช จึงนับว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อแผ่นดิน เป็นผู้ที่ประเทศไทยฝากความหวังไว้ ว่าจะช่วยให้เยาวชนเติบโตมาอย่างมีสุขภาพดีทั้งกายและใจได้สืบไป

    นายธีระ  วัชรปราณี  ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า  จากปัญหาความรุนแรงที่มีนักกีฬาเยาวชนวิ่งไล่ทำร้ายคู่แข่งขันในสนามฟุตบอล กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ในสื่อสังคมออนไลน์ แม้ สคล. จะทำงานเกี่ยวกับงดเหล้า แต่สนับสนุนการกีฬา เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของสังคม โดยเฉพาะเยาวชน ให้เกิดการตระหนักรู้ ผ่าน“โค้ช” ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสกับเด็กและเยาวชนมากที่สุด ปัจจุบันที่ธุรกิจแอลกอฮอล์นั้นพยายามแย่งชิงเยาวชนไปอยู่กับฝั่งของตนและกลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ในที่สุด  หากโค้ชสามารถเป็นทั้งต้นแบบที่ดี  สื่อสารสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะไม่ตกไปเป็นเครื่องมือทางการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ นับว่าเป็นการสกัดนักดื่มหน้าใหม่ได้ โดยเฉพาะกับเยาวชนที่ยังอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต สามารถใช้กีฬาช่วยให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านความพ่ายแพ้และได้รับชัยชนะ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในสนามเท่านั้น  เยาวชนที่เล่นกีฬาหลายคนเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีชื่อเสียงได้ ดังนั้น โค้ชจึงควรมองนักกีฬาเยาวชนเป็น “พลเมืองของประเทศ” โดยไม่มองเป็นเพียงนักกีฬาที่จะลงสนามไปคว้าชัยชนะเท่านั้น

    อาจารย์บุญเลิศ  เจริญวงศ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลชายทีมชาติเมียนมา และวิทยากรฟุตซอล AFCLevel3  สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียกล่าวว่า  20 ปีที่ผ่านมา กีฬาฟุตซอลนั้นไม่เคยหยุดนิ่งเลย มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล เพื่อผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน ครั้งนี้จะได้แนวทางการเล่น หรือเทคนิค การหาข้อมูลต่างๆ ทำให้มีหลายทีมที่โดดเด่นขึ้นมา ทดแทนบางทีมที่ตกลงไป  ดังนั้น หากหยุดการเรียนรู้ จะทำให้ตามโลกฟุตซอลไม่ทันอย่างแน่นอน  โค้ชจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา  เพื่อให้มีความรู้ที่อัพเดทอยู่เสมอ  ก่อนที่จะไปสอนเยาวชน กีฬากับยาเสพติดจะอยู่คงละขั้วกัน  หากเสพยา  ดื่มเหล้า  จะทำให้กำลังวังชาในการเล่นนั้นลดน้อยถอยลง นักกีฬาเยาวชนในภูมิภาคหลายตนไม่มีโอกาสเล่นกีฬา  ทำให้ตกไปอยู่ในวังวนของยาเสพติด  ที่นับวันจะหาง่ายขึ้นมาก  จึงเป็นเรื่องดีที่โค้ชไปช่วยดึงเยาวชนเหล่านั้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของอบายมุข  และกลายเป็นนักกีฬาที่ถึงแม้บางคนจะไปไม่ถึงความเป้นเลิศทางด้านกีฬา  แต่ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้

    นายธีรพลสัญญาปลื้ม ผู้เข้าร่วมจากจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผมทำทีมมาจากศูนย์ ครั้งนี้เป็นการเข้ารับการอบรมครั้งแรก ผมได้ประโยชน์มาก ทั้งหลักการ วิธีการ แนวทางของการเป็นโค้ชที่ดี ด้านคุณธรรมจริยธรรม นักกีฬาทุกคน ตั้งใจเต็มร้อยมุ่งมั่นฝึกฝนที่จะมาแข่งขัน อาจมีความก้าวร้าวรุนแรง กระทบกระทั่งกันบ้างในเกมการแข่งขัน สำหรับผมคิดว่าการแข่งขันมีแพ้ ชนะมีได้เปรียบเสียเปรียบ มักจะส่งผลทางอารมณ์ ซึ่งโค้ชจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีส่งเสริมสุขภาวะ ด้านการดูแลตัวเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เหล้า-บุหรี่ รวมถึงสอนเด็กๆในเรื่องของการมีสติ มีสมาธิ ควบคุมเกม ควบคุมสถานการณ์ ในสนามแข่ง ใครเป็นผู้มีสติสมาธิมากที่สุด ทีมนั้น นั้นคือผู้ชนะ เมื่อการแข่งขัน SDN FUTSAL No- L CUP “เพื่อนกันมัน โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน” รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์ระดับประเทศ ชนะเป็นอันดับที่ 4  ในครั้งต่อไปจะกลับมาสู้อย่างสุดความสามารถ เพราะเป็นรายการเดียวที่ทำให้เด็กรากหญ้า เยาวชนจากภูธร ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแข่งขัน ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมเพื่อเยาวชนทุกคนจริงๆ

    นายกาญนุวัฒน์ อาจภักดี ผู้เข้าร่วมอบรมจากจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ผมได้เคยนำทีมเข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ มาได้แค่รอบจังหวัดเท่านั้น แต่การอบรมครั้งนี้ ผมตั้งใจมาเก็บเกี่ยววิชาความรู้ไปเต็มๆเลยครับ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับ ทั้งคณะผู้จัดที่ดูแลเป็นอย่างดี และทีมอาจารย์ผู้สอนที่ให้ความรู้แบบไม่กั๊ก ทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจ ตั้งแต่หลักการ ขั้นตอนและข้อแนะนำต่างๆ จะนำไปใช้ปรับปรุงพัฒนาทักษะในการสอนให้ได้มากที่สุด ปลื้มใจแทนเด็กๆ นักกีฬาเยาวชนที่ห่างไกล เพราะผมเป็นทีมเล็กๆที่อยู่ติดชายแดน จังหวัดศรีสะเกศ เราดูแลกันแบบครอบครัว อยู่ด้วยกันตลอดเวลาพวกเขามุ่งมั่นไม่แพ้ใคร ซึ่งการมาอบรมครั้งนี้ทำให้ผมมั่นใจในการที่จะกลับไป ทำงานเพื่อเด็กๆ ในชนบทที่เขาไม่มีโอกาสทำให้เขามีโอกาส ได้มาสู้กับ ทีมต่างๆต่อไป

  • “เพ็ญเดือนหก วัดเขาขุนพนม พรหมคีรี” สร้างพื้นที่เวียนเทียนสไตล์ใหม่ ปลอดภัยสำหรับทุกคน

    “เพ็ญเดือนหก วัดเขาขุนพนม พรหมคีรี” สร้างพื้นที่เวียนเทียนสไตล์ใหม่ ปลอดภัยสำหรับทุกคน

    วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ณ วัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบ้านเกาะ แกนนำอสม. และภาคีเครือข่ายต่างๆในพื้นที่ ชวนคนรุ่นใหม่เข้าวัดเวียนเทียน วันวิสาขบูชา ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน “เพ็ญเดือนหก วัดเขาขุนพนม พรหมคีรี” ภายในงานมีการตักบาตร เวียนเทียน สนุกสนานกับกลองยาวปลอดเหล้า การแสดงมโนราห์ ชมมินิคอนเสิร์ต ลานกิจกรรมครอบครัว และเสวนาในหัวข้อ “ร่วมสร้างพื้นที่วิถีชุมชนปลอดภัย สุขใจวันพระใหญ่ไม่ขายเหล้า” รวมถึงการแสดงพลังของ อสม. 100 ชีวิต ในเช้าวันที่ 22 พ.ค. 67 จะมีการเข้าวัดทำบุญ “ตักบาตรตอนเช้า” และ กิจกรรม “เวียนเทียนตอนค่ำ” ซึ่งเป็นประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน  

    ด้าน กำนันอภินันท์ แสนเสนา ประธานศูนย์ฯ กล่าวว่า ทางชุมชนได้มีการประกาศเป็น “ศูนย์การเรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบนบ้านเกาะ” มีการขับเคลื่อนงานรณรงค์ และ ชวน – ช่วย – ชม – เชียร์ งดเหล้าลดปัจจัยเสียงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยเริ่มจากพื้นที่หมู่ 7 ตำบลบ้านเกาะ และขยายทั้ง 7 หมู่บ้าน ทั้งตำบล ภายใต้การนำของกำนันผู้ใหญ่บ้าน รพสต. และอสม. รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยปลอดเหล้า เช่น ร้านค้าปลอดเหล้า-บุหรี่  / การจัดงานปลอดเหล้า / สถานที่ปลอดเหล้า และสถานที่ท่องเที่ยวปลอดเหล้าปลอดภัย ที่มีความโดดเด่นและขึ้นชื่อด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ชุมชน ซึ่งวัดเขาขุนพนม เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวปลอดเหล้าปลอดภัยด้านประวัติศาสตร์และตำนานพระเจ้าตากสิน  ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากราบไหว้บูชาอย่างไม่ขาดสาย ทางทีมงานศูนย์ฯ จึงขยายผลจัดงานวันเพ็ญเดือนหกขึ้น มุ่งหวังอยากชวนเยาวชนและครอบครัวเข้าวัด ร่วมกิจกรรมเวียนเทียนซึมซับและสืบสานพระพุทธศาสนา รวมถึงได้มาฟังเรื่องราวและร่วมตามรอยประวัติศาสตร์พระเจ้าตากสินอีกด้วย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้าลงพื้นที่ต้นแบบงดเหล้า.เพชรบุรีชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิดเลิกเหล้าเลิกจนต่อยอดลดรายจ่ายสร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัวสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบ หมู่บ้านโพธิ์ด้วน ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายงดเหล้า นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจากกระบวนการ ชวนช่วยเชียร์ ของเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศไทย คณะทำงานประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบุรี สู่การต่อยอด“เลิกเหล้า เลิกจน” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัว ..รุ่งอรุณลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักสสส. กล่าวว่า สสส. ขับเคลื่อนรณรงค์ “ลดเหล้า ลดรายจ่าย”เป็นการสร้างความตระหนักในการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ชุมชน สังคม จัดการสิ่งแวดล้อมปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ลดปัจจัยเสี่ยง ส่งผลดีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสังคมสุขภาพดี มีความสุขมากขึ้น เศรษฐกิจระดับประเทศดีขึ้นต่อไป

    “กระบวนการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ นอกจากจะช่วยออมเงินค่าเหล้าแล้ว สคล. และคณะทำงานสร้างกิจกรรมสนับสนุนการเข้าถึงศักยภาพ และฟื้นฟูอาชีพเดิม เพิ่มอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มเติม ในระยะสั้น และในระยะยาว พัฒนาศักยภาพให้สามารถพึ่งตนเองได้ และการรณรงค์ให้เกิดคนหัวใจหิน หัวใจเหล็ก และหัวใจเพชร เพิ่มขึ้นเพื่อลดเงินไหลออก จึงเป็นการสร้างต้นทุนที่ดีทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ ปัญญา ให้บุคคลพร้อมสำหรับการพัฒนาทักษะความสามารถ และพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว เห็นผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” ..รุ่งอรุณกล่าว

    ...กนกศักดิ์มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลมีจำนวนมาก โดยเกิดจากเมาแล้วขับ การทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนคุ้มครองเด็ก และเยาวชนได้ ได้นำร่องสถานที่ราชการปลอดเหล้า และเชื่อมโครงการต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นนโยบาย และแนวทางการทำงาน ร่วมกับประชาคมเครือข่ายงดเหล้า จ.เพชรบุรี โดยแกนนำพลังหญิงหัวใจเพชรร่วมขับเคลื่อนงาน ชวน ช่วย เชียร์ ในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดกลุ่มต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยเฉพาะ “งดเหล้า ลดรายจ่าย” พร้อม ๆ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทางอบต. พร้อมที่จะสนับสนุน ในการเชื่อมประสานเครือข่ายให้เกิดชุมชนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

      นางนงค์นุชขำขมแกนชุมชนตำบลต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ตนเองเป็นแพทย์ประจำตำบล และเป็น อสม. ด้วย ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2561 และร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่สนับสนุนโดย อบต.บ้านต้นมะม่วง โดยตั้งเป็นกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร ขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าผ่านกระบวนการ “ชวน ช่วย ชม เชียร์” โดยเตรียมออกแบบการทำงานแบ่งบทบาทหน้าที่ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจชุมชน เพื่อหาข้อมูล ชวนเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม มีการลงเยี่ยม ชุมชน หนุนเสริม พบปะ พูดคุย ติดตาม ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 คน สามารถงดเหล้าได้ครบพรรษา 3 เดือน และตั้งใจเลิกตลอดชีวิต 2 คน 

    “การทำงานต้องวางแผนเป็นระบบ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ มีอาสาสมัครกระจายตัวในพื้นที่ 1 คน รับผิดชอบ 1 ครัวเรือน ทั้งนี้มีครู กศน. กลุ่มงานคุมประพฤติ มาร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า เชิญชวนกลุ่มนักศึกษาเป็นนักรณรงค์ชักชวนร้านค้าในชุมชนให้ปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากชวนคนให้งดเหล้าเข้าพรรษา ยังชวนหยอดกระปุกออมเงินค่าเหล้าแล้ว และตั้งกลุ่มกันสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อเป็นการ “ลดรายจ่าย สร้างรายได้” เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในครอบครัวและชุมชนเพิ่มขึ้น”  นางนงค์นุช กล่าว

    นายภานุพงศ์อยู่ยั่งยืนอายุ 56 ปีคนต้นแบบตำบลต้นมะม่วง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า เริ่มดื่มตั้งแต่อายุ 18 ปี จนอายุ 51 ปี พอมีครอบครัวก็ยังดื่มทุกวัน คิดว่าร่างกายไหว ดื่มเบียร์ครั้งละ 5-6 ขวด เหล้าวันละ 1 ขวด คิดเป็นเงินวันละ 300 บาทเป็นอย่างต่ำ ดื่มแล้วก็เมา เมาแล้วก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ล้ม เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้รับบาดเจ็บถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ครอบครัวทุกข์ใจ ลูกสาวขอให้เลิกกิน จึงรับปากลูก และไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ เมื่อ 5 ปีที่แล้วทาง สคล. จ.เพชรบุรี ร่วมกับแกนนำในชุมชน รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจึงตั้งใจเข้าร่วม ช่วงที่ยากที่สุด คือ 3-4 เดือนแรก รู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนแอ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ แต่ครอบครัวคอยให้กำลังใจ  สคล. จ.เพชรบุรี มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตลอด ช่วยแนะนำ เชียร์ให้สามารถเลิกได้จนถึงทุกวันนี้ ตอนหยุดดื่มเหล้าได้แล้ว ออมเงินหยอดกระปุกทุกวัน ในช่วงเข้าพรรษาออมเงินได้กว่า 20,000 บาท สามารถนำเงินไปต่อเติมบ้าน ทำในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าการนำเงินไปซื้อแอลกอฮอล์ ทำให้มีแรงจูงใจงดดื่มแอลกอฮอล์ต่อไป หลังจากเลิกดื่มแอลกอฮอล์สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเอง การเลิกดื่มส่งผลให้เพื่อน ญาติ สังคมเกิดการยอมรับ