งดเหล้าเข้าพรรษา สู่การทำเกษตรพอเพียง
หวัง..กู้สถานการณ์ในวิกฤติโควิด เพื่อครอบครัว
เครือข่ายงดเหล้าอยากให้คนไทยสุขภาพดี

” มาโนช พุฒตาล” มีชื่อเล่นจริงๆ ว่า ฮะซัน แต่เราก็เรียกกันจนติดปากว่าอาซัน เป็นนักเล่าเรื่องที่หาตัวจับยากในเมืองไทย มีผลงานมาแล้วมากมาย ทั้งพิธีกร นักดนตรี นักจัดรายการวิทยุ คนทำนิตยสาร นักเขียน และอีกมากมาย แต่ครั้งหนึ่งชีวิตเขาเข้าใกล้ความตายมากที่สุด เพราะอะไรมาหาคำตอบไปพร้อมกัน
” จุดเปลี่ยนชีวิต ”
คุณมาโนช : ย้อนกลับไปในช่วงชีวิตของพี่ซัน ตั้งแต่เกิดจนอายุ 20 ต้น ๆ เขาเป็นคนที่ไม่คิดจะดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีความหวาดกลัวว่าจะส่งผลไม่มีต่อสมองและสุขภาพ แต่พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยผสมกับความเป็นวัยรุ่นที่มีเพื่อนพ้องมากมาย มีสังคมที่คุยถูกคอ การเฉลิมฉลองในวาระต่าง ๆ ค่อย ๆ แทรกซึมจนกลายเป็นชีวิตประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พี่ซันเล่าว่าช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตแบบหนัก ๆ ของเขามากว่า 30 ปี
“ถ้าสมมุติไปนั่งกินกับเพื่อนแถวอนุสาวรีย์ชัย ก็พูดเลยว่ากินจนพระบิณฑบาต จนเจ้าของร้านปิดร้านแล้วบอกว่าตู้เครื่องดื่มไม่ได้ล็อกเปิดกันเองนะแล้วจ่ายตังค์ด้วยละกัน“
เรากินทุกวันไม่มีกำหนด ต่อมาเมื่อทำงานทีวี เราเลิกงานดึกประมาณ ตี 3-4 ระหว่างที่นั่งตัดต่อก็จะมีพวกซาตานทั้งหลายมารวมตัวกันในห้องตัดต่อ รอเวลาเลิกงานแล้วหาที่ไปต่อกันไม่ยอมกลับบ้านไปนอน ใช้ชีวิตแบบนี้มาจนปี 2558 อายุ 58 ผมหัวใจวาย
“เมื่อชีวิตอยู่ใกล้ความตาย”
คุณมาโนช: เหมือนกับร่างกายมันสะสมความเสื่อมโทรมมาตลอดโดยที่เราไม่รู้ตัว เส้นเลือดมันตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เนื่องมาจากอดนอน ดื่มแอลกอฮอร์ สูบบุหรี่ กินอาหารไม่ระมัดระวัง ผสมกับความเครียดด้วย ผมเป็นคนที่มีความเครียดง่าย อย่างเช่น ขับรถอยู่เห็นป้ายนักการเมืองมาตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน ต้นไม้ที่เขาทำไว้สวย ๆ ถูกป้ายนั้นบังหมด ทำแบบนี้ได้ยังไง ผมโมโหทันทีเลยเป็นแบบนี้บ่อยมากกับทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องของเราหรือของคนอื่น มันสะสมในตัวเรื่อย ๆ
โดยเราไม่รู้ตัว จนไปให้หมอหมอตรวจคลื่นหัวใจ หมอบอกว่าหัวใจคุณมีปัญหานะ แต่เชื่อไหมผมไม่เชื่อหมอ เพราะมีความวิตกว่าหมอจะหลอกเพื่อที่จะให้เราเข้ารับการรักษาแล้วเรียกเก็บตังค์เราแพง ๆ ตอนนั้นผมมีความเชื่อแบบนั้น จนวันหนึ่งผมไปเป็นวิทยากรให้กับคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ อยู่ ๆ ก็มีอาการแน่นหน้าอกตอนเดินอยู่ริมถนนจนต้องนั่งพัก
รู้สึกเหมือนจะตายเลย อยู่ ๆ พอรู้สึกดีขึ้นก็ขับรถกลับบ้าน แล้วมาเป็นที่บ้านอีกภรรยาก็ขับรถพาไปส่งโรงพยาบาล หมอบอกคุณเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบต้องทำบอลลูนเดี๋ยวนี้ ผมก็ไม่เชื่ออีกเพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนผมยังกังวลอยู่ว่าเขาจะหลอกเอาตังค์ ตอนนั้นผมบอกว่าถ้าจะให้ผมทำต้องพาผมไปโรงพยาบาลรามาฯ หมอต้องเอาผมขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉิน หมอต้องถือเครื่องปั๊มหัวใจ โชคดีของความไม่เชื่อเพราะมันทำให้ผมไม่กลัวความตายเลย
ระหว่างที่ถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลรามาฯ อาการทุกอย่างมันบอกแล้วว่าเราจะตายภายใน 90 นาที วันนั้นหมอบอกว่าถ้ารถติดคุณตายนะ สุดท้ายพอมาถึงโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉิน หมอฉายภาพให้ดูก็เห็นว่าเลือดมันไม่มาเลี้ยงหัวใจผมเลย หัวใจของผมตายไปแล้วบางส่วนเพราะเลือดไม่ไปเลี้ยง มีหัวใจที่ทำงานอยู่ 75 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบที่เคยทำมาตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา
“ผมเปลี่ยนชีวิตตัวเองฉับพลันเลย 4 ทุ่มผมบอกกับตัวเองว่าต้องพักผ่อนได้แล้วนะ แล้วมานั่งถามตัวเองว่าเมื่อก่อนเราทนอยู่ได้ยังไง เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่ได้สนุก มันเหนื่อยมากนะ มันแสบคอ มันง่วง ไม่รู้จะฝืนตัวเองทำไม มาถึงตอนนี้ผมไม่ยอมฝืนตัวเองแบบนั้นอีกเลย ผมกลับมากินอาหารอย่างระมัดระวัง กินผักผลไม้ ออกกำลังกาย
“พอดูแลสุขภาพชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ผมว่าผมแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
คุณมาโนช : ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนผมก็ห้าว คือเราห้าวกับเพื่อนสังสรรค์กันจน 6 ทุ่ม จริงๆ ร่างกายไม่ไหวแล้วนะ แต่ทำไมจะต้องยืนหยัดเพื่อให้สว่างคาตาก็ไม่รู้ ความสนุกก็ไม่ค่อยได้มีเท่าไหร่ด้วย เหมือนเราหลอกตัวเองว่าถ้ากูอยู่จนถึงสว่างจนพระบิณฑบาตแล้วกูจะเจ๋งมาก วันนี้มานั่งทบทวนแล้วเสียดายมากเลย ถ้าเราผ่อนๆ หน่อย 6 ทุ่มไม่ไหวแล้ว กูกลับบ้านดีกว่า ถึงวันนี้เราอาจจะแข็งแรงกว่านี้เยอะ แล้วถ้าเราแข็งแรง เราทำอะไรที่เราอยากทำได้อีกเยอะ
“ ยังมองว่าเราต้องใช้ชีวิตให้ถึงที่สุดอยู่ไหม ”
คุณมาโนช : ไม่เลย ผมสะระตะกับชีวิตแล้วว่าจะใช้ชีวิตพอดีๆ มีอยู่บางช่วงที่ผมหลงระเริงไปกับเพื่อนฝูง แต่พออายุเท่านี้แล้ว ย้เวลาไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้นเลยเพราะมันส่งผลเสียกับสุขภาพมาก การที่เราจะสุดโต่งไปกับวิถีชีวิตสักอย่าง มันส่งผลกับสุขภาพ แต่เราก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตเรา สุขภาพมาก่อนแทบจะทุกอย่างเลย
ถ้าสุขภาพไม่ดีสักอย่าง สิ่งที่ทำอยู่คุณก็ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเป็นเรื่องเครื่องเสียงก็ได้ บางคนทุ่มเทเงินเป็นหลายล้านบาทเพื่อจะซื้อเครื่องเสียงที่ดีที่สุด สายลำโพงเมตรละสามหมื่นบาท ซึ่งมันใส่อะไรข้างในนั้นวะ (หัวเราะ)
บางคนบอกว่าไฟเมืองไทยสกปรก ต้องซื้อเครื่องแปลงไฟมาใช้เพื่อให้ไฟสะอาดขึ้น แล้วค่อยเสียบปลั๊กเข้าเครื่องเสียงอีกทีหนึ่ง โอ้… แล้วเราจะได้เสียงชั้นเลิศ แต่หูคุณอื้อ เส้นประสาทหูคุณเสื่อม จบไหมทุกอย่างที่คุณลงทุนทำ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือต้องดูแลประสาทหูก่อน ถ้าประสาทหูคุณเนี้ยบแข็งแรงดี สามารถสัมผัสเสียงทุกชนิดได้ รับเสียงจากความถี่สูงไปยังความถี่ต่ำได้ แล้วค่อยมาทำเครื่องเสียงให้ดีที่สุด มีเครื่องเสียงดี วิเศษ แต่หูคุณพัง มันจบตั้งแต่ต้นแล้ว
ผมเพิ่งมาคิดได้ตอนอายุเยอะแล้วว่าควรให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพที่สุด
“ เหตุการณ์นั้นทำให้คุณกลัวความแก่ชราไหม ยิ่งตอนนี้ที่สถานการณ์ไวรัสระบาดคนที่จะโดนหนักๆ จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุด้วย ”
คุณมาโนช : ผมไม่รู้นะว่าธรรมชาติอาจจะต้องการกำจัดคนสูงอายุหรือเปล่ากับการที่ส่ง COVID-19 มา เพราะที่เห็นคือ COVID-19 มันจะอันตรายกับคนที่อายุเยอะ หรือว่าเป็นวิถีของธรรมชาติที่ต้องการกำจัดคนแก่วะ (หัวเราะ) เพราะว่าตอนนี้คือถ้าเป็นคนแก่เป็นก็ถือว่าเสี่ยง
แต่ความแก่ก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น เข้าศูนย์การค้ามีที่จอดรถให้ ผมเคยจอดแล้วยามแม่งวิ่งมาเลย ผมก็ยื่นบัตรประชาชนให้ดูว่าผม 64 แล้ว (หัวเราะ) หรืออย่างเวลาเข้าอุทยานแห่งชาติก็ฟรี ดูหนังครึ่งราคา ขึ้น BTS ครึ่งราคา ดีจะตาย เราต้องยอมรับว่าสังคมผู้สูงอายุมันได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ เมืองไทยอีก 4 ปีข้างหน้า
ก็เป็นคนแก่กันหมดแล้ว แต่จะไปตระหนกทำไม เพราะผมไม่เห็นว่าคนแก่จะเป็นปัญหาอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะผม protect ตัวเองหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมไม่เคยให้ลูกรับผิดชอบชีวิตผมเลย เพราะผมก็รับผิดชอบลูกอยู่เลย ไม่ต้องไปตระหนกเรื่องสังคมผู้สูงอายุ สิ่งที่ต้องแก้ไขคือการแก้ไขเรื่องสุขภาพของคนในสังคม
ติดตามข่าวสารและกิจกกรรมเพิ่มเติมได้ผ่http://xn--www-1kl1el8oc.sdnthailand.com/
Photo:จรูญรัฐ วิธูสุวรรณ
#เครือข่ายงดเหล้า
#แอลกอฮอล์พอกันที
#หยุดดื่มหยุดเสี่ยงเลี่ยงโควิด

และหากคุณยังคงดื่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มทวีคูณ ไม่ต้องคิดเลยว่าผลที่ตามมานั่นคือ การเงินของคุณแน่นอนลองคำนวณดูว่า ค่าเหล้า 500/สัปดาห์ จะมีค่าใช้จ่าย 2,000 บาท/เดือน ซึ่งอาจดูเป็นเงินที่ไม่ได้เยอะสำหรับบางคน แต่ลองคิดเป็นปีจะเป็นเงินก้อนหลายหมื่นเลยทีเดียว
ซึ่งเมื่อดื่มแล้วไม่ใช้เสียแค่ค่าเหล้า บุหรี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่จะตามมาเมื่ออยู่ในวงเหล้า ซึ่งปัจจุบันราคาขึ้นไปเป็นซองละเกือบ 100 บาทแล้ว ลองคิดคร่าว ๆ ว่าสูบวันครึ่งละ 1 ซอง จะมีค่าใช้จ่าย 1,500 บาท/เดือน แล้ว1 ปี ถ้างดทั้งเหล้าและบุหรี่คุณจะเหลือเงินเก็บเท่าไหร่ ดังนั้น หากลดปริมาณหรือเลิกได้ก็จะดีทั้งสุขภาพกาย สุขภาพกระเป๋าตังค์ครับ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านทาง www.sdnthailand.com
#เครือข่ายงดเหล้า
#แอลกอฮอล์พอกันที
#หยุดดื่มหยุดเสี่ยงเลี่ยงโควิด ดูน้อยลง


วิกฤตระบาดของโรค Covid-19 คือความเชื่อว่า “แอลกอฮอล์” ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% หลายคนอาจจะคิดว่าเป็น‘ของวิเศษ’ป้องกันโรคร้าย covid หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการดื่มแอลกอฮอล์สามารถป้องกันโรค Covid-19 ได้ นี่แหละคือความเชื่อผิดๆมาโดยตลอด
ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการติด covid-19 ได้เช่นกัน ซึ่งพิษของแอลกอฮอล์ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ ระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมของร่างกายจึงย่ำแย่ลง ซึ่งเชื้อไวรัส Covid-19 เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการหายใจ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปอดอักเสบและเสียชีวิต บุคลากรทางการแพทย์หลายท่านจึงออกมาแนะนำให้งดดื่มสุรา เพื่อดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคระบาด
และก่อนหน้านี้ ข่าวหลายสำนักนักตีแผ่ข่าวออกมาทางเว็บไซต์หรือช่องทีวี เราได้ทราบกันไปแล้วว่า ‘เมทิลแอลกอฮอล์’ ที่ชาวอิหร่านหลายสิบคนพากันดื่มเพื่อต้านไวรัสนั้น เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
คำถามคือ ถ้าเป็น ‘เอทิลแอลกอฮอล์’ ที่รับประทานได้ในเหล้า เบียร์ ไวน์ต่างๆ ล่ะ เราจะสามารถดื่มเพื่อฆ่าเชื้อ Covid-19 ในร่างกายได้หรือไม่?
คำตอบ คือ “ไม่” องค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขออกมาให้เหตุผลว่า ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มมึนเมาชนิดต่างๆ ไม่มากพอจะฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้และถ้าคุณยังดึงดัน ดื่มเหล้าในปริมาณมากเพื่อหวังผลให้ระดับแอลกอฮอล์ในร่างเข้มข้นถึงขั้นสามารถฆ่าเชื้อ Covid-19 คุณอาจจะพบกับผลเสียร้ายแรงจากการดื่มเกินขนาดเสียก่อน
เพราะว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก จะทำให้ปวดท้อง กระเพาะอาหารเป็นแผล อาเจียนเป็นเลือด และถ้ายิ่งดื่มหนักจนระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มขึ้นสูงกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษฉับพลัน (Alcohol intoxication) ซึ่งมีอาการตาพร่า หมดสติ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัวของผู้ดื่ม จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตหรือตกอยู่ในภาวะโคม่าดังนั้น
การดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่ช่วยป้องกันเชื้ออะไรได้ ซ้ำร้าย ยังทำให้ผู้ดื่มเสี่ยงต่อการติดโรค Covid-19 มากขึ้นอีกด้วย
อ้างอิง https://www.prachachat.net/world-news/news-446401
https://covid19.thaipbs.or.th/faq/?post=24103
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/874004
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านทาง www.sdnthailand.com
#หยุดดื่มหยุดเสี่ยงเลี่ยงโควิด
#เครือข่ายงดเหล้า
#แอลกอฮอล์พอกันที


“ครูพลังบวก” อีกทั้งเป็นครูนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ในสถานศึกษา เพราะเขาคนนี้ทำให้มีเด็กพลังบวกเกิดขึ้นอีกหลายคนเลย นักเรียนสอบได้ที่ 1 ยกห้อง ซึ่ง
“ความที่สุด” ของแต่ละคนก็แตกแขนงไปหลายด้าน เช่น หาปลาเก่ง นวดฝ่าเท้าเก่ง ทำนา เกษตร ซึ่งเด็กมีวิชาชีวิตที่แตกต่างกัน มาพูดคุยกับครู ครูชินกร พิมพิลา หรือ ครูตุ๊กติ๊ก ทำไมถึงเกิดไอเดียนี้? ทำแล้วเด็กได้อะไร? แล้วเรื่องวิชาการจะถูกละเลยไปมั้ย? (more…)