Category: ปลูกพลังบวก เด็กปฐมวัย

  • บุรีรัมย์ วางแผนเสริมหนุน สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัย ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ อบายมุขทั้งจังหวัด

    บุรีรัมย์ วางแผนเสริมหนุน สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัย ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ อบายมุขทั้งจังหวัด

    จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 54 สถานศึกษา การดำเนินงานที่ผ่านมาได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อนิเทศ ติดตาม เสริมหนุน ให้ครูสามารถนำชุดกิจกรรมปลูกพลังบวก ทรอดแทรกบูรณาการกับหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้เด็กมีทักษะชีวิต  ด้านการเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น สามารถวิเคราะห์แยกแยะ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และมีสัมพันธภาพที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นได้

    นายภานุวัฒน์ มากวงษ์ รองศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานการประชุมกล่าวว่า จังหวัดได้รับคัดเลือกให้ดำเนินงานสถานศึกษาต้นแบบของประเทศ โดยเน้นเรื่อง พัฒนาศักยภาพครู Active Learning จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมสร้าง จัดประสบการณ์ทางจิตวิทยาศาสตร์ โดยประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปี 2567 เน้น 1) การจัดการศึกษาเพื่อความ ปลอดภัย 2) ยกระดับคุณภาพการศึกษา3) การสร้างโอกาศความเสมอภาคทุกช่วงวัย 4) พัฒนาทักษะ อาชีพ 5) วิชาชีพครู  6) พัฒนาระบบราชการการและการบริการ 7) ขับเคลื่อนกฎหมายและแผนการศึกษาแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ขับเคลื่อนหลายด้านด้วยกัน มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีสมรรถนะในการสื่อสารสู่เด็กพร้อมๆ กับการมีทักษะการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนด้วย

    นางนิรมล แสงจันทสิทธิ์ครูเชี่ยวชาญ รร.อนุบาลลําปลายมาศ – เป็นโครงการที่ดีมาก สื่อที่ใช้กับ เด็กโดยเฉพาะสื่อด้วยเพลง ทุกบทบาทได้ใช้จริงและเกิดการเรียนรู้นําไปสู่การปฏิบัติจริง มีการขยายผล นําสู่ผู้ปกครองได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยเด็กไปบอกผู้ปกครอง “จะดีมาก ถ้าพ่อลดเหลือ 2 กระป๋ อง แล้วค่อยลดเหลือ 1 กระป๋อง แต่พ่อไปขอแม่เพิ่ม ลูกก็ไม่ยอม ทวงสัญญา” เชื่อว่าโครงการนี้สามารถผนวก เข้ากับการที่โรงเรียนปลูกจิตสํานึกของความดี ค่อยๆเติมเต็ม เป็นโครงการที่เข้ากับเด็กปลูกสร้างความดี และคุณธรรมให้กับเด็ก ยายเซไปเซมา หนูก็บอกกับยายว่า “ทานเหล้าไม่ดี” นอกเหนือจากนี้ยังสามารถ บูรณาการเข้ากับโครงการเด็กปฐมวัยหัวใจธรรมะ ที่นําศีล 5 มาใช้ โดยในทุกวันศุกร์จะให้เด็กใส่ชุดขาว เด็กจะไปสานต่อบอก คุณพ่อห้ามดื่มสุราเมรัย ประทับใจโครงการและอยากให้ปูให้ทั่วไปถึงระดับประถาม วัย ส่วนตนมองว่าไม่อยากให้แต่ละเขตพื้นที่มองโครงการปลูกพลังบวกเป็นเรื่องของการแข่งขัน เพราะ บริบทแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของการที่คุณครูได้ปลูกฝังลงกับเด็กมากกว่า อยาก ให้โครงการนี้ปูพรมทั่วทั้งจังหวัด

    การวางแผนการดำเนินงานประชุมคณะทำงานวางแผนขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวกฯ ระดับจังหวัด ประเด็นดังนี้ 1. ประชุมวางแผนขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวกฯระดับจังหวัด/อำเภอ  2. แต่งตั้งคณะทำงานโครงการปลูกพลังบวกฯ ระดับหวัด/อำเภอโดยเชิญผู้แทนจาก สำนักงานพัฒนาสังคม 3. นิเทศกำกับติดตามสร้างขวัญและกำลังใจ 54 สถานศึกษา 4. อบรมขยายเพื่อขยายสถานศึกษาเครือข่ายระดับจังหวัด/อำเภอโดยให้แต่ละเขตการศึกษาส่งสถานศึกษาเข้ามาเขตละ 10 สถานศึกษา รวมประมาณ 50 สถานศึกษา 5. การพัฒนาและสร้างความยั่งยืนเพื่อยกระดับสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ 6. คัดเลือกสถานศึกษาในการทำพื้นที่สร้างสรรค์ 7. เวทีสรุปผลถอดบทเรียน และ กิจกรรม Show & Share ระดับจังหวัด/อำเภอ มีผู้เข้าร่วมประชุมจาก สพป.ทั้ง 4 เขตและผู้แทนจากสถานศึกษาแต่ละเขตร่วมด้วย ประชุม วันที่ 10 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุมศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสนับสนุนการปลูกพลังบวกปฐมวัย

    ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสนับสนุนการปลูกพลังบวกปฐมวัย

    11 มกราคม 2565 คณะทำงานจังหวัดศรีสะเกษ ของโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและเสนอการแต่งตั้งคณะทำงานและลงนามในคำสั่งพร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานปฐมวัย ณ ห้องประชุมเล็ก ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ  

    ผศ.นิตยา แข่งขัน จากสาธิตราชภัฎมหาวิทยาลัยศรีสะเกษ กล่าวรายงานว่า ทางโครงการปลูกพลังบวก ฯ ทำงาน 4 หลักบูรณาการกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ด้วยการพัฒนาคุณภาพเด็ก จัดประสบการณ์ปลูกพลังบวกให้กับครูและบุคลากรที่สอน ให้ความสำคัญกัฐสถานศึกษาโดยให้ผู้บริหารวางแผนการดำเนินงานต่อเนื่องและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน 

    นายสำรวย เกษกุล ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ศรีสะเกษ กล่าวว่า  ยินดีที่จะลงนามในคำสั่งของโครงการปลูกพลังบวกฯ ส่วนการขับเคลื่อนงานปฐมวัยนั้นทางจังหวัดได้อนุมัติงบสนับสนุนไปยัง งานพัฒนานวตกรรมการศึกษา เป็นหลัก และร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาการลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับ สสส.ในสำนัก 6 ซึ่งเป็น Flagship ของจังหวัด ส่วนการดำเนินงานของดครงการปลูกพลังบวกฯ อยากให้มีการเสนอโครงการเข้ามาพร้อมคำสั่งแต่งตั้งพร้อมสรุปเนื้อหามาพร้อม การดำเนินการด้านการสร้างสุขภาวะของเด็กอยากจะให้การพัฒนาที่หลากหลาย ดึงผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้วยจะดียิ่ง การบังคับใช้กฎหมายก็ควรมี ชอบดครงการนี้ท่ต้องการปลูกจิตใต้สำนึกเด็ก ด้วยความน่ารักของเด็กเมื่อไปสื่สารกับผู้ปกครองก็จะได้ผลดี  

    ก่อนการเข้าพบผู้ว่าราชการจากการดำเนินโครงการปลูกพลังบวกฯ ของจังหวัดศรีสะ นายจันทร์ โต๊ะสิงห์ ประธานคณะทำงาน จ.ศรีสะเกษและผศ.นิตยา แข่งขัน คณะทำงานและเลขานุการ คณะทำงานจากสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ และคณะทำงานจาก สสส.ได้จัดประชุมคณะทำงานจากเขตพื้นที่การศึกษา(สพป.ศรีสะเกษ)ทั้ง 4 ร่วมกันวางแผน การลงนิเทศ กำกับ ติดตามสร้างขวัญและกําลังใจ สถานศึกษที่ดำเนินการในปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง 41 สถานศึกษา ได้แบ่งเป็น 8 สาย ให้กําหนดการนิเทศติดตาม ในเทอม 1 ประมาณเดือน กุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม 2566ของ รุ่นที่ 1 และ 2 เป็นการนิเทศแบบฝาก

    โดยจะให้คณะทำงานส่วนกลางลงเฉพาะโรงเรียนที่ต้องการ ยกระดับเป็นสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจให้กับ ศน.ที่ออก นิเทศ ในปีนี้จะมีการออกเกียรติบัตรให้ศน. เพื่อสร้างขวัญและกําลังใจให้กับคณะทำงาน การขยายการอบรมเพื่อขยายสถานศึกษาเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ ทางคณะกรรมการเห็นว่าจังหวัดจะมีการขยายสถานศึกษาเพิ่มเติมอีก จำนวน  80 ห้องเรียน การคัดเลือกสถานศึกษาในการทำพื้นที่สร้างสรรค์ จำนวน 15 แห่ง คาดว่าจะเริ่ม กิจกรรมประมาณเดือนมิถุนายน 2566 นอกจากนี้ควรมีเวที สรุปบทเรียน และจัดกิจกรรม Show and share ในระดับจังหวัดขึ้น การประชุมครั้งนี้มีศึกษานิเทศก์จากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั้ง 4 เขตและผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมประชุมด้วย

  • ขับเคลื่อนปลูกพลังบวกฯ จ.ขอนแก่น

    ขับเคลื่อนปลูกพลังบวกฯ จ.ขอนแก่น

    วันที่ 19 มกราคม 2566  คณะทำงานปลูกพลังบวกฯ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกันวางแผนแนวทางการขับเคลื่อนและ นิเทศ ติดตามเทศบาลนครขอนแก่นมีความต้องการยกระดับให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบ และแหล่งเรียนรู้ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคอีสานเหนือ สามารถเข้ามาศึกษาดูงาน และสามารถ ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานได้ โดยในปี 2566 สสส.ส่วนกลางและภูมิภาคจะลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทั้งในเขตเทศบาลนคร ขอนแก่น และอําเภอกระนวน

              ดร.สุภชัย จันปุม รองศึกษาธิการภาค 7 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 12 อีสานบน (ขอนแก่น , มหาสารคาม) กล่าวว่า ทางภาคเองให้ความสำคัญกับงานเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก มีประโยคหนึ่งที่ท่านกล่าว “เด็กปฐมวัย คือ หัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา”  ยินดีให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนในจังหวัดที่ท่านดูแล พร้อมให้แนวทางในการบูรณาการปลูกพลังบวกฯ ร่วมกับ EF สำหรับปฐมวัย หากทีมมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานศึกษาท่านยินดีร่วมลงติดตาม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ

    เทศบาลขอนแก่นประชุมขับเคลื่อนและวางแผนการดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกฯ ของสถานศึกษาสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น ปี 2566 ณ ห้องประชุมพญากุมภัณฑ์ เทศบาลนครขอนแก่น มีผู้บริหารและคณะทำงานโครงการพลังบวกฯเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับคณะทำงานพลังบวกส่วนกลาง และผู้แทนสคล.ภาคอีสานบน

    นายศรันย์ เปานาเรียง ผู้อํานวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เทศบาลนครขอนแก่น เป็นประธานกล่าวว่า ทางเทศบาลนครขอนแก่น ได้เห็นความสำคัญของเด็กปฐมวัย จึงได้สนับสนุนงานที่จะพัฒนาเด็กเล็ก การพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรที่สอน เทศบาลก็ให้ความสำคัญ การที่โครงการปลูกพลังบวกฯ เข้ามาให้ความรู้ด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ต้องขอขอบคุรเป็นอย่างยิ่ง ที่ สสส.ให้ความสำคัญแล้วเป็นนำเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่องและขับเคลื่อนมาได้ 4 ปีแล้ว หวังว่าปัยหาที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่จะลดลง

              นางสาวจริญญา ไทยแท้ รองประธานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการครูผู้สอนระดับปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่นิเทศ ติดตาม ประเมินผล จำนวน 11 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและทำกิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์ 1 ศพด.และทำหนังสือนิทานบิ๊กบุ๊ค และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน และการดำเนินการต่อเนื่องในปี2566 นี้  วางแผนแนวทางการขับเคลื่อนและ นิเทศ ติดตามเทศบาลนครขอนแก่นมีความต้องการยกระดับให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบ และแหล่งเรียนรู้ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคอีสานเหนือ สามารถเข้ามาศึกษาดูงาน และสามารถ ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานได้ โดยในปี 2566 สสส.ส่วนกลางและภูมิภาคจะลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทั้งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น  และอําเภอกระนวน จํานวน 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 การนิเทศและยกระดับสถานศึกษา ครั้งที่ 2 กิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์ ครั้งที่ 3 จัดอบรม ครั้งที่ 4 การสรุปถอดบทเรียน

    ในการนี้ ทางโครงการ จะดำเนินการแต่งตังคณะทํางานโครงการฯ ระดับอําเภอ/จังหวัด เดิมทีเทศบาลนครมีหนังสือคําสั่งแต่งตั้งคณะทํางานโครงการปลูกพลังบวกฯ เนื่องจากมีการ ปรับเปลี่ยน โยกย้ายตําแหน่งงาน เห็นควรให้มีการปรับคําสั่ง โดยเพิ่มเติมรายชื่อที่ปรึกษาโครงการฯ ดังนี้ 1. ศน.กฤษณา เสมหิรัญ ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ สนง.ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น 2. นางสาวบุษกร กัปโก นักวิชาการชํานาญการ เทศบาลนครขอนแก่น 3. นางสาวกาญจนา สุพรรณคุ้ม หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมคุณภาพการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น

    นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการแต่งตั้งศึกษานิเทศก์ของเทศบาลนครขอนแก่นทุกคน เข้าเป็น คณะทํางานเพื่อดําเนินการออกนิเทศ กํากับ โครงการปลูกพลังบวก ฯ ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ จะดำเนินการพัฒนาต่อยอดสื่อนิทานเล่มใหญ่ “มัดหมี่say no” ให้เป็นกาตูนแอนนิเมชั่น พร้อมภาคเสียง (ใส่คำศัพท์ภาษาจีน+อังกฤษ ในบางคำเพื่อให้สอดคล้องนโยบายของเทศบาลฯ ) และทำการประชาสัมพันธ์ .สื่อผ่านระบบออนไลน์ลงสู่ห้องเรียน และชุมชนต่อไป  

    ส่วนการหารือกับ นางกฤษณา เสมหิรัญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ได้ข้อสรุปเบื้องต้นรับการขยายผลโรงเรียนเข้าร่วม 30 ห้องเรียน เกณฑ์การคัดเลือกจากโรงเรียนที่มีใจเข้าร่วมก่อน โดยเป็นการบูรณาการร่วมกับโครงการ EFซึ่งเป็นโครงการฯที่คล้ายคลึงกัน ให้คุณครูไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน

  • ภาคประชาสังคม ไทย – เวียดนาม แลกเปลี่ยนแนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา และ ปลูกพลังบวกฯ”

    ภาคประชาสังคม ไทย – เวียดนาม แลกเปลี่ยนแนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา และ ปลูกพลังบวกฯ”

    ภาคประชาสังคม ไทย – เวียดนาม

    แลกเปลี่ยนแนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา และ ปลูกพลังบวกฯ” จับมือเรียนรู้รณรงค์แก้ปัญหาแอลกอฮอล์ หวังปกป้องเด็กเยาวชนและสังคมให้มีความปลอดภัย

    สคล. ได้รับเชิญจาก Vietnam Non-Communicable Diseases Prevention and Control Alliance (NCDs-VN) ให้เข้าร่วมการประชุมผ่านแอพพลิเคชั่นซูม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการควบคุมและป้องกันผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอออล์ (Experience sharing in alcohol harm prevention and control) และผลกระทบจาก NCD

    ทั้งนี้ นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้นำเสนอในวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เรื่องการขับเคลื่อนงานของ สคล. และ โมเดลสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งเป็นโมเดลในการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย ซึ่งทั้งประเทศไทยและเวียดนาม มีสถานการณ์ปัญหาแอลกอฮอล์คล้ายๆ กันโดยประเทศเวียดนามมีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนเทียบเท่าสถิติประเทศไทย (รายงาน World status report on Alcohol and Health, WHO) โดยการนำเสนอนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมชาวเวียดนาม ที่ซักถามถึงแนวทางการทำงานร่วมกันของภาคนโยบาย ภาควิชาการและภาคประชาสังคม โดยเฉพาะในบทบาทของภาคประชาสังคม เช่น บทบาทของ สคล. ที่ต้องเป็นปฏิบัติในพื้นที่ ด้วยการนำความรู้ต่างๆ ไปใช้เพื่อสร้างความตระหนักและสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ขณะเดียวกัน สคล. ก็มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งสัญญาณให้แก่ภาคนโยบายให้ปกป้องประชาชนจากผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น 

    ผู้เข้าร่วมการประชุมยังให้ความสนใจต่อการนำภาษีสุราและบุหรี่มาใช้เพื่อรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ และปัญหา NCD ของประเทศไทย ซึ่งเวียดนามเห็นว่าเวียดนามมีกองทุนจากภาษีบุหรี่เป็นหลัก ควรมีกองทุนที่มีขอบเขตเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพมากขึ้น คุณธีระ วัชรปราณี กล่าวว่านอกจากกองทุนจาก สสส. แล้ว ควรทำงานร่วมกับภาคอื่นๆ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีงบประมาณสนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคม

    นอกจากนี้ นางมาลัย  มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ได้นำเสนอในที่ประชุมในวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ที่ผ่ามมา โดยผู้เข้าร่วมประชุมวียดนามได้ให้ความชื่นชม โดยเฉพาะความร่วมมือทางนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการทำให้เกิดการขยายของโครงการจาก 4 จังหวัดต้นแบบ เป็น 35 จังหวัดและมี 1,415 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โครงการได้เริ่มดำเนินการในปี 2559 หลังจากนี้ 3 ปีถึงประสบผลสำเร็จในการผลักดันสู่นโยบายของกระทรวงศึกษา ซึ่งคุณมาลัยกล่าวว่าเทคนิคที่สำคัญคือ การจัดทำเครื่องมือหรือคู่มือครู คู่มือของผู้บริหารสถานศึกษา คู่มือของผู้ปกครองและชุมชนให้พร้อม รวมถึงต้องจัดทำข้อมูลความสำเร็จของโครงการเพื่อนำไปเสนอต่อกระทรวงศึกษา

    นอกจากนี้ปัจจัยความสำเร็จของโครงการยังอยู่ที่การทำงานร่วมกันแบบเครือข่าย ทั้งส่วนกลางที่มีหน้าที่ผลิตชุดความรู้ ระดับจังหวัดจะมีหน้าที่ในการพัฒนาศักยภาพของครูรวมถึงติดตามและนิเทศงาน สำหรับโรงเรียนจะเป็นผู้ปฏิบัติด้วยการปรับหลักคู่มือต่างๆ ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน พร้อมกับเชื่อมประสานงานผู้ปกครองและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการปกป้องเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยผู้ปกครองร้อยละ 94 พึงพอใจต่อการดำเนินงานของโครงการ

    นายธีระ วัชรปราณี กล่าวเสริมว่า ความรู้เรื่องแอลกอฮอล์และบุหรี่ทำลายการเติบโตของสมองเด็กเล็ก จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายทั้งระดับชาติและท้องถิ่นต้องใส่ใจต่อปัญหานี้แน่นอน เพราะเป็นเรื่องเชิงบวกที่ไม่มีใครไม่เห็นด้วย และการปลูกฝังตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว เป็นต้น นอกจากนี้ การนำเสนอบทเรียนจากประเทศไทยที่ได้แลกเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้ สคล. ได้เรียนรู้ในหลายๆ ประเด็น เช่น การนำงานวิจัยหรืองานวิชาการไปพัฒนาการทำโครงการ โดยเฉพาะการประเมินผลโครงการให้ถึงในระดับการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับต่างๆ เช่น ระดับบุคคลหรือสังคม เป็นต้น  ซึ่งในการร่วมมือของเครือข่ายงดเหล้า NCDs-VN ครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการเรียนรู้กันและกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีแผนในการร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันต่อไป
     

  • สร้างพลังบวกฯ อุตรดิตถ์ รุ่นที่ 2

    สร้างพลังบวกฯ อุตรดิตถ์ รุ่นที่ 2

    สำนักงานเขตพื้นที่ศึกษาประถมศึกษา อุตรดิตถ์ (สพป.เขต 1) ร่วมกับ สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า  อบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.พิชัย อ.ตรอน อ.ทองแสนขัน อ.ลับแล รวม 79 สถานศึกษา  เพื่อขับเคลื่อนให้ความรู้และแนวทางในการสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงให้กับครูเพื่อนำไปพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อให้ความรู้และแนวทางส่งเสริม สร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ป้องกันให้เด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงและอบายมุข

    นายมงคล รุณธาตุ  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 กล่าวว่า ปัญหา  บุหรี่ สุรา เป็นทางเข้าของการติดยาเสพติด ช่วงนี้บุหรี่ไฟฟ้าระบาดมาก ทำลายสมองเด็กอย่างที่คาดไม่ถึงทีเดียว ทางโรงเรียนควรมีมาตรการและเฝ้าระวัง ช่วยกันพัฒนาให้เป็นโรงเรียนสีขาว ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เราจะเห็นข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน ผู้ก่อเหตุมักดื่มสุรา การมึนเมา ทำให้หึกเหิม ทำให้ไร้ซึ่งจิตสำนึก การที่ทาง สพป.เขต 1 นี้ ยินดีที่จะนำเอาโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย มาสู่สถานศึกษา เป็นการให้ความรู้ครูเพื่อให้ครูนำไปส่งต่อยังนักเรียนและสร้างการมีส่วนร่วมทั้งเพื่อครูกันเองได้ตระหนักและช่วยกันป้องกันเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ทางเขตก็จะขับเคลื่อนงานช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นตอและการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา นิเทศ ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนมีความสามารถในจัดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ ให้มากที่สุด

    นพ.พงศ์เทพ  วงศ์วัชรไพบูลย์  ผู้อำนวยการสำนักดูแลระบบสุขภาพ(สน.7)  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ(สสส.) วิทยากรโครงการปลูกพลังบวกฯ ภาคเหนือ กล่าวว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่สำคัญอย่างยิ่ง การที่เด็กแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมาเมื่อเขาเติบโต เกิดจากคุณลักษณะและนิสัยที่สร้างสมมาตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นถ้าต้องการให้เด็กเป็นคนดี มีคุณภาพ คนเป็นพ่อแม่ ต้องช่วยกันสร้าง  แต่ในสถานการณ์ในปัจจุบันผู้ปกครองจะนำเด็กมาใว้กับสถานศึกษา ดังนั้นครูปฐมวัย เป็นคนสำคัญ ที่จะใส่คุณลักษณะที่ดี  ทำให้เกิดการปลูกฝัง เป็นพลังจิตใต้สำนึก คุณครูต้องทำอย่างน้อย 3 ส. สัมพันธภาพที่ดีมีวินัย สมาธิ สร้างสรร การวิวัฒนาการของความเป็นมนุษย์ เป็นความสุขจากตัวเราที่มีคุณค่า  ซาบซึ้งใจ เกิดจากภายใน เมื่อเราได้รับสิ่งดี ดี คุณครูต้องตั้งใจรับไว้ให้เกิดความรู้สึกที่ดีแบบทวีคูณ

    การดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่)สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นความร่วมมือจาก เป็นความร่วมมือจาก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 นำโดย น.ส.มาลัย มินศรี นางกอบกมล ทบบัณฑิต น.ส.สมจิตร เอื้ออรุณ นางศิริรัตน์ แย้มศิลป์ นายจักรวรรดิ ญาณกรสกุล นายประสาท จากเทศบาลเมืองน่าน วิทยากรภาคเหนือ  และคณะศึกษานิเทศก์จาก สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากร และผู้แประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.อุตรดิตถ์ นางชัชชลัยย์ สินสวัสดิ์ เข้าร่วมตลอดการอบรมหลักสูตร 2 วันขับเคลื่อนให้ความรู้และแนวทางในการสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงให้กับครูเพื่อนำไปพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อไป 23-24 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุม สพป.เขต 1 อุตรดิตถ์

  • พัฒนาศักยภาพครู ศพด.ปลูกพลังบวกฯ ต้นแบบ จ.เพชรบูรณ์ รุ่นที่ 2

    พัฒนาศักยภาพครู ศพด.ปลูกพลังบวกฯ ต้นแบบ จ.เพชรบูรณ์ รุ่นที่ 2

    สำนักงานท้องถิ่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับภาคี สสส. เปิดเวทีพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รุ่นที่ 2 อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า อำเภอน้ำหนาว อำเภอเขาค้อ จำนวน 38 สถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา ในโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นรุ่นที่ 2 จำนวนกว่า 60 คน ให้มีความสามารถในการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย ระหว่างอายุ 2-6 ปี ที่มุ่งให้เด็กมีทักษะชีวิต ตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น  การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การจัดการอารมณ์และความเครียด

    การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น

    นายจักรกฤต ยศปัญญา ผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบูรณ์ ได้ประสานความร่วมมือไปยัง สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครครู ศพด.ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในระดับตำบลและเทศบาล เชิญชวนลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการอบรมของโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสนใจ 2 รุ่น กว่า 80 ศพด.

    นางมาลี นวลแปลง วิทยากรโครงการและประธานชมรม ศพด.น่าน กล่าวว่า ตนเองในฐานะครูผู้สอนใน ศุนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็น ศพด.แหล่งเรียนรู้ปลูกพลังบวก ตนเองจะมีประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกับครู ศพด.ด้วยกัน การอบรมเป็นการบูรณาการแผนการสอนให้เข้ากับหน่วยการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560และหลักสูตรสถานศึกษา ที่ทุก ศพด.ต้องปฏิบัติแผนการจัดประสบการณ์ คุณครู ศพด.นำชุดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ  ไปบูรณาการการสอนในห้องเรียน เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์เพื่อปลูกเป็นจิตใต้สำนึก ถ้าจะทำให้เกิดผลต้องสอนอย่างน้อย 21 ครั้งขึ้นไปก็จะปรากฏเป็นจิตสำนึกเมื่อเข้าเติบโต การดำเนินงานของโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการดำเนินงานองค์ประกอบ 4 ด้านด้วยกัน ด้านคุณภาพเด็ก ด้านการจัดประสบการณ์เน้นที่ครู ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน เป็นการพัฒนาทักษะชีวิตเด็ก สร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่อไป