Category: Alcohol World

  • จากต้นแบบคนหัวใจเพชร…สู่ตำนานเจ้าภาพแต่งงานปลอดเหล้า จังหวัดลพบุรี

    จากต้นแบบคนหัวใจเพชร…สู่ตำนานเจ้าภาพแต่งงานปลอดเหล้า จังหวัดลพบุรี

    “แม้หนูจะไม่ได้บวชให้พ่อกับแม่ แต่หนูก็มีงานแต่งงานให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ”

    เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2565 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีงานแต่งงาน นิธิมา (มิ้น) เทียมมงคล & ธนาคาร (แบ๊งค์) ยอดวัน บุตรสาวนายนิมิตร์ – นางศิรินทิพย์ เทียมมงคล เครือข่ายชมรมคนหัวใจเพชรจังหวัดลพบุรี ได้จัดงาน “มงคลสมรสปลอดเหล้า” ซึ่งถือเป็นต้นแบบงานบุญปลอดเหล้าที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยเท้าพ่อ

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส จัดขึ้นที่ท่ากระยาง คาเฟ่ จังหวัดลพบุรี บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น แขกเหรื่อ/ผู้มีเกียรติที่เป็นเครือข่าย ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เช่น คุณอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี, คุณเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่, ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, อ.อำนวย จั่นเงิน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาเป็นต้น ต่างชื่นชมยินดี ที่ “น้องมิ้น” และ “น้องแบ๊งค์” เจ้าสาว/เจ้าบ่าว คนรุ่นใหม่ ที่กล้าเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ของการจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสปลอดเหล้า นับเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ในการจัดงานแต่งงานปลอดเหล้าที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยเท้าพ่อ ครั้งแรกในจังหวัดลพบุรี     

    นับเป็นงาน “สร้างกระแสต้นแบบการจัดงานแต่งงานปลอดเหล้า”ของ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดลพบุรี ให้เกิดการรับรู้สู่สังคม ที่เน้นการจัดงานเรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย สุขใจทั้ง “เจ้าภาพ” และ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมฉลองมงคลสมรสของคู่บ่าว/สาว รุ่นใหม่ ที่พร้อมจะสร้างครอบครัวใหม่ ให้อยู่เย็นเป็นสุข

    นอกจากนี้ ยังมี Highlight ของจุดเริ่มต้นการสร้างครอบครัวใหม่ ซึ่งเป็นข้อคิดที่สร้างความประทับใจให้กับ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานเป็นอย่างมาก นั่นคือ “การรดน้ำถั่วงอกให้งอกงาม” แทนการตัดเค้ก แบบที่เห็นกันในงานมงคลสมรสโดยทั่วไป “ความพอเพียง พออยู่พอกิน” นับเป็นสิริมงคลแก่ คู่บ่าวสาว เป็นงานแต่งงานที่ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมได้แง่คิดทั้งด้านการ Create สร้างสรรค์ และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

    พร้อมกันนี้ รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก ผู้อำนวยการสถาบันนารายณ์เพื่อการพัฒนาจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวชื่นชมเจ้าภาพที่มีความมุ่งมั่น ในการสร้างค่านิยมใหม่ให้เป็นงานประเพณีแต่งงานปลอดเหล้า” ที่ประหยัด ปลอดโรค ปลอดภัย เห็นควรนำเสนอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเกียรติคุณ ชื่นชมให้สังคมนำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

    ภรธิดา  เวียงสงค์ : รายงาน

    ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดลพบุรี

  • คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่)  สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ระดับจังหวัด

    โดยคุณมาลัย มินศรีและคุณอุบลวรรณ คงสว่างพร้อมทีมงานให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากResearch and Training Centre for Community Development (RTCCD) ประเทศเวียตนาม และ Promotion of Family Health Association (PFHA) จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

    ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) และเทศบาลตำบหลักห้า (ทต.หลักห้า) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มจากการนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการ การศึกษาเรียนรู้ในโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติและการศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า

    การนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการฯ : โดยคุณมาลัย มินศรีและทีมงานนำเสนอว่าด้วยอายุของนักดื่มหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โครงการนี้จึงเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 2-6 ปี โดยกิจกรรมเน้นการส่งเสริมพัฒนาของเด็ก รวมถึงความรู้รอบด้านทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วินัย และสติปัญญาโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โครงการได้ผลิตสื่อสำหรับเป็นคู่มือการสอนและคู่มือการดำเนินงานให้กับครูและผู้ปกครอง รวมถึงมีการอบรมและการนิเทศโรงเรียนทีเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งโครงการฯ ได้มอบสื่อการเรียนรู้ให้กับคณะศึกษาดูงานด้วย

    การเรียนรู้จากโรงเรียน : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) ได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านนิทาน การออกกำลังกาย เพลง และกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง ผลการดำเนินงานที่สำคัญคือ นักเรียนเรียนรู้ที่จะปฏิเสธเมือเห็นผู้ใหญ่ดื่มหรือสูบบุหรี่ด้วย โดยเฉพาะการแสดงออกด้วยการท่า “Just say NO” นอกจากนี้ยังพบว่า ในชุมชนอัตราการดื่มเหล้าลดลงด้วย โดยแทบจะไม่มีการดื่มเหล้าในชุมชน

    การศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า : เทศบาลตำบหลักห้ามีงบประมาณปีละ 200 ล้านและจัดสรรให้แก่เรื่องการศึกษา 30 ล้านหรือคิดเป็นร้อยละ 30 ซึ่งเป็นจำนวนมากและบ่งชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของเทศบาล นอกจากนี้ถ้าโรงเรียนต้องการทำโครงการต่างๆ เช่นปัจจัยเสี่ยงสามารถเขียนโครงการมาของการสนับสนุนจากเทศบาลได้ โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาโครงการต่างๆ ทุกๆ เดือน ที่ผ่านมาโครงการที่โรงเรียนเสนอจะได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลทุกครั้ง

    คณะศึกษาดูงานกล่าวว่า ในประเทศลาวเด็กได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มากแต่เด็กยังไม่ได้รับการปกป้องเท่าที่ควร ขณะที่ผู้แทนจากคณะดูงานของประเทศเวียตนามกล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเน้นการทำงานกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ เช่น สามารถร่วมผลักดันให้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แต่ว่ายังไม่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเท่าที่ควร ซึ่งจะนำผลการเรียนรู้ในครั้งนี้กลับไปหารือกับคณะทำงานเพื่อเพิ่มการทำงานในระดับท้องถิ่นและชุมชนให้มากขึ้น

  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้า พาคณะดูงานชาวต่างชาติ ลาว-เวียดนาม ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรม จ.สมุทรปราการ

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้า พาคณะดูงานชาวต่างชาติ ลาว-เวียดนาม ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรม จ.สมุทรปราการ

    เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ SDN ได้มีโอกาสนำพาคณะดูงานชาวต่างชาติ จาก The Promotion of Family Health Association (PFHA) ประเทศลาว 2 ท่าน และ Research and Training Centre for Community Delelopment (RTCCD) ประเทศเวียดนาม 2 ท่าน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรมเยาวชนสร้างสรรค์ และการดำเนินงานชุมชนคนสู้เหล้า ณ จังหวัดสมุทรปราการ

    ท่ามกลางความสนุกสนานเป็นกันเองของผู้มาเยือนทั้ง 4 ท่าน โดยสถานที่แรกซึ่งเหล่าผู้มาเยือนจากแดนไกลได้ไปดูงาน ก็คือศูนย์ To Be Number One บางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ของ ”ครูเจี๊ยบ” ไพเราะ แจ่มจักษุ ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมใจของเด็กๆ กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ซึ่งแต่ละวัน ได้เปิดพื้นที่รับเด็กเยาวชนคนบางจากให้มาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เสมือนเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีแต่ความอบอุ่นให้แก่กันทุกวัน ทั้งนี้ ครูเจี๊ยบเล่าว่า เด็กเยาวชนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหรือเคยเป็นเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ที่ครูเจี๊ยบได้ช่วยฉุดดึงขึ้นมาจากก้นบึ้งของอบายมุข ให้กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็น

    โดยเด็กแต่ละคนจะมีความแก่น เฟี้ยว เฮฮา ในแบบฉบับของตน และทุกคนล้วนแต่มีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทาง ที่แตกต่างกันไป ซึ่งความเข้าใจของผู้ใหญ่ใจดีอย่างครูเจี๊ยบต่อเยาวชนกลุ่มนี้ ทำให้พวกเขาได้กลับมามีที่ยืนในสังคมอย่างผ่าเผยอีกครั้ง พร้อมกับนำเสนอสิ่งที่ตนเองโปรดปรานได้อย่างภาคภูมิใจ รังสรรค์ self-esteem ให้เกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เหล่าเยาวชนทางศูนย์ฯ ได้สาธิตวิธีการทำเข็มกลัด การร้อยลูกปัด การวาดภาพ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผองหมู่เยาวชนคนวัยใสมักจะนำไปร่วมในงานอีเว้นต์ต่างๆ ในจังหวัดสมุทรปราการ ให้กับเพื่อนจากต่างแดนได้รับชมอีกด้วย จากนั้น ครูเจี๊ยบและเด็กๆ ได้พาเพื่อน

    ชาวอินเตอร์ไปเยี่ยมชมลานสเก๊ตบอร์ดของ “พี่เพชร” วายุ จิตรฐิติธรรม หนึ่งในแกนนำคนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนบางกระเจ้า ที่ได้แปลงลานหน้าบ้านของตนให้กลายเป็นลานสเก๊ต เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษา ก็ได้มีโอกาสทดลองเซิร์ฟสเก๊ตด้วยอย่างครื้นเครง แม้จะมีล้มบ้าง ลุกบ้าง แต่ก็ได้รับความสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังก้องกังวานไปถ้วนทั่วคุ้งบางกระเจ้าเลยทีเดียว ช่วงบ่าย ผองหมู่คณะดูงาน

    ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปเยี่ยมชมการดำเนินงานในแบบฉบับชุมชน (Community Base) กันบ้าง ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชน กลุ่มกะปิคลองด่านชุมชน 3 อำเภอบางบ่อ โดยมีพี่ขวัญเมือง อยู่นาน แกนนำประชาคมงดเหล้าจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้องรับอย่างอบอุ่น ด้วยข้าวคลุกกะปิแสนอร่อยล้ำ ซึ่งกะปิที่ใช้ทำนี้ถือเป็นของดีในพื้นที่ด้วย เนื่องจากชุมชนคลองด่านอยู่ติดกับทะเล จึงทำให้สามารถออกหากุ้งหอยปูปลาได้โดยง่าย และกุ้งเคอย สัตว์น้ำตัวจิ๋ว ก็ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญ ที่จะนำมาผลิตเป็นกะปิแสนอร่อย พี่ขวัญเมืองเล่าให้กับทีมศึกษาดูงานได้ฟังว่า กะปินี้เกิดจากการรวมกลุ่มกันของชาวประมงและชาวบ้านในชุมชนที่ได้ปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา โดยใช้การประกอบสัมมาชีพร่วมกันเป็นแรงผลักดันไม่ให้หวนกลับไปดื่ม และยังเป็นการสร้างรายได้งามๆ ให้กับผู้คนเหล่านี้ด้วย เนื่องจากกะปิของชาวคลองด่านแห่งนี้ ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับจังหวัด ที่ชื่อชั้นระบือลั่นทะยานไกลไปถึงระดับประเทศ กลายเป็นของขึ้นห้างหรูๆ ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้คนงดเหล้าทุกผู้ทุกนามได้ประจักษ์แก่ตาว่า การงดเหล้าแล้วมาประกอบอาชีพอย่างเป็นงานเป้นการนั้น นอกจากจะทำให้มีเงินเหลือเก็บจากที่ไม่ต้องไปจ่ายเป็นค่าเหล้าแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการทำงานขึ้นมาอีกทางหนึ่งด้วย เรียกว่าเลิกเหล้าทั้งที มีแต่ความรวยพุ่งเข้าใส่แบบเต็มๆ

    นอกจากกะปิแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าลิ้มลองอีกด้วย เช่น ผงโรยข้าว 4 รสให้เลือกสรร ทั้งรสหมาล่า วาซาบิ ต้มยำ และฟรุตตี้ ที่ล้วนแต่ยั่วน้ำลายผู้พบเจอให้สอได้ทั้งสิ้น รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ เช่น ปลาตากแห้ง ซึ่งผู้มาเยือนจากแดนไกลก็ได้ทำการอุดหนุนชาวบ้าน นำผลิตภัณฑ์อร่อยๆ เหล่านี้กลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนไปฝากญาติสนิทมิตรสหายด้วย นอกเหนือไปจากของกินยั่วใจ ชาวชุมชนคลองด่าน ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ชาวบ้านจะพานักท่องเที่ยวล่องเรือเก็บขยะ เพื่อลดมลภาวะ และเพิ่มโอกาสที่สัตว์น้ำตัวเล็กจิ๋วอย่างกุ้งเคอย จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ เพื่อให้ชาวประมงได้นำมาทำกะปิอร่อยๆ เป็นของดีในพื้นที่แห่งนี้ได้สืบไป การทำงานในชุมชนคลองด่านนี้ ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบของพลังขับเคลื่อนทางสังคม (Social Movement) ที่ขยับโดยชาวบ้าน และก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไปสู่พื้นที่อื่นๆ

    โดยไม่ต้องอาศัยการสั่งการลงมาจากเบื้องบน ซึ่งผองหมู่ชาวต่างชาติล้วนแต่ชื่นชมในความยอดเยี่ยมของชาวชุมชนคลองด่านทุกคน สำหรับภาพรวมของการมาเยือนดินแดนแห่งพระสมุทรเจดีย์ในครั้งนี้ สิ่งที่ผู้มาเยือนจากแดนไกลสนใจเป็นพิเศษคือ การดึงเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้หลุดพ้นจากพิษภัยของอบายมุข โดยใช้พื้นที่กลางเป็นศูนย์รวมใจ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กแต่ละคนชื่นชอบ ทำให้เกิดการค้นพบตนเอง เห็นคุณค่าในตนเอง และการขับเคลื่อนงานโดยชาวบ้านในชุมชน เพื่อคนในชุมชนด้วยกันเอง โดยเฉพาะประเด็นหลังซึ่งถือว่าโดนใจพวกเขามาก เนื่องจากเป็นการทำงานโดยภาคประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับชุมชน โดยกล่าวว่าความรู้ที่ได้เหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ประเทศของตนเองได้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าของพื้นที่ ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตักตวงความรู้อย่างเต็มที่ด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีตลอดทั้งวัน ก่อนออกเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่อื่นต่อไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

  • ‘ธีระ วัชรปราณี’ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า นำแกนนำชุมชนงดเหล้ากรุงเทพฯ เข้ารับโล่ องค์กรผลงานดีเด่นด้านการป้องกันควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ณ หอศิลปวัฒนธรรม กทม.

    ‘ธีระ วัชรปราณี’ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า นำแกนนำชุมชนงดเหล้ากรุงเทพฯ เข้ารับโล่ องค์กรผลงานดีเด่นด้านการป้องกันควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ณ หอศิลปวัฒนธรรม กทม.

    วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) นำแกนนำชุมชนคนสู้เหล้ากรุงเทพมหานคร เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ องค์กรผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ณ หอศิลปวัฒนธรรม เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2565 จัดโดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบในครั้งนี้   

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้เล่าว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ใหญ่ มีพื้นที่ถึง 50 เขต ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าของเรา ถือว่าพื้นที่นี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่มีความสำคัญ เราแบ่งประชากรออกเป็น 3-4 กลุ่ม เช่นกลุ่มที่อยู่ตึกสูง กลุ่มที่อยู่บ้านเดี่ยว กลุ่มพวกนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการรณรงค์ เพราะเราสามารถขับเคลื่อนโดยใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย เพราะกลุ่มเหล่านี้ถือว่ายังเป็นคนชนชั้นกลาง แต่ถ้าเกิดเป็นกลุ่มที่เป็นชุมชนแออัด หรือ ชุมชนดั้งเดิม ชุมชนเกษตรกรที่อยู่รอบนอก เราจะเข้าไปครับเพื่อนเข้าไปรณรงค์คนกลุ่มนี้ โดยใช้กลไกของแกนนำชุมชน อย่างเช่น ที่หลักสี่ ที่ลาดพร้าว หรือทุ่งครุ เราก็พยายามเข้าไปสร้างชมรมคนหัวใจเพชรขึ้นมา คือการรวมกลุ่มคนที่มีความหนักแน่นสามารถเลิกเหล้าได้ แต่ก็ถือว่ายากเพราะคนกรุงเทพฯไม่เหมือนกับคนต่างจังหวัด แต่ด้วยแกนนำของเรามีการทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถขับเคลื่อนงานไปได้

    โดยนอกเหนือจากนี้เราเองก็ได้ทำเรื่องของการเฝ้าระวัง พวกบรรดาถนนร้านค้าต่างๆว่ามีการทำผิดกฎหมายไหม มีลักษณะที่เข้าข่ายความผิดตามพรบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเปล่า เป็นต้น โดยเราก็จะทำงานเชื่อมกับทาง กทม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักอนามัย ที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ และอีกสิ่งหนึ่งที่เรากำลังร่วมกันขับเคลื่อนที่เชื่อว่าจะเกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และนี่คือบทบาทของเรา ด้วยการขับเคลื่อนงานทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนไปได้นั้น เรามีความคิดว่าหัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่แกนนำชุมชน

    ด้าน นางดวงเดือน อินธนู แกนนำชุมชนคนสู้เหล้า ชุมชนการเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เล่าว่า เดิมพี่เป็นกรรมการของชุมชนแล้วเมื่อก่อนตัวพี่เองและสามีก็เคยดื่มเหล้ามาก่อน เวลาเลิกงานก็จะออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เรียนอยู่มาวันหนึ่งได้หันกลับไปมองที่ลูก ที่รอพ่อแม่กลับบ้านทุกวัน รู้สึกสงสารและคิดขึ้นมาได้ และอีกแง่หนึ่งเราเป็นกรรมการชุมชนก็อยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชน จึงตัดสินใจร่วมมือกับทางเครือข่ายงดเหล้าเข้ามาขับเคลื่อนในประเด็นนี้ แล้วก็เป็นจุดเปลี่ยนให้พี่และสามีเลิกดื่มเหล้าหันมาสนใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น แล้วตัวเองเลิกได้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีก็เลยชักชวนชาวบ้านเลิกเหล้า โดยส่วนตัวคิดว่า ถือว่าการเปลี่ยนแปลงหรือชักชวนใครให้เลิกเหล้าได้มันเป็นบุญใหญ่ เป็นบุญใหญ่ทั้งกับตัวพี่เองและตัวของเขาเอง เราเองก็จะมีการขับเคลื่อนโดยการเข้าไปพูดคุยแนะนำแนวทางในการเลือกเหล้าและจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อรณรงค์การงดเหล้าในชุมชน และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 นี้เองทางชุมชนก็จะมีกิจกรรมวิ่งพักตับ City Run  ส่งเสริมให้คนในชุมชนหันมาดูแลตับของตนเองด้วยการงดเหล้า

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เองเป็นองค์กรภาคประชาสังคม ภายใต้สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ(สคล.)  มีภารกิจด้านรณรงค์สร้างกระแส ปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มแอลกอฮอล์และลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ได้แก่ เหล้า บุหรี่ สารเสพติด การพนัน เป็นต้น การสนับสนุนนโยบายหรือมาตรการเพื่อการปรับสภาพแวดล้อม การประสานให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงในวัยเด็กและเยาวชน การชวน ช่วย ชม เชียร์ให้บุคคล ลด ละเลิก และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกิดเป็นกลุ่มชมรมจิตอาสา “หัวใจเพชร” รวมทั้ง เป็นพื้นที่บ่มเพาะเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยทำงานอย่างมียุทธศาสาตร์ เน้นการสร้างความร่วมมือ เป็นผู้ประสานพลัง ผู้หนุนเสริม และพร้อมเรียนรู้ปรับตัวยืดหยุ่นก้าวข้ามข้อจำกัดและกรอบความคิดเดิมๆ โดยมีคำขวัญของสำนักงานฯ ว่า “พลังเครือข่าย สานสุขทั่วไทย ปลอดภัย ปลอดเหล้า”

    สำนักงานฯ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2546 ได้รับการสนับสนุนจาก “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)”  ให้เป็นภาคีเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งระดับบุคคล ชุมชน จังหวัด ประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กร 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ , ระดับภูมิภาค 9 ศูนย์ภูมิภาค และโครงสร้างเป็นผู้ประสานงานประชาคมจังหวัด และอาสาสมัครในชุมชน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเป้าหมายในระยะ 10 ปี จากนี้ไป ( พ.ศ.2565 – 2574) สำนักงานฯ มุ่งมั่นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดละเลิกการดื่มและการสร้างภูมิคุ้มกันที่จะไม่ดื่มในเด็กเยาวชน พร้อมๆ กับการปรับสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของตนเอง ครอบครัวและสังคม โดยในระยะ 3 ปี (พ.ศ.2565-2567) เน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ การสร้างคนสร้างทีม การจัดการข้อมูล การใช้ข้อมูล และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

    ผู้บริหารองค์กร

              เภสัชกร สงกรานต์ ภาคโชคดี      ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

              นายธีระ วัชระปราณี                ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

              นายชัยณรงค์ คำแดง                ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

              นายวิษณุ  ศรีทะวงศ์                ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายแผนพัฒนานโยบายสาธารณะ ฯ

    ผลงานที่เป็นรูปธรรมในสังคมไทยตั้งแต่ตั้งองค์กรปี 2564 เป็นต้นมา  อาทิ งานสร้างกระบวนการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา  งานบุญประเพณีปลอดเหล้า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  พื้นที่ปลอดเหล้า สงกรานต์ปลอดเหล้า งานศพ งานบวชปลอดเหล้า ชุมชนสู้เหล้า โรงเรียนคำพ่อสอน เป็นต้น ล้วนแต่เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากขบวนเครือขายงดเหล้าซึ่งประกอบด้วย77 จังหวัดได้ประสานพลังการขับเคลื่อนที่หลากหลายให้เกิดขึ้น มีศูนย์ประสานที่ทำหน้าที่ในการประสาน อำนวยความสะดวก สร้างการเรียนรู้ให้ภาคีด่านหน้าคือประชาคมจังหวัดทุกจังหวัดจะมีผู้ประสานงาน และคณะทำงาน  รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ 100 ปี คือ การพัฒนาและส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ การต่อยอดขยายผลงานให้มีคุณค่ามูลค่าต่อไป

              สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้ดำเนินการกิจกรรมสนับสนุนในการดำเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณธ์ยาสูบก่อนหน้านั้น ครอบคลุม 102 ชุมชนใน 6 โซนของ กรุงเทพมหานครโดยการประสานความร่วมมือกับผู้ประสานงานโซน และแกนนำชุมชน  มาอย่างต่อเนื่องภายใต้ ยุทธศาสตร์  1) ชุมชนคนสู้เหล้า ชมรมคนหัวใจเพชร งดเหล้าเข้าพรรษา 2) สนับสนุนนโยบาย บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  3) สนับสนุนความเข้มแข็งประชาคมงดเหล้าจังหวัด และเครือข่ายเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้า 4) สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมรณรงค์ สนับสนุนสื่อรณรงค์

    ผลงาน/กิจกรรมที่ดำเนินการด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 – 2565

    1.สนับสนุนชุมชนคนสู้เหล้า และรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา 

              สนับสนุนชุมชนในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เท่าทันพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ความรุ่นแรง สุขภาพ เศรษฐกิจ ในชุมชนนำร่อง 12 ชุมชน  ได้แก่ ชุมชนลาดพร้าว 45 เขตห้วยขวาง   ,ชุมชนหลังวัดกลางนา เขตทุ่งครุ ,ชุมชนประชาอุทิศ 43 เขตทุ่งครุ ,ชุมชนตลาดบางเขน เขตหลักสี่ ,ชุมชนเอื้ออาทรหัวหมาก เขตบางกะปิ ,ชุมชนการเคหะ 320 เขตหลักสี่ ,ชุมชนเคหะ 302 เขตหลักสี่ ,ชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เขตหลักสี่,ชุมชนร่วมพัฒนา เขตหลักสี่ ชุมชนอยู่ดีมีสุขร่วมใจ  เขตหลักสี่ ,ชุมชนมิตรประชา เขตหลักสี่ ,ชุมชนสุขเจริญพัฒนา เขตบางกะปิ   และชุมชนภาคีอีกประมาณ  60 ชุมชน

    1.1 กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา 2563-2564

    โดยแนวคิดหลักของออกแบบรณรงค์ลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเป้าหมายนักดื่มหน้าเก่า และหน้าใหม่ ซึ่งแยกประเภทตามพฤติกรรมและความถี่ของการบริโภค ได้แก่ ผู้ดื่มเข้าสังคม ผู้ดื่มประจำ และผู้ดื่มหนัก และทำให้เกิดความต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ให้ผู้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันแรกที่เข้าสมัครเข้าร่วมโครงการไปอย่างน้อย 3 ปี โดยชุมชนเป็นผู้ออกแบบดำเนินการ นอกจากระบบ ชวน ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู ซึ่งถือเป็นระบบติดตาม สนับสนุนผู้ดื่มสู่คนเลิกเหล้าโดยชุมชนแล้ว อีกมาตรการของชุมชนคนสู้เหล้า คือ การจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนให้เอื้อต่อการเกิดการลด ละ เลิกการดื่มและลดการเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงระดับครัวเรือน และงานบุญต่างๆ ด้วยการให้ความรู้ การอบรม เชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ และเชิดชู ยกย่องคนที่สามารถเลิกได้ ซึ่งระหว่างปี 2563-64 ไม่ต่ำกว่าปีละ 190 คน สามารถประหยัดเงินค่าเหล้าได้มากกว่า 6 ล้านบาท  เช่น ปี 2564 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า กทม. ได้เชิญชวนคนเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาได้จำนวน 193 คน จาก 12 ชุมชนเป้าหมาย สามารถประหยัดค่าเหล้าได้เฉลี่ย 18,000 บาท/คนในระยะ 3 เดือน มูลค่ารวม 3,474,000 บาท  

    นอกนั้น จะมีกิจกรรมอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนชุมชน,อบรมพัฒนาศักยภาพคนที่สามารถเลิกเหล้าได้ต่อเนื่อง 3 ปีเป็นจิตอาสานักรณรงค์งดเหล้า,เก็บข้อมูลคัดกรองการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรในชุมชน เมื่อได้ข้อมูลแล้ววางแผนช่วยเหลือสร้างกระบวนการ ชวน ลด ละเลิก ยกย่อง ให้กำลังใจ  ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมในพื้นที่ได้ประสานความร่วมมือกับระดับนโยยายเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงาน

    1.2 กิจกรรม 12 ร้านข้าวไข่เจียว “อิ่มสุข”..ราคาแล้วแต่จะจ่าย โดยชุมชนคนสู้เหล้า กทม. ปี 2564 

    ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิดที่ผ่านมาทางเครือข่ายงดเหล้า กทม. ได้ปรับรูปแบบการชวนคนงดเหล้าผ่านร้านข้าวไข่เจียว อิ่มสุข แล้วแต่จะจ่าย….ซึ่งได้ระดมทีมจิตอาสา และแกนนำคนงดเหล้า ได้เปิดร้านทำอาหารช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด คนในชุมชน และบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่คนทั่วไป จากกิจกรรมเหล่านี้ทำให้คนในชุมชนได้ช่วยเหลือกันและกันในยามวิกฤติ คนที่กักตัวมีแกนนำชุมชน และอาสาสมัครส่งข้าวน้ำ ให้การช่วยเหลือกัน  ในช่วงระยะเวลา 5-6 เดือน ร้านข้าวไข่เจียว อิ่มสุข แล้วแต่จะจ่ายทั้ง 12 ร้าน สามารถผลิตข้าวกล่องรวม 58,272 กล่องช่วยเหลือคนในชุมชน

    2. สนับสนุนนโยบายบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2.1 กิจกรรมการเฝ้าระวังการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ที่ผ่านมาช่วงปี 2563 ได้มีกิจกรรมเฝ้าระวัง On Location เพื่อหาข้อมูลที่ยังเข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขต กมท.ครอบคลุมพื้นที่ 6 โซน และในช่วงสถานการณ์โควิด/มาตรการล็อคดาวน์ ปี 2563 -2565 จึงปรับรูปแบบเป็นการเฝ้าระวัง Online มากขึ้น โดยการเฝ้าระวังเนื้อหาในแอฟฟิเคชั่น Facebook/Tik Tok ที่เกี่ยวกับการโพสต์แสดงสินค้าการชวนเชิญดื่มของบัญชีผู้ใช้ เช่น การเฝ้าระวัง 15 วัน ระหว่างวันที่ 16-30 กันยายน 2564 พบคลิปชวนดื่มมากถึง 816 คลิป เฉลี่ยวันละ 54 คลิป และรณรงค์ให้ความรู้ ในงานเทศกาลประจำปี ลอยกระทง ปีใหม่  สงกรานต์   เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจกฎหมายควบคุมเครื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทำงานอย่างต่อเนื่อง

    2.2 กิจกรรมมอบ/ถวายป้าย “วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย”

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ร่วมกับ สำนักอนามัยกรุงเทพมหนคร สนับสนุน/ถวายป้าย “วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย” ครอบคลุมวัดทั้ง 50 เขตในพื้นที่ กทม.ป้ายขนาด 120 x 60 ชม. จำนวน 500 แผ่น หวังช่วยสังคมโดยรวมตระหนักถึงการ ลด ละ เลิก บุหรี่และแอลกอฮอล์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ต้านภัยจากโควิด-19  และปฏิบัติตามกฎหมายในสถานที่วัด

    มอบถวายเมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 ณ วัดลานบุญวัดหงห์รัตนารามราชวรวิหาร   โดยมีพระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรเมธี (มีชัย วีรปญฺโญ) เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ผู้รับมอบพร้อมด้วยคณะสงฆ์ผู้แทนวัดในเขตต่างๆ  มอบถวายโดยนายแพทย์สมชาย ตรีทิพย์สถิต ผอ.สำนักป้องกันยาเสพติดและทีมสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) 

    3. การสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมรณรงค์ สื่อรณรงค์ต่างๆ

                สำนักงานเครือข่ายงดองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)”  ได้เป็นศูนย์กลางสนับสนุนสื่อรณรงค์ให้ความรู้ เชิญชวน เฝ้าระวังต่างๆ ให้แก่ชุมชน หน่วยงาน เครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ  แกนนำชุมชนเพื่อเครื่องมือในการทำงานในชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง  มีป้ายแบนเนอร์ สติกเกอร์ คำความต่างๆ  ตามแนวคิดแต่ละปี และสถานการณ์ต่างๆ

  • แกนนำเยาวชนงดเหล้า เปิดประตูสู่นานาชาติ YSDN – Inter Build Up, Share and Learn EP.1 at Chiang Mai Thailand

    แกนนำเยาวชนงดเหล้า เปิดประตูสู่นานาชาติ YSDN – Inter Build Up, Share and Learn EP.1 at Chiang Mai Thailand

    เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงาน ของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ประเทศไทย ร่วมกับ องค์กร IOGT NTO Movement ประเทศสวีเดน ณ ห้องประชุม Suchavadee โรงแรม The Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club จังหวัดเชียงใหม่

    ในวันที่ 23 มิถุนายน 2565

    แกนนำเยาวชนและประชาคมงดเหล้า YSDN อำเภอเทิง อำเภอแม่จันทร์ อำเภอเวียงชัยและจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำกิจกรรม พร้อมทั้งทำความเข้าใจในระบบการทำงานรูปแบบนานาชาติ จากองค์กร IOGT NTO Movement ประเทศสวีเดน ที่ดำเนินงานพัฒนาการป้องกันปัญหาแอลกอฮอล์ เสริมสร้างศักยภาพของภาคประชาสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน ผ่านการเพิ่มพูนทักษะชีวิตและทัศนคติ สร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนและสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยโดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ดำเนินการสนับสนุนนโยบายทางสังคมที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวในระดับโลก

    โดยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ สะท้อนความหลากหลายในการดำเนินงาน ทั้งการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนผ่านกระบวนการและกิจกรรมของแกนนำเยาวชน YSDN รวมไปถึงการดำเนินกิจกรรมตามบริบทของพื้นที่ และการดำเนินงานในระดับนโยบายนานาชาติ ตามกรอบของ SDGs ที่เป็นการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างกระบวนการทำงานและวิสัยทัศน์ ยกระดับการทำงาน YSDN ประเทศไทย เปิดประตูสู่ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อน สร้างโอกาสและเพิ่มพื้นที่ให้กับเยาวชน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานเชื่อมเครือข่ายระดับโลก🌏

    #YSDNThailand

    #YSDNInternational

    #YSDN#SDN

  • การดูแลเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี

    การดูแลเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี

    ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา Movendi ได้จัดการอบรมออนไลน์เรื่องการดูแลเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี โดยมีผู้เชียวชาญจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime หรือ UNODC) เป็นวิทยากร เนื้อหาการบรรยายประกอบด้วย 2 ส่วนได้แก่ (1) ทักษะที่เด็กควรได้รับการพัฒนา (2) แนวทางการดูแลเด็กโดยเฉพาะทักษะการฟัง (Listen)

    ส่วนแรกทักษะที่เด็กควรได้รับการพัฒนา : เด็กควรได้รับการพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์เพื่อเป็นรากฐานที่ดีของชีวิต โดย UNODC เห็นว่ามี 5 ทักษะที่เด็กควรได้รับการพัฒนา ซึ่งได้แก่

    1. ทักษะการบริหารตนเอง (Self-management) โดยเด็กควรเข้าใจและสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ คิดก่อนพูดและทำสิ่งต่างๆ สามารถวางเป้าหมายและวางแผนชีวิตได้

    2. ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง (self-awareness) โดยเด็กควรเข้าใจอารมณ์และพฤติกรรมของตนเอง รวมถึงเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ส่งผลต่อตนเองอย่างไร

    3. การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ (Responsible decision making) โดยเด็กควรมีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ สามารถจัดลำดับความสำคัญ สามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ด้วยตนเอง รวมถึงทราบว่าการตัดสินใจของตนเองส่งผลกระทบด้านบวกต่อผู้อื่นหรือไม่

    4. ทักษะการบริหารความเครียด (Stress management) เด็กควรได้รับการฝึกให้สามารถดูแลตนเองได้รวมถึงสามารถผ่อนคลายความเครียดได้ และสามารถจัดการตนเองได้เมื่ออยู่ในภาวะที่เครียด

    5. ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ (Relationship skills) เด็กควรได้รับการฝึกให้สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในกลุมคนที่หลากหลายได้ รวมถึงมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถสื่อสารเช่นสามารถฟังและสามารถแก้ไขความขัดแย้งได้

    ส่วนที่สองแนวทางการดูแลเด็ก โดยเฉพาะทักษะการฟัง (Listen) : เป็นการประกาศเจตนาของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ว่าจะผลิตสื่อและให้การสนับสนุนผู้ปกครองและผู้ที่ดูแลเด็กในการป้องกันเด็กจากยาเสพติด ในเว็บไซต์ของ UNODC มีสื่อวิดีทัศน์และบทความให้ศึกษาเช่นเรื่องวิธีการแสดงความรัก วิธีการฟังเชิงรุก การออกแบบกิจกรรมของครอบครัว การเสริมสร้างทักษะด้านความอดทน วิธีการชื่นชมเด็ก เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม UNODC เห็นว่าทักษะการฟังเป็นขั้นตอนแรกในการเสริมสร้างให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี โดยในระยะยาวการฟังจะช่วยสร้างให้มีสุขภาวะที่ดีเพราะการที่เด็กได้รับการตอบสนองที่ดีจะทำให้เด็กมีความมั่นใจและมีความฉลาดทางอารมณ์สูง และเป็นการปกป้องเด็กจากการป่วยทางจิตและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงเป็นการปกป้องเด็กจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาเสพติดด้วย

    หมายเหตุ : เว็บไซต์ของ UNODC https://www.unodc.org/unodc/en/listen-first/