Category: ภาคเหนือตอนบน

  • ทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูนวิ่งฮอมบุญคนหล่ายดอยครั้งที่ 2

    ทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูนวิ่งฮอมบุญคนหล่ายดอยครั้งที่ 2

    เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ณ บ้านปวงคำ อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน ได้จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง ฮอมบุญคนหล่ายดอยครั้งที่ 2 ภายใต้การขับเคลื่อนงานโดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอทุ่งหัวช้าง ร่วมกับ ชุมชนเอื้ออาทร (คนหล่ายดอยไม่ทิ้งกัน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง และประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน

    นายจรัญ มณีจันสุข นายอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ตามที่ พชอ.ขับเคลื่อนประเด็น ชุมชนเอื้ออาทร (คนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน) เราคงจะตระหนักร่วมกันว่า สังคมของอำเภอทุ่งหัวช้าง ยังมีอีกหลายคน หลายครอบครัวที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก ที่คนทุ่งหัวช้างด้วยกันเองต้องหันกลับมามอง และให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนนำส่งให้ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “กองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน” เป็นอีกหนึ่งพลังชุมชนอำเภอ และกัลยาณมิตร ที่สร้างเพื่อช่วยคนทุ่งหัวช้างให้มีพลังใจ พลังกายที่จะสู้ชีวิตต่อไป

    สำหรับกิจกรรม เดิน-วิ่ง ฮอมบุญคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน มีวัตถุประสงค์ (1.) เพื่อให้คนทุ่งหัวช้าง ได้รวมพลังมีส่วนร่วมกจิกรรมในการรายได้สมทบ “กองทุนคนหล่ายดอยไม่ทอดทิ้งกัน” (2.) เพื่อให้การรณรงค์ และส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชนในพื้นที่ และการรู้เท่าทันเรื่องปัจจัยด้านสุขภาพ

    ด้านนายปฐม ติ๊บหน่อย ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย พชอ.ประเด็น ชุมชนเอื้ออาทร (คนหล่ายไม่ทอดทิ้งกัน) กล่าวว่า อำเภอทุ่งหัวช้างได้กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตในปี 2566-2567 จำนวน 3 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความรอบรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และด้านชุมชนเอื้ออาทร เพื่อส่งเสริมให้สังคมทุ่งหัวช้างเป็นชุมชนแห่งการเอื้ออาทร รู้จักเสียสละ ช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน จึงได้จัดกิจกรรม เดิน-วิ่งฮอมบุญคนหล่ายครั้งที่ 2 ขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ เดินเพื่อสุขภาพ 3 กิโลเมตร และ วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร

  • จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย เตรียมพร้อมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานประเพณีล้านนา ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรมล้านนา” ณ ลานประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานและกิจกรรมสำคัญของงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรม” บูรณาการร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เตรียมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโบายสาธารณะ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม (สสส.) กล่าวถึงการรณรงค์งานยี่เป็งปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่ ระหว่าง วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2566 โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จัดให้มีการแสดงประกอบริ้วขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ การประดับตกแต่ง เมืองให้สว่างไสวสวยงาม การแสดงประกอบแสงสีเสียงและสื่อผสม ด้วยเทคนิคพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงพลุ เฉลิมพระเกียรติ การประกวดเทพี-เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดกระทงฝีมือ ใบตองดอกไม้สด การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา (โคมแขวนใหญ่) การปล่อยกระทงสายล้านนา การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง พร้อมหางเครื่อง การจัดซุ้มประตูป่า พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ-เจดีย์ขาว และขอขมาแม่น้ำปิง ประเพณีตั้งธรรมหลวง และ กิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย

    กิจกรรมใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้คือ “การประกวดขบวนแห่สะเปาลานนา” ซึ่งจะจัดให้มีความยิ่งใหญ่อลังการอย่างแน่นอน โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้เน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัย ในการจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างเต็มที่ รวมถึงได้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของท่าน้ำต่าง ๆ ที่ประชาชนจะไปลอยกระทง และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงาน ในการงดปล่อยโคมลอย โคมควันในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ งดดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่สาธารณะ และสถานที่ราชการโดยเด็ดขาด และงดการจุดประทัดยักษ์ เพื่อให้ประเพณีเดือนยี่เป็ง ในปีนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกท่านจะประทับใจ และได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด

    ที่มา : เทศบาลนครเชียงใหม่

    ภาพ : นายสมควร ทะนะ

  • โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุม บัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO”โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวเปิดกิจกรรม และกล่าวต้อนรับผู้นํา นักศึกษาและผู้แทน กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าว

    เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัด เชียงใหม่ (U DEAL) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ 1 จาก 4 กิจกรรมหลักของโครงการฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมไอบิส 3 ชั้น 8 โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ ที่ผ่านมานั้น และในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2566 เครือข่ายฯได้จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO” ณ ห้องประชุมบัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสํานักงานสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) และสํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมีนายศุภวิชญ์ อยุทธ์ เป็นเลขานุการโครงการ โดยมีมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด14 หน่วยงาน กิจกรรม “WE DO ” เป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

    อีกทั้งเป็นการค้นหา แนวคิดจากกลุ่มผู้นํานักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยและสถาบันในเครือข่ายฯ ต่อกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งมิติ ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ ในช่วงเช้าเป็นกระบวนการทําความรู้จักกันและละลายพฤติกรรมเพื่อให้น้องๆได้ทํา ความรู้จักกัน และมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความเท่าเทียมทางสังคมฯลฯ กิจกรรม คิดบนฐานสังคมกําหนดสุขภาพ โดยมีนายทักษิณ บํารุงไทย เป็นวิทยากรกระบวนการ และในช่วงบ่ายเป็นการ นําเสนอแนวคิด และกิจกรรมที่น้องๆได้มีส่วนร่วมคิด ซึ่งจะนําไปสู่การส่งเสริมให้เกิดโครงการระยะที่ 2 ต่อไป

    อ้างอิง : https://www.chiangmainews.co.th

  • พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    วันที่ 14 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้ากลุ่มสุขภาพจิตและยาเสพติดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงไกร ยอดเรือน ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการโครงการ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่” University Deal for Health Promotion Network of Chiang Mai “U DEAL WE DO” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย นำโดย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการฯ ผู้บริหาร หัวหน้างานฯ และผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุมโรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อประมาณปี 2549 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ สคล ได้รับงบประมาณจาก สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายระดับภาคเหนือตอนบน ผลการดำเนินงานเครือข่ายประสพผลสำเร็จและได้รับความสนใจเข้าร่วมโครงการในรูปแบบกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดียิ่ง

    วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล) มหาวิทยาลัยและสถาบันการอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งที่จะเริ่มต้นโครงการฯลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ดังนี้

    1. เพื่อสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาวะในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และผู้นำองค์กรนักศึกษา
    2. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการรณรงค์ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติ ของสมาชิกเครือข่ายฯ
    3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและสานต่อ แนวคิดของแกนนำนักศึกษาในการเสริมสร้างสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด
    4. เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แนวปฏิบัติที่ดี ในการเสริมสร้างสุขภาพของสมาชิกเครือข่ายแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
    5. เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆของ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในอนาคตต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่าการสร้างเสริมสุขภาพนั้นมีมิติที่หลากหลาย เช่น ด้านโภชนาการ กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ การลดความเครียดและความวิตกกังวล การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การปฏิบัติทางเพศ การป้องกันสิ่งเสพติด การเคารพในการใช้เทคโนโลยี การได้รับการรับรองและสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน และรวมถึงการประกอบอาชีพ เป็นต้น ดังนั้นกิจกรรมโครงการฯ จึงได้กำหนดให้มี 4 กิจกรรมหลัก เพื่อให้นำไปสู่เนื้อหาและตอบสนองต่อมิติต่างๆของการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนี้คือ
      • กิจกรรม “WE DEAL” เชิญชวนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 12 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายฯ และจัดพิธีลงนามความเข้าใจร่วมกัน (MOU) และเผยแพร่ต่อสาธารณะ ด้วยสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และสื่อโซเชี่ยลมีเดียประเภทต่างๆ
      • กิจกรรม “WE SHARE” กิจกรรมนี้เป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพของสถาบันฯ ในเครือข่าย(ทั้งมิติด้านร่างกายและจิตใจ) แลกเปลี่ยนความรู้ โดยการนำเสนอจาก ผู้บริหาร หรือ ผู้ปฏิบัติการ และสรุปภาพรวมเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
      • กิจกรรม “WE DO” กิจกรรมนี้จะเป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
      • กิจกรรม “WE ARE ONE” กิจกรรมนี้จะเป็นการขมวดเนื้อหา สรุปภาพรวมจากกิจกรรมที่ 2 และ 3 ในการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และระดับผู้นำองค์กรนักศึกษา(ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) จากทุกสถาบันฯที่ร่วมเป็นเครือข่ายฯ และวางแผนร่วมกันในการกำหนดแผนการดำเนินงานกิจกรรมเครือข่าย โครงการระยะ
        ต่อไป (Phase 2) และทำพิธีมอบใบประกาศณียบัตรแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการฯ หากผลการดำเนินงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ต่างๆเช่น ทุนสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หรือองค์กรอื่นๆ การดำเนินงานอาจขายผลไปสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาระดับภาคเหนือตอนบน ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วและได้รับความสนใจและความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับงานพลังกลุ่มชุมชนกรุณาประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา จัดการประชุมโครงการภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนสุขภาพวะลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคเหนือตอนบน “Self compassionate & compassionate community” ในวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ณ ฮอไรซันวิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

    โดย นางสาวเจนจิรา โลชา นายพันธกานต์ อินต๊ะมูล และนางสาวพรทิพย์ เรืองฤทธิ์ ทีมขะใจ๋เป็นวิทยากรกระบวนการในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักและเข้าใจแนวคิดเรื่องชุมชนกรุณา ได้ทบทวนชีวิตได้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่เห็นว่าสิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต ยอมรับตัวเอง และผู้อื่นมากขึ้น มีทักษะการรับฟังเข้าใจและสะท้อนความรู้สึกความต้องการของตัวเองและผู้อื่นได้ผ่านกิจกรรมดอกไม้คุณธรรม เพื่อการปลุกสำนึกแห่งความดี เป็นการ์ดที่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เรารู้ว่าอันที่จริงแล้ว เรามีคุณธรรมและมีของขวัญอันล้ำค่าอยู่ในตัวเอง เพียงแค่เปิดการ์ดขึ้นมาดูเพื่อที่เราจะเห็นสิ่งที่เรามีได้ชัดมากขึ้น เพราะบางอย่างที่เรามีไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่สามารถรับรู้ด้วยหัวใจ และการทำกิจกรรม “คนนี้ที่ฉันรัก” โดยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องความสูญเสีย เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือคนรัก ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนยากจะเผชิญ และทำให้รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก บางคนอาจต้องใช้เวลานานในการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น การเรียนรู้เพื่อข้ามผ่าน
    ความสูญเสียนั้น หรือการเตรียมใจเพื่อยอมรับความสูญเสีย และการยอมรับความจริง จะช่วยให้ปรับตัวกับ
    สถานการณ์ดังกล่าว และสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติต่อไปได้เมื่อถึงเวลาวิกฤติของชีวิต ก็จะทำให้เรารับมือได้
    อย่างเท่าทัน

    ทั้งนี้วิทยากรได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับความกรุณา การฝึกฝนความกรุณาต่อตนเองและผู้อื่น ทักษะการรับฟังและการสื่อสารอย่างเข้าใจ การดูแลใจตนเอง และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันผู้เข้าร่วมการประชุมต่างประทับใจกับเนื้อหาและกิจกรรมต่างๆ ที่วิทยากรได้นำเสนอ หลายคนกล่าวว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับความกรุณาและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้จริง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปรับใช้ในพื้นที่ชุมชน

    การประชุมนี้เป็นสำคัญในการสร้างชุมชนที่ดีและน่าอยู่สำหรับทุกคนในชุมชนนี้และที่อยู่ในพื้นที่นี้ไปในอนาคต

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • Innovative PR News เปิดประสบการณ์สื่อสร้างสรรค์

    Innovative PR News เปิดประสบการณ์สื่อสร้างสรรค์

    ปัจจุบันธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการใช้ Social marketing กันอย่างแพร่หลาย โดยเน้นไปที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook Instagram และ TikTok โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อการสร้างการรับรู้และการรับรู้ถึงแบรนด์โดยการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและดึงดูดใจ เช่น วิดีโอ รูปภาพ และบทความ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตน รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมาย

    รองผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ หัวหน้าหลักสูตรนิเทศศาสตร์นานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับวิธีการสื่อสารในรูปแบบ Innovative PR News create ขององค์กร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นที่ต้องการสื่อสาร ซึ่งเป็นประเด็นใกล้ตัวของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ สั้น กระชับ เข้าใจเร็ว มี Hot topic ที่น่าสนใจ และเป็นรูปแบบการสื่อสาร Breaking news

    ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และแบรนด์ มาเป็นการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมในประเด็นปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ใกล้ตัวกลุ่มเป้าหมาย เน้นประเด็นที่ให้ความสนใจ และเป็นกระแสสังคม อีกทั้งยังสร้างทักษะให้กับทีมสื่อสารองค์กรของเครือข่ายองค์กรงดเหล้านำไปปรับใช้เพื่อสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ข้อมูล : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน