Category: ปลูกพลังบวก เด็กปฐมวัย

  • จังหวัดเพชรบูรณ์ ประสานความร่วมมือท้องถิ่นจังหวัดร่วมกับประชาคมงดเหล้า และ สสส.ร่วมอบรมพลังบวกฯ ครู ศพด.

    จังหวัดเพชรบูรณ์ ประสานความร่วมมือท้องถิ่นจังหวัดร่วมกับประชาคมงดเหล้า และ สสส.ร่วมอบรมพลังบวกฯ ครู ศพด.

    ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบูรณ์ ได้ดำเนินงานพัฒนาศักยภาพ ครู ผู้ดูแลเด็กและบุคลากรทางการศึกษาในระดับปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.) โดยอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ชนแดน อ.บึงสามพันและอ.ศรีเทพ อบรมรุ่นที่ 1 จำนวน 70 คน ในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ(องค์พระใหญ่) อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

    นายวิโรจน์ บูรณะตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่าการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษามาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางท้องถิ่นจังหวัดจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาครูให้มีศักยภาพ ในการสื่อสาร สร้างสรรค์ บูรณาการความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา บูรณาการกับความรู้ใหม่ เท่าทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ที่มีอยู่ตลอดเวลา ครู ศพด.เป็นคนสำคัญยิ่ง ในการบ่มเพาะเด็ก ให้เป็นคนดี มีสติ ปัญญา พัฒนาอารมณ์ สังคม เป็นอนาคตที่ดีของชาติ  ขอให้คุณครูและบุคลากร ทุกท่านนำองค์ความรู้จากการอบรมฯ ครั้งไปปรับใช้ นำสู่เด็ก บูรณาการกับแผนการสอนของสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สร้างประสิทธิภาพ สร้างเด็กที่สมบูรณ์ต่อไป

    นายจักรกฤษ ยศปัญญา ผู้ช่วยผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นแหล่งปลูกยาสูบที่ใหญ่ที่สุดของไทย ปัจจุบันการสูบบุหรี่ของเยาวชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาและระดับอาชีวศึกษา จากกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ 1,300 คน พบว่า ร้อยละ 23.6 เคยสูบบุหรี่ ร้อยละ 32.9 มีบุคคลในบ้านสูบบุหรี่ มีพ่อสูบบุหรี่ร้อยละ 38.8% มีเพื่อนสูบบุหรี่ร้อยละ 30.4 (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่) อัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ในจังหวัด ไม่ลดและมีแนวโน้มเด็กดื่มมากขึ้น

    ทางประชาคมงดเหล้าเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการให้ความรู้ครู ศพด.ปลูกพลังบวกฯ นำร่องไปแล้วสองอำเภอ อำเภอวังโป่งและอำเภอวิเชียรบุหรี่ แล้วเห็นว่า การปลูกฝังสร้างพลังบวก ปลูกจำสำนึก สร้างภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการสร้างทักษะชีวิต ที่ดีสำหรับเด็ก การอบรมครั้งนี้เป็นการเปิดรับสมัครผ่านองค์กรท้องถิ่น อบต.และเทศบาล ส่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.)ที่มีใจ เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพ ศพด.ต้นแบบ โครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย ทั้งจังหวัด

    โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นด้วยกัน การอบรมครั้งนี้เป็นรุ่นที่1 จำนวน 5 อำเภอ และรุ่นที่ 2 อีก 4 อำเภอการอบรมครั้งนี้ ท้องถิ่นจังหวัดร่วมกับประชาคมงดเหล้า จะมอบเกียรติบัตร และเฟ้นหาคุณครูที่มีศักยภาพพร้อมมาเป็นคณะทำงานเพื่อดำเนินการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล สร้างศูนย์พัฒนาต้นแบบต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ต่อไป

  • เทศบาลนครตรัง จับมือ สสส. เครือข่ายงดเหล้า ปลูกพลังบวกวัยก่อนอนุบาล สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงและความปลอดภัย

    เทศบาลนครตรัง จับมือ สสส. เครือข่ายงดเหล้า ปลูกพลังบวกวัยก่อนอนุบาล สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงและความปลอดภัย

    เทศบาลนครตรังและอบต.ใกล้เคียง ประสานความร่วมมือกับโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) เด็กปฐมวัย ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) อบรมเชิงปฏิบัติการครูและผู้ดูแลเด็กพร้อมผู้บริหารสถานศึกษา 80 คน เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีภูมิคุ้มกันและสร้างความปลอดภัย สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี

    นายภูวณัฐ สมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทุกหน่วยงานทั้งจังหวัดตรัง มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การดำเนินงานมีเพียงหน่วยนโยบายไม่ได้ ต้องอาศัยสถานดูแลเด็ก คุณครูและผู้ดูแลเด็กที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการบ่มเพาะ สร้างทักษะชีวิต ให้เด็กมีความแข็งแกร่ง รู้เท่าทันภัยรอบตัวและเอาตัวรอดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย จังหวัดตรังได้นำโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย ของ สสส.มาพัฒาครู สร้าง Mind Set ติดอาวุธ สร้างองค์ความรู้ ให้ครูและผู้ดูแลเด็ก มีประสบการณ์เพื่อนำไปสื่อสารกับเด็กและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครอง หวังผลว่าเด็กเล็กของตรัง จะรู้เท่าทันสามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ปลอดภัยในอนาคต

    นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ  รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ในฐานะที่ผมเป็นกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยู่ด้วย นโยบายข้อแรก ของ สพฐ. ในยุคนี้ก็คือความปลอดภัยของเด็กทุกชั้นทุกระดับยิ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงยังเป็นนโยบายหลักในการดูแลของกระทรวงศึกษาธิการและของท้องถิ่นเอง โดยเทศบาลนครตรังโดยนายกเทศมนตรีก็ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ เอาไว้แล้ว เพื่อให้ผู้บริหารของศูนย์ได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ มาตรการในการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้น มีการจัดจ้างเวรยามในการเฝ้าดูแลสถานศึกษาในพื้นที่ คนแปลกหน้าไม่มีทางที่จะได้เข้าไปในสถานศึกษา มีการกำหนดขอบเขตให้กับผู้ปกครองในการเข้าไปส่ง และไปรับบุตรหลาน คนนอกไม่สามารถเข้าไปถึงตัวเด็กได้ อีกทั้งการสร้างจิตสำนึกของเด็กๆ ในศูนย์โดยมีครูเป็นคนคอยชี้แนะ ฝึก และออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เด็กมีความรู้สึกว่าต่อไปนี้เรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนต้องช่วยกันดูแลตนเองโดยผ่านการปลูกฝังจากโรงเรียน ส่วนมาตรการของเทศบาลที่จะเข้าไปในเรื่องของการกำกับ ดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนและป้องกันให้โรงเรียนได้เดินไปตามแนวทางที่เทศบาลได้กำกับต่อไป

    พ.ต.อ.อาคม บัวทอง รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดตรัง กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับศูนย์พัฒนาเด็กจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นบทเรียนของประเทศ โดยการป้องกันความเสี่ยงจะเน้นใน 2 ลักษณะ คือหนึ่ง ในเรื่องของความพร้อมของบุคลากร อาคารสถานที่และสถานที่ตั้ง เนื่องจากเด็กๆ เป็นกลุ่มเปราะบาง ในเรื่องของสถานที่ มีความมั่นคงแข็งแรง ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ส่วนหัวหน้าศูนย์และครูพี่เลี้ยงต้องมีความพร้อม บุคลากรก็จะต้องมีหน้าที่ที่แบ่งกัน เช่นเป็นผู้สอน เป็นผู้เดินตรวจความเรียบร้อย การประสานงานกับเจ้าหน้าที่โดยตรง ถ้ามีสิ่งบอกเหตุเดี่ยวนี้เรามีเทคโนโลยี ทั้งกล้อง CCTV เราไม่จำเป็นที่จะต้องให้บุคคลที่เราไม่อยากให้เข้ามาก่อเหตุ เราสามารถดูแล และควบคุมได้ทางกล้อง และสามารถแจ้งเหตุร้ายไปยังตำรวจได้อย่างทันท่วงที ผ่านทาง 191 ตำรวจเองก็เข้าสู่การควบคุมได้ ภาพที่สอง ทักษะในขณะเกิดเหตุ “หนี ซ่อน สู้”  ในเมื่อเราสู้ไม่ได้เราก็ต้องหนี และเข้าไปซ่อน แต่หากเราคิดว่าเราได้เปรียบ เราสามารถสู้ได้ เราก็สามารถสู้ได้ กำลังน้อยก็สามารถสู้กำลังมากได้ถ้าเราใช้สติปัญญา

    ทั้งนี้ ส่วนเรื่องของรากเหง้าของปัญหาที่ผู้ร้ายมาก่อเหตุ พ่อแม่เลี้ยงลูกอย่างไร มันก็จะส่งผลหมดทุกอย่าง ถ้าพ่อแม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มันก็จะเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีให้กับเด็ก แต่ถ้าหากในครอบครัวมีความอบอุ่นไม่ยุ่งเกี่ยวกับบายมุขต่าง ๆ มันก็จะทำให้เด็กไม่ติดยา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ไปด้วย เพราะฉะนั้นคนจะเป็นอย่างไรอยู่ที่พ่อแม่เลี้ยงดู ถ้าพ่อแม่อยู่กับลูกตลอด กิน อยู่ หลับนอน กับลูกเราสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เลยว่าอบายมุขต่าง ๆ ไม่มีแน่นอน ภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งนำไปสู่ความปลอดภัย สถาบันครอบครัวจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด และครูเปรียบเสมือนเป็นครอบครัวที่สองให้กับเด็กในการสร้างภูมิคุ้มกันภายในจนนำไปสู่ความปลอดภัยในสถานศึกษา

    นายบุญชู อังสวัสดิ์ หัวหน้าคณะวิทยากรภาคใต้ โครงการปลูกพลังบวกฯ กล่าวถึงความสำคัญของโครงการ ว่า หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การฝึกอบรมคุณครู ที่จะเป็นผู้นำ มีหน้าที่ มีภารกิจ โดยตรงที่จะบ่มเพาะและพัฒนาเด็กเล็กทำให้เกิด Growth mindset ที่ดีมีภูมิคุ้มกัน การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ทางโครงการมีชุดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ ที่ประกอบด้วย หนังสือนิทาน เพลง เกมส์การศึกษา รวมทั้งมีคู่มือครู คู่มือผู้ปกครอง สานสัมพันธ์ บ้าน โรงเรียน พ่อ แม่ ลูกผูกพันธ์ สู่ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้คุณครู ผู้บริหารสถานศึกษา นำไปสื่อสารยังเด็กปฐมวัย สร้างจิตสำนึกที่ดีเมื่อเขาเติบโตต่อไป ทั้งหมดทั้งมวลนี้วิทยากรถ่ายทอดอย่างเต็มที่ วาดหวัง ว่าผู้ได้รับการถ่ายทอดครั้งนี้จะนำไปใช้กับเด็กต่อไป และจะมีการติดตามประเมินให้กำลังใจคุณครูอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องรัฐบาลให้ความสำคัญแต่ขาดการติดตามหนุนเสริมด้วยพลังบวกอย่างจริงจัง โครงการนี้ จึงให้ความสำคัฐในความร่วมมือในพื้นที่จากท้องถิ่นและจากหน่วยงานราชการ และวิชาการ รวมทั้ง ชุมชนรอบสถานศึกษา บ้าน วัดโรงเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นเจ้าของและสร้างสภาพแวดล้อมที่จะเอื้อให้เด็กๆ ได้เติบโต เพราะการเลี้ยงดูเด็กไม่ใช่เพียงครอบครัว หรือโรงเรียนแต่เป็นทั้งชุมชนที่จะร่วมมือกัน

  • สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค

    สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค

    สสส.สคล. สร้างกลไกหนุนภาคีครูปฐมวัยปลูกพลังบวก 4 ภูมิภาค แก้ไขปัญหาปกป้องเยาวชน ปลูกฝังทักษะชีวิต แยกแยะ รู้เท่าทันเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด หวังเครือข่ายสถานศึกษาเป็นโมเดลสู่การปรับใช้ในพื้นที่ทั่วประเทศ

    วันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2565  ณ โรงแรมเอบีน่า เฮาส์  วิภาวดี  64  นายศรีสุวรรณ ควรขจร รองประธานคณะกรรมการบริหารแผนการควบคุมปัจจัยเสี่ยง สสส.(สำนัก1)

    กล่าวในเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานและวิทยากรระดับภูมิภาคว่า เด็กปฐมวัย มีความสำคัญ เพราะอาจมีโอกาสเข้าสู่วงจรนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ ดังนั้น สสส. และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสถานศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ และได้จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อสร้างกลไกคณะทำงานให้เกิดการกระตุ้นหนุนเสริม จากโครงการ“ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย” ซึ่งมีศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการการศึกษาสนใจเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ จำนวน 50 ท่าน จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ  ซึ่งโรงเรียนเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศของเด็กอย่างมาก ตั้งแต่ออกจากบ้านไปศูนย์เด็กเล็ก ออกจากศูนย์เด็กเล็กก็กลับมาบ้าน หรือวันพระก็ไปวัดกับพ่อแม่ เห็นควรว่าหากเกื้อกูลให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นสุขภาพ ซึ่งเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว เป็นที่วัยที่สมองส่วนหน้ากำลังเติบโตพัฒนาอย่างรวดเร็ว ควรให้จะจดจำสิ่งที่ดีที่ควร ในทางตรงกันข้ามหากสิ่งที่ไม่ดี ก็จดจำเช่นกัน เหมือนคำพูดที่ว่าเด็กเห็นผู้ใหญ่ดื่มเหล้า เห็นผู้ใหญ่สูบบุหรี่ ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก เห็นผู้ใหญ่ทำเช่นนั้นในบ้าน ในชุมชน และกลายเป็นความเคยชินและเป็นภาพจำตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นถ้าโรงเรียนสามารถเชื่อมต่อกับครอบครัว และชุมชนได้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์

    ทางด้านดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึง โครงการปลูกพลังบวกว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู ถือเป็นปัญหาร้ายแรงปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย ทำอย่างไรให้ทุกคนตระหนักรู้ หากเราปล่อยให้เหล้า บุหรี่ และยาเสพติด ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมแบบนี้ ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ก็อาจจะกลับมาวนเวียนอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ดังนั้นเราต้องช่วยกันปลูกฝังสิ่งต่างๆ ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะก่อนวัยเรียน จึงจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ลงได้อย่างเป็นรูปธรรม  โครงการปลูกพลังบวกฯ  ได้บูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และทางกระทรวงศึกษาธิการ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนกับทาง สสส.และสคล. นำไปสู่การขยายผล ทั้งนี้เราต้องแต่งตั้งคณะกรรมการในการติดตามสนับสนุน อย่างเป็นรูปธรรมในระดับจังหวัด และมีคำสั่งตรงไปยังศึกษาธิการจังหวัด เพื่อได้นำโครงการปลูกพลังบวกไปขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับครูปฐมวัยให้มีความเข้าใจในโครงการและมีส่วนสำคัญในการทำให้โครงการมีความสำเร็จมากยิ่งขึ้นซึ่งหวังว่าจะได้ร่วมกันนำโครงการนี้ไปขับเคลื่อนและขยายผลอย่างต่อเนื่องจนสามารถครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    ดร.รัติพร ภาธรธุวานนท์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า บทบาทของศึกษานิเทศก็คือ ผู้ร่วมพัฒนาครู ในที่นี้เมื่อโครงการฯ เน้นในเรื่องทักษะชีวิตซึ่งก็จะสอดคล้องกับมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติสอดคล้องกับพรบของเด็กปฐมวัยนั่นคือคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดก็ได้ร่วมด้วยช่วยกันในการปลูกพลังบวก ซึ่งจะต้องเริ่มที่ใจจะขอยกตัวอย่างของจังหวัดมหาสารคาม ก็คือให้ใจโมเดลเพื่อที่จะปลูกพลังบวกเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกโดยการดำเนินงานเราไม่ได้ดำเนินงานเฉพาะเด็กเท่านั้นเราจะต้องมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั่นก็คือผู้ดูแลเด็ก นอกจากครูแล้วก็จะมีผู้ปกครองด้วยซึ่งการดูแลเด็กปฐมวัยก็คือ การอบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษา เราจะต้องเริ่มที่ตัวเราหมายถึงคุณครูจะต้องชี้แนะในสิ่งที่ดีงามสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังยุคโควิดเราจะต้องใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะ ส่วนใหญ่เด็กก็จะใช้สมาร์ทโฟนจึงต้องชี้แนะสิ่งที่ดีๆรวมถึงการเอานิทานสิ่งที่ดีๆ มาปลูกฝังให้เด็กๆได้

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เปิดเผยว่า การดำเนินงานของโครงการฯ ได้สร้างเครือข่ายครูปฐมวัย ซึ่งเป็นบุคลากรในสถานศึกษาระดับปฐมวัย (อายุระหว่าง 2 -6  ขวบ) โครงการปลูกพลังบวกฯ ระแรกเริ่มจาก 4 จังหวัดใน 4 ภูมิภาค ที่ขับเคลื่อนงานปฐมวัยทั้งจังหวัด ภาคเหนือที่จังหวัดน่าน ภาคอีสานที่จังหวัดศรีษะเกศ ภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร ภาคกลางที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 1,443 แห่งใน  35 จังหวัดทั่วประเทศ จากการดำเนินงานที่ผ่านมามีตัวอย่างที่ดีของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลหลักห้า (โรงเรียนบ้านดอนไผ่) ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมโครงการฯ จนเกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครองทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เด็กเรียนรู้ถึงโทษภัย จากการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้า ส่งผลทำให้ผู้ปกครองได้ตระหนักโทษภัยของบุหรี่และสุราไปด้วย การดำเนินงาน 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ในชุมชนมีการลด ละ เลิกการดื่ม และร้านค้าของชุมชนงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดำเนินงานงานของโครงการจึงเป็นการสร้างสังคมสุขภาวะผ่านการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก และทำให้เด็กเปลี่ยนครูและเปลี่ยนผู้ปกครอง รวมถึงเปลี่ยนสังคมรอบตัวเด็กๆอีกด้วย

    นางสาวมาลัย กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในระยะต่อไป เน้นสร้างกลไกและสร้างเครือข่ายคณะทำงานปลูกพลังบวกฯ ซึ่งคุณครูนิเทศก์จะเป็นคณะทำงานที่มีบทบาทต่อโครงการนี้อย่างมาก เมื่อผู้ปกครองนำเด็กเข้าไปฝากไว้ที่ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ซึ่งครูกลายเป็นปัจจัยหลักในการฝึกตัวตนของเด็กๆ และเกิดความคาดหวังในตัวครูผู้สอน ทางโครงการจึงต้องมีคุณครูนิเทศก์ในเขตต่างๆเป็นพี่เลี้ยง เพื่อเป็นหน่วยช่วยกระตุ้น หนุนเสริม ติดตาม ให้แนวคิด และหาเครื่องมือใหม่ๆ  จึงได้มีการคัดเลือกศึกษานิเทศก์ที่มีใจ มีความรู้ เข้ามาร่วมปฏิบัติงานและเกิดเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ นอกจากนี้ในระยะปี 2566-2567 ทางโครงการฯ มีแผนขยายห้องเรียน สถานศึกษาเข้าร่วมโครงการอีก 800 ห้องเรียน พัฒนาแหล่งเรียนรู้ พัฒนาต้นแบบในแต่ละจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมสถานศึกษาได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์นำประสบการณ์การรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ สู่ชมชนต่อไป

  • อำเภอนาทม เสริมพลังครูพี่เลี้ยงสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    อำเภอนาทม เสริมพลังครูพี่เลี้ยงสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับการปกครองอำเภอนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน องค์การบริหารส่วนตำบลนาทม และองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเตย จัด“อบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับ เด็กปฐมวัย พัฒนาครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก “สื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์” โดยมีนายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอนาทม เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรม ระหว่าง วันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องประชุมโรงเรียนหนองซนพิทยาคม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอนาทม ยังได้กล่าวขอบคุณเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล) ที่เลือกพื้นที่อำเภอนาทมในการทำขับเคลื่อนการให้คนนาทม ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ โดยการจัดกิจกรรมอบรมครั้งนี้เป็นการปลูกพลังบวกกับครูศูนย์เด็กเล็ก เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้ สร้างจิตสำนึก สร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงให้กับครู เพื่อที่เด็กปฐมวัยจะได้รู้เท่าทันพิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด

    การอบรม สร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย มีครูพี่เลี้ยงเข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 50 คน จากศูนย์เด็กเล็ก 18 แห่ง และโรงเรียน 4 แห่ง ซึ่งการอบรมเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning ในการที่ครูใช้สื่อสารกับเด็กในเชิงบวก และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักปฏิเสธ เหล้า บุหรี่ โดยวิทยากรด้านจิตวิทยาประจำโครงการปลูกพลังบวกและวิทยากรครูพี่เลี้ยงจากเทศบาลนครขอนแก่น ที่มีประสบกาณ์ในการใช้สื่อสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในแผนการสอน

    ด้าน พ.ต.ต. ภูมิภัทร บุญนำ วิทยากรจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาทม มาให้ความรู้ในการสังเกตบุคคลที่จะก่อเหตุ วิธีการเอาตัวรอด และการช่วยเหลือเด็ก จากกรณีเหตุการณ์กราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภู

    นางภควัค วงษา ครูชำนาญการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดสว่างอารมณ์ ตัวแทนครูได้กล่าวถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมในครั้งนี้ว่า “ได้เรียนรู้จิตวิทยาเด็ก ภาษากาย ภาษาพูด สื่อสารพลังบวกให้เด็ก และการนำพิษภัยเหล้า บุหรี่ นำแผนพลังบวกไปสอนในกิจกรรมหน่วยการเรียนรู้ให้กับนักเรียน และการช่วยเหลือเด็กหากเจอสถานการณ์ไม่คาดคิดในศูนย์พัฒนาเด็ก”

    นายมงคล ไหลครบุรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน นายชลกานต์ วงศ์เข็มมา ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอนาทม นางกัญญ์นิษฐา สีแสงจันทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลหนองซน นางปริชาติ บุญตาท้าว ผู้อำนวยการส่งเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง และนายคำผอง โมธรรม เป็นตัวแทนท่านนายอำเภอมอบประกาศนียบัตรแด่ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้

    นายมงคล ไหลครบุรี กล่าวว่า “ขอบคุณทีมวิทยากรที่มาให้ความรู้กับครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และขอให้ครูนำความรู้นำไปใช้พัฒนาสื่อการสอนให้เด็กมีภูมิคุ้มกันในการปฏิเสธเหล้า บุหรี่ให้กับเด็กมนชุมชนในการดูแลของเราต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : เครือข่างดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ประดู่เกมส์ ขบวนพาเหรดสร้างสรรค์ สื่อสารกีฬา สนุกได้  มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์

    ประดู่เกมส์ ขบวนพาเหรดสร้างสรรค์ สื่อสารกีฬา สนุกได้  มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์

    วันที่ 26 สิงหาคม 2565  ที่ผ่านมา ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคใต้ตอนล่าง ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ร่วมกับ โรงเรียนอนุบาลนครหาดใหญ่ (นะ สุวรรณวงศ์)  สนับสนุนการจัด กิจกรรม งาน “ประดู่เกมส์” ครั้งที่16    นางสมบัติ  เหมทานนท์  ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ  นายอัคคะไกร  มหาศรี นายกสมาคมพัฒนากีฬาหาดใหญ่  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี 

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมกีฬาสีประจำปีภายในโรงเรียน ประกอบไปด้วย การเดินขบวนพาเหรด แฟนซีเพื่อสร้างสีสันต์ ภายใต้การรณรงค์  “เพื่อนกันมันส์โนแอล สนุกได้ไร้แอลกอฮอล์”  บนเส้นทาง ถนนศุภสารรังสรรค์  – โรงเรียนอนุบาลนครหาดใหญ่  และ การแข่งขันกีฬาสากลประเภทต่างๆ กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง ผู้ปกครอง นักเรียน และ บุคลากรทางการศึกษา 

    นางสาวปิยะธิดา  สุวรรณวงศ์   ผู้จัดการโรงเรียน กล่าวเพิ่มเติม “การจัดกิจกรรมประดู่เกมส์ ในครั้งนี้ เพื่อ พัฒนาทักษะทางด้านกีฬาแก่นักเรียน เสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี รวมถึงการปลูกฝังด้าน ระเบียบวินัย ความสามัคคี และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยผ่านกิจกรรมด้านกีฬาและนันทนาการ แก่ นักเรียน ผู้ปกครอง และ คณะบุคลากรทางการศึกษา รวมถึง ส่งเสริมการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ป้องกันนักสูบ นักดื่ม หน้าใหม่ โดยผ่าน สโลแกน สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์ และ เพื่อนกันมันส์โนแอล เพื่อกระตุ้นสร้างการรับรู้ในวงกว้าง แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง”

    พัฒนาการเด่น เน้นวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม

    โรงเรียนอนุบาลนครหาดใหญ่ (นะ สุวรรณวงศ์) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  • อบรมเชิงปฏิบัติการครู สร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย สถานศึกษาเครือข่าย รุ่นที่ 3/2565

    อบรมเชิงปฏิบัติการครู สร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย สถานศึกษาเครือข่าย รุ่นที่ 3/2565

    อบรมเชิงปฏิบัติการครูปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย สถานศึกษาเครือข่าย รุ่นที่ 3/2565 จังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2 ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2565 ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2 อ. หลังสวน จ. ชุมพร

    ซึ่งผู้เข้าประชุมประกอบด้วยครูปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายในจังหวัดชุมพรเขต 2 จำนวน 47 แห่ง 185 คน นายวิชาญ คงรัสมี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชุมพร เขต 2 เด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจัยเสี่ยงเหล้า-บุหรี่ เป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก

    โครงการปลูกพลังบวกฯ ที่เข้ามาในโรงเรียนสังกัด สพป.ชุมพร เขต 2 ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้บริหาร ครูปฐมวัยได้มีโอกาสพัฒนาความรู้ในการจัดกิจกรรมให้เกิดประโยชน์และเป็นภูมิคุ้มกันโดยสร้างให้เด็กปฐมวัยมีทักษะชีวิต เพื่อให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาเต็มศักยภาพและเติบโตขึ้นเป็นประชากรที่มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาเครือข่ายในจังหวัดชุมพร ที่สมัครที่เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น ๕๗ แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ในการอบรมครั้งนี้ สโมสรไลออนส์หลังสวน-ชุมพร ภาค ๓๑๐ ปี ร้านพัฒน์ อ.หลังสวน ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการอบรมและได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต ๒ ที่ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมในการการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งได้ประสานงานสถานศึกษาในสังกัดให้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้