Category: คนหัวใจเพชร

คนหัวใจเพชร ที่เกี่ยวกับคนเลิกเหล้า หัวใจเพชร

  • จังหวัดลำปาง “จัดอบรมเยาวชนนักสื่อสารกับการรู้เท่าทันสื่อ”

    จังหวัดลำปาง “จัดอบรมเยาวชนนักสื่อสารกับการรู้เท่าทันสื่อ”

    การเปิดพื้นที่ให้กับเด็กเยาวชน จึงเป็นการสร้างแกนนำแถว 2 และแถว 3 เพื่อเสริมสร้างการขับเคลื่อนงานโดยชุมชน เพื่อชุมชน เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่สื่อสารออกมาจะเป็นข้อเท็จจริง มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสถาบันแสนผญ่า จึงได้จัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในเขียนข่าว และเทคนิคการสื่อสาร

    เมื่อวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องประชุมธัญกร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ศูนย์ประสานสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำปาง ได้จัดอบรมเยาวชนนักสื่อสารกับการรู้เท่าทันสื่อเพื่อดำเนินการส่งเสริมในการสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดลำปางในการมีส่วนร่วมและเผยแพร่ อีกทั้งเป็นการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ในการปลูกฝันคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ในสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาท สิทธิและหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดีอย่างสร้างสรรค์ และสามารถขยายผลถึงคนในครอบครัว ชุมชนได้อย่างรู้เท่าทันสถานการณ์ต่อไป

  • อบต.ทรายขาว อ.พาน “ประชุมพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย”

    อบต.ทรายขาว อ.พาน “ประชุมพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย”

    การดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนน ในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนน โดยเน้น ที่ปัจจัยเสี่ยง 5 ประการ และปัญหาที่ส คัญ 2 ด้าน ได้แก่ การเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทาง ถนน สำ หรับการปรับปรุงในระยะยาว ให้มีการจัดการแบบครอบคลุมที่เกี่ยวข้อง กับหลายภาคส่วน โดยให้พิจารณาทั้งยานพาหนะ ผู้ใช้ ถนน และสภาพถนน ส่วนในระยะสั้นการเปลี่ยนแปลง บางประการสามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ด้วยวิธีการ ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน เช่น การออกกฎหมายความ ปลอดภัยทางถนนที่ครอบคลุม การบังคับใช้กฎหมาย และการรณรงค์เพื่อเพิ่มความตระหนัก

    เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ณ อบต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ได้มีการประชุมโครงการสานพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย ประกอบด้วยหลายหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ตำรวจจราจรเชียงราย คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว เบื้องต้นให้เลือกจากจุดที่มีคนในชุมชน หรือชุมชนใกล้เคียง ใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญซึ่งเป็นที่รวมกลุ่มของคนในชุมชน เช่น โรงเรียน  วัด ตลาด และเป็นจุดซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และหรือมีความสูญเสียจากอุบัติเหตุสูง อาจเป็นได้ทั้งทางแยก ทางตรง ทางโค้ง ทางแคบ จุดกลับรถ  หรือแม้แต่ทางข้าม และบริเวณสภาพถนนที่มีความความบกพร่อง โดยใช้ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ

    นายจีรพงษ์ ใจวงค์ นายกองค์การบริหาส่วนตำบลทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย กล่าวว่าจากแนวคิดสู่นโยบาย ว่าจะทำอย่างไรในพื้นที่ อบต.มีความปลอดภัยทางการใช้ถนน จึงได้นำเสนอทาง สสส.เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในชีวิติประจำวัน การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าสถานการณ์สู่กาจัดการความาปลอดภัยทางถนน ว่ามีพฤติความเสี่ยงเช่นการดื่มสุรา คิดเป็น 63% รองลองมาการสวมหมวดนิรภัยในเวลาขับขี่ จึงสท้อนให้เห็นความอุบัติและการสูญเสีย  “โครงการสานพลังชชุมชนเข้มแข็ง 4 ประสานสู่การจัดการถนนปลอดภัย” เป็นอีกแนวทางหนึ่งจะสร้างจิตสำนึก และสร้างตระหนัก ของผู้ขับขี่ รถยนต์ พฤติกรรมในการขับขี่ การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

  • ตำบลน้ำอ้อม เชิดชูเกียรติ คนหัวใจหิน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร

    ตำบลน้ำอ้อม เชิดชูเกียรติ คนหัวใจหิน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร

    วันที่ 26 มกราคม 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับเทศบาลตำบลน้ำอ้อม จัดกิจกรรมเวทีเชิดชูเกียรติ คนหัวใจหิน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร ณ วัดปทุมคงคาบ้านน้ำอ้อม ม.1 ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น กิจกรรมจัดเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับบุคคลที่เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาชุมชนคนสู้เหล้า โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 100 คน เป็นผู้ได้รับคนหัวใจหิน คนหัวใจเหล็ก และคนหัวใจเพชร ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นาย จำเนียรเหล่าสุพรรณ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำอ้อม และ นางดวงจิตร บูโฮม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำอ้อม เป็นผู้มอบเกียรติติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    โดย นายวุฒิพงษ์ ปทุมวัน ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวถึง

    “การดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษา ในชุมชนคนสู้เหล้าตพบลน้ำอ้อมนั้น มีการทำกิจกรรม ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา คือการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา การทำงานร่วมกับเครือข่าย อสม.ในชุมชน โดยการใช้เวทีประชุมอสม.ตำบลน้ำอ้อม ในการเผยแพร่และเชิญชวน จากนั้น ก็ให้ชุมชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิญานตน และเก็บข้อมูล รวมถึงการลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา”

    นายจำเนียน เหล่าสุพรรณ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำอ้อม

    ก็ได้กล่าวพบปะกับ พี่น้องประชาคม ที่เข้าร่วมโครงการ ว่า

    “จากการดำเนินงาน ของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ ถือเป็นโอกาสดีสำหรับพี่น้องตำบลน้ำอ้อมทุกคน ที่มีลูกหลานในพื้นที่ไปเติบโตต่างถิ่น แต่ยังนำสิ่งดีๆ มาให้พี่น้องชาวบ้านน้ำอ้อม ได้มีกิจกรรมทำ ในช่วงเข้าพรรษา หวังว่าจะได้ ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้ตลอดไป และหาก ใครที่เข้าร่วมแบบจริงจังในการงดเหล้า ก็จะเห็นได้เลยว่าได้รับสิ่งดีดี ทางด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และลดค่าใช้จ่าย อย่างเห็นได้ชัด และผมขอเป็นกำลังใจ กับคนที่จะงดเหล้าตลอดชีวิต ขอบคุณครับ”

  • อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์)

    อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์)

    นักดื่มหน้าใหม่ในวัยเยาว์ ต่างเห็นพ้องกันว่าอิทธิพลของการโฆษณาและส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมอยากดื่ม อยากรู้ อยากทดลองและทำตามโฆษณา แม้จะมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผู้ประกอบการเครื่องดื่ม กลับพยายามสร้างกลยุทธ์การโฆษณาใหม่ๆ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายดังกล่าวโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เช่นการใช้ภาพขวดเครื่องดื่ม การใช้สัญลักษณ์ในการสร้างแบรนด์ ล้วนเชิญชวนและกระตุ้นเยาวชนให้เกิดความต้องการ

    วันพุธที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น. นายพีรัช จันธิมา นายอำเภอแม่ใจ เป็นประธานการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยพระครูสุเมธกิจจาทร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่ใจ สาธารณสุขอำเภอแม่ใจ ประธานชมรมคนหัวใจเพชรอำเภอแม่ใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่จว้า และประธานนักเรียนโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ร่วมเวทีเสวนาเหลียวหลังแลหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของอำเภอแม่ใจ เพื่อขับเคลื่อนโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์) ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมของผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อำเภอแม่ใจ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ปลัดอำเภอ ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรมผู้สูงอายุอำเภอแม่ใจ และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ หอประชุมโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

  • ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

    ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

        เมื่อวันที่ 27-29 มกราคม 2566 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เวียงสระ ได้จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” ขึ้น เพื่อนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยงทางประวัตศาสตร์มีชีวิต

    ในวันที่ 27 มกราคม 2566 ได้นำนักเรียน/นักศึกษา และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์/วิถีชีวิต/ระบบนิเวศ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เส้นทางประวัตศาสตร์นี้ โดยมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ 3 เส้นทาง คือ 1.คลองพรง บ้านนาสาร 2.คลองอิปัน พระแสง และ 3.คลองตาปี เมืองเวียงสระ

        ในวันที่ 28 มกราคม 2566 ได้มีการกล่าวต้อนรับ โดย นายโกศล สุขเกษม กำนันตำบลเวียงสระ และนายจงจิตร อภิชาตกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมูที่ 7 บ้านเวียงสระ ก่อนที่เริ่มกิจกรรมภายในงาน โดยมี นางสาวรัตนา ชูแสง บอกเล่าเป้าหมายจัดเวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองโบราณเวียงสระ ซึ่งบอกเล่าการทำงานที่ผ่านมาของกลุ่มเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครูภูมิปัญญารุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเราได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำงานวิจัยเล็กๆ ในชุมชนนเพื่อที่จะนําเรื่องราวในอดีตขึ้นมาสู่การเรียนรู้ในปัจจุบัน โดยใช้เส้นสายน้ำคลองอีปัน คลองพรง คลองตา และอีกหลายหลายคลองที่พยายามที่จะเข้าไปสืบค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์และร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีต โดยเริ่มกิจกรรมกันตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มีการสร้างแกนนําเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการอนุรักษ์สายน้ำและมีการสํารวจสายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ลงมาจนถึงแม่น้ำตาปีด้านหลังวัดเวียงสระ
    และมีการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี” ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้สรุปได้ว่า การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ควรที่จะเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว แล้วค่อยขยายสู่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง อีกอย่างถ้าจะให้เกิดการท่องเที่ยวนั้นควรให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีการสร้างเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ และมีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น
    หลังจากนั้นจะมีลานเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชน โดยเครือข่ายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีลานวัฒนธรรม โดยมีการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นการว่าบทมโนราห์แบบโบราณ และมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z-two
        ในวันที่ 29 มกราคม 2566 มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “การทำอารตี” คือการบูชาองค์เทพด้วยไฟ ซึ่งการทำอารตีถือเป็นการบูชาและแสดงความเคารพองค์เทพอย่างสูงสุดเหนือกว่าการสวดมนต์บูชาและถวายของสังเวยใดๆทั้งปวง โดยการทำอารตีตามแบบพิธีกรรมฮินดูโบราณ โดยการทำอารตี มีขั้นตอนในการทำพิธีกรรมดังนี้
                        1.) ถวายเครื่องสังเวย
                        2.) สวดมนต์ตราบูชาองค์พระพิฆเนศ
                        3.) อธิษฐานขอพร
                        4.) ทำการอารตี (หลังจากอธิษฐานเสร็จ)
                วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมสำหรับทำพิธี
                         1.) ถาดอลูมิเนียมหรือสแตนเลส
                         2.) ถางประทีป (ถ้าไม่มีจริงๆ สามารถใช้ เทียนไข แทนได้)
                         3.) ดอกดาวเรือง 2-3 ดอก จากนั้นฉีกเอาเฉพาะกลีบดอก
                         4.) กำยานรูปกรวย 1 ชิ้น
                วิธีจัดถาดอารตี
                         1.) โรยกลีบดอกดาวเรืองให้ทั่วทั้งถาด
                         2.) วางถางประทีปไว้กลางถาด
                         3.) วางกำยานไว้ด้านใดด้านหนึ่งใกล้ๆถางประทีป
           วิธีการอารตี
                         1.) จุดไฟที่กำยานและถางประทีป
                         2.) ร้องเพลงอารตีขององค์พระพิฆเนศ หรือ เปิดเพลงบทอารตีให้ท่านก็ได้
                         3.) ทำการเวียนถาดตามเข็มนาฬิกา โดยระดับของถาดไล่ไปตามระดับเริ่มจากระดับพระบาท (เท้า) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระอุระ (หน้าอก) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระเศียร (ศรีษะ) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ และสุดท้ายให้หมุนวันถาดตามเข็มนาฬิกา โดยให้หมุนเป็นวงกว้างครอบทั้ง องค์เทวรูปหรือโต๊ะบูชา
    ** ในขั้นตอนนี้หากมีผู้ร่วมอารตีกับเรา สามารถให้ท่านอื่นหมุนวนถาดไปจนกว่าจบบทสวด(จนเพลงจบ)
                        4.) นำถาดอารตีวางไว้หน้าแท่นบูชาองค์เทพ พร้อมกับนำมือกอบควันไฟ เข้าหาตัว เข้าหาหน้าของเรา แล้วภาวนาว่า..."โอม" ขณะกล่าวคำว่าโอมให้ลากเสียงยาวๆ โดยทำ 3 ครั้ง (อาจจะไม่ตรงกับแบบฉบับอื่นๆ )
                        5.) กรุณาเฝ้าถาดที่มีไฟอยู่ ให้ไฟดับเสียก่อน เพราะไฟไหม้อาจไหมได้ ถ้าไม่มีคนนั่งเฝ้า ถ้าไม่สะดวกให้ดับถางประทีปที่จุดไฟ (เฉพาะถางประทีปอย่าดับกำยาน) ด้วยน้ำ หรือลม...ตรงจุดนี้องค์เทพท่านเข้าใจว่าเป็นการอารตีส่วนบุคคล ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่
        นายรัตตพล สุวรรณโชติ แกนนำคนหัวใจเพชรและครูภูมิปัญญาชุมชนประวัติศาสตร์เมืองเวียงกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการบูรณการร่วมกันของภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง รวมถึงเพื่อนำเสนอสินค้า ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้กับสารธารณะได้รับรู้ อีกทั้งเด็ก-เยาวชน ที่เป็นแกนนำเยาวชนในพื้นที่ก็มีความหวงแหนและเป็นเจ้าของพื้นที่ ในขณะที่ต้องขับเคลื่อนตนเองให้เท่าทัน เรื่องเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้วย
  • ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภาคอีสานตอนบนภายใต้การสนับสนุนสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน โรงพยาบาลสุขเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(คนหัวใจเพชร)และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมชื่นชมคนหัวใจหิน(งดเหล้าครบพรรษา) เชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต) และชวนออกกำลังกาย โดยการจัดงานแข่งขัน “เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ หนองซน ฟัน รัน 2023” ณ สนามองค์กรบริหารส่วนตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม โดยได้รับเกียรติจากนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ ซึ่งพื้นที่ตำบลหนองซนในปี2565 มีคนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา จาก14 หมู่บ้าน จำนวน 278 สามารถงดเหล้าครบพรรษา (คนหัวใจหิน) จำนวน 229 คน คนหัวใจเพชร 1 คน นอกจากนี้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ร่วมออกบูธให้ความรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย กิจกรรมครั้งนี้มีข้าราชการ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร นักเรียน และพี่น้องชาวตำบลหนองซนพร้อมใจกันออกมาวิ่งเพื่อสร้างกระแสรักสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย

    นางศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม กล่าวว่า

    “เป็นโครงการที่ดีมาก ชื่นชมหน่วยงานที่สนับสนุบและจัดโครงการเพื่อชวนคนลด ละ เลิกสุรา แล้วหันมมาออกกำลังกาย และชื่นชมบุคลต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้าได้ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ว่าใส่ชุดอะไรก็สามารถออกกำลังกาย”

    นายวันดี เถียงเชียงขวาง คนหัวใจเหล็ก เล่าว่า

    “ตนเองอายุ63ปี เลิกเหล้ามาแล้ว 1 ปี เห็นทาง อบต.มีการชวนคนมาวิ่งฟรีและรางวัลด้วย ตนเองเลยมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการวิ่งแข่งขันครั้งแรกของตนเอง ภูมิใจที่ตนเองสมารถเข้าเส้นชัยอันดับ1 ประเภททั่วไปอายุ 61 ปีขึ้นไป”

    กิจกรรมในครั้งนี้ทางพื้นที่ตำบลหนองซนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้คนหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลจากเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด

    ภาพ/ข่าว : แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร