Category: SDN News

  • สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี นายสุทธิพงศ์  พุทธจันทรา นายอำเภอปากท่อ  เป็นประธานแถลงข่าว วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม  จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และเครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมบวชใจตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาได้สำเร็จ     

    โดยนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งรอบสวน ชวนพักตับ ปอดขยับ ตับพักผ่อน” ครั้งนี้ เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และยังเป็นการร่วมส่งกำลังใจให้กับคนบวชใจที่กำลังต่อสู้กับการงดเหล้า(พักตับ) มาร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ให้สถาบันครอบครัวและชุมชน  ได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย กิจกรรมครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณและแสดงออกถึงพลังความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีด้วยการเดิน-วิ่ง ออกกำลังกาย ให้เป็นวิถีชีวิต โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอีกด้วย 

     และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค ทำให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 22,000 คนต่อปี ข้อมูลจากการศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยเสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข ปี 2557 ระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการสูญเสียปีสุขภาวะจากการบกพร่องทางสุขภาพในเพศชาย และเป็นอันดับที่ 12 ในเพศหญิง ขณะเดียวกัน ได้มีการคำนวณความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 1 : 2 คือ รัฐได้ภาษี 1 บาท แต่รัฐต้องจ่ายค่ารักษาสุขภาพและผลกระทบที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 บาท 

      นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ  ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาและหาแนวทางการลดผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีรวมทั้งการสื่อสารสาธารณะกับสังคมให้ร่วมตื่นรู้ และนำความรู้ไปขับเคลื่อนสังคมต่อไป ซึ่งโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นแคมเปญรณรงค์แรกที่ สสส. เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี 2546 และทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาทั้งสิ้นร้อยละ 67.5 คิดเป็น 14.2 ล้านคน สำหรับกิจกรรม “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ” ในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา 2566 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ชวน ช่วย เชียร์ประชาชนในพื้นที่ให้ตั้งใจลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสเข้าพรรษาปีนี้ ได้มากยิ่งขึ้น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเลิกดื่มตลอดชีวิต

    นางสาวอุบลวรรณ  คงสว่าง ผู้ประสานงาน เครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก กล่าวว่า  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตกเป็นกลไกการเอื้ออำนวย หนุนเสริมให้ เครือข่ายประชาคมลดปัจจัยเสี่ยงแต่ละจังหวัด ทั้ง 8 จังหวัด มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของภาคีเครือข่าย เพื่อลดจำนวนการดื่มหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลดปัญหาจากแอลกอฮอล์ เปลี่ยนค่านิยมการดื่ม และสนับสนุนภาครัฐให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง   

    โดยการทำงานในเชิงรณรงค์ ป้องกัน การสร้างความเข้าใจ และการเชื่อมประสานกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เน้นการทำงานให้ชุมชนจัดการตนเองได้ ร่วมกันในการวางกติกาในชุมชน หนุนเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแกนนำเลิกเหล้า เพื่อชวนเหลือแนะนำในพื้นที่  อีกทั้งทำงานในกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย โดยลดการจัดงานบุญประเพณีไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ตลอดจนกลุ่มเยาวชนแกนนำที่มีความเข้มแข็งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า

    โครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566 มีแนวคิด “รวมพลังเครือข่าย ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าครบพรรษา” สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายเยาวชน SDN ชมรมคนหัวใจเพชร และภาคีเครือข่ายได้ร่วมจัดเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้คนบวชใจได้มีกำลังใจจากคนรอบข้างงดเหล้าต่อครบพรรษาตลอด 3 เดือน     ชื่อตอนว่า “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม” ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี หากท่านที่สนใจจะร่วมวิ่งให้กำลังใจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่  Facebook Page เครือข่ายงดเหล้า”

  • เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลงนามบันทึกข้อตกลงรวามร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณี วัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมีเภสัชกร สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า อาจารย์มานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) ร่วมเป็นพยาน และน.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก นายเรวัฒน์ สุขหอม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ ตัวแทนชุมชนคนสู้เหล้าในแต่ละชุมชนทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม 

    โดยกระบวนการในช่วงแรกเริ่มต้นด้วยเวทีเสวนา “เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด เต็มพื้นที่ออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับมืออย่างไร” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายเรวัฒน์ สุขหอม (รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ได้แลกเปลี่ยนเรื่องของพิษจากสารต่างๆ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด โดยในจังหวัดจะมีการจัดเวทีพูดคุยประเด็นเรื่องยาเสพติด เดือนละ 2 ครั้ง ในกลุ่มผู้เสพ ในกลุ่มผู้ดื่มผู้เสพ ปฏิบัติตามดื่มและเสพเป็นที่เป็นทางมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการขายสุราพื้นบ้านมากขึ้น สินค้าบางชนิดทำออกมาสวย น่าซื้อน่าลอง

    คุณสุวรรณกิต บุญแท้ (ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์รงดเหล้า) กล่าวสถาณการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่ออนไลน์ภาพรวม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จุดเด่นคือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาสินค้าเกษตร ประเด็นปัญหาของพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือด้านความสังคมและมั่นคง เรื่องของผู้สูงอายุ และสตรีที่ท้องไม่พร้อม ทางด้านเยาวชนก็มีการรณรงค์และป้องกันยาเสพติด ถ้าย้อนไปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการดื่มมากขึ้นจนถึงกราฟปัจจุบันที่อยู่นิ่ง องค์การอนามัยโลก เห็นด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่อันดับ 55 ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารอันตรายมีการเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่มีผลกระทบต่อคนอื่นมากที่สุด องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุด การผลักดันสุราก้าวหน้า พรบ.สรรพสามิต การผลิต พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือการขาย พรบ.จราจรทางบก คือ ผลกระทบ คราฟเบียร์ หรือการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปัจจุบันแค่มีวัตถุดิบครบก็สามารถผลิตได้

    นางมณฑา ขนเม่น (พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ) กล่าวถึงผลกระทบของ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด ว่ากัญชาเสรีไม่มีอยู่จริง กัญชาที่สามารถนำมาใช้ได้คือ CBD สารกัญชาที่สามารถให้มอมเมาได้คือ THC เป็นปริมาณสูงในช่อดอกกัญชา เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย กัญชากับผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558 ห้ามขาย นำเสนอเพื่อขาย ห้ามให้บริการ บารากู่ดั้งเดิม บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ว่าด้วยเรื่อง ห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้า ความผิดเท่ากับลักลอบหนีพิธีการศุลกากร ห้ามพักสินค้าความผิดเท่ากับรับซื้อ/รับไว้ซึ่งสินค้าหนีพิธีการ กลุ่มบำบัดพบว่าอายุ 16 ปี ใช้สารเสพติดร่วมกัน เช่น กัญชา เหล้าขาว ยาม้า ฯลฯ

    ระหว่างเวทีเสวนาได้เกิดข้อแลกเปลี่ยนจากผู้เข้าร่วมรับฟัง ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นจะต้องนำมาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ดำเนินงานมา 20 ปี ทำให้กราฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คงที่ นโยบายสุราก้าวหน้าเกี่ยวข้องกับประชาชนไม่เกินร้อยละ 10 สุราเป็นผลกระทบต่อผู้อื่นมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่ได้คัดค้านการดื่มของประชาชน ที่น่าเป็นห่วงคือนักดื่มหน้าใหม่เป็นกลุ่มสตรีมากกว่ากลุ่มผู้ชาย จากการวิจัยปัญหาสุรา ผู้หญิงดื่ม 1 แก้ว สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลการดื่มต่อสมอง และทำให้เยาวชนเสียโอกาส เสียอนาคต พิการได้ ตัวแทนชุมชนทุ่งทอง บ้านทับสะแก กล่าวว่า “ยาเสพติดเข้าถึงได้ง่ายกลับเยาวชนอายุ 12 ปีขึ้นไปรวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า กว่าผู้ปกครองจะรับทราบเยาวชนก็ติดไปแล้ว สอบถามเยาวชนซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาจากร้านขายออนไลน์ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราควรดัดไม้อ่อนในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    หลังจากจบเวทีเสวนาด้าน น.ส.ธนพร บางบัวงาม ได้กล่าวรายงานต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดประชวบคีรีขันธ์ว่า  “พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่ประชาชนมากกว่า 13 ล้านคนลงชื่อสนับสนุน เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกมิติ ทั้งความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ อาชญากรรม คุ้มครองสุขภาพประชาชน ป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงได้ง่าย จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 ที่สำรวจผู้อายุ 15 ขึ้นไปพบว่า ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มจาก 38.68 ล้านคนในปี 2554 มาเป็น 41.04 ล้านคนในปี 2564 หรือมีนักดื่มลดลงประมาณ 2.3 ล้านคน เมื่อคำนวณปริมาณเอทานอลบริสุทธิ์ต่อหัวประชากรที่ดื่ม พบว่า อยู่ในระดับทรงตัว คือ 7.1 ลิตรต่อปี แต่เมื่อคำนวณต้นทุนที่สูญเสียจากปัญหาการดื่มในปี 2564 สูงกว่า 1.65 แสนล้านบาท อีกทั้งข้อมูลพบผู้ต้องขังอายุไม่เกิน 25 ปีสัดส่วนถึงร้อยละ 88% ดื่มสุราก่อนก่อเหตุ และผู้เสียชีวิตจากโรคตับสัมพันธ์กับการดื่มมีถึง 2.5 หมื่นคนต่อปี เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ คุ้มครองสุขภาพประชาชนและลดผลกระทบทางสังคม อย่างไรก็ตามเนื่องจากกฎหมายใช้มานาน จึงสนับสนุนให้ปรับแก้ ยืดหลักการแก้ไขให้ดีและเข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 32 ห้ามใช้ตราสัญลักษณ์ (โลโก้) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปโฆษณาสินค้าอื่น อาทิ น้ำดื่ม โชดา กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกรณีมาตรา 29 ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมาครองสติไม่ได้  ให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการเป็นแนวปฏิบัติได้จริง รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสุราอย่างจริงจัง สร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดสุราเข้าสู่การบำบัด ขณะเดียวกัน กลไกการทำงานที่เข้มแข็งของเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกันรณรงค์ป้องกันปัญหา ในส่วนของระดับจังหวัดจะประสานให้มีการทำงานที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น 

    สำหรับการบันทึกข้อตกลง (MOU) ซึ่งจะเป็นกลไกความร่วมมือรูปแบบหนึ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย การจัดทำบันทึกข้อตกลงวันนี้ ประกอบด้วย 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.คณะกรรมการควบคุมเครื่องแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ 2.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ และ 3.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และพี่น้องเครือข่ายเป็นพยาน  โดยทั้งนี้การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การดำเนินงานสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนให้มีความตระหนักเรื่องพิษภัยและป้องกันนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่ และเพื่อสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ ค่านิยมใหม่ในงานเทศกาล งานบุญประเพณี ปลอดบุหรี่และสุรา ลดแรงสนับสนุนการดื่ม เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายของธุรกิจแอลกอฮอล์ และบังคับใช้กฎหมาย 4) เพื่อสนับสนุน หนุนเสริมกระบวนการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ป้องกันเมาแล้วขับ และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ 

    ด้าน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ นอกจากการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมาย ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยจากปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ควบคุมและจำกัดการเข้าถึง ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่หลังการดื่ม คัดกรองและบำบัดรักษาผู้มีปัญหาจากสุรา ควบคุมการโฆษณา ส่งเสริมการขาย การให้ทุนสนับสนุน และการดำเนินการผ่านระบบภาษี ตระหนักถึงผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาได้ ทั้งนี้การปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมแผนปฏิบัติการและกฎหมายในหลายๆ เรื่อง เช่น แผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 และ ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติและดำเนินการตามขั้นตอน และให้ความสำคัญกับนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

    การจัดงานในวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญยิ่ง กับการพัฒนาการ ดำเนินงานร่วมกันตามแนวทางความร่วมมือ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานดังต่อไปนี้ ร่วมรณรงค์และดำเนินการให้การจัดงานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลอดเหล้าปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุความสูญเสีย ลดปัญหาทะเลาะวิวาท อาชญากรรม และความรุนแรงในครอบครัว อาทิ งานกาชาด งานบวช งานแต่ง งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานแข่งเรือ งานเทศกาลอาหาร งานศพ งานไทยทรงดำ งานเกษียณอายุ งานสวดมนต์ข้ามปี งานวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน งานเสี้ยงอาสาสมัครในหมู่บ้าน  และไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน  อีกทั้งร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมที่แสดงถึงคุณค่าทางประเพณีวัฒนธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว  นอกจากนี้ยังรณรงค์ชุมชนสู้เหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ชวนช่วยเชียร์ ลด ละ เลิก และควบคุมบังคับใช้กฎหมาย กฎกติกาชุมชน ลดความรุนแรง ลดอุบัติเหตุ ลดการเจ็บป่วย และส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความสุข

    การสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างงาน อาชีพ และรายได้ รวมถึง การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  สถานศึกษาจัดการ การศึกษา ให้ตระหนัก สร้างภูมิคุ้มกันร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน การเปิดพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปะ ดนตรี กีฬา วัฒนธรรม ชุมชนร่วมสมัย) สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กเยาวชน ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต”

  • เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงานการพัฒนากลไกขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการทำงานรวม 35 พื้นที่ ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาค

    วันที่ 22 – 24 มิถุนายน 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีกำหนดการ จัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ณ วิสาหกิจชุมชนเพ็ชรคีรีโฮมสเตย์ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค ที่มีชุมชนการท่องเที่ยวให้ความสนใจ ทั้งจากภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมชนวัฒนธรรมเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี (นครศรีฯ) ชุมชนตำบลเวียงสระ (สุราษฎร์ฯ) และ ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ชุมชนนาข้าวเสีย (ตรัง) ชุมชนตำบลคลอขุด (สตูล) ชุมชนโคกเมือง (สงขลา) และ ชุมชนวัดคูเต่า (สงขลา) โดยมี ชุมชนคีรีวง (นครศรีฯ) ทำหน้าที่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนะเคล็ดลับความสำเร็จ ทำอย่างไรให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ” . . . เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” มีการมุ่งเน้นในเรื่องของการรื้อฟื้นวิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นในระดับชุมชน มีการใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในการขับเคลื่อนงาน วันนี้เราได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีชุมชนคนสู้เหล้า ที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ พร้อม ๆ กับการทำท่องเที่ยวชุมชน ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางการทำงานที่ผ่านมา ทำอย่างไรถึงสำเร็จ และ ทำอย่างไรจึงจะยั่งยืน อยากให้ทุกชุมชนได้ร่วมพูดคุยกันในวันนี้ค่ะ . . . “

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการแผนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ” . . . ชุมชนคีรีวงนั้น เริ่มต้นทำการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ ปี 39 ปัจจุบัน รวมแล้ว 26 ปี
    หัวใจสำคัญของการทำท่องเที่ยวชุมชน ที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง
    มีจุดยืนที่แน่วแน่ มีความยืดหยุ่นในการทำงาน พร้อมรับฟังความคิดเห็นข้อดี ข้อเสีย
    จากชุมชนเองและนักท่องเที่ยว เราใส่ใจการบริการ ความปลอดภัยต้องมาเป็นลำดับแรก
    โจรขโมยของ คนเมาทะเลาะวิวาท ส่งเสียงดัง ปัจจุบันมีน้อย เพราะผู้คนในชุมชน
    ช่วยกันดูแล เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ชุมชนและที่สำคัญ อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    ให้เหมือนคนอื่น เราต้องเป็นตัวเรา เขาถึงมา นั้นแหละถึงจะเกิดความยั่งยืน . . . “

    นางสาวอาจินต์ เพ็ชรวงศ์ วิสาหกิจเพ็ชรคีรี โฮมสเตย์ บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนของภาคใต้ตอนบน และ ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ที่บางชุมชน สามารถยกระดับตัวเอง สู่ชุมชนท่องเที่ยวที่นำเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิต มาเป็นกลไกขับเคลื่อนงานควบคู่ไปกับการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จะมีศูนย์ประสานงานภาคคอยหนุนเสริม สนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เพื่อสร้างความต่อเนื่อง

    อีกทั้ง ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การจัดการ การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมของชุมชน ทำให้ทางพื้นที่ได้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวขึ้นเพื่อ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนเกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงการรื้อฟื้นวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะถ่ายทอดสู่กลุ่มคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนมากขึ้น

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 อำเภอบึงโขงหลง ร่วมกับโรงเรียนบึงโขงวิทยาคม ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลบึงโขงหลง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบึงโขงหลง เทศบาลตำบลบึงโขงหลง ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน อำเภอบึงโขงหลง เยาวชน YSDN บึงโขงหลง และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566

    ภายในงานประกอบด้วย การให้ความรู้โทษพิษภัยของยาเสพติด พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และการเสวนา “รวมพลังเยาวชนวัยใส ปลอดเหล้า ปลอดภัย” และสร้างความตระหนักรู้ “บึงโขงหลงร่วมใจ ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    มีหน่วยงานภาครัฐที่ได้ให้ความสำคัญ เกียวกับการให้ความรู้โทษพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และเขาร่วมกิจกรรม โดยมี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม สาธารณสุขอำเภอบึงโขงหลง ชมรมทูบีนัมเบอร์วันอำเภอบึงโขงหลง เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ

    นายศัตรูพ่าย คราช ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมเป็นวิทยากรสร้างความตระหนักรู้ เพื่อป้องกันนักสูบ นักดื่ม นักเสพหน้าใหม่ และบูรณาการแผนงานโครงการร่วมกับภาคีเครือข่ายสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งในชุมชนและสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้อง กับแผน พชอ. ลดปัญหา และป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติด เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ ตามกรอบแนวคิดการทำงาน “บึงโขงหลงปลอดยาเสพติด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง”

    ท้ายสุดของกิจกรรม ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้อ่านสาร “ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก และประกาศเจตนารมณ์ “รวมพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด”

    ภาพจาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม (สคล.อีสานบน) https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan

    ภาพ/่ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ

  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    26 มิถุนายน 2566 นายอำเภอกัลยาณิวัฒนานำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนถึงผู้มาร่วมกิจกรรมร่วมเดินขบวนรณรงค์ ณ บริเวณสามแยกบ้านใหม่พัฒนาไปยังสนามกีฬาศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน ประจำปี 2566 ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้นายวรศักดิ์ พานทอง และผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกาศนโยบายอำเภอลดปัจจัยเสี่ยงการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

    1.ส่งเสริมให้สมากชิกในหมู่บ้านมีการจัดงานศพงดเหล้า งดเบียร์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2.ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนลดการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อย่างจริงจัง

    3. ส่งเสริมการลดสถิตินักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

    4. ประชาชนในพื้นที่ปฎิบัติตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    โดยมีผู้เข้าร่วมรณรงค์ จำนวน 1,000 คน และมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกวดวาดภาพเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566 ณ สนามศูนย์ราชการอำเภอกัยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    ที่มา : วรศักดิ์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

  • เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ ผลักดันนโยบายอย่างจริงใจ  เน้นปกป้อง ลดผลกระทบ หวัง เยาวชนรู้เท่าทันสื่อโฆษณา ไม่ตกเป็นเหยื่อ ก่อปัญหาสังคมจากภัยน้ำเมา

    วันที่ 25 มิถุนายน 2566 นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี 2566 สำหรับภาคีเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด(เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน) เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดนโยบายการป้องกันปัญหาจากและผลกระทบเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จำนวน 16 รางวัล ได้แก่

    • พระวรสุตเขต เจ้าอาวาสวัดสันทราย อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
    • นางเฟื่องเดือน ชัยรัตนศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
    • นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
    • นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
    • นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
    • ร.ต.ชัย วงศ์ตระกูล คณะทำงานองค์กรงดเหล้าจังหวัดลำปาง
    • นางปิยะนาฏ ใหม่นา อสม. บ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
    • นายศุภรชีพ สิริวงศ์ใจ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา
    • ดร.สุรสิทธิ์ ใจเย็น รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดแพร่
    • นายอนันต์ กันจะนะ อดีตผู้อำนวยการ รพสต.ตำบลหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่
    • นายสง่า อินยา รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดน่าน
    • นางสาวชารี ชัยชะนะ เลขานุการสมาคมผู้สื่อมวลชน จังหวัดน่าน
    • นายกิตติพันธ์ เจ้าภักดี เจ้าหน้าที่พลศึกษาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นายเสกสรรค์ เย็นสุหัส อาจารย์โรเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นางกัลยา สังวาลย์ทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
    • นางยุพดี สุทธนู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลพาน จังหวัดเชียงราย

    ทั้งนี้ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ได้มอบโล่เกียรติคุณให้กับ นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญชวนให้ประชาชนปฏิญาณงดเหล้าเข้าพรรษา ตลอด 10 ปี ยังเป็นอดีตนายอำเภอนักรณรงค์ 2 ปี ซ้อน ในกิจกรรมมีเวทีแลกเปลี่ยนการเสวนาสุขภาวะล้านนาเรื่อง “ผลกระทบและการปรับตัวจากสถานการณ์ปัญหาสุราในเขตภาคเหนือตอนบน”  ซึ่งจัดขึ้น  ณ ห้างแจ่มฟ้า พลาซ่าลำพูน

    นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวในเวทีครั้งนี้ว่า ขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ให้เกียรติมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะ และขอแสดงความยินดีกับ 16 ท่านที่ได้รับโล่รางวัลฯ และขอบคุณ 8 หน่วยงานที่มีจิตใจสาธารณะและให้การสนับสนุนการทำงานขับเคลื่อนงานรณรงค์เกิดเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม  ในฐานะของการเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองในจังหวัดลำพูน ด้วยมีความตั้งใจและพร้อมให้ความร่วมมือ รณรงค์สร้างให้เกิดความตระหนัก เกิดเป็นความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างๆ ออกมาร่วมกันสร้างสรรค์สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องเยาวชน ให้ออกห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

                จากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา โดยอาจารย์กนิษฐา ไทยกล้า นักสถิติเชี่ยวชาญ นำเสนอว่า แนวโน้มปริมาณที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีนักดื่มหน้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้น เมื่อพิจารณารายภาคพบว่า ภาคเหนือเป็นภาคที่มีคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าภาคอื่นๆ  ทั้งมีนักดื่มหน้าใหม่ และมีนักดื่มหนัก ประเด็นที่น่าเป็นห่วงของภาคเหนือคือมีการดื่มสุราเถื่อน เหล้าต้ม เหล้าชุมชนและเหล้าที่ไม่เสียภาษีจำนวนมาก และแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะสูงขึ้น ทั้งจากนโยบายสุราเสรี และการทำการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสชาดหลากหลาย และมีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบให้เลือกมากขึ้น นอกจากนี้จะมีการขยายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะ social media ต่างๆ ความง่ายในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่าน social media จะทำให้มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

    อาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าเด็กเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอายุที่น้อยลงอายุเฉลี่ย 10 -12 ปี ซึ่งเยาวชนมีการรวมกลุ่มกันตามความชอบ กินดื่มกันอย่างสนุกสนาน จนอาจทำให้ขาดการยั้งคิด ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่ง เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายของบ้านเรายังไม่เต็มที่ ไม่ค่อยเด็ดขาดมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา เช่น ทะเลาะวิวาท หรืออุบัติเหตุ ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ง่าย

    นางสาววีรญา ร้องคำ เครือข่ายเด็กและเยาวชนเชียงราย กล่าวว่า เยาวชนเป็นช่วงชีวิตที่อ่อนไหวง่าย ส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูที่ทำให้เยาวชนรู้สึกหว้าเหว่ ซึ่งทำให้เยาวชนเล่น Social Media มากขึ้น ส่งผลต่อการใช้เวลาว่างที่ไม่เกิดประโยชน์รวมถึงการขาดทักษะชีวิต การหาที่พึงทางใจที่ทำให้เยาวชนถูกหลอกและหลงทางได้ง่าย เด็ก ๆ มีแนวโน้มถูกหลอก รวมถึงเชื่อและซื้อเครื่งดื่มแอลกอฮอล์ทาง Online ได้ง่ายขึ้น ซึ่งควรให้ความรู้แก่เด็ก ๆ และเฝ้าระวังการหลอกลวงเด็ก ๆ รวมถึงเข้าใจและทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ จึงขอร้องให้หน่วยงานและผู้มีอำนาจ หรือกลุ่มทุนต่าง ๆ ใส่ใจ ห่วงใยเยาวชน

    สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอาจารย์ประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้นำจุดเด่นด้านวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการทำงานรณรงค์ให้เกิดการลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับว่าได้ผล วิถีทางวัฒนธรรมทางการดื่มก็ต่างกันด้วย เราได้มีความพยายามนำนำจุดดีจุดอ่อนออกมาแก้ไข แยกเป็นแต่ละเผ่าพันธุ์  ชาติพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ต่อมาเราได้นำการทำงานเรื่องพื้นที่สร้างสรรค์มาช่วยในการทำงานรณณงค์ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี กีฬา และอื่นๆตามความชอบสำหรับเยาวชน ซึ่งจังหวัดต่างๆในพื้นที่การทำงานภาคหนือก็นำมาใช้เพื่อส่งเสริม สนับสนุนเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    อาจารย์นพพร นิลณรงค์ นักวิชาการอิสระ นำเสนอว่าภาครัฐควรมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเช่นการส่งเสริมให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจนำมาซึ่งผลกระทบทางสังคมอื่นๆ ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะครอบครัวที่ควรให้ความรู้เรื่องกาละ เทศะ และสถานการณ์ในการดื่มที่เหมาะสมเช่น ควรดื่มเท่าไร  และดื่มแล้วไม่ควรขับเป็นต้น 

    การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานวิชาการ การรวมพลังภาคีเครือข่ายในภาคเหนือตอนบน และเชิดชูเกรียตินักรณรงค์สร้างเสริมสุขภาวะล้านนา

    รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี พ.ศ.2566 จำนวน 16 รางวัล

    • เกณฑ์รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา
    • เป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 3 ปี ขึ้นไป
    • เป็นบุคคลที่เป็นต้นแบบ หรือตัวอย่างที่ดีต่อสังคม
    • มีจิตใจสาธารณะ และทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
    • มีผลงานเกี่ยวกับเรื่อง ชุมชนคนสู้เหล้า บุญประเพณีปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มาตราการบังคับใช้กฎหมายหรือพรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นโยบายสาธารณะแอลกอฮอล์ หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

    ข่าวโดย : คุณกนิษฐา นักสื่อสารองค์กรสุขภาวะ

    ภาพ โดย : นายสมควร ทะนะ