Category: บทความจากภาคี

  • รันลัดโต้ง งานวิ่งที่กระตุ้นสุขภาพคนในชุมชนสันป่าตอง

    รันลัดโต้ง งานวิ่งที่กระตุ้นสุขภาพคนในชุมชนสันป่าตอง

    ก่อนสถานการณ์โควิด-19 เทรนการรักสุขภาพได้รับความนิยมกันมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมการวิ่ง ซึ่งเป็นต้นทุนที่สวมรองเท้าผ้าใบก็สามารถออกไปเดินวิ่งได้ทันที

    ขึ้นเหนือส่งท้ายฤดูฝนที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พาไปวิ่งในงาน “รันลัดโต้ง” คือ งานวิ่งที่จัดขึ้นมาเพื่อตอบสนองชุมชนเป็นหลัก โดยเป็นตัวกระตุ้นการรักสุขภาพคนในชุมชน และคนนอกพื้นที่ให้เขามามีส่วนร่วมในชุมชน และชมความงามของเส้นทางวิ่งในอำเภอสันป่าตอง แม้จะถูกพักช่วงโควิด-19 ไป การกลับมาในปี 2565 ของรันลัดโต้ง ถือว่าเป็นงานที่กระตุ้นการออกกำลังกายของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

    “รันลัดโต้ง” ชื่องานบ่งบอกถึงความชนบทผสมสากล รัน (Run) มาจากภาษาอังกฤษ แปลว่า วิ่ง ส่วน ลัดโต้ง ก็คือ ลัดผ่านทุ่งนา โดยรวมก็คือวิ่งผ่านทุ่งนานั่นเอง รูปแบบของงานนั้นถูกออกแบบและวางแผนผสมผสานงานศิลปะ เพื่อให้สอดคล้องกับชุมชน ในพื้นที่ และความเป็นทุ่งนาที่เป็นจุดขายของงาน

    ทุ่งนา หลายร้อยไร่ ในตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นแรงกระตุ้นให้คนนอกพื้นที่ เข้ามาออกกำลังกายชมความสวยงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านกิจกรรมรันลัดโต้งได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้หลงไหล กับบรรยากาศงานวิ่งที่ไม่เหมือนที่อื่น

    แนวคิดของงานนี้จุดเริ่มต้นมาจากคุณประยูร หงษาธร หรือพี่เด่น สำนักพิมพ์ปล่อย ที่ย้ายมาอยู่เฮือนชมออน ร่วมกับพี่เก่ง เกียรติมงคล เรือนสุข เจ้าบ้านเฮือนชมออน ที่ชวนกันเริ่มต้นคิดกิจกรรมขึ้นมาในชุมชน ด้วยความที่ตัวเองนั้นชอบกิจกรรมการวิ่งอยู่แล้ว จึงวางแผนชวนกันทำงานวิ่ง รันลัดโต้งขึ้นมา โดยเริ่มชักชวนเพื่อนๆกลุ่มนักวิ่งในพื้นที่ด้วยกันมาทำงานวิ่งสนุกๆกัน ซึ่งในปี พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นการจัดครั้งแรก ซึ่งในปีนั้นกิจกรรมยังไม่กว้างขวางหรือเป็นที่รู้จักมากนัก

    งานศิลปะกับการออกแบบเหรียญรางวัลงานวิ่ง

    เหรียญรางวัล และ ถ้วยรางวัล ที่เป็นศิลปะมาจากเซรามิก ผลงานของศิลปิน คุณภูริดล พิมสาน แห่ง Have A Hug Studio ที่ชื่นชอบในเรื่องของการวิ่ง ได้ถูกชักชวนเข้ามาร่วมงานกันตั้งแต่ครั้งแรก โดยเหรียญรางวัลนั้นจะออกแบบเป็นรูปสัตว์ ซึ่งถือว่าอยู่ในแนวคิดของ รันลัดโต้ง

    เหรียญรางวัลเซเรามิก รันลัดโต้ง

    “พอดีว่ามีเพื่อนเป็นคนจัดงานวิ่ง รันลัดโต้ง เลยเข้ามาเสนอทำเหรียญรางวัลให้ โดยใช้ดินปั้นเป็นเหรียญ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วเอาเงินไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลชุมชน ผมพบว่าจริงๆ แล้วคนเขาเข้าใจนะ เลยเป็นที่มาของงานที่ผมจัดเอง Art Run To The Wild #วิ่งควายควาย ด้วยผมเป็นคนชอบวิ่งและคนทำงานศิลปะ เลยเกิดความคิดว่า จะทำอย่างไรให้คนทำงานศิลปะ หันมาดูแลสุขภาพ มันคนละขั้วกันเลยนะ คนทำงานศิลปะจะกินเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก ผมเลยเอา Art ไปรวมกับ Run คราวนั้นผมก็ปั้นเหรียญปั้นถ้วยรางวัลเองด้วย มีคนมาวิ่งตั้งหนึ่งพันห้าร้อยคน”

    ภูริดล พิมสาน ในบทสัมภาษณ์ The Cloud

    จุดเริ่มต้นจากรันลัดโต้ง ถ้วยรางวัลเซรามิก เริ่มมีชื่อเสียงขยายออกไปในวงการวิ่ง ภูริดลมีโอกาสทำถ้วยและเหรียญรางวัลให้กับงานวิ่งระดับประเทศหลายงาน เช่น The Mall Korat Marathon 2022, กระบี่มาราธอน 2020, กระบี่เทรล 2020 จันทบุรีซีนิคฮาร์ฟมาราธอน 2020, วิ่งพักตับ จ.พะเยา ฯลฯ

    โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่น ต่อยอดให้คนชุมชนออกกำลังกาย

    กิจกรรมวิ่งในแต่ละปี รันลัดโต้ง จะหักค่าใช้จ่าย และมอบให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยส้ม อ.สันป่าตอง ซึ่งเป็นหน่วยสาธารณสุขในพื้นที่การจัดงาน เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับประชาชนในพื้นที่ โดยในปี 2563 กิจกรรมเริ่มขยายเป็นวงกว้าง เริ่มรู้จักมากขึ้น หลายหน่วยงานเริ่มเข้ามาสนับสนุนการจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน

    นางพวงเพชร กองแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยส้ม ร่วมกับชุมชนในเขตรับผิดชอบ และ อสม. ในพื้นที่ ได้นำกิจกรรม รันลัดโต้ง เป็นกิจกรรมกระตุ้นให้คนในชุมชนหันมารักษาสุขภาพกันอีกครั้ง หลังจากที่พักเว้นช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยจัดกิจกรรม รันลัดโต้ง ครั้งที่ 4 นอกจากกระตุ้นคนในชุมชนแล้ว ยังจัดเพื่อหางบประมาณ สมทบทุนสร้างคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) เพื่อให้บริการแก่ประชาชนชาวตำบลสันกลาง และประชาชนบริเวณใกล้เคียง

    การที่เห็นคนในพื้นที่ ต่างตื่นตัวกับการจัดงานวิ่งครั้งนี้ ต่างคนก็ออกซ้อมกันทุกๆเย็นของวัน ก่อนงานจะเริ่ม แม้ไม่ใช่งานใหญ่โตแต่การมีส่วนร่วมของชุมชนถือว่าเข้มแข็งเลยทีเดียว โดยเฉพาะ อสม. ในแต่ละหมู่บ้าน คอยเชื่อม และกระตุ้นการออกกำลังกาย กลายเป็นกระแสระดับอำเภอ และในจังหวัด

    งานจบ แต่วิ่งยังไม่จบ

    แม้ว่ากิจกรรมรันลัดโต้ง ครั้งที่ 4 จะจบลงไปแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากนี้ คือ คนในชุมชนสวมเสื้องาน ออกกำลังกาย ทั้งเดินและวิ่ง ตามเส้นทางของกิจกรรม ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดความต่อเนื่องการออกกำลังกายของคนในชุมชน และขยายผลไปยังคนในพื้นที่ข้างเคียงหันมาออกกำลังกายมากขึ้น

    ภาคีและเครือข่าย

    กลายเป็นงานประจำปีเลยก็ว่าได้ หากรันลัดโต้ง คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน และการเติบโตของงานวิ่งที่เป็นขวัญใจของนักวิ่ง ทั้งรูปแบบการจัดงาน วิวทิวทัศน์ทุ่งนาเส้นทางวิ่งที่สวยงาม รวมถึงการมีส่วนร่วมในชุมชนที่เข้มแข็ง การตอบรับของภาคีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยแต่ละหน่วยงานสนับสนุนตามความถนัดขององค์กร เพื่อหนุนเสริมการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

    อาหารสำหรับนักวิ่ง จากชุมชน
    ชุมชนช่วยกัน ทำความสะอาด ตัดหญ้า เส้นทางวิ่ง

    อีกทั้งต้องขอขอบคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน, สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง, ฝ่ายปกครอง-ทีมกู้ภัย อบต.สันกลาง, อสม.รพ.สต.บ้านห้วยส้ม, สาธารณสุขอำเภอสันป่าตอง, เฮือนชมออน, เสื้อสวยๆจาก ร้านเสื้อจิปาถะ (JPT Sport), Have a Hug Studio, กราฟิกสวยๆจากทีมเพจ SANPATONG CLUB, ชาวบ้านแม่กุ้งบก รวมถึงภาคีอื่นๆ ที่ร่วมกันทำให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

    ทีมงาน รันลัดโต้ง
  • ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน”

    ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน”

    ชาวเครือข่ายชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ตอนบน จากพื้นที่ชุมชนตำบลกระบี่น้อย ชุมชนตำบลบ้านเกาะ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทีมประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี จาก 3 ใน 16 ชุมชนศูนย์เรียนรู้ฯ ภาคใต้ตอนบน แล ในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 ออกเดินทางมาแลกเปลี่ยน ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน” ของจังหวัดชุมพร

    โดยใช้ฐานชุมชนเป็นตัวตั้ง ร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมทำแผน ร่วมดำเนินการ จากทุกภาคส่วนในตำบล ยกระดับสู่ พชอ.ในพื้นที่ และร่วมแลกเปลี่ยนกับชุมชนบ้านพรุตาโรย ม.5 ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เรื่องการขับเคลื่อนงานงดเหล้ายกระดับสู่ธรรมนูญสุขภาพชุมชน ที่บรรจุเรื่องงานงดเหล้าไปในธรรมนูญ ในการสร้างคนต้นแบบ สร้างงานบุญประเพณีปลอดเหล้า สร้างพื้นที่พัฒนาเยาวชนแกนนำของชุมชน และมาร่วมกิจกรรมงานวิ่งพักตับขยับปอดพิชิตภูเขาหญ้า จังหวัดระนองครั้งที่ 3 ซึ่งปีนี้ มีบรรยากาศแคมปิ้งในลานภูเขาหญ้าดึงดูนักท่องเที่ยวมาร่วมงานคับคั่ง วันที่ 30 ตุลาคม 2565 ออกเดินทางมายังชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านไทรทอง ม.8 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องการทำงานงดเหล้าเข้าพรรษาและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ด้วยนกเงือกถึง 7 ชนิดที่มีอยู่ในเขตชุมชน

    ซึ่งได้ชวนกลุ่มเยาวชนศึกษา สำรวจ ทำเส้นทางเดินป่าเพื่อการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้คนในชุมชน และในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 เยี่ยมชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านสวนพริก ม.2 ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา การรณรงค์เข้าพรรษา จัดตั้งศูนย์เรียนรู้งดเหล้าฯ และขยับสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนสร้างตลาดชุมชน ที่เรียกว่า หลาดหลังเขา ที่ให้คนในชุมชนได้นำสินค้าพื้นบ้าน ผัก ผลไม้ อาหาร ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งแนวคิดการสร้างความมั่นคงของชุมชนน่าสนใจ ที่จะสามารถสร้างความสุขให้คนในชุมชน

    โดยในการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนศึกษาดูงานในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่ รวมถึงแกนนำชุมชนทุกชุมชนที่ร่วมต้อนรับแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้น และร่วมรับประทานอาหารกันด้วยอย่างอบอุ่นมากๆ

  • ปิดเทอมสร้างสรรค์ : ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัยพิมาย

    ปิดเทอมสร้างสรรค์ : ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัยพิมาย

    สุดคึกคัก !! เด็ก YSDN.พิมายร่วมงาน “ปิดเทอมสร้างสรรค์ สนุกกับการลงมือทำ ได้เรียนรู้กับครูภูมิปัญญา”

    ในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม 2565 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆในชุมชนพิมาย นางสมควร งูพิมาย แกนนำชุมคนตนสู้เหล้าอำเภอพิมายกล่าวว่า ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา เด็กๆในชุมชนต้องเรียนออนไลน์ พื้นที่พิมายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม การพบปะกันหรือทำกิจกรรมร่วมกันหายไป พอโควิด 19 ถูกประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว

    จึงชวนเด็กมานั่งประชุมหาแนวทางร่วมกันและเป็นการต่อยอดจากการที่เด็กๆได้ทำแผนที่เดินดิน จึงพบว่าพิมายมีประวัติศาสตร์สถานที่สำคัญมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาหารโบราณมากมาย จึงประสานครูภูมิปัญญามาช่วยกันจัดให้มีกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ ให้เด็กและชุมชนตระหนัก และทำให้เด็กและเยาวชนไม่เครียด มีทางเลือกในการทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนตามความสนใจ เปลี่ยนวันว่างๆให้เป็นวันสนุกๆ กลายเป็นวันแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ และใช้ศักยภาพได้เต็มที่

    กิจกรรมที่เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานผ่านการลงมือทำ มีอาหารอร่อยๆทาน โดยมีครูภูมิปัญญามาช่วยสอนช่วยฝึกเด็กๆได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อจัดเตรียมวัสดุต่างๆร่วมกัน คือขนมห่อ ขนมตาลเม็ด ขนมกล้วย ขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ นอกจากนั้นยังได้ให้ความรู้เกี่ยวพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้มีเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถเป็นกลไกตามสับประรดในชุมชนอีกแรง และมีครูชาวอังกฤษมาช่วยสอนภาษาอังกฤษผ่านสถานที่สำคัญและเรื่องราวของชุมชนอีกด้วย

    คุณยายอุไร คำพรม ครูภูมิปัญญาขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ เล่าว่า “ดีใจมากๆที่ประชาคมงดเหล้าได้พาเด็กมาเรียนรู้การทำน้ำยาโบราณ เพราะมีแค่ตระกูลยายที่ทำเป็น อยากให้เด็กได้เรียนรู้และทำได้กินเป็น จะได้ไม่สูญหายไปกับคนรุ่นปู่ย่าตายาย และจะดีมากๆอยากให้เด็กได้เรียนรู้ทุกเรื่องที่เป็นภูมิปัญญาชุมชน”

    เด็กหญิงอธิติยา ขอพิมาย “น้องน้ำ” เล่าว่ากิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ทำให้ได้ความรู้เยอะมากทั้งพรบ.เหล้า ขนมห่อ ขนมตาลเม็ด ขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ ได้เรียนภาษากับครูชาวต่างชาติ ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ สนุกมากๆ และได้กินของอร่อยๆจากฝีมือตัวเอง ดีใจที่มีย่าๆ ยายๆ ป้าๆมาสอนทำอาหารซึ่งดีมากๆ อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ทั้งปีเพราะเด็กๆในพิมายจะได้ลดเวลาการใช้โทรศัพท์ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครอบครัวไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเหล้าหรือยาเสพติด

    ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัย ใช้ประเด็นงานงดเหล้า และต่อยอดประเด็นภูมิปัญญา มาสร้างการเรียนรู้ให้เด็กในชุมชนแบบไม่มีที่สิ้นสุด ถ่ายทอดจากชีวิตหนึ่งไปสู่ชีวิตเพื่อให้ลูกหลานไม่ลืมรากเหง้าและสามารถเอาตัวรอดในยุคนี้ #สคล.#สสส.#ํYSDNพิมาย#ปิดเทอมสร้างสรรค์

  • ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนล่าง กำหนดให้มีการประชุมสัญจร เพื่อสานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน ณ ห้องประชุมราชาวดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

    นายแพทย์อำนาจ น้อยขำ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครสวรรค์ ด้านเวชกรรมป้องกัน กล่าวเปิดการประชุมโดยมีนายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเยนตามมาตรา ๕๐(๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวรายงาน พร้อม นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง และภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้าในพื้นที่ ๑๐ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการขับเคลื่อนในพื้นที่ให้มีประสิทธิผล กระตุกคิด ชวนพูดชวนคุย การประชุมสัญจร เพื่อ สานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน จังหวัดนครสวรรค์

    โดยมีภาคีเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิจิตร นายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา ๕๐ (๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จังหวัดนครสวรรค์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ อัตราร้อยละ ๒๔.๐ ปี ๒๕๖๐ ลดลงเหลือร้อยละ ๒๒.๑ และปี ๒๕๖๔ ลดลงร้อยละ ๒๑.๖ ซึ่งมีอัตราที่ต่ำกว่าระดับประเทศทั้ง ๓ ปี แสดงให้เห็นว่า จังหวัดนครสวรรค์ มีต้นทุนการขับเคลื่อนด้านมาตรการป้องกันและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิผล ส่วนหนึ่งเกิดจากการสานพลัง ความมุ่งมั่นของเครือข่ายทั้งภาครับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายจิตอาสา และกลุ่มเยาวชน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการและขยายผล ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับประชาชนเป็นอย่างดี ในการปรับพฤติกรรมลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์อย่าง สำหรับโครงการขับเคลื่อนเลิกเหล้าเข้าพรรษาประจำปี โครงการแรกได้เริ่มที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองใหญ่ ในปี 2563 ได้ขยับขยายพื้นที่ไปทำที่บ้านหนองข่อย หมู่ที่ 5 ในปี 2564 ก็ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ต่อมาในปี 2565

    ทางนครสวรรค์ได้ขยายเครือข่ายจาก 1 ชุมชนเป็น ระดับตำบลหนองกระเจา ภายใต้สโลแกน ซุปเปอร์แม่พ่อพอแล้วเหล้าเบียร์ ซึ่งต้องขอขอบคุณ สคล.เหนือล่าง หรือ สสส. ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลสุขภาพของประชาชนในครั้งนี้ หลังจากจบการนำเสนอข้อมูลจากผู้ประสานงานจังหวัดนครสวรรค์ นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง

    ได้นำทีมงานพร้อมทั้งผู้ประสานงานและเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดไปพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งการขับเคลื่อนสานพลังเครือข่ายร่วมสร้างสุขอย่างยั่งยืน ให้กับชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดง ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ให้มีเข้มแข็งต่อไป สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น เบื้องต้นทางสมาชิกกลุ่มได้ ลงพื้นที่ศึกษาดงานชุมชน แจ้งให้เครือข่ายทราบว่า ได้เปิดทำการมาราว 36 ปีมาแล้ว สมาชิกมีความเข้มแข็งสื่อสัตย์ ส่วนความเป็นมาและแนวคิดที่ได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น ก็เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน

    เนื่องจากสมัยก่อนประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น การจะไปกู้เงินกับธนาคารสมัยนั้นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนและมักไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ ดังนั้น การตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

    ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประชาชนด้วยความสมัครใจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อออมเงินอย่างสม่ำเสมอและใช้เงินในการลงทุนประกอบอาชีพ และใช้จ่ายทั้งของตนเองและบุคคลอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เป็นทุนให้กับสมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว หลักการดำเนินงานภายใต้คุณธรรม 5 ประการได้แก่ ๑.ความซื่อสัตย์ ๒.ความเสียสละ ๓.ความรับผิดชอบ ๔.ความเห็นอกเห็นใจกัน และ ๕.ความไว้วางใจกัน เงินสัจจะสะสมเป็นเงินที่ได้จากการออมของสมาชิก จำนวนเท่าๆ กัน ทุกเดือนตามกำลังความสามารถเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งจะจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด โดยสามารถเปิดบัญชีต่ำสุดคือ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนต่อบัญชี และสมาชิกยังสามารถกู้เงินดอกเบี้ยถูกในกลุ่มได้อีกด้วย

    สกู๊ปข่าว สคล.นล. โดยนายปัณณทัต ปานเงิน

  • ปิดเทอมสร้างสรรค์ เครื่องมือและพื้นที่เรียนรู้ สุข สนุก และสานสัมพันธ์เด็กกับครอบครัว

    ปิดเทอมสร้างสรรค์ เครื่องมือและพื้นที่เรียนรู้ สุข สนุก และสานสัมพันธ์เด็กกับครอบครัว

    วันที่ 21-22 ตุลาคม พ.ศ.2565YSDN อำเภอบัวเชด ภายใต้โครงการอำเภอป้องกันนักดื่มหน้าใหม่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอนปิดเทอมสร้างสรรค์ เสริมสัมพันธ์และการเรียนรู้ของเด็กและครอบครัว ให้กับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี และผู้ปกครอง โดยได้รับเกียรติวิทยากรจากสวนนิเวศน์เกษตรศิลป์ บ้านประกอบฝัน โรงพยาบาลบัวเชด สภ.สะเดา และแกนนำ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนบัวเชดวิทยา โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดาและตำบลสำเภาลูน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยโครงการได้จัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

    รุ่นที่ 1 วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2565 ณ โรงเรียนบ้านสะเดา ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

    รุ่นที่ 2 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2565 ณ โรงเรียนบ้านไทยเดิม ต.สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

    กระบวนการเรียนรู้สำคัญ คือ

    1) กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ เพื่อเปิดพื้นที่ของการพูด การคุย การฟัง การช่วยกันทำกิจกรรมจากคำถามต่าง ๆ ของทีมวิทยากร

    2) กิจกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กและผู้ปกครอง ผ่านอวัยวะในร่างกาย แล้ววาดภาพในจินตนาการและระบายสีให้สวยงาม เน้นการใช้สิ่งรอบตัวมาเล่นและเรียนรู้ อาทิใบไม้มหัศจรรย์

    3) การออกแบบสร้างบ้านและชุมชนที่มีสุขและเป็นชุมชนที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง

    4) คำถามง่ายๆ แต่ทรงพลังผ่านอาชีพในความฝัน /กิจกรรมที่เคยทำร่วมกัน / สิ่งที่เด็กและผู้ปกครองชอบกิน / สิ่งที่อยากขอโทษกันและกัน /สถานที่ที่อยากไปร่วมกัน ซึ่งให้เป็นพื้นที่การได้เล่า การฟังกันและกันแบบไม่ค่อยได้ทำแบบนี้มาก่อน

    5) กอด สุดยอดพลังแห่งรัก กอดและบอกความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ คำถามที่สะเทือนใจผ่านคำตอบที่ร้อยละ 95 อ้างว่าไม่มีเวลาเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ คำตอบที่น่าตกใจคือมียายบอก 10 ปีไม่ได้กอดลูก ก่อนหลาน ซึ่งให้กล่าวคำขอโทษที่อยากบอก ให้กอดและบอกรักกันและกัน

    6) รั้วครอบครัวรั้วชุมชน ป้องกันบุหรี่ สุรา ยาเสพติด กัญชาและกระท่อม

    จากการสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กและผู้ปกครองทุกคนบอก ชอบ สนุก ได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวแบบง่ายๆ ได้ทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน เช่น การขอโทษ การกอด ซึ่งพอสรุปได้ว่า ปิดเทอมสร้างสรรค์คือ พื้นที่การเล่น พื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัย และทำให้เด็กได้ฝึกทักษะชีวิต ฝึกการเอาตัวรอดในด้านต่างๆ อยากให้กิจกรรมดีๆแบบนี้อีก

  • เวที “แชร์ ชวน เลิก เติมพลังใจ สานพลังคนหัวใจเพชร” ประจำปี 2565

    เวที “แชร์ ชวน เลิก เติมพลังใจ สานพลังคนหัวใจเพชร” ประจำปี 2565

    เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2565 เวลา 09:00 น.

    นพ.อิทธิพล อุตมะปัญญา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว

    ประธานในพิธีเปิด เวที “แชร์ ชวน เลิก เติมพลังใจ สานพลังคนหัวใจเพชร” ประจำปี 2565

    โดยมีผู้กล่าวรายงาน นายพัฒนา พรมเผ่า ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดสระแก้ว ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 60 คน ประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับบุคคลต้นแบบ โดยนายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนแชร์ประสบการณ์บุคคลต้นแบบคนหัวใจเพชร