Tag: จ.กาฬสินธุ์

  • ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า(สคล.)ภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้าบ้านโคกเครือ จัดประชุมหารือขับเคลื่อนงานบูรณาการการทำงานในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมต่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ณ ห้องประชุมโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

    โดยการประชุมในครั้งนี้มีภาคีเครือข่าย เทศบาลตำบลโคกศรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกศรี ชมรมอ.สคล.บ้านโคกเครือ ผู้นำชุมชนและแกนนำเยาวชน YSDN บ้านโคกเครือ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ผลกรทบจากปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มผู้ใหญ่ ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงาน หลังจากการดื่มกลับมาบ้านก็จะทะเลาะกันในครอบครัว ส่งผลต่อการหย่าร้างในครอบครัว การขับรถเสียงดังกลุ่มวัยรุ่น การร่วมกลุ่มเล่นเกมส์ออนไลน์ของเด็กเยาวชน

    จากการพูดคุยมีแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน ภาคีเครือข่ายเห็นความเข้มแข็งของเยาวชน เป็นต้นกล้าที่ดี ควรส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสในการสร้างน้องในชุมชนให้รู้เท่าทันพิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในสิ่งที่ตนเองชอบ สนใจ และการส่งเสริมการใช้เวลาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันครอบครัว ซึ่งแกนนำ YSDN ชมรม อ.สคล.และภาคีเครือข่ายในพื้นพร้อมที่จะขับเคลื่อนต่อไป

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอยางตลาดพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ขับเคลื่อนการทำงาน ลด ละ เลิก เหล้า

    อำเภอยางตลาดพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ขับเคลื่อนการทำงาน ลด ละ เลิก เหล้า

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนร่วมกับประชาคมงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชรเพื่อขับเคลื่อนการทำงานลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนคนสู้เหล้าเมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2565 ณ ศาลาประชาคมบ้านสะพานหิน ตำบลนาบอน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร จากชุมชนคนสู้เหล้า 2พื้นที่ บ้านสะพานหิน ตำบลนาบอน อำเภอคำม่วง และบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จำนวน 30 คน ซึ่งคนหัวใจเพชรเป็นบุคคลเคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนและตัดสินใจเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดมาแล้ว 3 ปี ขึ้นไป และตั้งใจจะเลิกตลอดชีวิต มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตนเอง ด้วยการฝึกเล่าเรื่องราวของตนเองและการฝึกทักษะการฟังด้วยหัวใจ การเข้าใจคนดื่ม(เอาใจเขามาใส่ใจเรา) การวิเคราะห์คนที่เราจะไปชวน การออกแบบวิธีการในการที่จะชวนกลุ่มเป้าหมายคนดื่มในชุมชน เพื่อนำสิ่งไปใช้ในการชวนคนลด ละ เลิกเครืองดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนตนเอง และมีการลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ทีบ้านสะพานหิน ใช้พื้นที่วัดในการให้คนในชุมชนมาปลูกผักกินกันเองในครอบครัว หรือแลกเปลี่ยนกันในชุมชน แถมยังสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวด้วย และศึกษาดูงานครอบครัวต้นแบบคนหัวใจเพชรของคุณพ่อนำชัย สิทธิลาชัย ในการประกอบอาชีพเกษตรพอเพียง

    นายสมบัติ อรรถประจง ผู้ใหญ่บ้านบ้านสะพานหินและแกนเป็นแกนนำคนหัวใจเพชร กล่าวว่า “เมื่อก่อนก็เป็นนักดื่มหนักมากและตัดสินใจเลิกดื่มเพื่อครอบครัวและเข้ามารณรงค์ชวนคนในชุมชนลดละเลิกเหล้าและสนับสนุนคนหัวใจเพชรประกอบอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ”

    นายนำชัย สิทธิลาชัย คนหัวใจเพชรบ้านสะพานหิน เป็นบุคคลต้นแบบคนหัวใจเพชร ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนตนเองก็เป็นคนดื่ม การดื่มทำให้เสียเงินไปกับค่าเหล้าไม่น้อย เสียเวลาเนื่องจากเมาแล้วก็ทำงานไม่เต็มที่ ทางผู้นำชุมชนก็มาชวนเลิกจึงตัดสินใจอยากเลิกเพื่อครอบครัว หลังจากที่ตนเองเลิกดื่ม ก็หันมาทำเกษตรพอเพียง ปลูกข้าว ปลูกกล้วย ปลูกผัก ผลไม้ ซึ่งทำให้มีรายได้ทุกวันสามารถเลี้ยงดูครอบครัวและให้หลานซื้อขนม นมให้หลานได้ทุกวัน”

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนคนสู้เหล้าและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • รวมพลังชาวกาฬสินธุ์ในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์(หลังเก่า)

    รวมพลังชาวกาฬสินธุ์ในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์(หลังเก่า)

    12 กรกฎาคม 2565 รวมพลังชาวกาฬสินธุ์ในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์(หลังเก่า)

    โดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ หน่วยงานราชการ สถานศึกษา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ เยาวชนYSDN และภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งท่ามกลางสายฝนโปรยกปราย ซึ่งมีกิจกรรมหล่อต้นเทียน ขบวนต้นเทียนพรรษาจากที่ต่างๆ มีการกล่าวคำปฏิญาณตนงดเหล้าและลงนามในสมุดงดเหล้าเข้าพรรษา เทเหล้าเผาบุหรี่

    นำโดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธี อันเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นงดเหล้าเข้าพรรษาประจำปี 2565

  • คณะสงฆ์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ลงนามความร่วมมือ (MOU) ผลักดัน “บวชสร้างสุข” ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริม สู่สังคมสุขภาวะ

    คณะสงฆ์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ลงนามความร่วมมือ (MOU) ผลักดัน “บวชสร้างสุข” ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริม สู่สังคมสุขภาวะ

    จากค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  การมีมหรสพ ดนตรีฉลอง มีรถแห่เสียงดัง กระตุ้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เต้นยั่วยุ ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ความรุ่นแรงฆ่ากันตายในงานบวช  สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชน และสังคม  มีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ด้วยค่านิยมเชื่อว่าแสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ  เกิดหนี้สิน ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อเจ้าภาพที่จัดงานแบบเรียบง่าย  ประหยัด ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยกลับถูกมองว่ายากจน  ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว  และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของการบวชในสังคมไทย

    เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 คณะสงฆ์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นำโดยพระครูจันทธรรมานุวัตร, ดร เจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าอธิการแดง ปญฺญาวโร เจ้าคณะตำบลบึงวิชัย ผู้ประสานงานโครงการ บวชสร้างสุข ภาคอีสานตอนบน พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดเวทีประชุม ชี้แจงความเข้าใจ ขยายแนวคิด บวชสร้างสุข ให้กับ คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองในระดับตำบล ทั้ง 17 ตำบล พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ในการ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม

    เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของคณะสงฆ์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ในการร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริมให้เกิดขึ้นเป็นสังคมสุขภาวะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้  ซึ่งถือเป็นโอกาสในการจัดงานบวชแบบเรียบง่ายตามพระธรรมวินัย ป้องกันการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์งานบวชด้วย และเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกหลานชาวพุทธได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นตามแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  จัดงานบวชสร้างสุขแบบ  “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด  ปลอดภัย ไกลโควิด” เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการบวชอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ให้เกิดขึ้น

    โดยในบันทึกความร่วมมือ (MOU)  ที่จะดำเนินการร่วมกัน ดังนี้

    ข้อ 1 ให้มีการส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด  ปลอดภัย ไกลโควิด”  ให้มีผลเป็นรูปธรรม เกิดงานบวชสร้างสุขปลอดเหล้า ต้นแบบในพื้นที่อำเภอจังหวัดกาฬสินธุ์

    ข้อ 2 ร่วมกันรณรงค์สร้างการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด  ปลอดภัย ไกลโควิด”  ในวงกว้าง

    ข้อ 3 ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกวัดในเขตอำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ปฏิบัติตาม มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2563 มติที่ 351/2563 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติวัดปลอดบุหรี่ และปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยยึดหลักพุทธธรรม (พรหมวิหาร 4, สังคหวัตถุ 4, สาราณียธรรม 6)

    ข้อ 4 ร่วมกันจัดหา บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ งบประมาณ ให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนนโยบาย โครงการฯหรือกิจกรรม งานบวชสร้างสุข

    ข้อ 5 ร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ สู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม

    ข้อ 6 ให้การส่งเสริมสนับสนุน เผยแพร่ ประกาศ เชิดชูเกียรติ แก่เจ้าภาพงานบวช/ นาค/ วัด/ พระอุปัชฌาย์ ที่เข้าร่วมโครงการ ในรูปแบบต่างๆ ให้แพร่หลาย

    ข้อ 7 ให้ความร่วมมือในงานวิจัย งานวิชาการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานบวชสร้างสุข อย่างเต็มที่